- หน้าแรก
- ระบบรีเฟรชคนดัง เปลี่ยนผมเป็นเทพก่อนสอบเกาเข่า
- บทที่ 5 - ศาสตราจารย์เซี่ย! ผู้ชายที่มองผมเหมือนมองลิงคนนั้น!
บทที่ 5 - ศาสตราจารย์เซี่ย! ผู้ชายที่มองผมเหมือนมองลิงคนนั้น!
บทที่ 5 - ศาสตราจารย์เซี่ย! ผู้ชายที่มองผมเหมือนมองลิงคนนั้น!
จางจื่อเฉียวพุ่งพรวดออกมาจากห้องพักครูราวกับพายุพัด ปากก็พึมพำสาปแช่งไม่หยุด
เขาคือหัวหน้าหมวดวิชาการของนักเรียน ม.6 เป็นครูประจำชั้น ม.6 ห้อง 1 ซึ่งเป็นห้องเด็กกิฟต์ ความยุ่งในแต่ละวันของเขามันอยู่ในระดับที่คนทั่วไปจินตนาการไม่ออกเลยล่ะ
วันๆ ต้องคุมเด็กอ่านหนังสือตอนเช้า ตรวจข้อสอบที่กองเป็นภูเขา ประชุมที่ไม่รู้จักจบจักสิ้น...
แล้วไอ้หยางเสี่ยวเฟิงนี่มันยังจะกล้าเรียกฉันไปหาอีกเรี่ยนะ?
ก็แค่นักเรียนคนนึงแก้โจทย์ได้ข้อนึง ถ้าเรื่องแค่นี้แกยังจะตื่นตูมล่ะก็ แกควรจะมาดูที่ห้องกิฟต์นะ ว่าคำว่า 'คนเก่งมีเยอะจนเดินชนกันตาย' มันเป็นยังไง
แต่พอนึกถึงคำนี้ จางจื่อเฉียวก็รู้สึกใจหวิวๆ ขึ้นมา เมื่อก่อนเขากับหยางเสี่ยวเฟิงก็เคยเป็นแบบนั้นไม่ใช่หรือไง?
พวกเขาเคยเป็นความภาคภูมิใจของโรงเรียน ครูคณิตศาสตร์ทุกคนที่เห็นพวกเขาสองคนต่างก็ต้องตาลุกวาว
พวกเขาเคยคิดว่าในอนาคตตัวเองจะได้เดินบนเส้นทางสายวิจัย แต่ใครจะไปนึกว่าสุดท้ายก็ต้องกลับมาเป็นแค่ครูสอนคณิตศาสตร์ธรรมดาๆ...
ความหลงใหลในการค้นคว้าคณิตศาสตร์ของจางจื่อเฉียวมันมอดดับไปตั้งนานแล้ว วิชาที่เขาเคยคิดว่ามันคืองานศิลปะ ตอนนี้ในสายตาของเขามันกลายเป็นแค่ 'กฎเกณฑ์' ไปซะแล้ว
ใช่ คณิตศาสตร์ก็คือกฎเกณฑ์!
นายต้องทำตามแบบแผน เห็นเงื่อนไขปุ๊บต้องรู้ปั๊บว่าจะใช้สูตรไหน!
นายต้องทำงานเหมือนเครื่องจักร เขียนขั้นตอนตามลำดับเพื่อกวาดคะแนนทุกแต้มที่ควรจะได้มาให้หมด!
จนจางจื่อเฉียวรู้สึกว่าการฝึกฝนคณิตศาสตร์แบบเครื่องจักรในตอนนี้ มันก็ไม่ต่างอะไรกับสายพานในโรงงานอุตสาหกรรม!
แต่ก็... เอาเถอะ ส่งเด็กๆ พวกนี้เข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ก่อนก็แล้วกัน...
เดินมาถึงมุมตึกชั้นสี่ แสงแดดสาดส่องผ่านลูกกรงเหล็กตรงระเบียงเข้ามา บรรยากาศแบบนี้มันทำให้จางจื่อเฉียวนึกถึงคุกขึ้นมาตงิดๆ
ที่ปลายสุดของระเบียงทางเดิน หยางเสี่ยวเฟิงกำลังนั่งยองๆ อยู่ ในมือถือกระดาษกับปากกาขีดเขียนคำนวณอะไรบางอย่าง โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าเขากำลังเดินเข้าไปหา ดูท่าทางน่าจะกำลังแก้โจทย์อยู่...
เฮ้อ แกก็เป็นครูบาอาจารย์นะ มานั่งยองๆ กับพื้นแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน!
จางจื่อเฉียวเดินไปหยุดอยู่ข้างหลังหยางเสี่ยวเฟิง เพียงแค่สิบกว่าวินาที ลมหายใจของเขาก็เริ่มหอบถี่ขึ้น คนนอกดูเอาสนุก แต่คนในวงการเขาดูความเจ๋ง!
จางจื่อเฉียวเห็นอัจฉริยะมาเยอะแล้ว เด็กในห้องเขาหลายคนก็เคยไปแข่งโอลิมปิกวิชาการมาแล้ว เด็กพวกนั้นเวลาแก้โจทย์มักจะมีวิธีแปลกๆ ใหม่ๆ โผล่มาให้เห็นอยู่เสมอ
แต่สิ่งที่เขาเห็นบนกระดาษข้อสอบใบนี้ มันต่างจากเด็กที่ไปแข่งโอลิมปิกพวกนั้นลิบลับ
คนตอบข้อสอบแผ่นนี้ไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าจะต้องทำตามขั้นตอนเป๊ะๆ เพื่อเอาคะแนน แต่เขากำลังตอบคำถามด้วย 'เซนส์' ทางคณิตศาสตร์ล้วนๆ
และในระหว่างที่กำลังแก้โจทย์อยู่นั้น คนเขียน... ดูจะมีความเย่อหยิ่งนิดๆ ด้วยซ้ำ ขั้นตอนการคำนวณน่ะเหรอ? ถ้าสเต็ปนี้แกยังต้องคำนวณอีก แกก็ไม่คู่ควรที่จะตามความคิดฉันทันหรอก!
"จื่อเฉียว... เอ๊ย ไม่ๆ! หัวหน้าจาง ดูนี่สิ!"
สายตาของจางจื่อเฉียวโฟกัสไปที่คำถามย่อยข้อที่สามของโจทย์ข้อสุดท้ายอย่างแม่นยำ มีสัญลักษณ์บางตัวที่ไม่ได้ใช้ในคณิตศาสตร์ยุคปัจจุบันจริงๆ ด้วย
แต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย จางจื่อเฉียวเคยเห็นสัญลักษณ์พวกนี้มาก่อน ทว่า... ไม่ได้เห็นในห้องเรียนนะ เขาเห็นในห้องสมุดต่างหาก
นี่มันของที่อยู่ในงานวิจัยคณิตศาสตร์ยุคโบราณไม่ใช่หรือไง!
และยิ่งไปกว่านั้น... วิธีแก้โจทย์นี่มันคือแคลคูลัสนี่! เด็กคนนี้เจ๋งชะมัด! เด็กกิฟต์ห้องเขาก็มีคนที่ใช้แคลคูลัสเป็นเหมือนกัน แต่เด็กพวกนั้นใช้แค่แนวคิดพื้นฐานง่ายๆ และเขาเองก็สั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้ใช้ตอนสอบ!
การสอบเกาเข่าเป็นการสอบที่เข้มงวดมาก โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์!
เกณฑ์การตรวจข้อสอบคือการให้คะแนนตามขั้นตอน ให้คะแนนตามจุดที่กำหนด การใช้วิธีระดับสูงอย่างแคลคูลัสจะทำให้ข้ามจุดที่ต้องให้คะแนนไป ต่อให้คำตอบสุดท้ายจะถูก ก็ไม่ได้คะแนนวิธีทำอยู่ดี!
แต่ถึงเขาจะใช้วิธีที่แหกกฎไปบ้าง ทว่ากระบวนการอนุมานกลับรัดกุมสุดๆ แถมยังเขียนขั้นตอนตรรกะของแต่ละสเต็ปออกมาด้วย!
แต่วิธีพวกนี้มันหลุดโลกเกินไปแล้วมั้ง ขนาดฉันเป็นถึงครูประจำชั้นห้องกิฟต์ ยังไม่กล้าฟันธงเลยร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าคำตอบที่เขาทำออกมามันถูกหรือเปล่า!
ความรู้สึกแบบนี้ บวกกับคนออกข้อสอบคนนั้น?
จางจื่อเฉียวดึงกระดาษข้อสอบมาจากมือของครูหยาง จู่ๆ ก็หมุนตัวขวับราวกับได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างรุนแรง
ขาทั้งสองข้างก้าวเดินออกไปโดยไม่ฟังคำสั่งของสมอง ส่วนสองมือก็ประคองกระดาษข้อสอบกลับไปที่ออฟฟิศอย่างทะนุถนอมราวกับมันคือคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์
ก่อนไปก็ไม่ลืมหันมากำชับครูหยาง "เอากระดาษทดของเขามาที่ห้องผมด้วย!"
นักเรียนในห้องพากันงงเป็นไก่ตาแตก!
การสอบที่ควรจะเคร่งเครียดตอนนี้กลายเป็นเหมือนเรื่องตลกไปซะแล้ว ครูหยางพุ่งพรวดเข้ามาแย่งกระดาษทดของซูเฉิงไป? ห้องเรียนไม่มีครูคุมสอบตั้งหลายนาที? กว่าจะมีครูพละวิ่งเหงื่อแตกพลั่กมาคุมสอบแทนครูหยาง?
นี่มัน... ช่างมันเถอะ ตอนนี้นักเรียนทั้งห้องมีเรื่องเดียวที่อยู่ในหัว!
ใครเป็นคนออกข้อสอบบ้าๆ นี่วะ? แม่ง ใครจะไปทำได้ฮะ!
ในตอนนี้ ภายในห้องพักครูส่วนตัวของหัวหน้าจาง เขากระดกน้ำอึกใหญ่ลงคอ ก่อนจะอธิบายที่มาของข้อสอบชุดนี้ให้ครูหยางฟังด้วยน้ำเสียงที่ยังสั่นๆ
ปกติแล้วทีมออกข้อสอบเกาเข่า ตัวหลักจะเป็นศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัย ส่วนครูมัธยมปลายจะเป็นแค่ทีมเสริม พูดง่ายๆ คือคนที่เข้าไปอยู่ในทีมออกข้อสอบเกาเข่าได้ ต้องเป็นระดับหัวกะทิเท่านั้น
และในมณฑลของพวกเขาก็มีศาสตราจารย์ท่านหนึ่งที่เคยร่วมทีมออกข้อสอบเกาเข่ามาแล้วถึงสองครั้ง แต่ชื่อเสียงกลับไม่ค่อยดีนัก
นั่นเป็นเพราะข้อสอบที่ศาสตราจารย์ท่านนี้ออกมันยากหฤโหดเกินไป ชนิดที่ว่าต่อให้ออกมาแค่ข้อเดียว หลังสอบเสร็จก็โดนชาวเน็ตรุมด่าเละเทะ
ต่อมาศาสตราจารย์ท่านนี้ก็ถูกอัญเชิญออกจากทีมออกข้อสอบโดยอ้างเรื่องอายุที่มากขึ้น แต่ทางมณฑลรู้สึกว่าบุคลากรระดับนี้จะปล่อยทิ้งไว้ก็เสียดายของ เลยเชิญให้มาออกข้อสอบคณิตศาสตร์สักชุดหนึ่ง
"ก็คือชุดที่อยู่ตรงหน้าพวกเรานี่แหละ! เอาเป็นว่า เมื่อคืนผมเจียดเวลาลองทำดูแป๊บเดียว ก็รู้สึกเลยว่าความยากของมันหลุดโลกไปไกลแล้ว!"
"ผมเลยยังไม่เอาข้อสอบชุดนี้ไปให้เด็กห้องกิฟต์ทำไง!"
"แล้วคนออกข้อสอบชุดนี้ คุณเองก็น่าจะพอคุ้นๆ อยู่นะ ศาสตราจารย์เซี่ยไง!"
ศาสตราจารย์เซี่ย? ศาสตราจารย์เซี่ย!
ได้ยินชื่อนี้ แววตาของครูหยางก็เหม่อลอยไปชั่วขณะ ก่อนที่กระหม่อมจะชาวาบขึ้นมาทันที!
มิน่าล่ะ คนออกข้อสอบถึงโดนด่าบนเน็ตเละเทะขนาดนั้น ศาสตราจารย์คนนี้ก็คือศาสตราจารย์สมัยเรียนมหาวิทยาลัยครุศาสตร์ประจำมณฑล ที่สอนจนนักศึกษาฟังไม่รู้เรื่องคนนั้นนี่เอง!
สายตาที่เขามองพวกเราตอนนั้น เหมือนกำลังมองลิงไม่มีผิด...
หัวหน้าจางลูบรอยยับบนกระดาษข้อสอบให้เรียบด้วยความทะนุถนอม ราวกับว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่กระดาษข้อสอบ แต่เป็นสมบัติล้ำค่า ข้างๆ กระดาษข้อสอบแผ่นนั้นคือกระดาษทดที่ว่างเปล่าของซูเฉิง!
หัวหน้าจางสูดหายใจเข้าลึกๆ ติดต่อกันหลายครั้งเพื่อปรับอารมณ์ ก่อนจะวิดีโอคอลหาศาสตราจารย์เซี่ย
เมื่อเผชิญหน้ากับชายชราที่เหลือผมหงอกบนหัวอยู่แค่ไม่กี่เส้นในหน้าจอ หัวหน้าจางและครูหยางก็กล่าวทักทายอย่างนอบน้อม
ถึงตอนนี้ศาสตราจารย์เซี่ยจะถูกมหาวิทยาลัยครุศาสตร์ประจำมณฑลเชิญตัวกลับไปสอน แต่ภาระงานก็ไม่หนักหนาอะไร ตอนนี้ท่านอยู่ที่บ้าน ส่วนภรรยาของท่านกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ตรงระเบียง
หัวหน้าจางไม่มีเวลามานั่งทักทายปราศรัยเหมือนอย่างเคย เขาเล่าที่มาที่ไปของเรื่องอย่างคร่าวๆ แล้วบอกว่าส่งรูปกระดาษข้อสอบไปให้ศาสตราจารย์เซี่ยแล้ว!
เวลาสอนศาสตราจารย์เซี่ยอาจจะดูดุ แต่พอนอกห้องเรียนแล้ว ท่านก็เป็นคนที่คุยด้วยง่ายคนหนึ่ง
ท่านใช้ศัพท์วัยรุ่นพูดหยอกล้อกับหัวหน้าจางไปด้วย พลางขยายรูปภาพที่เพิ่งได้รับบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ไปด้วย
"โฮะๆ จื่อเฉียวเอ๊ย ในเน็ตเขาก็พูดกันไม่ใช่เหรอ ว่าประเทศมังกรของเราอาจจะฝังกลบจอร์แดนหรือเมสซี่ได้ แต่อัจฉริยะด้านคณิตศาสตร์ไม่มีทางถูกฝังกลบหรอก!"
"ตั้งแต่เล็กจนโต จะเป็นไปได้ยังไงที่เขาไม่เคยลงแข่งอะไรเลย แล้วจู่ๆ พอขึ้น ม.6 ก็เก่งกาจขึ้นมาอย่างกะทันหัน?"
"หึๆ..."
สิบกว่าวินาทีผ่านไป ศาสตราจารย์เซี่ยก็เงียบเสียงลง คิ้วที่ขมวดมุ่นอยู่แล้วค่อยๆ คลายออก ก่อนจะขมวดเข้าหากันแน่นกว่าเดิมราวกับกำลังสงสัยอะไรบางอย่าง
"ซูเฟิน ไปหยิบยาลดความดันให้ผมที!"