- หน้าแรก
- แฟรี่เทล วิถีแห่งความพยายามเหนือขีดจำกัด
- ตอนที่ 16 : เดาถูกทั้งๆ ที่ไม่รู้คำตอบ
ตอนที่ 16 : เดาถูกทั้งๆ ที่ไม่รู้คำตอบ
ตอนที่ 16 : เดาถูกทั้งๆ ที่ไม่รู้คำตอบ
แฟรี่เทล
ห้องใต้หลังคา
"ฉันเขียนโจทย์ของฉันเสร็จแล้ว ของนายล่ะ?"
"ฉันก็เหมือนกัน"
แสงสว่างจ้าขับไล่ความมืดมิดในห้องใต้หลังคา อาร์คและฟรีดนั่งหันหน้าเข้าหากันที่โต๊ะ พูดคุยกันอย่างจริงจัง
"งั้นก็มาเริ่มกันเลย"
"อืม"
อาร์คและฟรีดแลกเปลี่ยนกระดาษในมือกัน จากนั้นก็หยิบปากกาขึ้นมาและเริ่มลงมือแก้โจทย์ปัญหาอย่างตั้งอกตั้งใจ
หนึ่งเดือนผ่านไปนับตั้งแต่ที่พวกเขาเริ่มเรียนรู้สคริปต์เมจิก ด้วยความพยายามอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยทั้งวันทั้งคืน อาร์คได้ก้าวจากการที่ต้องคอยขอคำแนะนำจากฟรีดในตอนแรก มาสู่การที่สามารถก้าวตามเขาทัน และถึงขั้นมีทีท่าว่าจะแซงหน้าเขาไปแล้ว
เพื่อเป็นการเร่งความเร็วในการศึกษาทบทวนสคริปต์เมจิกให้ดียิ่งขึ้น อาร์คจึงเสนอให้พวกเขาต่างฝ่ายต่างเขียนโจทย์เพื่อให้อีกฝ่ายตอบ ฟรีดตอบตกลงอย่างว่าง่าย และนั่นจึงเป็นที่มาของฉากที่อยู่ตรงหน้าพวกเขานี้
ฟรีดฟุบหน้าลงกับโต๊ะ กำปากกาสีเขียวไว้ในมือ เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็เอาแต่เติมคำตอบลงไปอย่างต่อเนื่อง
"โจทย์พวกนี้มีความยากระดับปานกลาง ไม่คิดเลยว่าอาร์คจะมีพรสวรรค์ในการเป็นครูนะเนี่ย" เมื่อทำไปได้ครึ่งทาง ฟรีดก็ถอนหายใจเงียบๆ ในใจ จากนั้น ราวกับสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง เขาเหลือบมองอาร์คที่อยู่ตรงข้ามและครุ่นคิดกับตัวเอง: "ดูจากทรงแล้ว ฉันเดาว่าโจทย์ที่ฉันเขียนไปมันคงยากเกินไปแน่ๆ ฉันกะระดับความยากไม่ดี ก็เลยเขียนโจทย์ไปตั้งเยอะแยะที่แม้แต่ตัวฉันเองก็ยังตอบไม่ได้ สงสัยเดี๋ยวคงต้องขอโทษเขาทีหลังซะแล้วสิ"
หลังจากคิดได้ดังนั้น ฟรีดก็ดึงสติกลับมาและก้มหน้าก้มตาทำข้อสอบต่อไป ในขณะเดียวกัน อาร์คกลับไม่ได้ดูทุกข์ร้อนเหมือนที่ฟรีดจินตนาการเอาไว้ ตรงกันข้าม รอยยิ้มแห่งความมั่นใจกลับประดับอยู่ที่มุมปากของเขา
"เมื่อกี้ฟรีดเหลือบมองฉัน เขาคงจะมืดแปดด้านกับโจทย์ครึ่งแรกที่ฉันเขียนไปแน่ๆ เพื่อเป็นการเห็นอกเห็นใจฟรีด ฉันก็เลยใส่โจทย์ง่ายๆ ไว้ในครึ่งแรก แต่โจทย์ในครึ่งหลังนี่สิยากหินสุดๆ ส่วนโจทย์ที่เขาเขียนมาน่ะเหรอ? ฉันจะพลาดได้ยังไงกัน? สำหรับนักเรียนชาวจีนแล้ว ไม่ว่าจะตอบคำถามถูกหรือผิด มันไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับการที่พวกเขารู้คำตอบหรือไม่เลยสักนิด! มันก็มีโจทย์บางข้อที่ฉันไม่รู้วิธีทำจริงๆ นั่นแหละ แต่ทว่า! นักเรียนชาวจีนสามารถเดาได้ถูกแม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้คำตอบก็ตาม ถ้าฉันแก้โจทย์ไม่ได้ ฉันก็แค่เดาให้ถูกไม่ได้หรือไงกันล่ะ? เดี๋ยวพอทำเสร็จ ฉันจะให้เขาได้ประจักษ์ถึงความแข็งแกร่งของนักเรียนชาวจีนเอง!"
อาร์คคิดกับตัวเอง จากนั้นก็ดึงสมาธิกลับมาและลงมือทำโจทย์ต่อไป ในตอนนี้ ฟรีดดูเหมือนจะเป็นไปตามที่อาร์คคาดเดาไว้ทุกประการ โจทย์ข้อแรกในครึ่งหลังทำเอาคิ้วของเขาขมวดเข้าหากันแน่น
"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย!? ทำไมตอนแรกมันถึงง่ายดายขนาดนั้น แต่ตอนท้ายมันถึงเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะ!?" ความคิดของฟรีดในตอนนี้เป็นเหมือนกับนกที่กำลังบินด้วยความเร็วสูง แต่จู่ๆ ก็พุ่งชนเข้ากับป่าทึบ เขารู้สึกมึนงงและสับสนกับสถานการณ์ที่ซับซ้อนและยุ่งเหยิง ไม่สามารถหาทางออกได้เลยแม้จะพยายามรวบรวมสติแล้วก็ตาม ระดับความยากมันเหมือนกับตอนแรกถามว่าหนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับเท่าไหร่ แต่พอตอนท้ายกลับไปถามหาทศนิยมตำแหน่งที่ 10086 ของค่าพาย ซะอย่างนั้น
"เป็นไปได้ยังไงกัน!? โจทย์พรรค์นี้เนี่ยนะ!?"
...
เวลาผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่า จนกระทั่งทั้งสองฝ่ายวางปากกาลง ฟรีดวางมันลงด้วยความรู้สึกจำยอม ในขณะที่อาร์คกลับมีรอยยิ้มแห่งชัยชนะปรากฏอยู่ที่มุมปาก
"คะแนนของนาย!? เป็นไปได้ยังไงเนี่ย!? คะแนนเต็ม 100 แล้วนายก็ได้ 100 เต็มจริงๆ เนี่ยนะ!?" ดวงตาของฟรีดเบิกกว้างเป็นไข่ห่าน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ เดิมที เขาคิดว่าคะแนนของอาร์คน่าจะพอๆ กับของเขา เพราะเขาเองก็ไม่ได้ทำข้อสอบได้ราบรื่นนักความรู้สึกมันเหมือนกับคนท้องผูก ไม่ว่าจะเบ่งแรงแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์แต่อาร์คกลับทำคะแนนได้เต็ม
"อืม ฟรีด ของนายได้ 70 คะแนนนะ" อาร์คโชว์กระดาษคำตอบที่ตรวจแล้วให้ฟรีดดู
"นี่ นี่ อาร์ค นายทำได้ยังไงกัน? ช่วยสอนฉันทีเถอะ! ฉันขอร้องล่ะ!" ฟรีดรับกระดาษคำตอบของตนมา จากนั้นก็รีบลุกขึ้นยืนและโค้งคำนับอย่างจริงจัง เขารู้ดีว่าโจทย์ที่ตัวเองเขียนนั้นเป็นยังไง อาร์คคงจะให้คะแนนเขาซะสูงลิ่วเพื่อเป็นการถนอมน้ำใจเขาแน่ๆ แต่สำหรับคะแนน 100 เต็มของอาร์คนั้น เขาได้ตรวจสอบอีกครั้งหลังจากตรวจเสร็จแล้ว และมันก็ยังคงเป็น 100 เต็มอย่างไม่อาจสั่นคลอนได้ ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยระดับความพยายามของอาร์ค การจะหาว่าอาร์คโกงก็ถือเป็นการดูถูกความอุตสาหะของเขา ซึ่งนั่นหมายความว่าคะแนน 100 นี้ได้มาด้วยความแข็งแกร่งของอาร์คเองล้วนๆ! นี่มันของจริงชัดๆ!
"ไม่ต้องห่วงน่า พวกเราอยู่กิลด์เดียวกัน ตราบใดที่นายอยากจะเรียน ฉันจะสอนนายอย่างแน่นอน" อาร์คกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง จากนั้นก็เริ่มถ่ายทอด "ประสบการณ์" ของตนเอง: "เวลาที่ต้องเจอกับโจทย์ที่ฉันแก้ไม่ได้ ฉันก็แค่เดามันให้ถูกก็แค่นั้นเอง"
"อะไรนะ!?" คำพูดที่ดูเหมือนจะไม่ได้ใส่ใจอะไรของอาร์คเข้าหูของฟรีด ทำให้เขาตกใจเป็นอย่างมาก บนโลกนี้มันมีเรื่องแบบนี้อยู่ด้วยงั้นเหรอ? เขาสามารถเดาได้ถูกแม้ว่าเขาจะไม่รู้วิธีทำจริงๆ เนี่ยนะ!
เดาถูกแม้ในตอนที่ไม่รู้คำตอบ!
เดาถูก!
เดาถูก!
ถูก!
ถูก!
คำพูดเหล่านี้ดังก้องอยู่ในใจของฟรีดอย่างไม่ขาดสาย เขาเป็นเหมือนไอ้ขี้แพ้ที่พ่ายแพ้ให้กับชีวิต ทรุดตัวลงไปกองกับพื้น ราวกับว่าชีวิตของเขาได้กลายเป็นสีเทาและไร้ซึ่งแสงสว่างใดๆ
ทุกคนย่อมรู้สึกถึงความเหนือกว่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อต้องเป็นฝ่ายถ่ายทอดความรู้ในสาขาที่ตนเชี่ยวชาญ และฟรีดเองก็ไม่มีข้อยกเว้น แต่ทว่าในตอนนี้ ความรู้สึกเหนือกว่านั้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกหงุดหงิดท้อแท้ที่เพิ่มขึ้นเป็นร้อยเท่าพันเท่าในชั่วพริบตา
เป็นไปได้ยังไงกัน!? คนเราจะไปเอาชนะคนแบบนี้ได้ยังไง!? เป็นไปได้ยังไงกัน!? เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนแบบนี้...
ฟรีดเงยหน้าขึ้นมองอาร์ค รู้สึกว่าร่างของอีกฝ่ายช่างสูงตระหง่านอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ราวกับภูเขาที่เสียดแทงทะลุหมู่เมฆจนมองไม่เห็นยอด ทำให้คนเราต้องยอมล้มเลิกความคิดที่จะเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับเขาอย่างไม่รู้ตัว
"จะว่าไป มันมีเคล็ดลับสำหรับเรื่องนี้อยู่นะ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่สามารถเข้าใจได้ด้วยตัวเองเท่านั้น แต่ไม่อาจจะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้" อาร์คพูดจบด้วยสีหน้าจริงจัง จากนั้นก็เดินออกจากห้องใต้หลังคาไป
ในตอนนี้ที่สคริปต์เมจิกของเขาประสบความสำเร็จมาได้ก้าวหนึ่งแล้ว มันยังไม่ถึงเวลาที่จะมาตะโกนป่าวประกาศว่า "ท่านปรมาจารย์ ข้าทำสำเร็จแล้ว!" ยังมีอีกหลายสิ่งที่รอให้เขาต้องไปทำ หลังจากใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเรียนรู้สคริปต์เมจิก มันก็ถึงเวลาที่เขาต้องไปฝึกฝนร่างกายบ้างแล้ว
"อุดอู้อยู่ในห้องใต้หลังคามาตั้งนาน ในที่สุดก็จะได้ออกไปฝึกสักที" อาร์คบิดขี้เกียจ กลับลงมาที่ชั้นหนึ่งของกิลด์ และสั่งน้ำผลไม้มาหนึ่งแก้วอย่างเคยชิน เนื่องจากมันยังเป็นเวลาเช้าตรู่ ภายในกิลด์จึงมีคนอยู่เบาบางมาก
"อึก" อาร์คกลืนน้ำผลไม้ในแก้วรวดเดียวจนหมด และเดินออกไปข้างนอกเพื่อทำการฝึกฝนอันแสนยากลำบากของเขาต่อไป ในเวลานี้ ดวงอาทิตย์ยามตีสี่ตีห้ายังไม่ทันจะโผล่พ้นขอบฟ้าเลยด้วยซ้ำ
...
บนหน้าผาสูงชัน ร่างของอาร์คกำลังปีนป่ายขึ้นไปอย่างยากลำบาก สองมือของเขาเกาะแน่นอยู่กับหน้าผาหินที่ขรุขระและสูงชัน ขอบหินที่แข็งกระด้างจะบาดมือเขาหากเขาไม่ระวัง แม้ว่ามือของเขาจะเต็มไปด้วยรอยด้านชาอยู่แล้วก็ตาม ฮีลลิ่งเมจิกคอยรักษาบาดแผลอย่างต่อเนื่อง ทำให้รอยด้านชาที่ผ่านการกรำศึกมาอย่างโชกโชนนั้นยิ่งหนาขึ้นไปอีก
"ฮู้ว ฮู้ว"
"ฮู้ว ฮู้ว"
ในที่สุดมือข้างหนึ่งก็ปีนขึ้นไปถึงยอดหน้าผา ตามมาด้วยมืออีกข้าง จากนั้นเขาก็ใช้สองมือดันตัวขึ้น ยกตัวของเขาขึ้นมา และลากท่อนบนของตัวเองขึ้นไปบนหน้าผาอย่างยากลำบาก
"ฮู้ว ฮู้ว"
อาร์คนอนแผ่หลาอยู่บนพื้น พักเหนื่อยอยู่ครู่หนึ่ง แล้วยื่นมือทั้งสองข้างออกมา แม้ว่าจะไม่มีรอยแผลเป็นบนมือของเขาเนื่องจากการทำงานอย่างต่อเนื่องของฮีลลิ่งเมจิก แต่เขาก็ยังคงรู้สึกเจ็บแสบอยู่ดี หลังจากการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงจนเกินขีดจำกัดทุกครั้ง ร่างกายของเขาจะส่งสัญญาณความเจ็บแสบนี้ออกมา ตามมาด้วยความเหนื่อยล้าจนแทบทรุด และหลังจากที่ทรุดตัวลง ร่างกายที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นก็จะตามมา
"ถึงแม้มันจะเจ็บปวด แต่การพัฒนาแบบนี้มันน่าพึงพอใจจริงๆ" อาร์คสัมผัสได้ถึงการพัฒนาอย่างช้าๆ ของร่างกายหลังจากที่เหงื่อไหลไคลย้อย แม้ว่าความคืบหน้าจะเชื่องช้า แต่มันก็มั่นคงและแข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อ
"หืม? พระอาทิตย์ขึ้นแล้วงั้นเหรอ!?"
อาร์คนั่งอยู่บนหน้าผา เฝ้ามองดวงอาทิตย์ที่กำลังค่อยๆ โผล่พ้นขอบฟ้าอยู่ไกลๆ ชื่นชมมันอย่างเงียบๆ ในขณะที่หัวสมองก็ครุ่นคิดถึงแผนการฝึกฝนในขั้นต่อไป