- หน้าแรก
- เมื่อนางเอกสายปลาเค็มขอโบกมือลางาน
- บทที่ 30: ฉายาของเธอคือ 'เนื้อหมา'
บทที่ 30: ฉายาของเธอคือ 'เนื้อหมา'
บทที่ 30: ฉายาของเธอคือ 'เนื้อหมา'
บทที่ 30: ฉายาของเธอคือ 'เนื้อหมา'
"เดี๋ยวก็คงขนออกมาแล้วล่ะ"
เมื่อครู่นี้เพิ่งมีคนลั่นวาจาไว้ว่าถ้าไม่ถูกขนออกมา จะยอมตัดหัวตัวเองมาเตะเล่นแทนลูกบอล
ไม่นานนัก พนักงานส่งตู้เย็นก็เดินออกมา แต่กลับไร้เงาของตู้เย็น
หลายคนรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ โดยเฉพาะภรรยาบ้านหลิวที่ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย
"คอยดูเถอะ ถึงจะซื้อมาได้ ก็เก็บไว้ได้ไม่นานหรอก"
คนอื่นๆ ต่างพยักหน้าเห็นด้วย หากพวกเขารักษาข้าวของเอาไว้ได้ ก็คงไม่ใช่ครอบครัวตระกูลโจวแล้ว หากไม่ใช่เพราะบ้านหลังนี้เป็นมรดกตกทอดที่พ่อแม่เฒ่าตระกูลโจวทิ้งไว้ให้ก่อนตาย พวกเธอก็คงรักษาบ้านหลังนี้ไว้ไม่ได้เช่นกัน
ทั้งเตาแก๊สและตู้เย็น ล้วนทำให้ครอบครัวโจวกลายเป็นที่อิจฉาตาร้อนของใครหลายคน พวกเขาต่างพากันสงสัยว่าโจวหลานผิงไปร่ำรวยมาจากไหน
ของสองชิ้นนี้รวมกันราคาเกือบห้าพันหยวน หรือว่าเธอจะแอบไปมีผู้ชายเลี้ยงดูกันแน่?
ไม่อย่างนั้นโจวหลานผิงจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อเตาแก๊สกับตู้เย็น? ขนาดพวกเขายังไม่มีใช้กันเลย แม้แต่บ้านหลิวที่หัวหน้าครอบครัวมีตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้าแผนกก็ยังไม่มี
แม้คำนินทาเหล่านี้จะยังถูกเก็บงำไว้ในใจ แต่ใครจะรู้ว่าอีกไม่กี่วันข้างหน้า มันอาจจะถูกนำไปพูดต่อจนแพร่สะพัดไปทั่วก็ได้
ขณะที่พวกเขาอิจฉาเตาแก๊สและตู้เย็นของครอบครัวโจว อีกใจหนึ่งก็รอดูว่าของพวกนี้จะอยู่คู่บ้านโจวไปได้สักกี่น้ำ
บางคนที่ทนเก็บความสอดรู้สอดเห็นไว้ไม่ไหว อยากจะไปขอดูตู้เย็นที่บ้านโจว แต่ประตูกลับถูกล็อคไว้อย่างแน่นหนา เคาะเท่าไหร่ก็ไม่มีใครมาเปิด
"เมื่อกี้ใช่หลิวเหลียงหรือเปล่า?"
ใครคนหนึ่งกระซิบถาม ปรากฏว่าเป็นหลิวเหลียงจริงๆ ไม่ใช่ผู้ชายแปลกหน้าจากที่ไหน
"ฉันเห็นนังหนูนั่นแหละ" คนตาไวคนหนึ่งจำหน้าหลิวเหลียงได้แม่นยำ เด็กผู้หญิงผอมแห้งแบบนั้นมีเอกลักษณ์จะตายไป แถมยังเห็นหน้าคร่าตากันอยู่ทุกวัน จะจำผิดได้อย่างไร?
"แต่เวลานี้หลิวเหลียงน่าจะอยู่ที่โรงเรียนไม่ใช่เหรอ? หรือว่าจะโดดเรียนอีกแล้ว?"
"เนื้อหมาก็คือเนื้อหมาวันยังค่ำ เอาขึ้นโต๊ะจัดเลี้ยงไม่ได้หรอก ต่อให้โจวหลานผิงจะเป็นครูแล้วมันจะทำไม?"
"เด็กที่คลอดออกมาก็ยังเป็นแค่พวกไม่ได้ความอยู่ดี"
พวกเขาต่างพูดกันว่าเด็กคนที่เคยเรียนเก่งคนนั้นคงไม่ใช่ลูกของเธอหรอก แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เด็กคนนั้นไม่ใช่ลูกสาวสายเลือดแท้ๆ ของโจวหลานผิง ด้วยระดับสติปัญญาอย่างโจวหลานผิง จะให้กำเนิดลูกสาวที่ทั้งฉลาดและงดงามขนาดนั้นได้อย่างไร?
เธอให้กำเนิดได้ก็แค่เด็กไม่ได้ความอย่างหลิวเหลียงนี่แหละ
ในขณะเดียวกัน 'เด็กไม่ได้ความ' อย่างหลิวเหลียงกำลังนำของสดจากในครัวเข้าไปแช่ในตู้เย็น ตู้เย็นในยุคนั้นมีขนาดเล็กกว่าตู้เย็นแบบสามประตูหรือสี่ประตูในยุคอนาคตมาก แต่ก็เพียงพอสำหรับครอบครัวที่มีกันแค่สองคน หลังจากนำของทั้งหมดเข้าไปแช่แล้ว พื้นที่ในตู้เย็นก็ถูกใช้ไปไม่ถึงครึ่ง พื้นที่ส่วนใหญ่ยังคงว่างเปล่า
หลิวเหลียงหยิบกระเป๋าสตางค์ใบเล็กหมายจะออกไปซื้อของกินมาตุนไว้ในตู้เย็น เมื่อก้าวเท้าออกมา เธอก็สังเกตเห็นว่าผู้คนในอาคารห้องเช่าไม่ได้ทำเมินเฉยใส่เธอเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว ทว่าในแววตาของพวกเขากลับมีบางสิ่งบางอย่างเพิ่มเข้ามา
การจับผิด ความอยากรู้อยากเห็น ความดูแคลน และอาจจะมีความรู้สึกอื่นๆ ปะปนอยู่ด้วย
หลิวเหลียงลูบใบหน้าของตัวเอง สีหน้าของเธอเรียบเฉย อุณหภูมิร่างกายก็เป็นปกติ ความหน้าหนาที่สั่งสมมาถึงสามชาติภพไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาทั่วไปจะทำลายมันได้ ในชาตินี้ นอกจากการตายตามธรรมชาติหรือการที่เธอจบชีวิตตัวเองแล้ว ก็ไม่มีใครสามารถทำอันตรายเธอได้แม้แต่ปลายเล็บ
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าเรื่องที่เธอโดดเรียนคงจะปิดบังไว้ไม่ได้อีกต่อไป อันที่จริงเธอก็ไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังเรื่องนี้ไปตลอดกาลหรอก เธอยังต้องไปโรงเรียน และพรุ่งนี้เธอจะเป็นคนจัดการปัญหาเรื่องโรงเรียนด้วยตัวเอง
ที่ตลาดสด หลิวเหลียงซื้อไก่ครึ่งตัวและมันฝรั่งมาในราคาไม่ถึงห้าหยวน ต้องยอมรับเลยว่าข้าวปลาอาหารในยุคนี้มีราคาถูกมากจริงๆ เงินเพียงหนึ่งร้อยหยวนก็สามารถครอบคลุมค่ากินค่าอยู่ของทั้งครอบครัวได้แล้ว ในอนาคต เงินหนึ่งร้อยหยวนอาจจะซื้อเนื้อสัตว์ได้ไม่ถึงสองชั่งด้วยซ้ำ
เธอหิ้วของกลับมา ตั้งใจว่าวันนี้จะทำเมนูไก่ผัดเผ็ดจานโต การบำรุงร่างกายให้แข็งแรงและไม่ปล่อยปละละเลยตัวเองเท่านั้นถึงจะมีแรงก้าวเดินต่อไปในอนาคต เธอคิดว่าการที่เธอป่วยหนักในชาติก่อนไม่ใช่เพราะสาเหตุอื่นใดเลย เป็นเพราะเธอทารุณกรรมตัวเองมากเกินไปต่างหาก มันคือการที่ร่างกายเอาคืนเธอ หากแม้แต่ตัวเองยังไม่รัก แล้วใครที่ไหนจะมารักเธอ?
ทว่าเมื่อผลักประตูเข้าไป เธอกลับพบว่าโจวหลานผิงกลับมาแล้ว ผู้เป็นแม่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเล็กในห้องนั่งเล่น สายตาเหม่อลอยจดจ้องไปที่ตู้เย็น
หลิวเหลียงปิดประตู แล้วนำของที่ถือมาไปเก็บไว้ในห้องครัวเล็ก
"เหลียงเหลียง..."
เมื่อหลิวเหลียงเดินออกมา โจวหลานผิงก็เรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน
"เหลียงเหลียง" น้ำเสียงของเธอแหบพร่าเล็กน้อยและเจือไปด้วยความรู้สึกผิด เธอละเลยลูกสาวตัวเองถึงขั้นที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลูกไม่ได้ไปโรงเรียน หากวันนี้ไม่มีคนเห็นหลิวเหลียงอยู่ที่บ้าน เธอคงไม่มีทางรู้เลยว่าลูกไม่ได้ไปโรงเรียนมาหลายวันแล้ว
หลิวเหลียงเดินเข้าไปหยุดยืนอยู่หน้าตู้เย็น
"แม่คะ ตู้เย็นบ้านเราสวยไหม?"
หลิวเหลียงเอ่ยถามโจวหลานผิง
ตู้เย็นกับเตาแก๊สคือสองสิ่งที่โจวหลานผิงปรารถนามากที่สุดในชีวิตช่วงนี้ และเป็นสิ่งที่เธอโหยหามาตลอดชีวิต แม้ว่าในอนาคตทุกครัวเรือนจะมีของเหล่านี้ใช้ และครอบครัวของเธอก็จะมีเช่นกัน แต่ความเสียใจและเสียดายบางอย่างก็ไม่สามารถชดเชยได้ด้วยกาลเวลา
"สวยสิจ๊ะ"
โจวหลานผิงยื่นมือออกไปลูบคลำตู้เย็น เธอเฝ้าฝันถึงมันมาหลายปี และอิจฉาตู้เย็นของบ้านคนอื่นมาตลอดหลายปีเช่นกัน ในตอนนั้น เธอเคยคิดว่าหากมีใครสักคนมอบตู้เย็นให้เธอ เธอคงดีใจจนละเมอหัวเราะออกมากลางดึกแน่ๆ
เดี๋ยวก่อน...
เธอรีบชักมือกลับ นี่เธอถูกหลิวเหลียงเบี่ยงเบนความสนใจไปดื้อๆ ได้ยังไงกัน?
"เหลียงเหลียง แล้วเรื่องไปโรงเรียนล่ะลูก?"
"หนูไม่อยากไปแล้วค่ะ" หลิวเหลียงตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนเกือบจะเย็นชา "หนูถูกจัดให้นั่งแถวหลังสุด นั่งรวมกับ 'พวกขยะ' ครูไม่เคยสนใจ แถมเพื่อนๆ ก็คอยกีดกัน สำหรับนักเรียนแล้ว การจัดที่นั่งแบบนี้มันคือการดูถูกและขับไล่ไสส่งกันชัดๆ แทนที่จะต้องไปทนเป็นธาตุอากาศหรือเศษขยะในห้องเรียนแบบนั้น สู้หนูไม่ไปเลยดีกว่า ขืนไปก็เสียเวลาและเปล่าประโยชน์เปล่าๆ"
โจวหลานผิงอ้าปากค้าง แต่ไม่ได้คิดจะดุด่าหลิวเหลียง เธอมีสิทธิ์อะไรไปดุด่าลูกกันล่ะ? ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเธอซึ่งเป็นแม่นั้นไร้ความสามารถและหาเงินไม่ได้เอง หลิวเหลียงเคยได้เรียนในโรงเรียนดีๆ มาตลอด แต่ตอนนี้ต้องย้ายมาอยู่ในโรงเรียนแย่ๆ ที่ไม่รู้จักใครเลย แล้วลูกจะเรียนอย่างมีความสุขได้อย่างไร? ตัวเธอเองก็เป็นครู มีหรือจะไม่รู้ว่านักเรียนที่ถูกจัดให้นั่งแถวหลังสุดนั้นเป็นคนแบบไหน?
พวกเขาคือเด็กนักเรียนที่ถูกทอดทิ้ง
"เรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วงนะ เดี๋ยวแม่จะเป็นคนจัดการให้เอง อีกไม่กี่วันลูกก็จะได้กลับไปโรงเรียนแล้ว แม่รับรองว่าลูกจะไม่ได้นั่งอยู่แถวหลังสุดแน่นอน"
หลิวเหลียงไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมาอีก ความเงียบของเธอทำให้โจวหลานผิงทึกทักเอาเองว่าลูกสาวตกลง หากโจวหลานผิงสามารถได้ยินเสียงถอนหายใจแผ่วเบาของเธอ ก็คงจะรู้ว่าหลิวเหลียงไม่ได้กำลังเงียบยอมรับ เธอเพียงแค่ไม่ได้คาดหวังอะไรกับเรื่องนี้แล้วต่างหาก
เรื่องบางเรื่องก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความต้องการของพวกเธอเพียงอย่างเดียว
ความเป็นจริงมักโหดร้ายเสมอ และความโหดร้ายนี้คือสิ่งที่พวกเธอต้องยอมรับมันให้ได้ อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่พวกเธอต้องใช้สองมือของตัวเองทำลายมันลง
"แล้วตู้เย็นนี่ราคาเท่าไหร่หรือลูก?"
โจวหลานผิงตัดสินใจที่จะไม่พูดเรื่องบั่นทอนจิตใจอีกต่อไป การซื้อตู้เย็นน่าจะเป็นเรื่องน่ายินดีแท้ๆ หากพวกเธอยังขืนคุยเรื่องนี้กันต่อไป มันอาจจะกลายเป็นเรื่องแย่ๆ ไปเสียเปล่าๆ
ไม่ว่าตู้เย็นเครื่องนี้จะดีแค่ไหน แต่มันก็มีราคาแพงอยู่ดี
หากมันราคาถูก เธอคงจะซื้อมันมาตั้งนานแล้ว ไม่มัวแต่เอาแต่คิดถึงมันเช้าค่ำแต่กลับไม่กล้าซื้อแบบนี้หรอก
"ไม่แพงหรอกค่ะ มันเป็นของมือสอง"