- หน้าแรก
- ระบบรีเฟรชคนดัง เปลี่ยนผมเป็นเทพก่อนสอบเกาเข่า
- บทที่ 17 - เกาส์: ลาก่อนขอรับ ใต้เท้า!
บทที่ 17 - เกาส์: ลาก่อนขอรับ ใต้เท้า!
บทที่ 17 - เกาส์: ลาก่อนขอรับ ใต้เท้า!
เมื่อเห็นสีหน้าของศาสตราจารย์เซี่ย ซูเฉิงถึงกับอึ้งกิมกี่ ส่วนเกาส์ที่อยู่ในร่างของซูเฉิงก็ชะงักอึ้งไปเช่นกัน...
ที่ซูเฉิงช็อกก็เพราะ เขาดันเผลอไปพูดจาปีนเกลียวใส่ครูบาอาจารย์ที่อาจจะช่วยดันเขาเข้ามหาวิทยาลัยได้ โดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว
ส่วนที่เกาส์ช็อกน่ะเหรอ... ก็เพราะอีกฝ่ายยอมรับว่าตัวเองผิดน่ะสิ...
ถึงเกาส์จะไม่ค่อยเข้าใจว่าศาสตราจารย์เซี่ยจะใช้วิธีไหนส่งซูเฉิงเข้ามหาวิทยาลัยได้ แต่เขาก็พอจะเดาออกว่าศาสตราจารย์เซี่ยต้องเป็นคนที่มีตำแหน่งหน้าตาสูงส่งแน่นอน
คนระดับนี้... ยอมรับว่าตัวเองคิดผิดเนี่ยนะ?
ต้องรู้ก่อนนะว่า ในยุคสมัยของเกาส์ การที่นักวิทยาศาสตร์จะยอมรับว่าตัวเองคิดผิดแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
เพราะนั่นหมายถึงความเสียหายร้ายแรงต่อชื่อเสียงส่วนตัว ในยุคนั้นเกียรติยศทางวิชาการผูกติดกับตัวบุคคลอย่างแน่นหนา
แค่เขายอมรับผิด ต่อไปก็อาจจะไม่มีใครเชื่อถือเขาอีก เพราะความน่าเชื่อถือทางวิชาการของเขาถูกตั้งคำถามเข้าแล้ว!
ที่สำคัญไปกว่านั้น... การยอมรับผิด... มันไม่ใช่เรื่องที่โคตรจะน่าอับอายหรอกเหรอ?
แถมการยอมรับผิดต่อหน้าเด็กรุ่นหลัง ก็เท่ากับเป็นการเอาชื่อเสียงของตัวเองไปประดับเป็น 'เหรียญตรา' ให้อีกฝ่ายน่ะสิ
ศาสตราจารย์เซี่ยที่อยู่ตรงหน้าซูเฉิงในตอนนี้ ทำให้เกาส์นึกถึงคนคนหนึ่ง... คนที่เป็นที่กล่าวขานถึงในโลกใบนี้มาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
คนที่เป็นฉากหลังตลอดกาล และเป็นคนที่เกาส์อยากจะขอบคุณมากที่สุดในชีวิต
ทุกคนน่าจะเคยได้ยินเรื่องราวของเกาส์ ที่เขาเป็นคนแรกที่คิดหาวิธีง่ายๆ ในการคำนวณ 1+2+3...+100 ได้
แต่แทบจะไม่มีใครรู้เลยว่าคนที่ตั้งโจทย์ข้อนี้ให้เกาส์คือใคร ทุกครั้งที่นึกถึงแผ่นหลังนั้น เกาส์จะต้องเรียกชื่อเต็มของเขาด้วยความเคารพเสมอ
เจ.จี. บึทเนอร์ (J.G. Büttner)
ทุกคนรู้แค่ว่าครูคนนั้นตกตะลึงเมื่อเห็นวิธีคำนวณของเขา แต่แทบไม่มีใครรู้เลยว่า หลังจากนั้นครูท่านนี้ก็ยอมรับกับเกาส์อย่างเปิดเผย ว่าตัวเขาไม่มีอะไรจะสอนเด็กคนนี้อีกแล้ว
ไม่เพียงแค่นั้น เมื่อรู้ว่าเกาส์เกิดในครอบครัวที่ยากจน ครูบึทเนอร์ก็เป็นคนพาเกาส์ตระเวนหาคนสนับสนุน จนกระทั่งไปพบกับท่านเคานต์ที่ยอมออกทุนให้เขาสะดวกเรียน
คนทั้งโลกต่างยกย่องว่าผมคืออัจฉริยะที่หาตัวจับยากที่สุดในโลก แต่มีแค่ผมคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่า ถ้าไม่มีเขา ผมก็คงใช้ชีวิตลุ่มๆ ดอนๆ อยู่ในเมืองเบราน์ชไวก์ไปจนตายแล้ว...
เวลาผ่านไปหลายร้อยปี ใครจะไปคิดว่าวันนี้ ผมจะได้มาพบกับคนที่คู่ควรกับคำว่า 'ครู' อย่างแท้จริงอีกครั้งที่นี่!
ถึงแม้จะได้ใช้เวลาร่วมกับซูเฉิงแค่สั้นๆ เพียงวันเดียว แต่พอลองนึกย้อนดู ครูส่วนใหญ่ที่เจอล้วนแต่เป็นคนดีมากๆ!
พวกเขาหาข้าวหาน้ำมาให้ ยอมสละห้องทำงานให้เขานั่งทำโจทย์ แถมยังสรรหาโจทย์ที่พวกเขาคิดว่าดีที่สุดมาให้เขาดูอีก...
[เกาส์: ใต้เท้าขอรับ คงต้องขอบอกเลยว่าคุณครูที่นี่น่านับถือจริงๆ!]
[เกาส์: กล้ายอมรับผิด กล้ายอมรับในความไม่รู้ และพร้อมที่จะผลักดันลูกศิษย์... เป็นครูที่ดีจริงๆ เลยนะขอรับ! ในแง่ของความเป็นครู เขาอาจจะยอดเยี่ยมกว่าผมสมัยที่สอนอยู่ที่เกิททิงเงนซะอีก!]
[เกาส์: เพียงแต่ผมยังมีคำถามอยู่อีกเรื่อง ค่าเทอมมหาวิทยาลัยมันแพงมากเลยนะ ท่านจะจ่ายไหวเหรอ?]
[เกาส์: ตอนแรกผมก็นึกว่าท่านเป็นคนใหญ่คนโต ระดับมาร์ควิสอะไรทำนองนั้น แต่ตอนนี้ดูๆ แล้ว เหมือนจะไม่ใช่แบบนั้นนะ...]
ซูเฉิงรู้สึกตื้นตันขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ถึงเขาและเกาส์จะสื่อสารกันผ่านระบบ แต่เขาก็รับรู้ได้ถึงน้ำเสียงของอีกฝ่าย
ที่เกาส์พูดเมื่อกี้ ฟังดูก็รู้ว่ากำลังเป็นห่วงเขาอยู่ชัดๆ เพียงแต่หัวข้อสนทนามันเปลี่ยนปุบปับจนซูเฉิงตั้งตัวไม่ทัน เขาถึงกับเผลอทวนคำถามนั้นออกมาเสียงดัง!
"อะไรนะ? หมายความว่าถ้าผมสอบติดมหาวิทยาลัยแล้วไม่มีเงินเรียนจะทำยังไงน่ะเหรอ?"
ในที่สุดหลิวเฉียงก็ได้ยินหัวข้อสนทนาที่เขาพอจะฟังรู้เรื่องสักที เพียงแต่หัวข้อนี้มันทำให้เขางงเป็นไก่ตาแตก
แกไม่รู้ตัวเลยหรือไงว่าบ้านแกตกแต่งหรูหราหมาเห่าขนาดไหน บ้านแกหลังใหญ่เบ้อเริ่มขนาดไหนเนี่ย? นี่แกยังจะมีปัญหาไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมตอนสอบติดมหาลัยอีกเหรอ?
จังหวะที่หลิวเฉียงกำลังจะอ้าปากตอบ ศาสตราจารย์เซี่ยก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน สีหน้าของท่านดูจริงจัง แววตาแน่วแน่ แต่ใบหน้ากลับเปื้อนรอยยิ้ม
"จะไม่มีวันเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นเด็ดขาด ซูเฉิง!"
พฤติกรรมของซูเฉิงมันดูย้อนแย้งไหม? แน่นอนสิว่าย้อนแย้ง! ไม่กี่นาทีก่อนยังแก้โจทย์คณิตศาสตร์ที่ระดับศาสตราจารย์ยังแก้ไม่ได้อยู่เลย แล้วจู่ๆ ก็มาห่วงเรื่องค่าเทอมตอนสอบติดเนี่ยนะ?
มันดูเป็นไบโพลาร์นิดๆ นะเนี่ย...
แต่ศาสตราจารย์เซี่ยไม่สนเรื่องพวกนั้นหรอก เขารู้ดีว่าอัจฉริยะบางคนอาจจะเป็นราชาในสาขาที่ตัวเองถนัด แต่เรื่องการใช้ชีวิตประจำวันกลับดูแลตัวเองไม่เป็นเอาซะเลย
ไม่เป็นไรหรอก ขอแค่เปล่งประกายในแวดวงวิทยาศาสตร์ได้ เรื่องจุกจิกพวกนี้เธอไม่ต้องเอามาใส่หัวเลย!
[เกาส์: ทำไมท่านถึงดูสับสนล่ะ? หรือว่าจะมีคนมาช่วยจ่ายค่าเทอมให้? นั่นมันเงินก้อนโตเลยนะ!]
นี่แหละนะความคิดแบบคนต่างชาติ มหาวิทยาลัยครุศาสตร์ประจำมณฑลถึงจะไม่ใช่มหาวิทยาลัยระดับท็อป แต่ก็เป็นถึงมหาวิทยาลัยระดับ 211 เชียวนะ!
ขอแค่แกสอบติด ไม่มีทางหรอกที่จะไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม! ไม่ต้องพูดถึงญาติพี่น้องหรือเพื่อนบ้านที่พร้อมจะช่วยซัปพอร์ตเลย!
ศาสตราจารย์เซี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่มั่นคง
"ซูเฉิง เธอไม่เคยสอบเข้ามหาวิทยาลัย เธออาจจะยังไม่เคยศึกษาเรื่องพวกนี้"
"ฉันรับประกันได้เลย ต่อให้เธอไม่มีเงินเรียน ก็จะมีหน่วยงานที่ดูแลเรื่องทุนการศึกษามาหาเธอถึงที่เอง และถ้าเกิดว่าเรื่องพวกนั้นมันไม่เกิดขึ้นล่ะก็..."
"ถ้ามีเด็กคนไหนต้องทิ้งโอกาสเรียนมหาวิทยาลัยเพียงเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมล่ะก็?"
"วินาทีที่ท่านนายกเทศมนตรีรู้ข่าวนี้ หัวใจแกคงร่วงไปอยู่ตาตุ่มแล้วล่ะ!"
เกาส์ฟังแล้วก็งุนงง ในความคิดของเขา การไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยเพราะไม่มีเงิน ถือเป็นเรื่องปกติมากๆ
แต่ที่ประเทศนี้ ประเทศที่เรียกว่าประเทศมังกรแห่งนี้ ดูเหมือนพวกเขาจะทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อตามหา 'เกาส์' ทุกๆ คนอย่างสุดความสามารถเลยสินะ!
เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก ซูเฉิงเงยหน้ามองนาฬิกาบนกำแพง เหลืออีกแค่สิบนาทีก็จะเที่ยงคืนแล้ว
อีกสิบนาที เกาส์ก็จะหายไปจากหัวของเขา...
เกาส์เองก็รู้เรื่องนี้ดี แต่กลับไม่มีความเศร้าโศกจากการต้องจากลา ดูเหมือนว่าเขาจะพอใจกับการใช้เวลาร่วมกันตลอดทั้งวันนี้มากๆ
[เกาส์: พอเที่ยงคืนผ่านไป ท่านจะได้รับเซนส์ทางคณิตศาสตร์ระดับท็อปจากผมอย่างเป็นทางการ แค่ท่านปูพื้นฐานให้แน่นขึ้นอีกนิด การสอบติดมหาวิทยาลัยก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร]
[เกาส์: ความจริงผมอยากจะมอบความสามารถในการคิดเลขในใจของผมให้ท่านด้วย แต่ดูเหมือนว่าระบบจะไม่ยอมให้ทำแบบนั้น]
[เกาส์: ก่อนจากกัน ผมจะทิ้งของขวัญชิ้นสุดท้ายไว้ให้ รบกวนท่านเชิญคนในห้องออกไปก่อนได้ไหม!]
ซูเฉิงรีบทำตามที่เกาส์บอก เชิญศาสตราจารย์เซี่ยและหลิวเฉียงออกจากห้องไปทันที
[เกาส์: เมื่อกี้ผมบอกพวกเขาไปแค่ว่าโจทย์วิจัยนั่นมันมีจุดเอกฐาน แต่จากแนวคิดที่พวกเขาปูทางไว้ มันทำให้ผมเกิดไอเดียใหม่ขึ้นมา!]
[เกาส์: ปัญหาที่พวกเขาแก้ไม่ได้ ผมแก้ได้แล้ว!]
[เกาส์: ไม่มีเวลาอธิบายให้ท่านฟังแล้ว เดี๋ยวผมขอเขียนมันลงไปก่อนเลยก็แล้วกัน!]
...
นี่มันอะไรกันเนี่ย? ปัญหาที่ระดับศาสตราจารย์มหาวิทยาลัย ระดับที่ปรึกษาปริญญาเอกยังแก้ไม่ได้ แต่นายกำลังจะเขียนมันออกมาให้ฉันเนี่ยนะ?
ซูเฉิงตระหนักได้ทันทีถึงความล้ำค่าของกระดาษแผ่นที่เขากำลังเขียนอยู่!
ช่วงครึ่งนาทีสุดท้ายก่อนจะถึงเที่ยงคืน ปากกาในมือก็หยุดชะงัก
[เกาส์: ฟู่... ไม่เลวเลย ถือเป็นแนวทางการอนุมานที่สมเหตุสมผล ท่านเอาไปใช้น่าจะเกิดประโยชน์]
[เกาส์: สุดท้ายนี้... ขอให้ท่านโชคดีกับการสอบเกาเข่าที่กำลังจะมาถึงนะ ผมเองก็จะตั้งตารอวันที่เราจะได้พบกันอีกครั้ง]
[เกาส์: ลาก่อนขอรับ ใต้เท้า!]