- หน้าแรก
- เมื่อนางเอกสายปลาเค็มขอโบกมือลางาน
- บทที่ 29 ตู้เย็นเครื่องนี้เป็นของใคร
บทที่ 29 ตู้เย็นเครื่องนี้เป็นของใคร
บทที่ 29 ตู้เย็นเครื่องนี้เป็นของใคร
บทที่ 29 ตู้เย็นเครื่องนี้เป็นของใคร
ตู้เย็นถือเป็นข้าวของชิ้นใหญ่ ต่อให้ครอบครัวทั่วไปอดข้าวอดน้ำไปทั้งปีก็ใช่ว่าจะซื้อหามาใช้ได้ ที่นี่จึงยังไม่เคยมีใครซื้อตู้เย็นกันเลยสักคน
เมื่อตู้เย็นถูกยกขึ้นมาบนตึก ทุกคนก็เริ่มคาดเดากันไปต่างๆ นานาว่าครอบครัวหลิวเป็นคนซื้อมาหรือเปล่า หัวหน้าครอบครัวหลิวเป็นถึงหัวหน้าแผนกเล็กๆ ในโรงงาน แม้เงินเดือนจะไม่ได้มากมายนัก แต่ก็ยังถือว่าสูงกว่าคนอื่นๆ ที่นี่นอกจากพวกเขาแล้ว ใครจะไปมีปัญญาซื้อของพรรค์นี้ได้อีก?
แม้แต่ภรรยาของบ้านหลิวเองก็ยังคิดว่านี่คือของขวัญที่สามีซื้อมาเซอร์ไพรส์ ก่อนหน้านี้เธอยังบ่นอยู่เลยว่าช่วงนี้เขาทำตัวลับๆ ล่อๆ ออกจากบ้านแต่เช้าแล้วกลับเสียดึกดื่นจนเธอแทบจะคิดไปไกลว่าเขาแอบมีบ้านเล็กบ้านน้อย ที่ไหนได้ เธอคงคิดมากไปเอง ที่แท้เขาก็แค่แอบไปดูตู้เย็นมาให้เธอนี่เอง
"วันหลังถ้าฉันมีของสดจะเอามาฝากแช่ตู้เย็นบ้านเธอ ก็อย่าขี้งกกันนักล่ะ"
พวกเพื่อนบ้านที่สนิทชิดเชื้อกับครอบครัวหลิวต่างพากันเข้ามาประจบประแจง ในหัวต่างคิดคำนวณว่า หากซื้อของสดที่เก็บรักษายากมาแช่ไว้ในตู้เย็นก็คงไม่ต้องกลัวเน่าเสียอีกต่อไป โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ ถ้าซื้อแตงโมมาแช่เย็นเก็บไว้ พอกลับมาจากข้างนอกเหงื่อท่วมตัวทั้งครอบครัว แล้วได้กินแตงโมเย็นๆ สักชิ้นคงจะชื่นใจน่าดู
ภรรยาบ้านหลิวรับปากส่งๆ ไปอย่างนั้น แต่ในใจกลับแค่นเสียงเหยียดหยาม คิดจะมาขอใช้ตู้เย็นของเธองั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ ตู้เย็นเครื่องนี้ราคาตั้งหลายพันหยวนแถมยังเป็นของหายาก ลำพังตัวเธอเองยังแทบจะไม่กล้าใช้ แล้วจะยอมให้คนอื่นมาขอใช้ด้วยได้ยังไง?
ต่อไปเธอคงต้องคอยเฝ้าประตูบ้านไว้ให้ดี ห้ามไม่ให้ใครหน้าไหนเดินเพ่นพ่านเข้ามาเด็ดขาด คนพวกนี้ทั้งจนทั้งซกมก ถ้าขืนปล่อยให้เข้ามาลูบๆ คลำๆ ตู้เย็นของเธอบ่อยๆ ไม่กี่วันสีตู้เย็นของเธอจะไม่ลอกถลอกปอกเปิกไปหมดหรอกหรือ?
กลุ่มคนงานแบกตู้เย็นเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เมื่อเห็นข้าวของชิ้นใหญ่โตขนาดนั้น ภรรยาบ้านหลิวก็ยิ้มกริ่มจนตาหยี เธอรีบเปิดประตูบ้านแล้วแอบกะความกว้างของประตูอยู่ในใจ โชคดีที่ประตูบ้านกว้างพอจะให้ตู้เย็นผ่านเข้าไปได้อย่างสบายๆ และแน่นอนว่าเธอจะต้องกำชับคนงานพวกนี้ให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ อย่าให้ตู้เย็นของเธอมีรอยขีดข่วนเด็ดขาด ถ้าสีกะเทาะขึ้นมาจริงๆ เธอจะสั่งตีกลับทันที
เมื่อเห็นคนงานแบกตู้เย็นเดินเข้ามาใกล้ ห่างจากประตูบ้านเพียงไม่กี่ก้าว ภรรยาบ้านหลิวก็รีบโบกมือไล่คนที่มุงดูอยู่รอบๆ ให้ถอยห่างออกไป ทว่าทันทีที่เธออ้าปากเตรียมจะกำชับให้พวกเขาระวังอย่าให้กระแทกโดนอะไรเข้า คนกลุ่มนั้นกลับเดินผ่านหน้าบ้านเธอไปหน้าตาเฉย
ภรรยาบ้านหลิว...
และคนอื่นๆ...
คนพวกนี้ตาบอดหรือไง? ประตูบ้านเปิดกว้างรออยู่ตรงนี้ทั้งบาน!
กลุ่มคนงานยังคงแบกตู้เย็นมุ่งหน้าต่อไป โดยไม่แม้แต่จะปรายตามองภรรยาบ้านหลิวเลยสักนิด
ใบหน้าของภรรยาบ้านหลิวร้อนผ่าวขึ้นมาในทันที แม้แต่เพื่อนบ้านรอบข้างยังพลอยหน้าเจื่อนไปด้วย ดูท่าแล้ว ตู้เย็นเครื่องนี้คงไม่ใช่ของบ้านหลิวเสียแล้ว
ภรรยาบ้านหลิวอยากจะเอ่ยปากถาม แต่ก็ไม่กล้าพอ หากมันเป็นของเธอจริงๆ เดี๋ยวคนพวกนี้ก็คงต้องแบกกลับมาส่งให้เธออยู่ดี ถึงตอนนั้นเธอค่อยโวยวายก็ยังไม่สาย เพราะยังไงความผิดก็ตกอยู่ที่คนส่งของอยู่แล้ว แต่ถ้าบังเอิญว่ามันเป็นของคนอื่นขึ้นมาจริงๆ การเอ่ยปากถามออกไปตอนนี้จะไม่ยิ่งทำให้เธอหน้าแตกหรอกหรือ?
เธอพยายามข่มใจอดทนรอ พลางปลอบตัวเองว่าคนพวกนี้คงแค่จำบ้านผิด เดี๋ยวก็คงแบกกลับมาส่งให้เธอแน่ๆ
แต่ปรากฏว่าคนกลุ่มนั้นกลับเดินตรงไปจนสุดทาง... นั่นมันบ้านของโจวหลานผิงไม่ใช่หรือ? แต่โจวหลานผิงน่ะเหรอ? ทุกคนที่นี่ต่างก็รู้จักเธอดี แม่ม่ายหย่าร้างอย่างเธอจะไปมีปัญญาหาเงินได้สักเท่าไหร่กันเชียว? ลำพังแค่เงินเดือนครูอันน้อยนิดนั่น จะเอาปัญญาที่ไหนมาซื้อตู้เย็น? นี่ยังไม่ต้องพูดถึงพวกปลิงดูดเลือดในครอบครัวที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อเธออีกนะ
ส่งผิดบ้านแน่ๆ! ภรรยาบ้านหลิวคิดในใจ
ต้องส่งผิดบ้านชัวร์! คนอื่นๆ ก็คิดเช่นเดียวกัน
รับประกันได้เลยว่าส่งผิดแหงๆ พวกขี้อิจฉาต่างพากันคิดเข้าข้างตัวเอง
ถ้าส่งไปที่บ้านของโจวหลานผิงจริงๆ ละก็ ยอมตัดหัวให้เตะเล่นเป็นลูกบอลเลยเอ้า!
ทว่าในพริบตาต่อมา ประตูบ้านตระกูลโจวก็เปิดอ้าออก และตู้เย็นเครื่องนั้นก็ถูกยกเข้าไปตั้งไว้ด้านในอย่างสมบูรณ์แบบ