- หน้าแรก
- ระบบรีเฟรชคนดัง เปลี่ยนผมเป็นเทพก่อนสอบเกาเข่า
- บทที่ 10 - ซูเฉิง: เกาส์! พวกเรากากก็ต้องฝึกเพิ่มนะ! กลับไปตกผลึกกันใหม่!
บทที่ 10 - ซูเฉิง: เกาส์! พวกเรากากก็ต้องฝึกเพิ่มนะ! กลับไปตกผลึกกันใหม่!
บทที่ 10 - ซูเฉิง: เกาส์! พวกเรากากก็ต้องฝึกเพิ่มนะ! กลับไปตกผลึกกันใหม่!
หัวหน้าจางก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ นับตั้งแต่ซูเฉิงรับกระดาษแผ่นนั้นไปจนถึงตอนนี้ ใช้เวลาไปทั้งหมด 2 นาที 50 วินาที
ถ้าจำไม่ผิด คำถามย่อยข้อแรกเขาใช้เวลาคิดตั้งเจ็ดนาที ส่วนครูหยางปาเข้าไปสิบนาทีขึ้น นี่แค่ข้อแรกข้อเดียว ซูเฉิงก็บดขยี้พวกเขาสองคนซะย่อยยับไม่มีชิ้นดี!
ก่อนหน้านี้ครูทั้งสองยังแอบสงสัยอยู่บ้าง ก็แหม ซูเฉิงเปลี่ยนโหมดจากเด็กหลังห้องมาเป็นเด็กหัวกะทิเร็วเกินไปหน่อยนี่นา
แถมข้อสอบของศาสตราจารย์เซี่ยชุดนั้นยังใช้สอบกันทั้งมณฑล ใครจะไปรู้ว่าซูเฉิงอาจจะแอบได้ข้อสอบหลุดมาจากช่องทางไหน แล้วเอาไปให้ AI ช่วยหาคำตอบเตรียมไว้ก่อนแล้วก็ได้!
แต่ตอนนี้ข้อกังขาพวกนั้นถูกปัดเป่าหายวับไปหมดแล้ว! โจทย์ข้อนี้ศาสตราจารย์เซี่ยเพิ่งจะแต่งขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ ซูเฉิงไม่มีทางรู้ล่วงหน้าได้แน่นอน!
ยิ่งไปกว่านั้น... ในข้อนี้ซูเฉิงยังเขียนแสดงวิธีทำเอาไว้ด้วย ซึ่งแต่ละขั้นตอนที่เขียนออกมานั้น ทำเอาครูประจำชั้นห้องเด็กกิฟต์อย่างเขาต้องร้องซี้ดด้วยความทึ่ง!
กระชับ ฉับไว! แถมตรรกะยังแม่นยำไร้ช่องโหว่!
นี่คือการตอบข้อสอบที่สมบูรณ์แบบที่สุด ต่อให้ศาสตราจารย์เซี่ยมาตรวจกระดาษคำตอบแผ่นนี้ด้วยตัวเอง ก็คงต้องให้คะแนนเต็มแบบไม่ต้องสงสัย!
[เกาส์: ก็พอใช้ได้ ตอนนี้ท่านเริ่มมองเห็นตรรกะภายใต้โครงสร้างง่ายๆ พวกนี้แล้ว]
[ซูเฉิง: โครงสร้างแบบนี้เนี่ยนะนายเรียกว่าง่าย?]
[เกาส์: ใต้เท้า อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้เลยขอรับ ปล่อยข้อที่เหลือให้เป็นหน้าที่ของผมเถอะ สิ่งที่ท่านควรทำตอนนี้คือกลับไปทบทวนความรู้พื้นฐานของพวกท่านให้แน่นๆ แล้วค่อยเอามาผสานกับเซนส์ทางคณิตศาสตร์ของผมต่างหาก]
[เกาส์: อ้อ อีกเหตุผลก็คือ ท่านทำช้าเกินไปหน่อยน่ะ ผมชักจะเริ่มสนใจคำถามย่อยข้อสุดท้ายขึ้นมาแล้วสิ!]
"ซี๊ดด!"
หัวหน้าจางสูดปากด้วยความตกตะลึง เพราะภาพตรงหน้ามันเริ่มจะหลุดโลกเกินไปแล้ว!
ตอนคำถามข้อแรก เขายังพอเดาทางขั้นตอนของซูเฉิงได้บ้าง แต่พอเริ่มข้อสอง ทันทีที่ซูเฉิงจรดปากกา เขาก็ถึงกับมึนตึ้บ!
แนวทางปกติของข้อนี้คือต้องเริ่มจากการแทนค่าฟังก์ชันเพิ่มอย่างเคร่งครัด แต่ซูเฉิงไม่ได้ทำตามขั้นตอนนี้เลย เขาพุ่งตรงไปใช้สมการเชิงฟังก์ชันโคชี (Cauchy's functional equation) เลยเนี่ยนะ? นี่มันเนื้อหาคณิตศาสตร์ระดับมหาวิทยาลัยแล้ว!
ตอนที่ตัวเองกำลังแก้โจทย์ข้อสอง ตอนแรกก็คิดจะมาเวย์นี้เหมือนกัน แต่ปัญหาคือเขามองไม่เห็นทางเลยว่ามันจะไปรอดได้ยังไง...
ซูเฉิงเขียนสมการอนุมานลงไปหนึ่งบรรทัด ทำเอาหัวหน้าจางช็อกจนต้องลุกพรวดขึ้นยืน!
นี่มันไม่ใช่สมการโคชีแบบตรงไปตรงมานี่หว่า! นี่มันคือ... การประยุกต์ใช้คุณสมบัติของสมการโคชี มารวมเข้ากับอัตราการเติบโต และทฤษฎีการหารลงตัวงั้นเหรอ?
หัวหน้าจางเข้าใจประโยคที่ศาสตราจารย์เซี่ยพูดในตอนนั้นทะลุปรุโปร่งทันที!
"ถ้าเด็กคนนี้สามารถตอบคำถามสองข้อแรกได้ พรสวรรค์ของเขาก็เหนือกว่าพวกเธอสองคนไปไกลลิบแล้ว!"
สมการฟังก์ชันรูปแบบโคชี ถือว่าเป็นความรู้พื้นฐานระดับความยากปานกลางในวิชาคณิตศาสตร์ระดับมหาวิทยาลัย แต่คำกล่าวอ้างที่ว่านี้ มันอยู่บนพื้นฐานของการใช้รูปแบบสมการมาตรฐานเท่านั้นนะ ถ้านำมาประยุกต์ใช้แบบเจาะลึกเมื่อไหร่ ระดับความยากจะพุ่งปรี๊ดทันที
แต่นี่ซูเฉิงเอาทั้งสามคอนเซปต์นี้มายำรวมกันเนี่ยนะ? ความยากระดับนี้ เอาคำว่า 'ยากขึ้นสามเท่า' มาวัดไม่ได้แล้วนะเว้ย!
ทว่าความช็อกของหัวหน้าจางก็ต้องหยุดลงเพียงเท่านี้ เพราะทุกสเต็ปที่ซูเฉิงเขียนต่อไป หัวหน้าจางอ่านไม่ออกเลยแม้แต่บรรทัดเดียว
ตอนที่ซูเฉิงเขียนคำตอบเสร็จ ครูหยางกับหัวหน้าจางแทบจะทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น เพราะความยากของคำถามย่อยข้อที่สอง มันอยู่ในระดับที่พวกเขาสองคนต้องช่วยกันงมอยู่ครึ่งชั่วโมงเต็มๆ ถึงจะคิดออก
แต่ตอนนี้ล่ะ? หัวหน้าจางก้มมองดูนาฬิกาอีกครั้ง
1 นาที 30 วินาที!
นี่มันหลุดกรอบตรรกะเกินไปแล้ว การที่ซูเฉิงทำโจทย์ข้อนี้ได้ พวกเรายังพอเข้าใจได้ แต่คำถามข้อที่สองมันยากกว่าข้อแรกตั้งเยอะนะ ทำไมเขาถึงใช้เวลาน้อยกว่าข้อแรกซะอีกล่ะ?
...
"ท่านอาจารย์เซี่ยครับ วันนี้รีบบึ่งรถไปเมืองเจียงซื่อขนาดนี้ มีเรื่องด่วนอะไรรึเปล่าครับ!"
ภายในรถตู้ GL8 ศาสตราจารย์เซี่ยกำลังหลับตาพักผ่อน หลิวเฉียง นักศึกษาปริญญาเอกที่นั่งอยู่ข้างๆ รีบยกนิ้วชี้แตะปากทำสัญญาณบอกให้คนขับรถเงียบเสียง เพราะตอนนี้อาจารย์เซี่ยอายุปาเข้าไป 70 กว่าแล้ว การปล่อยให้ท่านได้พักผ่อนอย่างเต็มที่บนรถถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
ผู้เฒ่าหูคนขับรถพยักหน้ารับ การเดินทางไปเมืองเจียงซื่อรอบนี้มันดูแปลกๆ ทะแม่งๆ ยังไงชอบกล เพราะเล่นด่วนจี๋จนตั้งตัวไม่ทัน!
ศาสตราจารย์เซี่ยก็วางมือจากการเป็นอาจารย์สอนแล้ว ท่านจะไปเมืองเจียงซื่อทำไมกัน?
แต่เรื่องพวกนี้ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ ไม่กล้าปริปากถาม เพราะลูกศิษย์ของศาสตราจารย์เซี่ยก็คือรองอธิการบดีคนปัจจุบันนี่แหละ!
ผู้เฒ่าหูถือว่ามีศิลปะในการเข้าสังคมไม่เบา เขารีบรายงานเรื่องนี้ให้ฝ่ายบริหารทราบแต่เนิ่นๆ ทางฝ่ายบริหารเองก็รู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหาง รีบแจ้งไปยังจุดหมายปลายทาง ซึ่งก็คือกองการศึกษาเขตหงซานในเมืองเจียงซื่อทันที
ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องการจัดเตรียมการต้อนรับเลยแม้แต่คำเดียว แค่บอกว่าท่านศาสตราจารย์อายุมากแล้ว ฝากช่วยดูแลท่านให้ดีๆ หน่อยก็พอ
"ครืด ครืด ครืด..."
เสียงโทรศัพท์ในรถดังแทรกขึ้นมา หลิวเฉียงรีบกดตัดสายทิ้งทันที ทว่าผ่านไปไม่กี่วินาที โทรศัพท์ก็แผดเสียงดังขึ้นอีกครั้ง
ศาสตราจารย์เซี่ยที่หลับตาอยู่เอ่ยถามเรียบๆ
"ใครโทรมา?"
"อาจารย์เซี่ยครับ เบอร์แปลก ไม่ได้เมมชื่อไว้ครับ..."
"โทรมาจากไหน?"
"เมืองเจียงซื่อครับ!"
"รับสาย!"
ทันทีที่หลิวเฉียงกดรับสายแล้วยื่นโทรศัพท์ให้ศาสตราจารย์เซี่ย เสียงตะโกนอย่างบ้าคลั่งก็ดังทะลุออกมาจากปลายสาย!
"อาจารย์! ศาสตราจารย์เซี่ยครับ! ทำได้แล้ว! เด็กนั่นทำได้แล้วครับ!"
หลิวเฉียง ด็อกเตอร์ที่รับหน้าที่ดูแลศาสตราจารย์เซี่ยถึงกับตาเบิกโพลง เขาไม่ได้เห็นศาสตราจารย์เซี่ยตื่นเต้นขนาดนี้มานานแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้ ท่านถึงกับใช้สองมือยันตัวลุกขึ้นนั่งหลังตรงแหน่ว แล้วคว้าโทรศัพท์ไปจากมือหลิวเฉียงอย่างว่องไว
นี่... ฉันตาฝาดไปเองหรือเปล่า... ทำไมฉันรู้สึกว่าจู่ๆ ศาสตราจารย์เซี่ยก็ดูหนุ่มขึ้นไปหลายปีเลยล่ะ...
"ทำถึงข้อไหนแล้ว?"
ศาสตราจารย์เซี่ยผู้ซึ่งมักจะสงบนิ่งเยือกเย็นเสมอเมื่ออยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย แต่ตอนนี้กลับไม่อาจปกปิดความตื่นเต้นในน้ำเสียงได้เลย!
"ทำ... ทำได้หมดทั้งสี่ข้อเลยครับ!"
"ใช้เวลาไปไม่ถึง 20 นาที! ก็ทำเสร็จหมดแล้วครับ!"
"แต่ว่าคำถามข้อที่สี่เขาใช้วิธีคิดยังไง พวกเราอ่านไม่รู้เรื่องเลย... แต่คำตอบที่ได้มันตรงกับที่อาจารย์ให้ไว้เป๊ะเลยครับ!"
มือที่จับโทรศัพท์ของศาสตราจารย์เซี่ยสั่นเทาน้อยๆ เขาเหมือนคนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ได้แต่พร่ำพูดคำว่า... ดี! ดี! ดี! ออกมาติดๆ กันหลายคำ
หลังจากวางสาย หลิวเฉียงก็งุนงงสับสน เขารีบเปิดฝากระติกน้ำส่งให้ศาสตราจารย์เซี่ย เพื่อหวังให้ท่านดื่มน้ำดับความตื่นเต้นลงบ้าง
แต่ตาแก่สุดเพี้ยนที่โด่งดังไปทั่วมหาวิทยาลัยครุศาสตร์ประจำมณฑลคนนี้ กลับเอาแต่ถือกระติกน้ำไว้ในมือไม่ยอมดื่ม แถมยังหัวเราะร่วนออกมาเสียงดัง ผ่านไปพักใหญ่ ท่านถึงค่อยๆ เอ่ยปากพูดขึ้น
"นายเคยเรียนป.โทกับฉัน นายก็น่าจะรู้นี่ ว่าตอนเปิดเทอมปีสอง ฉันมักจะเอาโจทย์ข้อหนึ่งมาให้พวกนายทำ!"
"จำได้ครับศาสตราจารย์เซี่ย ตอนนั้นอาจารย์บอกว่าให้เวลาพวกเราหนึ่งอาทิตย์สำหรับโจทย์ข้อนี้ ถ้าใครทำได้ คาบเรียนที่เหลือก็ไม่ต้องเข้าแล้ว ปลายภาคอาจารย์จะให้เกรด A ไปเลย!"
"แต่ทั้งห้องพวกเรา สุดท้ายก็มีแค่สองคนเท่านั้นแหละครับ ที่พอจะแถไถทำข้อสามออกมาได้!"
พูดถึงตรงนี้ จู่ๆ หลิวเฉียงก็ชะงักกึก เขาหวนนึกถึงบทสนทนาในโทรศัพท์เมื่อครู่นี้ น้ำเสียงของเขาก็เริ่มสั่นเครือ!
"หรือว่า... มีคนในเมืองเจียงซื่อทำได้แล้วเหรอครับ? แถมยังทำได้ถึงข้อสี่? โดยใช้เวลาแค่ 20 นาทีเนี่ยนะ?"
ศาสตราจารย์เซี่ยทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง แสงแดดอุ่นๆ ในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิสาดส่องลงบนใบหน้าของเขา
"ใช่แล้วล่ะ แถมยังเป็นแค่เด็ก ม.6 ซะด้วย ชื่อซูเฉิง โจทย์ข้อนี้ฉันปรับแก้ให้มันยากขึ้นนิดหน่อย ยากกว่าตอนที่เอาให้พวกนายทำซะอีก..."
...
ภายในรั้วโรงเรียนเจียงซื่อที่หนึ่ง เสียงกริ่งเข้าเรียนดังขึ้นแล้ว แต่ซูเฉิงกลับเดินแกว่งไปแกว่งมากลับห้องเรียนอย่างสบายใจเฉิบ มือซ้ายหิ้วถุงขนมกับน้ำที่ครูหยางซื้อมาประเคนให้ ส่วนมือขวาก็ถือมือถือของเจียงไห่เดินไถไปเรื่อย
เมื่อกี้หัวหน้าจางลงทุนโทรศัพท์ไปขอลาหยุดกับครูประจำวิชาให้เขาเป็นกรณีพิเศษ แถมยังบอกอีกว่าถ้าเขารู้สึกเหนื่อย จะพักผ่อนสักหน่อยแล้วค่อยกลับไปเรียนก็ยังได้
แต่ว่า... ตอนนี้เหลือเวลาอีกแค่ร้อยวันก็จะถึงวันสอบเกาเข่าแล้วนะ จะเอาเวลาที่ไหนไปพักผ่อน? ฉันจะไปทำโจทย์โว้ย!
[ซูเฉิง: เกาส์! พวกเรายังกากอยู่ ต้องฝึกเพิ่มนะ! กลับไปตกผลึกกันใหม่! ไอ้ข้อสอบอัตนัยปราบเซียนข้อสุดท้ายนี่ ถ้านายใช้เวลาตั้งยี่สิบนาทีกว่าจะทำเสร็จ แบบนี้มันไม่ได้การแล้วนะ!]
[เกาส์: ก็จริงอย่างที่ท่านว่า...]