- หน้าแรก
- เกิดใหม่คราวนี้ ขอใช้มิติวิเศษพลิกชะตา รวยล้นฟ้าในยุคโบราณ
- ตอนที่ 36 เรื่องราวในคราวนั้น
ตอนที่ 36 เรื่องราวในคราวนั้น
ตอนที่ 36 เรื่องราวในคราวนั้น
ตอนที่ 36 เรื่องราวในคราวนั้น
อีกทั้งฝ่ายตรงข้ามยังมีกำลังคนนับร้อย ทว่าพวกเขามีกันเพียงแค่สองคน การที่สามารถฝ่าวงล้อมและรอดชีวิตกลับมาได้ ก็ถือว่าเป็นความโชคดีอย่างใหญ่หลวงแล้ว
เมื่อเฮ่อเหลียนหรงจิ่วเห็นว่าเว่ยจิ่งเซวียนยังคงมีสีหน้าตำหนิตนเองไม่เลิก เขาก็ส่ายหน้าอย่างจนใจ
"สืบรู้ที่มาที่ไปของพวกโจรภูเขากลุ่มนั้นชัดเจนแล้วหรือยัง?"
"เมื่อวานนี้หน่วยองครักษ์เสวียนอู่ได้เคลื่อนพลและจับกุมตัวหัวหน้าของพวกมันเอาไว้ได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ หลังจากเค้นสอบจนกระจ่างแจ้งแล้ว ก็พบว่าพวกมันเป็นอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาของอิ่นหวัง"
"ฝ่าบาทก็ทรงทราบดี เนื่องจากการก่อกบฏของอิ่นหวัง ทำให้ครอบครัวของพวกมันทั้งหมดต้องพลอยติดร่างแหไปด้วย พวกมันจึงผูกใจเจ็บและเคียดแค้นฝ่าบาทเป็นอย่างมาก พวกมันตั้งใจจะกบดานอยู่ที่นั่นเพื่อฟื้นฟูกำลังพล และรอคอยโอกาสที่จะลงมือ ทว่าคิดไม่ถึงเลยว่าเพิ่งจะไปตั้งค่ายได้เพียงไม่กี่วัน ก็ดันมาเจอกับพวกเราเข้าเสียก่อน ในหมู่พวกมันมีคนที่จดจำพระพักตร์ของฝ่าบาทได้ จึงได้ฉวยโอกาสลงมือพ่ะย่ะค่ะ"
เฮ่อเหลียนหรงจิ่วเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
"ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นความบังเอิญที่ได้ผลลัพธ์เกินคาดสินะ"
"เป็นเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ พี่เก้า แม้ว่าเมื่อวานนี้พวกเราจะสามารถจับกุมโจรภูเขาส่วนใหญ่บนภูเขาอู้หมิงเอาไว้ได้แล้ว ทว่าก็ยากที่จะรับประกันได้ว่าจะไม่มีผู้ใดเล็ดลอดสายตาไปได้ ดังนั้นในช่วงสองสามวันนี้ องครักษ์เสวียนอู่จะยังคงปักหลักค้นหาบนภูเขาอู้หมิงต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อให้แน่ใจในความปลอดภัยของชาวบ้านในละแวกนั้นพ่ะย่ะค่ะ"
"คนที่เล็ดลอดไปได้อย่างนั้นหรือ?"
เฮ่อเหลียนหรงจิ่วจมอยู่ในห้วงความคิดชั่วครู่ "ครอบครัวสามคนพ่อลูกนั่น ใช่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนภูเขาอู้หมิงหรือไม่?"
เว่ยจิ่งเซวียนย่อมเข้าใจความหมายที่แฝงอยู่ในคำถามนั้นดี ฝ่าบาทกำลังทรงเป็นห่วงความปลอดภัยของพวกเขาอยู่นั่นเอง
'ทว่าหากพี่เก้าได้ล่วงรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของพวกเขาแล้ว บางทีอาจจะไม่ทรงใส่พระทัยถึงเพียงนี้ก็เป็นได้'
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงกราบทูลเปิดเผยภูมิหลังของครอบครัวนั้นออกไปตามตรง
หลังจากได้รับฟังจบ เฮ่อเหลียนหรงจิ่วก็ขมวดคิ้วแน่น เรื่องราวในคราวนั้นเขายังคงจดจำได้ดี ก็ตั้งแต่วันที่เขาขึ้นครองราชย์เป็นต้นมา เขาก็เคยมีราชโองการเนรเทศหมอหลวงเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น ซ้ำยังเป็นถึงหมอหลวงที่อายุน้อยที่สุดในสำนักหมอหลวงอีกด้วย
'เมื่อลองนึกทบทวนดูให้ดีแล้ว ใบหน้าของท่านลุงผู้นั้นก็ดูคุ้นตาอยู่ไม่น้อย ทว่าความรู้สึกที่พวกเขามอบให้ข้า กลับไม่เหมือนกับคนที่จะกล้าลงมือก่อเรื่องเลวทรามพรรค์นั้นได้เลย' ฮ่องเต้หนุ่มลอบคิดในใจ
"พี่เก้า เมื่อวานนี้พวกเราไม่รู้ภูมิหลังที่แท้จริงของพวกเขา แต่เมื่อมาคิดดูตอนนี้ ในเมื่อท่านลุงผู้นั้นเคยรับราชการอยู่ในสำนักหมอหลวงมานานหลายปี เขาย่อมต้องเคยเห็นพระพักตร์ของพระองค์อย่างแน่นอน การที่เขาช่วยชีวิตพระองค์เอาไว้เมื่อวานนี้ จะต้องมีจุดประสงค์แอบแฝงอยู่อย่างไม่ต้องสงสัยเลยพ่ะย่ะค่ะ"
"พวกเราไม่สมควรจะมอบเงินรางวัลและป้ายหยกพกของพระองค์ให้พวกเขาสักนิด คนพรรค์นั้นไม่คู่ควรที่จะได้ครอบครองของล้ำค่าเช่นนั้นเลย กระหม่อมจะรีบไปทวงมันคืนมาให้พระองค์เดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ!" เอ่ยจบ เขาก็ทำท่าจะหมุนตัวเดินออกไปทันที
ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ก้าวเท้าเดินออกไป หัวหน้าขันทีก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาด้วยความร้อนรน ก่อนจะคุกเข่าประสานมือรายงานด้วยความนอบน้อม
"ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ ผู้ว่าการเมืองหลวงส่งคนมารายงานว่า ตั้งแต่เมื่อวานนี้มีพายุฝนตกลงมาอย่างหนัก ภายในตัวเมืองหลวงยังถือว่ารับมือได้ ทว่าในพื้นที่เขตรอบนอก กระแสน้ำในแม่น้ำเอ่อล้นทะลักเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนที่อยู่ริมน้ำจนได้รับความเสียหายอย่างหนักเลยพ่ะย่ะค่ะ"
เฮ่อเหลียนหรงจิ่วผุดลุกขึ้นนั่งตัวตรงทันที ก่อนจะเร่งเอ่ยถาม
"แล้วสถานการณ์ในบริเวณรอบๆ ภูเขาอู้หมิงเล่า เป็นอย่างไรบ้าง?"
"ผู้ว่าการเมืองหลวงกราบทูลว่า เมื่อเช้าตรู่วันนี้เขาได้ส่งคนออกไปสืบข่าวแล้วพ่ะย่ะค่ะ สถานการณ์ทางฝั่งนั้นก็เลวร้ายไม่แพ้กัน โดยเฉพาะหมู่บ้านหลีฮวาที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาอู้หมิง ถือว่าเป็นพื้นที่ที่ประสบภัยหนักหนาสาหัสที่สุดพ่ะย่ะค่ะ"
เฮ่อเหลียนหรงจิ่วพยักหน้ารับ เขาสะบัดผ้าห่มออกแล้วหยัดกายลุกขึ้นยืน
"เจิ้นรู้แล้ว ไปบอกให้ผู้ว่าการเมืองหลวงรอเจิ้นอยู่ที่ตำหนักรอง ประเดี๋ยวเจิ้นจะรีบตามไป"
'เมื่อคืนนี้ข้าก็รู้สึกว่าฝนตกหนักกว่าปกติอยู่บ้าง ทว่าคิดไม่ถึงเลยว่าสถานการณ์จะเลวร้ายและรุนแรงถึงเพียงนี้' ฮ่องเต้หนุ่มลอบคิดด้วยความกังวล
"พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท"
หลังจากที่หัวหน้าขันทีถวายความเคารพและล่าถอยออกไปแล้ว เฮ่อเหลียนหรงจิ่วก็หันมาเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"ในยามนี้เรื่องภัยพิบัติของราษฎรสำคัญที่สุด เรื่องของอดีตหมอหลวงผู้นั้นก็ปล่อยให้มันจบไปก่อนเถิด ไม่ว่าเขาจะลงมือช่วยด้วยความเห็นแก่ตัวหรือมีจุดประสงค์แอบแฝงหรือไม่ ทว่าการที่เขาช่วยชีวิตข้าเอาไว้ก็เป็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้"
"ก็แค่เงินทองของนอกกายเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น นับจากนี้ไปถือว่าไม่มีผู้ใดติดค้างผู้ใดอีก ส่วนชีวิตของพวกเขาก็ปล่อยให้เป็นไปตามเวรตามกรรมของพวกเขาเองก็แล้วกัน"
"พ่ะย่ะค่ะ พี่เก้า"
ตัดภาพมาทางฝั่งของมู่หรงหลิงหราน เดิมทีนางคิดว่าพายุฝนคงจะตกเพียงไม่นาน ทว่าใครจะคาดคิดว่าสายฝนจะโปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสายยาวนานถึงสามวันสามคืน
ทว่าแม้ฝนจะหยุดตกไปแล้ว แต่กลุ่มเมฆดำทะมึนกลับยังคงปกคลุมอยู่ทั่วท้องนภา ไม่มีทีท่าว่าจะสลายตัวไปเลยแม้แต่น้อย
ท่านผู้ใหญ่บ้านได้เรียกตัวผู้นำของทุกครอบครัว ให้มารวมตัวกันที่ถ้ำหินของเขาเพื่อหารือ ประการแรกก็เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับแผนการใช้ชีวิตในวันข้างหน้า
และประการที่สองก็เพื่อปลอบประโลมจิตใจของชาวบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขากระทำการอันใดบุ่มบ่ามลงไปด้วยความตื่นตระหนกตกใจ
[จบตอน]