- หน้าแรก
- ระบบรีเฟรชคนดัง เปลี่ยนผมเป็นเทพก่อนสอบเกาเข่า
- บทที่ 6 - เมสซี่อาจไปเป็นยาม! แต่เกาส์ไม่มีทางไปเรียนสายอาชีพแน่!
บทที่ 6 - เมสซี่อาจไปเป็นยาม! แต่เกาส์ไม่มีทางไปเรียนสายอาชีพแน่!
บทที่ 6 - เมสซี่อาจไปเป็นยาม! แต่เกาส์ไม่มีทางไปเรียนสายอาชีพแน่!
ศาสตราจารย์เซี่ยเอาสมาร์ตโฟนพิงไว้ใต้หน้าจอคอมพิวเตอร์ลวกๆ รับยาลดความดันสองเม็ดมากิน แล้วถึงค่อยขยับแว่นตาเพื่อมองกระดาษข้อสอบแผ่นนี้ให้ชัดๆ
ศาสตราจารย์เซี่ยมองไม่เห็นกระบวนการคิดในพาร์ทข้อสอบปรนัยเลย เพราะบนพื้นที่ของโจทย์ข้อสอบง่ายๆ พวกนั้น อย่าว่าแต่วิธีทำเลย แม้แต่รอยขีดเขียนทดเลขสักนิดก็ไม่มี!
ข้อแรกๆ เป็นการทดสอบเรื่องจำนวนเชิงซ้อน เซต และฟังก์ชัน เนื้อหาพวกนี้ค่อนข้างเป็นพื้นฐาน ตอนที่เขาออกโจทย์ ถ้าไม่ใส่ข้อมูลลวงให้สับสน ก็จะเพิ่มความซับซ้อนในการคำนวณเข้าไป
สำหรับนักเรียนทั่วไป โจทย์พวกนี้ถือว่าตึงมืออยู่บ้าง แต่สำหรับเด็กที่พื้นฐานแน่นก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
การที่เด็กคนนี้ไม่ต้องทดเลขเลย พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาต้องผ่านการฝึกฝนทำโจทย์มาอย่างหนักหน่วง การคำนวณหลายๆ อย่างเขาสามารถคิดในใจได้เลย ถือว่าไม่เลวทีเดียว
แต่หลังจากนั้นสิ... เริ่มน่าสนใจขึ้นมาแล้ว! เขาจงใจออกแบบโจทย์ประยุกต์เกี่ยวกับการคำนวณและประเมินค่า โดยอ้างอิงจากสถานการณ์การแข่งขันเรือใบในกีฬาโอลิมปิก
ข้อมูลตัวเลขที่ให้มาในโจทย์ข้อนั้น ครึ่งหนึ่งเป็นตัวเลขขยะที่ไม่มีความหมายอะไรเลย หากนักเรียนไม่สามารถคัดกรองข้อมูลลวงออกไปได้ก่อนเริ่มคำนวณล่ะก็ ข้อนี้จะยากเอาเรื่อง
แต่เด็กคนนี้ไม่เพียงแต่ไม่ทดเลข แม้แต่วาดรูปประกอบสักนิดก็ยังขี้เกียจวาด?
นี่ไม่ใช่สิ่งที่การตะลุยทำโจทย์เยอะๆ จะช่วยได้แล้ว แต่นี่... ต้องเป็นคนที่มี 'สัญชาตญาณทางคณิตศาสตร์' ในระดับหนึ่ง ถึงจะสามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำขนาดนี้
และนี่แหละคือจุดประสงค์หลักในการออกข้อสอบชุดนี้ของฉัน!
ทุกวันนี้ คนออกข้อสอบส่วนใหญ่มักจะเน้นที่ 'ความสมดุล' ความยากง่ายต้องสมดุล ปริมาณการคำนวณต้องสมดุล เนื้อหาที่ออกสอบก็ต้องสมดุล!
แต่ศาสตราจารย์เซี่ยคือคนที่ต่อต้านแนวคิดนี้หัวชนฝา!
ในสายตาของเขา การทำแบบนั้นคือการลืมแก่นแท้ของการสอบเกาเข่า!
แก่นแท้ของการสอบเกาเข่าคือ 'การคัดกรอง'! มันคือการคัดกรองระดับชาติที่ศักดิ์สิทธิ์และครอบคลุมที่สุด!
สิ่งที่เราต้องการค้นหา ไม่ใช่คนที่ทำคะแนนได้สูงที่สุด แต่เราควรจะหาคนที่มีความสามารถในการเรียนรู้สูงที่สุด หรือคนที่เชี่ยวชาญในการเรียนรู้มากที่สุดต่างหาก!
คุณพยายามหนักมากแต่เรียนไม่รู้เรื่อง? ขอโทษด้วย ฉันไม่ต้องการคนแบบนี้! คุณเรียนรู้ได้แต่ไม่ยอมเรียน? ขอโทษที ฉันก็ไม่ต้องการคนแบบคุณเหมือนกัน
ดังนั้น แนวทางการออกโจทย์ของศาสตราจารย์เซี่ยจึงยึดมั่นในเส้นทางของการ 'คัดกรอง' มาโดยตลอด! เขาต้องการโจทย์ที่คำนวณน้อยแต่ต้องใช้ความคิดเยอะๆ! เขาต้องการซ่อนตรรกะทางคณิตศาสตร์ไว้ในม่านหมอก แล้วรอให้คนมาไขปริศนา
สรุปสั้นๆ ข้อความที่กระดาษข้อสอบชุดนี้ต้องการสื่อก็คือ: ฉันจะทำให้คำว่า 'ตะลุยทำโจทย์' ไม่เท่ากับคำว่า 'คะแนนสูง' และฉันจะทำให้คำว่า 'คำนวณเก่ง' ไม่เท่ากับคำว่า 'เก่งคณิตศาสตร์'!
โอ้โห วันนี้ฉันเหมือนจะร่อนตะแกรงเจอคนระดับเทพเข้าให้แล้วสิ! นี่ไม่ใช่ปัญหาว่าคำนวณเก่งหรือไม่เก่งแล้ว แต่เด็กคนนี้ไม่ได้คำนวณเลยต่างหาก!
"เด็กคนนี้อยู่ห้องพวกคุณเหรอ?"
ศาสตราจารย์เซี่ยเริ่มเรียกเจ้าของกระดาษข้อสอบแผ่นนี้ว่า 'เด็กคนนี้' แล้ว น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูนั้นปิดไม่มิดเลยทีเดียว
"อยู่ห้องธรรมดาครับ ได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้ผลการเรียนค่อนข้างปานกลาง"
หัวหน้าจางไม่ได้ตั้งใจจะปกป้องลูกศิษย์ห้องตัวเองแต่อย่างใด แต่เด็กที่คะแนนระดับซูเฉิงน่ะ ไม่มีทางได้เข้าตาครูประจำชั้นห้องเด็กกิฟต์อย่างเขาหรอก
พอได้ยินแบบนั้น ศาสตราจารย์เซี่ยก็ยกมุมปากยิ้มเยาะ
"เด็กคนนี้ค่อนข้างจะหยิ่งยโสเลยนะเนี่ย ข้อสอบทั่วไปเขาคงไม่เห็นอยู่ในสายตาจนขี้เกียจทำล่ะสิ?"
หัวหน้าจางส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ศาสตราจารย์เซี่ยกำลังใช้ซูเฉิงเป็นเครื่องมือในการยกหางตัวเองชัดๆ! ความหมายแฝงก็คือ ข้อสอบคณิตศาสตร์ที่พวกแกออกกันก่อนหน้านี้มันห่วยแตกเกินไป เลยทำให้ไม่เจอช้างเผือกแบบนี้ไงล่ะ!
"พลิกด้านหลังสิ! ถ่ายรูปด้านหลังมาให้ฉันดูหน่อย!"
น้ำเสียงของศาสตราจารย์เซี่ยเริ่มร้อนรน เพราะโจทย์หน้าแรก... เขาก็มองไม่ออกเหมือนกันว่าเด็กมันคิดยังไง เล่นกรอกแต่คำตอบที่ถูกต้องลงไปดื้อๆ แบบนั้น
เดี๋ยวนี้ AI พัฒนาไปไกลแล้วด้วย ใครจะรู้ว่าแอบถ่ายรูปแล้วเสิร์ชหาคำตอบในเน็ตเอาหรือเปล่า?
หัวหน้าจางรีบถ่ายรูปด้านหลังแล้วส่งไปให้ ทันทีที่ภาพส่งไปถึง ศาสตราจารย์เซี่ยก็เงียบกริบ เขาเลื่อนเก้าอี้เข้าไปใกล้ ยื่นหน้าเข้าไปชิดจอคอมพิวเตอร์ ชนิดที่ว่ามองเห็นแสงสะท้อนจากหน้าจอพาดผ่านเลนส์แว่นของเขาเลยทีเดียว!
นี่? นี่มัน...
ตลอดหลายปีในอาชีพครูบาอาจารย์ ถ้าศาสตราจารย์เซี่ยจะมีเรื่องอะไรให้เสียดายอยู่บ้าง ก็คงจะเป็นการที่เขาแทบจะไม่เคยเจอ 'อัจฉริยะ' ตัวจริงเลยนี่แหละ
ทุกๆ ปี ภาควิชาคณิตศาสตร์จะรับนักศึกษาใหม่เข้ามาเพียบ ฟังดูเหมือนจะเก่งกาจ บางคนสอบเกาเข่าวิชาคณิตศาสตร์ได้คะแนนตั้ง 130 อัป
แต่คะแนนสูงกับความเป็นอัจฉริยะมันคนละเรื่องกันเลยนะ! ลูกเล่นที่ศาสตราจารย์เซี่ยชอบใช้มากที่สุดคือ การจงใจข้ามขั้นตอนบางอย่างตอนสอนในคลาส เพื่อดูว่าจะมีใครตามความคิดเขาจังหวะนั้นทันไหม
หรือไม่ก็จงใจเขียนโจทย์ผิดสักสองข้อ เพื่อดูว่าจะมีใครจับสังเกตได้หรือเปล่า
สิบกว่าปีที่ผ่านมา มีอัจฉริยะแค่คนเดียวเท่านั้นที่ทำแบบนั้นได้...
ทว่าวันนี้ ดูเหมือนว่าเขาจะได้เจออัจฉริยะคนที่สองแล้ว!
ขั้นตอนวิธีทำในข้อสอบอัตนัยทุกข้อชัดเจนแจ่มแจ้ง มีแค่การอนุมานในจุดที่สำคัญที่สุดเท่านั้น ส่วนขั้นตอนการอนุมานยิบย่อยอื่นๆ ถูกตัดทิ้งหมดเกลี้ยง! ทว่าทุกจุดเชื่อมโยงทางตรรกะกลับสอดประสานกันอย่างไร้รอยตะเข็บ!
โดยเฉพาะข้อสุดท้าย!
มิน่าล่ะ พวกอาจารย์หนุ่มถึงได้ลนลานโทรหาเขานัก เพราะพวกนั้นอ่านวิธีคิดนี้ไม่ออกแล้วไง นี่มันไม่ใช่วิธีแก้โจทย์คณิตศาสตร์แบบเอาตัวรอดไปสอบ แต่เป็นการแก้โจทย์ด้วยกรอบความคิดแบบนักวิทยาศาสตร์!
แถมวิธีที่ใช้ก็ไม่ใช่สิ่งที่มีสอนในหนังสือเรียนปัจจุบันด้วย มันให้อารมณ์เหมือนนักคณิตศาสตร์ในศตวรรษที่ 18 ไม่มีผิด
เพราะในยุคนั้น คณิตศาสตร์มีไว้เพื่อรับใช้กลศาสตร์ท้องฟ้า กลศาสตร์ของไหล และวิทยาศาสตร์แขนงอื่นๆ... คณิตศาสตร์คือภาษาที่ใช้บรรยายพระเจ้า!
งดงาม! คำตอบของคำถามย่อยข้อที่สามมันช่างงดงามเหลือเกิน!
มือข้างหนึ่งวางลงบนไหล่ของศาสตราจารย์เซี่ยเบาๆ เป็นหลิวซูเฟิน ภรรยาของเขานั่นเอง เธอสังเกตเห็นท่าทางผิดปกติของสามี จึงช่วยนวดคลึงไหล่เบาๆ ให้ผ่อนคลาย พลางส่งยิ้มพูดกับพวกหัวหน้าจางในสาย
"สองปีมานี้สุขภาพตาเฒ่าเซี่ยไม่ค่อยดีเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ปล่อยให้เขาพักสักหน่อยเถอะนะคะ อย่าให้แกตื่นเต้นเกินไปเลย"
แต่ศาสตราจารย์เซี่ยจะไปสนอะไรล่ะ! ตาแก่เกษียณที่โดนเชิญกลับมาสอนคนนี้ วันๆ งานอดิเรกที่ชอบที่สุดคือนอนไถคลิปวิดีโอสั้นในมือถือ ศัพท์แสงวัยรุ่นนี่ท่องได้เป็นฉากๆ!
เขาตะโกนใส่หน้าจอโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงฮึกเหิม!
"การที่เราไม่เจอคนเก่งระดับนี้ ถือเป็นความบกพร่องต่อหน้าที่! บกพร่องอย่างแรง!"
"ประเทศมังกรของเราอาจจะเผลอฝังกลบอัจฉริยะเปียโน หรืออัจฉริยะขี่ม้าได้! แต่ไม่มีทางฝังกลบอัจฉริยะคณิตศาสตร์เด็ดขาด! จอร์แดนอาจจะไปส่งอาหาร! เมสซี่อาจจะไปเป็นยาม! แต่เกาส์ไม่มีทางไปเรียนสายอาชีพแน่!"
"ฉัน... ข้อสอบชุดนี้อาจจะยังมีจุดให้รู้สึกเสียดายนิดหน่อย เดี๋ยวฉันจะออกโจทย์เพิ่มอีกข้อ รบกวนพวกคุณสองคนเอาโจทย์ข้อนี้ไปให้เด็กคนนั้นที!"
"เดี๋ยวฉันจะหาคนขับรถไปส่งฉันที่เมืองเจียงซื่อ ถ้าบ่ายนี้เขาแก้โจทย์ข้อนี้ได้ คืนนี้เราเจอกัน จะได้นั่งคุยเรื่องนี้กันยาวๆ!"
...
ในเวลาเดียวกัน ภายในห้องเรียน ซูเฉิงกำลังเปิดพลิกหนังสือคู่มืออ้างอิงตรงหน้าอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เกาส์ในหัวกำลังบ่นด้วยความหงุดหงิด
[เกาส์: ใต้เท้าขอรับ โจทย์ในหนังสือพวกนี้มันออกจะน่าเบื่อเกินไปหน่อย ช่วยหาอะไรที่มันท้าทายกว่านี้ให้ผมทีเถอะ!]
[ซูเฉิง: แล้วฉันจะไปหาจากไหนให้ล่ะวะ! โจทย์พวกนี้ก็ถือว่ายากมากแล้วนะ!]
[เกาส์: ใต้เท้า! เสียงลึกลับที่ส่งผมมาอยู่ในหัวท่านบอกผมว่า ถ้าผมเข้ากับท่านได้ดี ผมจะมอบแพ็กเกจของขวัญให้ท่านได้ ดังนั้น... หวังว่าท่านจะตั้งใจหาหน่อยนะขอรับ!]
[เกาส์: เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ท่าน ผมขอบอกไว้ก่อนเลย ผมตัดสินใจแล้ว! ของขวัญที่ผมจะมอบให้ท่านก็คือ 'เซนส์ทางคณิตศาสตร์ระดับท็อป'!]
[เกาส์: เซนส์ทางคณิตศาสตร์ คือสิ่งที่สมองของนักคณิตศาสตร์สร้างขึ้นหลังจากการฝึกฝนอย่างหนักและลึกซึ้งเป็นเวลานาน มันคือความสามารถที่จะก้าวข้ามขั้นตอนการอนุมานแบบคิดวิเคราะห์ตามปกติ แล้ว 'มองเห็น' โครงสร้างและความสัมพันธ์ของตัวเลขได้โดยตรง!]
[เกาส์: แล้วทำไมถึงเรียกว่าเซนส์ทางคณิตศาสตร์ระดับท็อปน่ะเหรอ? ก็เพราะมันคือเซนส์คณิตศาสตร์ของผมยังไงล่ะ!]