- หน้าแรก
- ภรรยาคนแรกของพระเอกชาย
- ตอนที่ 26 - ใกล้ชิดมากขึ้น
ตอนที่ 26 - ใกล้ชิดมากขึ้น
ตอนที่ 26 - ใกล้ชิดมากขึ้น
เรย์มอนด์ยกถ้วยชาขึ้นดื่มอีกครั้ง
หรือเป็นเพราะผู้หญิงตรงหน้าเขาเป็นเหมือน "น้ำผึ้ง" กันแน่?
แม้ว่า ชาจะเย็นชืดไปแล้ว แต่แปลกเหลือเกิน… มันกลับมีรสหวานราวกับใส่น้ำตาลลงไปเต็มถ้วย
ความหวานที่ปลายลิ้นให้ความรู้สึกแปลกใหม่ และไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย
ถึงอย่างนั้น ใบหน้าของเขายังคงสงบนิ่ง ปิดบังทุกอารมณ์เอาไว้ภายใต้หน้ากากเยือกเย็น
"ฉันพูดมากเกินไปหน่อย"
"ไม่เลยค่ะ ขอบคุณที่เล่าให้ฉันฟัง"
เพียงเสี้ยววินาที แววตาของเรย์มอนด์เกิดการสั่นไหวเล็กน้อย แต่เยอร์ฟีไม่ได้สังเกตเห็นมันเลย
เพราะตอนนี้… ความคิดของเธอทั้งหมดพุ่งตรงไปที่ดันเต้เท่านั้น
เรื่องราวของเรย์มอนด์สิ้นสุดลงแล้ว
แต่ในใจของเธอ กลับยังคงหนักอึ้ง—ดวงตาสีเขียวอ่อนหม่นลงด้วยความคิดที่ยังไม่ได้รับคำตอบ
"แต่มันแปลกนะคะ จากที่ฉันเห็น ดันเต้เป็นเด็กที่แค่ขี้กลัว ไม่ได้ดูดุร้ายเลยสักนิด"
"ต่อให้เป็นช่วงเวลาของการต่อต้าน แต่ฉันยังนึกภาพไม่ออกเลยว่าเขาจะก่อเรื่องรุนแรงขนาดนั้นได้ยังไง"
เธอไม่ได้พบดันเต้บ่อยนัก และเวลาที่เจอเขาแต่ละครั้งก็มีเพียงแค่ช่วงสั้นๆ เท่านั้น
แต่ดันเต้ที่เยอร์ฟีรู้จักนั้นเป็นเด็กขี้กลัว ที่เลือกจะซ่อนตัวมากกว่าที่จะสร้างปัญหาหรือก่อความวุ่นวายใดๆ
นิสัยของเด็กคนนี้ไม่ใช่ประเภทที่จะสร้างเรื่องเดือดร้อนให้ใครโดยไม่มีเหตุผลแน่นอน
ความรู้สึกไม่ชอบมาพากลค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจเธอ
ยิ่งคิดเช่นนั้น ความตั้งใจที่จะสืบหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องของดันเต้ก็ยิ่งแน่วแน่มากขึ้นกว่าเดิม
ราวกับจะรับรู้ถึงความคิดในใจของเยอร์ฟี เรย์มอนด์จึงเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ฉันให้เธอไปคุยกับเขาก็จริง แต่ก็ไม่จำเป็นต้องฝืนตัวเองมากเกินไป"
"เด็กคนนั้นอ่อนไหวมาก หากเธอเข้าไปใกล้เกินไป… เขาอาจจะชักกรงเล็บใส่เธอก็ได้"
คำพูดที่ฟังดูเย็นชา แต่กลับแฝงไปด้วยความเป็นห่วง
จริงๆ แล้วเขากำลังห่วงใครกันแน่…?
เยอร์ฟีรู้สึกแปลกใจกับคำเตือนที่ไม่คาดคิดนั้น เธอจึงทบทวนมันอีกครั้งในใจ
และไม่นาน รอยยิ้มบางๆ ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธออย่างเป็นธรรมชาติ
แก้มที่แต้มสีแดงระเรื่อขึ้นมาเหมือนผลไม้สุกงอม ดวงตาสีเขียวสดใสดั่งใบไม้แรกผลิที่โบกไหวในสายลม
ผิวขาวเนียนละเอียดของเธอขับให้ ริมฝีปากสีแดงเข้มดูโดดเด่นขึ้น
รอยยิ้มของเธอช่างดูคล้ายกับลูกพีชหอมหวานที่เธอเผลอทำตกไปเมื่อตอนกลางวัน
และในชั่วพริบตาเดียว ภาพนั้นก็ติดตรึงอยู่ในดวงตาสีทองของเรย์มอนด์
เป็นช่วงเวลาเพียงสั้นๆ ที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว
ถึงแม้สีหน้ากับท่าทางของเขาจะดูนิ่งสงบ แต่ทว่าคำพูดที่ออกมานั้นกลับฟังดูแข็งกระด้าง
"ยิ้มทำไม?"
"เพราะท่านใจดีน่ะค่ะ"
สำหรับผู้ชายที่เธอเคยคิดมาตลอดว่าทอดทิ้งภรรยาโดยไม่ไยดี กลับมีมุมที่ดูอ่อนโยนและอบอุ่นซ่อนอยู่อย่างไม่น่าเชื่อ
ตอนนี้เยอร์ฟีรู้สึกว่าเธอได้ค้นพบอีกด้านหนึ่งของเรย์มอนด์ ผู้ที่เธอเคยมองว่าเย็นชาและเข้าถึงยาก มุมมองที่มีต่อเขาก็เริ่มเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
‘บางที... ในระหว่างที่ฉันยังอยู่ที่นี่ เราอาจจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันก็ได้’
นี่เป็นครั้งแรก… ที่เธอรู้สึกมีความหวังเกี่ยวกับเขา
ฝันร้ายของเธอเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความทรงจำของใครบางคนในอดีต
แต่เธอก็ตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะไม่เดินซ้ำรอยเดิมเด็ดขาด
หากเป็นเช่นนั้น บางทีเธอกับเขาอาจสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน—อย่างน้อยก็คงไม่เลวร้ายจนถึงที่สุด
และในที่สุด เยอร์ฟีก็ตอบคำถามที่เรย์มอนด์เคยถามเธอไว้ก่อนหน้านี้
"ฉันจะทำตามที่ท่านว่าค่ะ"
ดูเหมือนว่าการสนทนาในครั้งนี้… กำลังค่อยๆ ทำให้พวกเขาเข้าใกล้กันมากขึ้น…
ท้องฟ้าด้านนอกที่มองผ่านช่องหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้เพียงเล็กน้อย ดูเป็นสีม่วงเข้ม
แสงอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้าด้านหลังเรย์มอนด์
เมื่อเห็นเช่นนั้น เยอร์ฟีก็คิดว่า คงถึงเวลาที่เธอควรกลับแล้ว
"ดูเหมือนฉันจะรบกวนเวลาของท่านนานเกินไปแล้ว ฉันคงต้องขอตัวก่อนนะคะ"
เธอลุกขึ้นจากโซฟา แล้วโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อเป็นการลาทางการ
แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะหันหลังเดินจากไปนั้นเอง เสียงเรียกของเรย์มอนด์ก็ฉุดรั้งเธอไว้เสียก่อน
"เดี๋ยวก่อน"
ยังมีเรื่องอะไรเกี่ยวกับดันเต้ที่เขาต้องพูดอีกงั้นหรือ?
เยอร์ฟีหันกลับไปมองเขา พบว่าแสงอาทิตย์ยามเย็นที่อยู่นอกหน้าต่างได้เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มไปเสียแล้ว
แสงทั้งหมดอยู่ด้านหลังของเรย์มอนด์ ขับให้ดวงตาสีทองของเขาที่จับจ้องมาที่เธอดูเด่นชัดขึ้น
"เธอยังมีหน้าที่ในฐานะภรรยาที่ต้องทำอยู่"
อา...
เพียงคำพูดสั้นๆ คำเดียว—เยอร์ฟีก็จำได้ในทันทีว่าวันนี้คือวันอะไร…
‘วันนี้… คือวันที่ฉันต้องเชื่อมสัมพันธ์กับเขา’
เรย์มอนด์ลุกขึ้นจากที่นั่ง เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเยอร์ฟี
สายลมที่โอบล้อมรอบตัวทั้งคู่ราวกับถูกแต่งแต้มไปด้วยสีของอาทิตย์ยามอัสดง
เยอร์ฟีมองสบตากับเขา ก่อนจะนึกย้อนถึงช่วงเวลาที่เธอข้ามผ่านกำแพงมายังที่นี่
เมื่อนับรวมระยะเวลาทั้งหมดจากการเดินทางอันแสนยาวไกลและการเข้ามาอาศัยอยู่ในปราสาทแห่งนี้
มันตรงกับวันที่ถูกระบุไว้ในสัญญาสมรสของพวกเขาพอดี
‘เขายังจำเรื่องนี้ได้สินะ...’
เยอร์ฟีเกือบจะลืมเรื่องนี้ไปแล้วด้วยซ้ำ
แต่เรย์มอนด์กลับจำมันได้อย่างแม่นยำ—ชัดเจนราวกับว่าเขาไม่เคยปล่อยให้รายละเอียดใดหลุดรอดไป
เขาช่างเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับข้อตกลงจริงๆ อย่างที่เธอคาดไว้ไม่มีผิด
"แค่จับมือก็พอใช่ไหมคะ?"
เธอถามออกไปอย่างระมัดระวัง เรย์มอนด์พยักหน้ารับคำถามของเยอร์ฟี
มือที่เขายื่นออกมานั้นสวมถุงมือหนังสีดำสนิท
ผิวสัมผัสมันวาวดูนุ่มนวลและลึกลับ ทำให้นึกถึงขนของเสือดำตัวใหญ่ที่สง่างาม
ข้อมือที่โผล่พ้นออกมาเผยให้เห็นเส้นเลือดจางๆ สอดรับกับแขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่คมชัด—เป็นส่วนผสมระหว่างความแข็งแกร่งและความสง่างาม…
จู่ๆ ภาพเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ก็แวบเข้ามาในหัวเธอ—ตอนที่เธอหลับตาปี๋เพื่อหลบกิ่งไม้ที่กำลังจะตกลงมา
แรงที่โอบกระชากเธอเข้ามาในอ้อมแขน และช่วงเวลาที่เธอลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่าเขาคอยจับประคองเธอไว้อย่างมั่นคง
มันเป็นภาพความทรงจำที่ไหลเข้ามาโดยไม่รู้ตัว
เยอร์ฟีไม่ได้ทันคิดอะไร… มือเปล่าของเธอลูบผ่านถุงมือของเขา ก่อนจะค่อยๆ จับเข้าที่ข้อมือของเขาโดยตรง
นิ้วมือของเรย์มอนด์คล้ายกระตุกขึ้นเล็กน้อย เยอร์ฟีเห็นเขาขมวดคิ้วเพียงบางเบา เธอจึงรีบหลบสายตาก้มลงต่ำ
"ถ้าจะเชื่อมโยงกันได้ เราต้องสัมผัสกันโดยตรงค่ะ"
"…ฉันรู้"
เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับว่าเขาแค่เผลอลืมไปชั่วครู่เท่านั้น
เรย์มอนด์ถอดถุงมือข้างหนึ่งออก วางมันลงบนโต๊ะข้างตัว
เส้นเลือดสีฟ้าที่ชัดเจนบนหลังมือ กล้ามเนื้อและกระดูกที่เรียงตัวได้สัดส่วน—ให้ความรู้สึกทั้งสง่างามและแข็งแกร่งในคราวเดียวกัน
"เรื่องครั้งก่อน… ที่ฉันทำตามใจตัวเองเกินไปหน่อย ต้องขออภัยด้วยค่ะ"
เยอร์ฟีเอ่ยขึ้นก่อนที่เรย์มอนด์จะได้ทันตอบอะไรกลับมา จากนั้นมือเล็กและนุ่มนวลของเธอก็ค่อยๆ เคลื่อนลงมาจากข้อมือ สัมผัสเบาๆ ลงบนหลังมือของเขา
เพื่อให้พื้นที่สัมผัสกันมากขึ้น เธอจึงสอดปลายนิ้วเรียวยาวและบอบบางเข้าไประหว่างช่องว่างของนิ้วมือเขาอย่างระมัดระวัง
เมื่อสัมผัสของเธอเชื่อมโยงกับเขา เยอร์ฟีก็สามารถสัมผัสถึง "บางสิ่ง" ภายในตัวเรย์มอนด์ได้
หากต้องอธิบายเป็นภาพสักภาพหนึ่ง คงต้องเรียกมันว่า…
‘จักรวาลขนาดเล็ก’
ภายในตัวของเรย์มอนด์เปรียบเสมือนโลกใบหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวนับไม่ถ้วนซึ่งเปล่งประกายอย่างมีชีวิตชีวา
สิ่งเดียวที่เยอร์ฟีพอจะทำได้สำหรับโลกอันงดงามนี้ ก็คือช่วยให้หมู่ดาวอันแสนสดใสเหล่านั้นยังคงส่องประกายอย่างบริสุทธิ์อยู่เสมอ
ครั้งนี้เธอรู้สึกคุ้นเคยกับการจัดการพลังภายในตัวมากขึ้นแล้ว เมื่อเทียบกับการเชื่อมสัมพันธ์ครั้งแรกที่ผ่านมา
‘เขาดูดีขึ้นกว่าครั้งก่อน’
นี่คือสิ่งที่เยอร์ฟีประเมินได้ หลังจากที่ได้สัมผัสถึงพลังภายในตัวเขา
พลังของสายเลือดมังกรยิ่งใช้งานมากเท่าไร ระดับการปนเปื้อนก็ยิ่งสูงขึ้น
แต่นอกเหนือจากการใช้พลังแล้ว—หากได้รับผลกระทบทางจิตใจอย่างรุนแรง การปนเปื้อนก็จะทวีคูณขึ้นได้เช่นกัน
เธอไม่แน่ใจว่า ตัวเองจับมือเขาไว้นานเท่าไรแล้ว
แต่สิ่งที่เธอรู้คือ… ความร้อนจากตัวเรย์มอนด์ค่อยๆ ซึมเข้าสู่มือของเธอ
มือที่เคยเย็นเฉียบตลอดทั้งปี—บัดนี้อบอุ่นขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
‘ดูเหมือนว่าตอนนี้จะดีขึ้นแล้วสินะ’
เธอไม่ได้หมายถึงความอบอุ่นจากร่างกายของเขา… แต่เป็นจิตใจของเขาต่างหากที่เปลี่ยนไป
ตอนนี้ภายในของเรย์มอนด์ที่เธอสัมผัสได้ ดูใสกระจ่างกว่าก่อนหน้านี้—มันเปล่งประกายอย่างเงียบสงบ
แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด มือของเขาที่จับเธอเอาไว้กลับไม่ยอมคลายออกเลยสักนิด
‘แปลกจัง...’
เธอเป็นฝ่ายที่ยื่นมือไปจับเขาก่อนแท้ๆ
แต่ตอนนี้ กลับกลายเป็นเรย์มอนด์ที่กำลังจับมือเธอไว้แน่นแทน
ท่ามกลางบรรยากาศรอบตัวที่เงียบสงัดจนแทบไม่กล้าลมหายใจออกมา
มีเพียงไออุ่นที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ—แผ่กระจายไปทั่วห้องราวกับห่อหุ้มทุกอย่างไว้ภายใน…
เธอคิดว่าเขาคงจะปล่อยมือเธอในไม่ช้า
หรือไม่ก็คงจะ แสดงท่าทีอึดอัดบอกให้เธอรู้ว่าทำแบบนี้มันเกินพอดีแล้ว พร้อมกับผลักเธอออกไปเบาๆ
แต่กลับกลายเป็นว่า… สิ่งที่เรย์มอนด์ทำ กลับไม่เป็นไปตามที่เธอคาดคิดเลย
"อีกสักหน่อย"
เขาเป็นฝ่าย รั้งมือของเธอไว้เอง ในขณะที่เธอกำลังจะผละออก
มือที่จับเธอไว้ ออกแรงดึงเบาๆ และก่อนที่เธอจะทันตั้งตัว—ร่างของเยอร์ฟีก็เซไปข้างหน้า เข้าใกล้เขามากขึ้น…
สิ่งที่เธอสัมผัสได้… คืออ้อมแขนของผู้มีสายเลือดมังกร
กลิ่นหอมสดชื่นคล้ายมิ้นต์ ช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสทุกส่วนในร่างกายของเยอร์ฟีให้ตื่นตัวทันที
เเธอเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ไหล่แข็งเกร็งอยู่ชั่วขณะ กับอ้อมกอดที่ไม่คุ้นเคยนี้
ยิ่งการเชื่อมโยงระหว่างพวกเขาแน่นแฟ้นมากขึ้นเท่าไร กลิ่นนั้นก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น
กลิ่นน้ำผึ้งอันหอมหวานได้แผ่กระจายรอบตัวเธอจนปกคลุมทุกสิ่ง
ทองคำเหลวที่แต่งแต้มบรรยากาศให้กลายเป็นสีทองอ่อนละมุน—กลิ่นที่อบอวลอยู่รอบตัวนั้นหอมจนแทบทำให้เธอรู้สึกเวียนหัว
กลิ่นของตัวเธอเองเข้มข้นเสียจนปลายจมูกเธอเองแทบจะไม่สามารถรับรู้ถึงอะไรได้อีกต่อไป
แต่กลิ่นของผู้ที่โอบกอดเธอไว้… กลับเย็นสดชื่นราวกับมิ้นต์
เมื่อผสมเข้ากับความหวานจัดของน้ำผึ้ง
เมื่อมันผสมเข้ากับกลิ่นน้ำผึ้งอันหอมหวานของเธอ กลิ่นทั้งสองก็สร้างสัมผัสใหม่—ทั้งเย้ายวนและชวนให้หลงใหล ราวกับเวทมนตร์
ร่างกายของเยอร์ฟีที่เคยตึงเครียด… เริ่มคลายลงอย่างช้าๆ
เธอปล่อยให้ตัวเองจมอยู่ในอ้อมแขนของเขา สติสัมปชัญญะเริ่มพร่าเลือนจากการเชื่อมโยงที่ลึกซึ้ง
‘หรือเป็นเพราะการเชื่อมโยงของสายเลือดมังกรถึงได้ทรงพลังขนาดนี้?’
เสียงหัวใจของเรย์มอนด์…
มันดังและแรงกว่าของมนุษย์ทั่วไป
จังหวะที่เร็วและหนักแน่น—จนเธอได้ยินมันชัดเจน ราวกับเสียงกลองที่ก้องสะท้อนอยู่ข้างหูเธอ…
เช่นเดียวกับที่ "เครื่องหอม" สามารถรับรู้บางสิ่งผ่านการเชื่อมโยง…
"สายเลือดมังกร" เองก็คงสัมผัสถึงบางอย่างผ่านการเชื่อมโยงนี้เช่นกัน
ในช่วงเวลานี้—เรย์มอนด์ดูสงบนิ่งราวกับลูกแกะตัวน้อย
หรือบางที… เขาอาจเป็นเพียงนักล่าผู้ซ่อนเขี้ยวเล็บเอาไว้—แสร้งทำเป็นเชื่องเท่านั้น
แน่นอนว่า มันคงเป็นเช่นนี้ได้… ตราบใดที่ไม่มีใครโหยหาความรักจากเขามากเกินไป
ถึงอย่างนั้น เยอร์ฟีกลับรู้สึกว่า—เธออยากรู้จักตัวตนของชายคนนี้ให้มากขึ้นกว่านี้อีก…
และในชั่วขณะนั้นเอง—ดวงตาของพวกเขาก็สบประสานกันอีกครั้ง…
เรย์มอนด์สะดุ้งเล็กน้อย เมื่อสบเข้ากับดวงตาสีเขียวที่จ้องมองเขาอย่างเงียบงัน
เขาดูเหมือนไม่คุ้นเคยกับการอยู่ใกล้ชิดกับผู้อื่นแบบนี้เลย
และราวกับว่าเขาเพิ่งตระหนักได้ว่า—เขาเป็นฝ่ายจับเธอไว้ตั้งแต่แรก
ชายที่เป็นฝ่ายร้องขอการเชื่อมโยงก่อน…
กลับเป็นฝ่ายถอยหนีเสียเอง