- หน้าแรก
- เกิดใหม่คราวนี้ ขอใช้มิติวิเศษพลิกชะตา รวยล้นฟ้าในยุคโบราณ
- ตอนที่ 12 คนเนรคุณไร้หัวใจ
ตอนที่ 12 คนเนรคุณไร้หัวใจ
ตอนที่ 12 คนเนรคุณไร้หัวใจ
ตอนที่ 12 คนเนรคุณไร้หัวใจ
มู่หรงหลิงหรานมีหรือจะฟังน้ำเสียงตัดพ้อต่อว่าของนางไม่ออก หากเป็นตัวนางในอดีตก็คงยอมทนรับเอาไว้ เพราะไม่อยากให้บิดาต้องลำบากใจ
ทว่านางเคยผ่านความตายมาแล้วถึงสองครั้งสองครา หากยังยอมอ่อนข้อให้เหมือนเมื่อก่อน นางก็คงเสียชาติเกิดที่ได้มีชีวิตมาถึงสองชาติแล้ว!
"ข้ามันดวงแข็งแล้วจะทำไม? เหตุใด เจ้าไม่พอใจอย่างนั้นหรือ? หากไม่พอใจ เจ้าก็ไปขอให้พี่ใหญ่กับท่านแม่ของเจ้า ไปหาเงินร้อยห้าสิบตำลึงมาให้เจ้าบ้างสิ!"
"อย่าคิดนะว่าข้าไม่รู้ว่าในใจของเจ้ากำลังคิดสิ่งใดอยู่ เงินค่าหยูกยาที่พี่ชายกับท่านแม่ของข้า ยอมแลกมาด้วยชีวิตและอิสรภาพของพวกเขา เหตุใดข้าต้องยอมสละชีวิตของตนเอง เพื่อนำเงินไปปรนเปรอปลิงดูดเลือดอย่างครอบครัวของเจ้าด้วย!"
สีหน้าของมู่หรงเสวี่ยพลันแปรเปลี่ยนไป นางกัดฟันกรอดแล้วตะคอกกลับ
"เจ้าด่าผู้ใดว่าเป็นปลิงดูดเลือด!"
"ดูท่าสมองของเจ้าจะมีปัญหาจริงๆ สินะ"
มู่หรงหลิงหรานแค่นเสียงหัวเราะเยาะ ก่อนจะเอ่ยถากถาง "เจ้าลองถามใจตัวเองดูให้ดีเถิด นับตั้งแต่พี่ใหญ่ของเจ้าลืมตาดูโลก... ไม่สิ ต้องบอกว่านับตั้งแต่ท่านอาเล็กเกิดมา จนกระทั่งครอบครัวของข้าถูกขับไล่ออกมา พวกเจ้าเคยหาเงินเองได้สักอีแปะเดียวหรือไม่? ไม่ว่าจะเป็นของกิน ของใช้ หรือแม้แต่ที่ซุกหัวนอน ล้วนเป็นเงินของท่านพ่อข้าทั้งสิ้น!"
"หลังจากถูกเนรเทศ แม้พวกเจ้าจะทำงานตามคำสั่งของทางการจนแลกข้าวมากินได้ ทว่ามีครั้งใดบ้างที่พวกเจ้าได้กินเนื้อสัตว์ หากไม่ใช่เพราะท่านพ่อของข้าเป็นคนหามาให้?"
"ในระหว่างการเดินทางกลับมา ท่านพ่อและบรรดาพี่ชายของข้า ทั้งต้องคอยรักษาผู้คน ทั้งต้องปีนเขาหาเก็บสมุนไพรมาขาย แต่ละวันต้องวิ่งวุ่นจนหัวหมุน เหน็ดเหนื่อยจนแทบจะยืนหลับได้อยู่แล้ว ในขณะที่ครอบครัวของพวกเจ้า กลับได้แต่นั่งพักผ่อนกันอย่างสุขสบาย"
"เงินทองที่ท่านพ่ออาบเหงื่อต่างน้ำหามาได้อย่างยากลำบาก กว่าครึ่งก็ต้องนำไปมอบให้ท่านย่า แล้วท่านย่าก็นำเงินเหล่านั้นไปมอบให้ท่านอาเล็กอีกทอดหนึ่ง ไม่แน่ว่าเงินที่ครอบครัวของเจ้ากำลังใช้จ่ายกันอยู่นี้ อาจจะเป็นเงินที่ท่านพ่อของข้าเคยส่งเสียให้ท่านปู่ท่านย่าไปเมื่อก่อนก็เป็นได้!"
"มาตอนนี้ เจ้ายังจะมีหน้ามาเรียกร้องให้ท่านพ่อเสียสละชีวิตลูกสาวของตนเอง เพื่อให้เจ้าได้เสวยสุขอีกอย่างนั้นหรือ บนโลกใบนี้จะมีผู้ใดที่หน้าหนา โลภมาก และเนรคุณไร้หัวใจได้เท่ากับเจ้าอีก!"
เมื่อได้ฟังคำด่าทอเหล่านั้น มู่หรงเสวี่ยก็โกรธจนตัวสั่นเทาไปทั้งร่าง ทว่าสิ่งที่อีกฝ่ายเอ่ยมาล้วนเป็นความจริงทุกประการ ทำให้นางไม่อาจหาคำพูดใดมาโต้แย้งได้เลยแม้แต่ครึ่งคำ
เมื่อเห็นว่านางไร้คำพูดจะโต้แย้ง มู่หรงหลิงหรานจึงแค่นเสียงเย็นชา
"จำเอาไว้ให้ดี ท่านพ่อของข้าเป็นญาติผู้ใหญ่ของเจ้า ไม่ใช่ข้ารับใช้ และไม่ใช่ต้นไม้เงินต้นไม้ทองของเจ้าด้วย วันหน้าวันตาจะพูดจาสิ่งใดก็หัดระวังปากเอาไว้บ้าง มิเช่นนั้นก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ!"
"ท่านลุงใหญ่ ท่านดูนางสิเจ้าคะ ท่านจะทนดูนางทำตัวไร้มารยาทกับลูกพี่ลูกน้องอย่างข้าเช่นนี้หรือ?" หลังจากคิดหาทางออกอยู่นาน นางก็ทำได้เพียงหันไปขอความช่วยเหลือจากมู่หรงเจ๋อ
นับตั้งแต่ที่ต้องแยกบ้านออกมา จะบอกว่ามู่หรงเจ๋อไม่รู้สึกเจ็บช้ำน้ำใจเลยก็คงเป็นไปไม่ได้ อย่างที่บุตรสาวเอ่ยมา ครอบครัวของน้องชายคนเล็กเป็นภาระที่เขาต้องคอยหาเลี้ยงมาโดยตลอด ในสมัยที่เขายังเป็นหมอหลวง ไม่ว่าจะมีของดีสิ่งใด เขาก็มักจะนึกถึงพวกเขาก่อนเสมอ
ตอนที่อยู่เมืองไซ่หยวนฝู่ ทันทีที่เขาพอจะมีเงินทองติดตัวอยู่บ้าง เขาก็จะนำไปปรับปรุงความเป็นอยู่ให้พวกเขา เขามองคนเหล่านั้นเป็นครอบครัวด้วยความจริงใจ พยายามทำหน้าที่ของพี่ชายคนโตและลุงใหญ่อย่างสุดความสามารถ แต่สุดท้ายคนเหล่านั้นกลับต้องการสละชีวิตบุตรสาวของเขาเพื่อแลกกับความสุขสบายของตนเอง และเมื่อไม่สมหวัง ก็พากันขับไล่ไสส่งเขาออกมาอย่างไม่ไยดี
เขามองอีกฝ่ายเป็นครอบครัว ทว่าอีกฝ่ายกลับมองเขาเป็นศัตรู ตอบแทนความแค้นด้วยความดี แล้วจะนำสิ่งใดมาตอบแทนความดีเล่า?
ทว่าด้วยความที่เขาเป็นผู้ใหญ่ คำพูดรุนแรงบางประโยค เขาก็ไม่อาจเอื้อนเอ่ยออกไปสั่งสอนเด็กสาวที่ยังไม่ออกเรือนได้ ในเมื่อบุตรสาวได้เป็นตัวแทนเอ่ยความในใจของเขาออกมาจนหมดสิ้นแล้ว แล้วเหตุใดเขาถึงจะต้องเข้าไปขัดขวางด้วยเล่า?
"สิ่งที่อาหรานพูดมา มิใช่ความจริงหรอกหรือ? หากนางทำตัวไร้มารยาท แล้วตอนที่เจ้าพบหน้าข้าเมื่อครู่นี้... นับว่ามีมารยาทแล้วอย่างนั้นหรือ?"
สำหรับการที่บุตรสาวเอ่ยถ้อยคำระบายความอัดอั้นตันใจออกมามากมายเพียงนี้ เขาไม่รู้สึกแปลกใจเลยสักนิด บุตรสาวของเขามีนิสัยเช่นนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมา นางมักจะยอมอดทนกล้ำกลืนก็เพื่อเขาผู้เป็นบิดามาโดยตลอด
มู่หรงควนเอ่ยสมทบด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "นั่นสิ น้องสาวของเจ้าอายุน้อยกว่าแท้ๆ ยังรู้จักทักทายท่านพ่อของข้า เจ้าเป็นถึงพี่สาว ไฉนจึงไม่รู้จักความเท่าน้องสาวของตนเองเลยเล่า?"
บรรยากาศในยามเช้าตรู่ช่างเย็นสบาย เด็กๆ จากหลายครอบครัวในหมู่บ้าน ต่างก็เริ่มทยอยกันเดินขึ้นเขาเพื่อมาเก็บฟืน
[จบตอน]