- หน้าแรก
- ระบบรีเฟรชคนดัง เปลี่ยนผมเป็นเทพก่อนสอบเกาเข่า
- บทที่ 103 - รามานุจัน? พวกเรามันคนหัวอกเดียวกันนี่หว่า!
บทที่ 103 - รามานุจัน? พวกเรามันคนหัวอกเดียวกันนี่หว่า!
บทที่ 103 - รามานุจัน? พวกเรามันคนหัวอกเดียวกันนี่หว่า!
ปากกาในมือซูเฉิงยังคงตวัดไปบนหน้ากระดาษอย่างรวดเร็ว นี่คือแผนที่เขาวางไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มสอบ คือทำข้อสอบให้เสร็จด้วยความเร็วสูงสุด แล้วใช้เวลาที่เหลือคุยกับคนดังไงล่ะ!
ดังนั้นพอได้ยินเสียงคนดังจากระบบดังขึ้น ซูเฉิงก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำข้อสอบต่อไป พร้อมกับอธิบายสถานการณ์ในตอนนี้ให้คนดังฟังในหัวไปด้วย
ถ้าเป็นเมื่อก่อน ซูเฉิงคงไม่กล้าทำแบบนี้แน่ๆ เพราะการทำสองอย่างพร้อมกัน สมองเขาคงรับไม่ไหวหรอก!
แต่ตอนนี้ด้วยการสนับสนุนจากความตั้งใจระดับท็อป ทำให้ซูเฉิงสามารถรวบรวมสมาธิไปที่การเขียนเรียงความได้เป็นหลัก ส่วนเรื่องการอธิบายก็ทำไปพร้อมๆ กันได้แบบชิลๆ!
[ขอโทษด้วยนะ พอข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์มาอยู่ตรงหน้า ฉันอาจจะช่วยอะไรนายไม่ได้มาก]
ประโยคนี้ทำเอาปากกาในมือซูเฉิงถึงกับชะงัก นี่มันน้ำเสียงแบบไหนกันเนี่ย?
ระดับท่านเซอร์นิวตัน เอะอะก็ประกาศกร้าวว่าจะแสดงกฎเกณฑ์การทำงานของโลกให้ดู นั่นสิถึงจะเรียกว่าคำพูดที่ทรงพลัง!
เมนเดเลเยฟเองก็มีความมั่นใจเต็มเปี่ยม ถึงฉันจะไม่รู้ว่าธาตุที่ควรอยู่ตรงนี้คืออะไร แต่ฉันบอกนายได้เลยว่าตรงนี้ต้องมีธาตุอยู่แน่ๆ แถมยังบอกข้อมูลของธาตุนั้นได้ด้วย!
นี่แหละคือความมั่นใจ! นี่แหละคือความมั่นใจที่คนดังผู้สร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ควรจะมี!
แต่คนดังคนนี้กลับดูแปลกๆ แฮะ จู่ๆ โผล่มาก็พูดคำว่า "ขอโทษ" เลยเนี่ยนะ? มีคนดังบ้านไหนเขาเปิดตัวด้วยการขอโทษกันบ้าง?
แล้วนี่มาขอโทษฉันเนี่ยนะ? เมื่อกี้ฉันก็อธิบายไปแล้วนี่นา! ฉันมันก็แค่คนธรรมดา นายต่างหากที่เป็นคนดังที่ถูกรีเฟรชเข้ามาในหัวฉันน่ะ!
แต่ทว่า สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นกลับทำให้ซูเฉิงเริ่มสงสัยในชีวิตขึ้นมาจริงๆ คนดังคนนี้พูดน้อยจนน่าเหลือเชื่อ
จนซูเฉิงแอบคิดไปแวบหนึ่งว่าคนดังคนนี้หายไปจากหัวเขาแล้วหรือเปล่า!
เพราะเขาเงียบเกินไปแล้ว...
แต่ก็ช่างเถอะ แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยเขาก็จะได้มีเวลาทำข้อสอบภาษาจีนให้เสร็จ... สี่สิบนาทีผ่านไป ซูเฉิงก็เขียนตัวอักษรตัวสุดท้ายเสร็จ ตรวจทานคร่าวๆ แล้วก็รีบลุกขึ้นเอาไปส่ง
พอครูคุมสอบเห็นซูเฉิงลุกขึ้นมาเร็วขนาดนั้น ปฏิกิริยาแรกก็คือจะไล่ให้เขากลับไปนั่งที่เดิม
ตามกฎเกณฑ์การสอบเกาเข่า อนุญาตให้ส่งข้อสอบก่อนเวลาได้มากสุดแค่สามสิบนาทีเท่านั้น แต่การมาส่งข้อสอบวิชาภาษาจีนก่อนเวลาเนี่ยนะ? มันเป็นไปไม่ได้หรอก แกต้องเขียนตัวอักษรตั้งกี่ตัวกัน...
แต่ซูเฉิงไม่สนใจครูคุมสอบแม้แต่น้อย เขาวางกระดาษคำตอบแหมะลงบนโต๊ะ แล้วหันหลังเดินออกจากห้องสอบไปทันที
[ซูเฉิง : เอาล่ะๆ! ทางฉันเรียบร้อยแล้ว นายชื่ออะไรล่ะ?]
[รามานุจัน : ฉันชื่อ ศรีนิวาสะ รามานุจัน ที่นี่คือมหาวิทยาลัยไหนงั้นเหรอ?]
[ซูเฉิง : มหาวิทยาลัยเหรอ? ที่นี่เป็นแค่โรงเรียนมัธยมปลายเท่านั้นแหละ! เดี๋ยวหน่า... ทำไมฉันคุ้นๆ ชื่อนี้จัง?]
ถ้าเป็นคนดังคนอื่น พอซูเฉิงพูดแบบนี้ พวกเขาก็คงจะตอบกลับอย่างภาคภูมิใจว่า 'เคยได้ยินก็ถูกแล้ว' ระดับเทพอย่างเมนเดเลเยฟกับนิวตันอาจจะแถมประโยคเด็ดให้ด้วยซ้ำ!
'ถ้าไม่มีฉัน ตำราเรียนของพวกนายตอนนี้จะเป็นยังไงก็ยังไม่รู้เลย!'
แต่คนดังคนนี้กลับรีบปฏิเสธเป็นพัลวัน ท่าทางขวยเขินเหมือนไม่ใช่คนดังเลยสักนิด!
[ซูเฉิง : ฉันนึกออกแล้ว นายคือนักคณิตศาสตร์ รามานุจัน! ใช่ไหมล่ะ?]
[รามานุจัน : ใช่แล้ว! เรื่องคณิตศาสตร์ ฉันก็พอมีผลงานอยู่บ้างแหละ!]
พอได้ยินคำว่าคณิตศาสตร์ รามานุจันก็เหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน จากที่ดูหงอๆ ก็กลับมามีความมั่นใจเต็มเปี่ยม
คณิตศาสตร์คือสิ่งเดียวในชีวิตที่เขาสามารถหยิบยกมาอวดได้อย่างเต็มภาคภูมิ!
[ซูเฉิง : โอ้! ฉันนึกออกแล้ว มีข่าวลือว่านายแค่นอนหลับตื่นขึ้นมาแล้วเขียนสูตรลงไป ก็กลายเป็นทฤษฎีใหม่แล้ว!]
น้ำเสียงของซูเฉิงเต็มไปด้วยความตื่นเต้น รามานุจันคือนักคณิตศาสตร์ที่เข้าใกล้ความเป็นเทพเจ้ามากที่สุดเลยนะ!
[รามานุจัน : ความจริงแล้ว... ไอ้อาการที่นอนหลับตื่นมาแล้วคิดสูตรออก มันก็แค่ข้ออ้างที่ฉันยกมาอ้างส่งๆ ไปงั้นแหละ]
คำตอบของรามานุจันทำให้ซูเฉิงประหลาดใจเป็นระลอก ทำไมต้องหาข้ออ้างด้วยล่ะ?
นายเป็นถึงนักคณิตศาสตร์เชียวนะ!
แต่ประโยคแรกที่รามานุจันอธิบาย ก็ทำเอาซูเฉิงถึงกับช็อก!
[รามานุจัน : ฉันชอบคณิตศาสตร์มาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว หลังจากนั้นก็คิดค้นสูตรกับอัลกอริทึมได้ประมาณ 5,000 สูตรเห็นจะได้...]
เชี่ยเอ๊ย! 5,000 สูตร! นี่มันคำพูดของมนุษย์มนาที่ไหนกัน!
รู้สึกว่ารามานุจันจะเสียชีวิตตอนอายุ 32 ปี ถ้าคิดตามหลักความเป็นจริง ก่อนอายุ 15 คงไม่น่าจะคิดค้นสูตรอะไรได้หรอก ระหว่างนั้นเขาก็ดูเหมือนจะป่วยติดเตียงแล้วก็ทำงานอยู่พักหนึ่งด้วย
งั้นเวลาที่เขาทุ่มเทให้กับการวิจัยคณิตศาสตร์อย่างเต็มที่ก็น่าจะแค่ราวๆ 15 ปีเท่านั้น
สิบห้าปี ก็แค่ 5,000 กว่าวันเองนะ...
เดี๋ยวนะ! เชี่ย! เวลาวิจัย 5,000 กว่าวัน นายคิดค้นสูตรกับทฤษฎีได้ 5,000 อย่างเนี่ยนะ?
หมายความว่านายคิดค้นได้วันละสูตรเลยเหรอ? แกพูดภาษาคนอยู่หรือเปล่าเนี่ย! ความถี่ระดับนี้มันผิดหลักวิทยาศาสตร์ชัดๆ!
ดูเหมือนรามานุจันจะชินชากับความสงสัยแบบนี้เสียแล้ว เขาตอบกลับอย่างใจเย็น
[รามานุจัน : ใช่ ความจริงแล้ววันนึงฉันคิดได้มากกว่าหนึ่งสูตรแน่นอน เพราะฉันเริ่มคิดค้นสูตรที่มีประโยชน์จริงๆ ก็ตอนที่เข้ามหาวิทยาลัยครั้งที่สองนู่นแหละ]
[รามานุจัน : นายไม่ใช่คนแรกที่มีปฏิกิริยาแบบนี้นะ ฉันเองก็อธิบายให้คนอื่นฟังลำบากเหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่]
[รามานุจัน : เพราะงั้นต่อให้เป็นคนใกล้ชิดมาถาม ฉันก็บอกพวกเขาได้แค่ว่า ฉันแค่ฝันไป แล้วเทพธิดาในฝันก็มาบอกฉัน]
น้ำเสียงของรามานุจันแฝงความหนักใจ เขาคิดค้นสูตรไว้เยอะเกินไปจริงๆ เยอะจนคนยากจะเชื่อ!
[ซูเฉิง : พูดตามตรงนะ ฉันก็ไม่อยากจะเชื่อเท่าไหร่หรอก เพราะจำนวนการค้นพบของนายมันเกินขอบเขตการรับรู้ของมนุษย์ไปไกลลิบเลย]
[ซูเฉิง : ในความทรงจำของฉัน นักวิทยาศาสตร์หลายคนแค่ค้นพบอะไรสักอย่างก็สามารถตั้งสำนักได้แล้ว ทำไมนายถึงต้องคิดค้นอะไรเยอะแยะขนาดนั้นล่ะ?]
รามานุจันเงียบไปครู่หนึ่ง ซูเฉิงสัมผัสได้ว่าเขาอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่หลังจากลังเลอยู่พักหนึ่ง เขาก็ถอนหายใจเบาๆ แล้วพูดขึ้น
[รามานุจัน : ความจริงแล้ว... ต่อให้ฉันบอกนายไป นายก็คงไม่เข้าใจอยู่ดีแหละ]
[รามานุจัน : เวลาที่ฉันเห็นโจทย์คณิตศาสตร์... บ่อยครั้งที่ฉันสามารถมองทะลุไปถึงคำตอบได้ในทันที แต่ขั้นตอนวิธีทำ... ฉันเขียนไม่ออก...]
หลังจากเงียบกันไปพักใหญ่ ซูเฉิงก็สบถลั่นออกมา เชี่ย!
นี่มันต่างอะไรกับฉันในตอนนี้ล่ะ! ไอ้โจทย์ในข้อสอบจำลองคณิตศาสตร์นั่น เซนส์ทางคณิตศาสตร์ระดับท็อปของฉันก็มองปราดเดียวทะลุปรุโปร่งเหมือนกันไม่ใช่หรือไง!
ใครจะไปคิดว่ามาอยู่ที่นี่แล้วจะได้เจอคนหัวอกเดียวกัน? โอ๊ย! ฉันต้องพิสูจน์ให้นายดูแล้วล่ะ!
ซูเฉิงวิ่งหน้าตั้งด้วยความตื่นเต้นจากตึกสอบไปยังตึกเรียนฝั่งตรงข้าม ที่นั่นเป็นตึกของเด็ก ม.5 แต่คนที่มีผลการเรียนดีๆ คงเริ่มอ่านเนื้อหาของ ม.6 กันไปบ้างแล้วล่ะมั้ง!
เพื่อให้สอดคล้องกับการสอบจำลองของ ม.6 เสียงกริ่งหมดคาบจึงถูกยกเลิกไป พอครูบอกเลิกเรียนปุ๊บก็เก็บของเดินออกไป และคล้อยหลังครูเดินออกไปปั๊บ ซูเฉิงก็พุ่งพรวดเข้ามาทันที!
"ในห้องนี้ใครเก่งเลขที่สุด?"
เสียงตะโกนลั่นทำเอาห้อง ม.5/4 เงียบกริบลงในพริบตา ซวยแล้ว! หัวโจกนักเลงในโรงเรียนมาโผล่ที่ห้องเราได้ยังไงเนี่ย!
ซูเฉิงไม่รอให้ใครเปิดปาก เขาก็ล็อกเป้าไปที่เด็กหนุ่มท่าทางเหมือนเทพเจ้าสายวิทย์จากการมองกวาดสายตา
"นายมีข้อสอบจำลองเกาเข่าใช่ไหม! เอาข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์มาเร็วเข้า! วันนี้พวกเรา ม.6 สอบจำลองกัน ไม่มีใครพกข้อสอบมาเลย!"
"เร็วเข้า เร็วเข้า! ฉันอั้นไม่ไหวแล้ว!"