- หน้าแรก
- ราชันย์พลิกแผ่นดิน สร้างมหาอำนาจสเปน
- บทที่ 31: คลื่นใต้น้ำ
บทที่ 31: คลื่นใต้น้ำ
บทที่ 31: คลื่นใต้น้ำ
เมื่อได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มกำลังจากคาร์ลอส ปริโมก็เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ เขาอยู่โยงทำงานจนดึกดื่นในคืนนั้นเพื่อปรับปรุงแผนการปฏิรูปของตนให้รัดกุมยิ่งขึ้น
ในเมื่อกลุ่มนายทุนและคริสตจักรถูกกำหนดมาให้เป็นศัตรูกับรัฐบาลสเปนอยู่แล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องนำความคิดเห็นของพวกเขามาพิจารณาในระหว่างการปฏิรูป
วันที่ 3 มกราคม ปี 1870 รัฐบาลสเปนได้ยื่นเรื่องต่อรัฐสภาเพื่อของบประมาณทางทหารเพิ่มเติม ซึ่งต่อมาก็ได้รับการอนุมัติจากทั้งรัฐสภาและคาร์ลอส
ในช่วงเวลานี้ ปริโมยังคงครองเสียงข้างมากในรัฐสภา ดังนั้นขั้นตอนเหล่านี้จึงเป็นเพียงแค่พิธีการเท่านั้น
หลังจากได้รับงบประมาณทางทหารเพิ่มเติม ปริโมก็ส่งคณะทูตเดินทางออกไปต่างประเทศทันทีเพื่อจัดซื้ออาวุธ ยุทโธปกรณ์ และปืนใหญ่
ตามแผนการของปริโม ปืนใหญ่ครุปป์ที่ผ่านการทดสอบสมรรถนะมาแล้วในสงครามออสเตรีย-ปรัสเซียและสงครามฝรั่งเศส-ปรัสเซีย คือตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับกองทัพสเปน
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาว่าปรัสเซียกำลังทำสงครามกับฝรั่งเศสอยู่ในขณะนี้ ปริโมจึงมีแผนสำรองไว้นั่นคือ ออสเตรีย-ฮังการี หรือ อิตาลี
แม้ว่าประสิทธิภาพการรบของกองทัพอิตาลีจะไม่ได้ยอดเยี่ยมอะไรนัก แต่อิตาลีก็ยังมีขีดความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์อยู่ในระดับหนึ่ง
หากพวกเขาไม่สามารถซื้อปืนใหญ่ที่ทันสมัยที่สุดจากครุปป์ได้ การสั่งซื้อปืนใหญ่ทดแทนจากอิตาลีสักล็อตก็ถือว่าพอถูไถไปได้
เมื่อวันที่ 11 มกราคม ปี 1870 หนังสือพิมพ์สแปนิชซันได้รายงานข่าวเกี่ยวกับโรงงานแห่งหนึ่งที่ขูดรีดแรงงานคนงานมาอย่างยาวนานและค้างชำระค่าจ้าง
รายงานข่าวทำนองนี้เป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไปในสังคมสเปน ณ ขณะนั้น และในตอนแรกก็ไม่ได้ดึงดูดความสนใจจากชาวสเปนมากนัก
แต่ในเวลาต่อมาไม่นาน หนังสือพิมพ์หลายฉบับในกรุงมาดริดก็พากันตีพิมพ์ข่าวลักษณะเดียวกัน และรายงานข่าวส่วนใหญ่ก็ล้วนมาจากโรงงานแห่งแรกนั้นเอง
เพียงไม่นาน การนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่องก็สามารถดึงดูดความสนใจของชาวเมืองมาดริดได้สำเร็จ
เหล่าคนงานที่ถูกกดขี่ข่มเหงมาอย่างสาหัสก็เริ่มรวมตัวกันออกมาส่งเสียงเรียกร้อง ให้รัฐบาลออกมารับประกันว่าคนงานชาวสเปนทุกคนจะได้รับค่าจ้างตรงตามกำหนดเวลา
หลังจากประสบความสำเร็จในการดึงดูดความสนใจของชาวสเปน เมื่อวันที่ 15 มกราคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเสรีนิยมได้ยื่นเอกสารฉบับหนึ่งในชื่อ "ร่างกฎหมายแรงงานแห่งสเปน" เข้าสู่รัฐสภา โดยเรียกร้องให้รัฐสภาบัญญัติกฎหมายและร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับประกันว่าคนงานจะได้รับค่าจ้างและสวัสดิการอย่างเป็นธรรม
เอกสารฉบับนี้เปรียบเสมือนก้อนหินที่ถูกโยนลงผืนน้ำจนเกิดแรงกระเพื่อมอย่างรุนแรง มันจุดประกายให้เกิดการถกเถียงอย่างดุเดือดขึ้นในรัฐสภาทันที
แน่นอนว่า ด้วยความที่ปริโมครองเสียงข้างมากในรัฐสภา "ร่างกฎหมายแรงงานแห่งสเปน" จึงได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนท่วมท้นในท้ายที่สุด
เมื่อวันที่ 16 มกราคม ปี 1870 รัฐบาลสเปนได้ออกกฤษฎีกาในชื่อ "กฎระเบียบว่าด้วยการบริหารจัดการวิสาหกิจแห่งสเปน" โดยประกาศให้มีการควบคุมดูแลวิสาหกิจและโรงงานทั้งหมดในสเปนในเบื้องต้น เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายแรงงาน
กฤษฎีกาฉบับนี้ทำให้คนงานและลูกจ้างทั่วทั้งกรุงมาดริดโห่ร้องด้วยความยินดี เพราะมันแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลรับฟังและให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของพวกเขาอย่างแท้จริง
แต่สำหรับบรรดาเจ้าของโรงงานและกลุ่มนายทุนในมาดริด ไปจนถึงทั่วทั้งสเปน นี่กลับไม่ใช่เรื่องน่ายินดีเลยสักนิด ตามกฤษฎีกาที่รัฐบาลประกาศใช้ พวกเขาจะต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่คนงานและผู้ใช้แรงงานเป็นรายสัปดาห์ และผู้ใดที่ค้างชำระค่าจ้างจะถูกรัฐบาลสเปนลงโทษ
นี่เป็นสิ่งที่สเปนไม่เคยพบเห็นมาก่อน แม้ว่าการจ่ายค่าจ้างเต็มจำนวนจะไม่ทำให้วิสาหกิจและโรงงานเหล่านี้ขาดทุน แต่สำหรับกลุ่มนายทุนแล้ว การได้กำไรมากย่อมดีกว่าได้กำไรน้อยอย่างแน่นอน
กฤษฎีกาของรัฐบาลฉบับนี้ไม่ได้ต่างอะไรกับการล้วงเงินออกไปจากกระเป๋าของพวกเขาเลยไม่ใช่หรือ แล้วยังเอาไปประเคนให้พวกคนงานไร้ค่าพวกนั้นอีก
กลุ่มนายทุนที่ถูกขัดขวางเส้นทางแห่งความมั่งคั่งต่างปฏิเสธที่จะปฏิบัติตาม และตั้งใจจะยุยงให้คนงานออกมาชุมนุมประท้วง เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกกฤษฎีกาที่เพิ่งประกาศใช้
แต่บรรดาคนงานก็ไม่ได้โง่เขลา กฤษฎีกาที่รัฐบาลประกาศใช้นั้นเห็นได้ชัดว่าเป็นประโยชน์ต่อพวกตน แล้วพวกเขาจะลุกขึ้นมาต่อต้านรัฐบาลที่คอยหนุนหลังพวกเขาได้อย่างไรเล่า
เมื่อเห็นว่าไม่อาจปลุกระดมคนงานให้มาชุมนุมประท้วงได้ ในที่สุดเหล่านายทุนก็เริ่มตื่นตระหนก พวกเขาพากันรวมตัวกัน เพื่อพยายามหาหนทางอื่นในการกอบกู้สถานการณ์
วันที่ 18 มกราคม ภายในโรงงานแห่งหนึ่งในกรุงมาดริด
"แดเนียล เราจะทำยังไงกันดีล่ะ ถ้ารัฐบาลบังคับให้ฉันจ่ายค่าจ้างทุกสัปดาห์จริงๆ โรงงานของฉันไม่ล้มละลายเลยหรือยังไง" กิลเลน เจ้าของโรงงาน นั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ภายในห้องทำงาน โดยมีแดเนียล เจ้าของโรงงานผู้เป็นเพื่อนรัก นั่งอยู่เคียงข้าง
"อย่ากังวลไปเลยเพื่อนเอ๋ย ไม่ใช่แค่นายกับฉันหรอกนะที่ต้องจ่ายค่าจ้าง" แดเนียลมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้า ท่าทางดูไม่ตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย
"บ้าเอ๊ย นายมีแผนดีๆ อะไรไหม แดเนียล ฉันไม่อยากจ่ายเงินให้พวกคนงานเฮงซวยนั่นทุกสัปดาห์หรอกนะ นั่นมันเงินของฉัน เงินของฉันแท้ๆ!" กิลเลนจ้องมองเพื่อนของเขา ซึ่งมักจะมีไหวพริบลูกล่อลูกชนแพรวพราวเสมอ
"ฉันก็บอกแล้วไงว่าไม่ต้องกังวลสหาย" รอยยิ้มบนใบหน้าของแดเนียลไม่จางหายไปเลยแม้แต่น้อย ท่าทางเขาดูมั่นอกมั่นใจเต็มเปี่ยม "ลองคิดดูสิ มีแค่พวกเราหรือไงที่ต้องจ่ายค่าจ้าง ไม่เลย มันคือเจ้าของโรงงานทั้งหมดทั่วทั้งสเปนต่างหาก นายคิดว่าเป็นคนจำนวนเท่าไหร่กันล่ะ
นายไม่อยากจ่าย ฉันก็ไม่อยากจ่าย แล้วนายคิดว่าพวกนั้นจะยอมจ่ายให้คนงานงั้นหรือ
คอยดูเถอะ หากกษัตริย์คาร์ลอสของเราหลงลืมไปแล้วว่าใครเป็นคนผลักดันให้เขาขึ้นครองราชย์ พวกเราก็ไม่รังเกียจที่จะเปลี่ยนเจ้านายให้สเปนหรอกนะ"
"พระเจ้าช่วย นี่ทางออกของนายคือการก่อกบฏอย่างนั้นหรือ" กิลเลนชะงักงันไปชั่วขณะ และมองแดเนียลด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ
"ทำไมจะไม่ได้ล่ะเพื่อนรัก ในเมื่อเรายังสามารถเตะอิซาเบลลงจากราชบัลลังก์ได้ เราก็ทำแบบเดียวกันกับคาร์ลอสได้ สเปนควรถูกปกครองด้วยระบบทุนสิ พวกเราต่างหากคือเจ้านายที่แท้จริงของประเทศนี้ ไม่ใช่หรือไง" แดเนียลพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม โดยไม่แยแสต่อสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงของเพื่อนเลยแม้แต่น้อย
"ให้ตายสิ มันก็จริงของนาย" เมื่อนึกถึงการที่ต้องจ่ายเงินให้พวกคนงานเหล่านั้นทุกสัปดาห์ สติสัมปชัญญะของกิลเลนก็ถูกความบ้าคลั่งกลืนกินจนหมดสิ้น เขาพยักหน้าเห็นด้วยกับแดเนียล ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยว "ไม่ว่าใครหน้าไหนที่คิดจะล้วงเงินออกไปจากกระเป๋าฉัน มันผู้นั้นก็คือศัตรูของฉัน ต่อให้เป็นพระเจ้าก็ไม่มีข้อยกเว้น"
"เยี่ยมมากเพื่อน" เสียงหัวเราะของแดเนียลดังก้องขึ้น "คอยดูเถอะ ทั้งปริโมและคาร์ลอสจะต้องเสียใจ เพราะพวกเขาดันมาล่วงเกินนายเหนือหัวที่แท้จริงของประเทศนี้เข้าแล้ว"
ไม่ใช่แค่กรุงมาดริดเท่านั้นที่กำลังปั่นป่วนวุ่นวาย แต่ยังรวมถึงภูมิภาคคาตาโลเนียและบาสก์ด้วย
กลุ่มการ์ลิสต์ซึ่งคอยสร้างความเดือดร้อนให้สเปนมานานหลายทศวรรษ ได้ซุ่มซ่อนตัวอยู่ในภูมิภาคคาตาโลเนีย พร้อมที่จะกรีธาทัพบุกเข้ามากรุงมาดริดเพื่อแย่งชิงราชบัลลังก์สเปนได้ทุกเมื่อ
ผู้นำกลุ่มการ์ลิสต์คนปัจจุบัน ผู้ซึ่งสถาปนาตนเองเป็นกษัตริย์แห่งสเปนภายใต้พระนาม "คาร์ลอสที่เจ็ด" บัดนี้มีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้า สีหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวัง "ขอบคุณพระเจ้า ในที่สุดโอกาสก็มาถึงเสียที ไอ้สารเลวปริโมที่ดันเลิกสนับสนุนราชวงศ์บูร์บง ทั้งมันและไอ้กษัตริย์จอมปลอมคาร์ลอสสมควรถูกส่งไปบั่นคอที่กิโยติน!"
"ฝ่าบาท กองทัพแห่งคาตาโลเนียพร้อมที่จะเคลื่อนทัพสู่กรุงมาดริดเพื่อพระองค์ได้ทุกเมื่อพ่ะย่ะค่ะ กษัตริย์แห่งสเปนมีเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น และนั่นก็คือพระเจ้าคาร์ลอสที่เจ็ดผู้ยิ่งใหญ่แห่งราชวงศ์บูร์บง!" ลูกน้องที่อยู่ใกล้เคียงก็ฉวยโอกาสนี้ประจบสอพลอ โดยเอ่ยกับ "คาร์ลอสที่เจ็ด" ด้วยสีหน้าประจบประแจงสุดฤทธิ์