- หน้าแรก
- ภรรยาคนแรกของพระเอกชาย
- ตอนที่ 23 - สถานการณ์เผชิญหน้า
ตอนที่ 23 - สถานการณ์เผชิญหน้า
ตอนที่ 23 - สถานการณ์เผชิญหน้า
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น ดันเต้หดตัวลงอย่างเห็นได้ชั
แต่ถึงอย่างนั้น กรงเล็บที่จิกแน่นลงกับพื้น และหางที่ฟาดอย่างแรง เป็นสัญญาณบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเขากำลังระแวดระวังและแสดงความไม่พอใจออกมา
เยอร์ฟีที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างการเผชิญหน้าของมังกรทั้งสอง จ้องมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยแววตาสับสน
‘มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้’
ไม่สิ—จริงๆ แล้ว เธอเองก็ไม่เข้าใจเลยด้วยซ้ำว่าสถานการณ์มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร
ราวกับว่ากำลังหมุนเข็มนาฬิกาย้อนกลับ เยอร์ฟีพยายามไล่เรียงความทรงจำของตัวเอง ย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาก่อนเกิดเหตุการณ์นี้...
ย้อนกลับไปเมื่อครึ่งวันก่อน
เยอร์ฟีนั่งพลิกดูลูกพีชหนามป่าที่สาวใช้ส่งมาให้
มันมีสีแดงเข้มปนดำ ไม่เพียงแต่มีขนาดเล็ก ผิวยังขรุขระไม่สวยงาม ดูไม่น่ากินเลยสักนิด
ถ้ามันอร่อย ก็คงพอเข้าใจได้... แต่นี่กลับไม่ใช่แบบนั้น
ไม่ว่าจะคิดอย่างไร เยอร์ฟีก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมดันเต้ถึงต้องมากินของแบบนี้
สุดท้าย เธอจึงตัดสินใจออกจากห้องพัก
จุดหมายของเธอ คือห้องครัวของปราสาทโกรเวน
การมาเยือนอย่างกะทันหันโดยไม่บอกล่วงหน้าของดัชเชสทำให้ห้องครัวตกอยู่ในความโกลาหลอยู่ครู่หนึ่ง
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเสียงแตกตื่นของสาวใช้หรือเปล่า ไม่นานหัวหน้าพ่อครัวของปราสาทโกรเวน เท็ด ดิออน ก็รีบเดินเข้ามาหาดัชเชส
"ขอต้อนรับสู่หัวใจของปราสาทโกรเวน ท่านหญิง ผมมีชื่อว่าเท็ด ดิออน เป็นหัวหน้าพ่อครัวของที่นี่ครับ"
เยอร์ฟีเผลอยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อเห็นชายชราผู้เรียกห้องครัวว่าเป็น "หัวใจ" ของปราสาท
"ดูเหมือนฉันจะมาที่นี่แบบกะทันหันไปหน่อยสินะ"
"โอ้ ไม่เลยครับ ผมตั้งตารอคอยวันที่ท่านหญิงจะมาเยือนที่นี่อยู่เสมอ! ตั้งแต่ท่านหญิงมาอยู่ที่นี่ ผมก็รู้สึกว่าการทำอาหารนั้นมีความหมายขึ้นมาอีกครั้ง ส่วนท่านดยุกน่ะหรือ? ไม่ว่าผมจะทำอะไรให้ทานก็ไม่เคยแสดงท่าทีใดๆ เลย ฮ่า ๆ ๆ"
หัวหน้าพ่อครัวร่างใหญ่หัวเราะเสียงดังลั่น แค่เสียงหัวเราะของเขาก็ให้ความรู้สึกฮึกเหิมไปด้วย
เยอร์ฟีมองเท็ดที่ยิ้มอย่างเป็นมิตรแล้วเผลอยิ้มตาม ก่อนที่เขาจะเอ่ยถาม
"ว่าแต่ ท่านหญิงมาที่ห้องครัวมีธุระอะไรหรือครับ?"
"อ้อ ฉันอยากได้ลูกพีชสักหน่อย ไม่แน่ใจว่าพอจะหาได้ไหม?"
เมื่อได้ยินคำถามนั้น ดวงตาของเท็ดเบิกกว้างเล็กน้อย ก่อนจะรีบบอกว่า "รอสักครู่นะครับ" แล้วหันหลังเดินจากไป
ไม่นานนัก เขากลับมาพร้อมกับ กล่องใบใหญ่ ในอ้อมแขน...
"โธ่ ท่านหญิง! ถ้าเป็นลูกพีชล่ะก็ แน่นอนว่ามีอยู่แล้วล่ะครับ กำลังจะเอาไปใส่ในสลัดมื้อเย็นพอดีเลยครับ"
ภายในกล่องเต็มไปด้วยลูกพีชสีชมพูสดใสที่ถูกห่อด้วยผ้าเนื้อดีอย่างพิถีพิถัน
กลิ่นหอมสดชื่นของผลไม้ลอยแตะปลายจมูก
แค่ได้กลิ่น ก็รู้ได้โดยไม่ต้องชิม ว่าลูกพีชเหล่านี้ต้องมีรสหวานละมุนชุ่มฉ่ำเป็นพิเศษแน่นอน
"สีสวยมากเลยนะ"
"แน่นอนอยู่แล้วครับ! ลูกพีชพวกนี้เพิ่งถูกส่งตรงมาจาก ดินแดนแห่งฤดูร้อน รับรองว่าเป็นของชั้นเลิศ!"
"ว่าแต่ ท่านหญิงต้องการเท่าไหร่หรือครับ?"
เมื่อได้ยินคำถามจากหัวหน้าพ่อครัว เยอร์ฟี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบออกไป
"หนึ่ง... ไม่สิ ขอห้าลูกแล้วกัน"
เมื่อเยอร์ฟีนึกถึงจำนวนเมล็ดที่กระจัดกระจายอยู่บนกำแพงหินเมื่อวาน เธอคิดว่าแค่ลูกเดียวคงไม่พอแน่
หัวหน้าพ่อครัวยิ้มกว้าง ก่อนจะหยิบลูกพีชที่ทั้งสวยและคุณภาพดีที่สุด วางลงในตะกร้าหวายที่รองด้วยผ้ากำมะหยี่อย่างดี แล้วยื่นให้เธอ
"นี่ครับ"
"ขอบคุณค่ะ"
สาวใช้ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เอื้อมมือมาหมายจะรับตะกร้าแทน แต่เยอร์ฟีกลับส่ายหน้าปฏิเสธ แล้วถือมันไว้เอง
น้ำหนักของตะกร้าที่ห้อยอยู่บนแขนส่งแรงกดลงมาเบาๆ พร้อมกับกลิ่นหอมของผลไม้ที่แทรกผ่านช่องว่างระหว่างหวาย เยอร์ฟีรู้สึกพึงพอใจกับสัมผัสนี้ไม่น้อย
หลังจากกล่าวขอบคุณทุกคนในห้องครัวแล้ว เธอก็ออกจากที่นั่น มุ่งหน้าไปยังสวนหลังปราสาท
เธอลองเดินไปยังบริเวณกำแพงหินที่ดันเต้อยู่เมื่อวาน ด้วยความหวังเพียงเล็กน้อย
แต่สิ่งที่เหลืออยู่ มีเพียงร่องรอยของเมล็ดที่กระจัดกระจายบนพื้น ไม่มีแม้แต่เงาของเด็กคนนั้น
เยอร์ฟีมองไปที่กำแพงโล่งเปล่า พลางเผยรอยยิ้มจางๆ ที่เต็มไปด้วยความขมขื่น
‘ก็รู้อยู่แล้วว่ามันต้องเป็นแบบนี้’
บางที ต่อให้ไม่ใช่ตรงนี้ การหาตัวดันเต้ก็ยังคงเป็นเรื่องที่ยากอยู่ดี...
จริงๆ แล้ว ก่อนที่เยอร์ฟีจะไปห้องครัวเพื่อหาลูกพีช เธอได้แวะไปยังอาคารท้ายสุดของปีกตะวันตก—สถานที่ที่ว่ากันว่าดันเต้อาศัยอยู่
แต่แปลกนัก ประตูบานนั้น ไม่ยอมเปิดออก และภายในก็ไร้ซึ่งเสียงหรือการเคลื่อนไหวใด ๆ
เยอร์ฟียืนมองประตูที่ต้องใช้กุญแจไขเพื่อเปิด พลางจมอยู่กับความคิดของตัวเอง
‘ดันเต้จะไขกุญแจเปิดประตูเองได้หรือเปล่านะ?’
ก่อนหน้านั้น... เมย์ดี้ สาวใช้ของดันเต้ ตอนนี้เธออยู่ที่ไหนกัน?
หรือว่าเธออยู่กับดันเต้จริง ๆ?
ข้อสงสัยของเยอร์ฟีเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความกังขา และยิ่งคิดก็ยิ่งมีคำถามผุดขึ้นมาไม่จบสิ้น
เมย์ดี้ ได้รับอภิสิทธิ์มากมายเพียงเพราะเธอเป็นคนดูแลดันเต้
เธอสามารถละเว้นหน้าที่ทำความสะอาดได้ และยังได้รับอนุญาตให้อาศัยอยู่ในห้องของดันเต้แทนหอพักของสาวใช้ทั่วไป
แต่ก่อนที่จะพูดถึงความสะดวกสบายที่เมย์ดี้ได้รับ กลับมีจุดที่น่าสงสัยกว่าคือ...
แทบไม่มีใครเคยเห็นเธออยู่กับดันเต้จริง ๆ เลย
ด้วยข้อสงสัยเหล่านี้ เยอร์ฟีจึงหมุนตัวออกจากหน้าห้องของดันเต้ แล้วตรงไปยังห้องครัว
จนตอนนี้ แม้เธอจะได้ลูกพีชมาเต็มตะกร้า แต่สถานการณ์ก็ยังไม่ได้ดีขึ้นเลย
‘แล้วฉันควรทำยังไงต่อดี…?’
‘จะง่ายกว่ามั้ย ถ้าฉันเข้าหาดันเต้ผ่านเมย์ดี้?’
แต่แล้ว ภาพสายตาเย็นชาของเมย์ดี้ตอนที่พวกเธอเผชิญหน้ากันก็ผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง เธอไม่สามารถลืมแววตาคู่นั้นได้เลย
ถ้าอย่างนั้น… ต้องทำยังไงถึงจะเจอดันเต้ได้?
ยิ่งคิด คำตอบก็ยิ่งห่างไกล แต่ภาพของดันเต้ที่เต็มไปด้วยความระแวดระวังก็ยิ่งเด่นชัดขึ้นในหัวของเธอ
ร่างเล็กสีดำสนิท ใบหน้าที่บึ้งตึง แต่กลับซ่อนความน่ารักเอาไว้
อุ้งเท้าเล็ก ๆ และหางเรียวยาวที่แกว่งไปมาเหมือนลูกแมว
‘อ๊ะ! นึกออกแล้ว!’
แทนที่จะเป็นฝ่ายออกตามหา บางทีฉันอาจจะ "เรียก" ดันเต้ให้มาหาได้เอง
สิ่งที่เยอร์ฟีนึกออกคือ คุณลักษณะพิเศษของตระกูลโกรเวน
ทุกคนที่มีสายเลือดของโกรเวนเติบโตขึ้นมาท่ามกลางกลิ่นของ "เครื่องหอม"
สำหรับลูกหลานของมังกร จำเป็นต้องอาศัยกลิ่นจากเครื่องหอมเพื่อให้รู้สึกถึงความสงบ และสามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้อย่างมั่นคง—ก่อนจะถึงเวลาที่พวกเขาจะเลือกคู่ครองของตนเอง
'ในเมื่อดันเต้ก็มีสายเลือดของมังกร ถ้าอย่างนั้น… เขาจะตอบสนองต่อกลิ่นของฉันด้วยหรือเปล่า?’
ครั้งหนึ่ง เยอร์ฟีเคยใช้กลิ่นของตนเองในการควบคุมฝูงพิงค์เบลล์ ทำให้กลิ่นหอมมันแผ่กระจายไปทั่วทุ่งหญ้า
ถ้าเป็นแบบนั้น… บางทีเธออาจใช้วิธีเดียวกันเรียกดันเต้ได้!
ในดินแดนของเหล่าสัตว์อสูรเวท พลังของเครื่องหอมมีอิทธิพลอย่างมหาศาล
เยอร์ฟีเคยสัมผัสกับพลังนั้นมาด้วยตัวเองแล้ว ดังนั้น เธอจึงไม่มีเหตุผลให้ต้องลังเลอีกต่อไป
‘ไม่แน่ใจว่าจะได้ผลหรือเปล่า… แต่ลองปล่อยกลิ่นออกไปสักหน่อยก็คงไม่เสียหาย’
เพราะเธอไม่รู้ว่าดันเต้อยู่ที่ไหน จึงไม่สามารถส่งกลิ่นไปยังจุดที่เฉพาะเจาะจงได้
สิ่งเดียวที่ทำได้ตอนนี้ คือ กระจายกลิ่นออกไปทั่วบริเวณลานโล่งของสวนหลังปราสาท
และแล้ว… กลิ่นหอมหวานของน้ำผึ้งก็ค่อยๆ แผ่กระจายออกจากร่างของเยอร์ฟี ปกคลุมไปทั่วบริเวณโดยรอบ…
กลิ่นหอมที่ลอยไปทั่ว นำพาทุกสรรพสิ่งมาสู่เธอ
แต่เพราะเยอร์ฟียังไม่ชำนาญในการควบคุมพลัง ทำให้มันดึงดูดสิ่งที่เธอไม่ได้ตั้งใจจะเรียกมาด้วย
เช่น เหล่าสัตว์อสูรเวทตัวน้อยหน้าตาน่ารักในตระกูลสัตว์ฟันแทะ ที่คล้ายกระรอกหรือหนูป่า และสัตว์กินพืชอย่างกวางตัวเล็ก
สัตว์อสูรเวทที่เดินเตร็ดเตร่ไปมาภายในปราสาทโกรเวนล้วนมีนิสัยอ่อนโยนและไม่เป็นอันตราย
พวกมันกระจายตัวซ่อนอยู่ตามกิ่งไม้หรือพุ่มไม้ในลานโล่งของสวน ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ขณะจ้องมองเยอร์ฟี
เมื่อเธอยื่นมือไปยังสัตว์อสูรเวทตัวจิ๋วที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้ มันขยับตัวอย่างลังเล ก่อนจะค่อย ๆ โน้มตัวเข้ามาหา และใช้แก้มถูไถกับฝ่ามือของเธออย่างขี้อาย
'อบอุ่นจัง…'
ต่างจากเยอร์ฟีในนิยายต้นฉบับ เธอเป็นคนที่ชอบสัตว์ และดูเหมือนว่าสัตว์เหล่านั้นก็ชอบเธอเช่นกัน
ไม่นาน เยอร์ฟีก็ถูกล้อมรอบไปด้วยเหล่าสัตว์อสูรเวทตัวเล็กตัวน้อย
การได้เห็นพวกมันค่อย ๆ เข้ามาหาอย่างระมัดระวัง ทำให้เธอรู้สึกราวกับเป็นตัวละครเอกจากเทพนิยาย…
จนเธอเกือบลืมไปเลยว่าจุดประสงค์ของการปล่อยกลิ่นคืออะไร
เยอร์ฟีค่อยๆ วางสัตว์ตัวน้อยที่ซุกอยู่ในอ้อมแขนลงกับพื้น ก่อนจะกวาดตามองไปรอบ ๆ
'ดันเต้ยังไม่มาอย่างนั้นเหรอ…?'
สัตว์อสูรเวทที่รายล้อมรอบตัวเธอ ล้วนมีขนปุกปุยจนแทบมองไม่เห็นพื้นดิน
ขณะที่เธอกวาดสายตามองหาใครบางคน สายตาก็ไปสะดุดเข้ากับสิ่งมีชีวิตตัวเล็กสีดำที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้ไม่ไกลออกไป
ดันเต้ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด จ้องมองเธอด้วยแววตาสีเหลืองทองที่ส่องประกาย แต่น่าจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าสายตาของเขาเปล่งแสงออกมา
เขาไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเข้ามาใกล้ มีเพียงแค่ จ้องมองเธอจากที่ไกลๆ
ภาพของลูกมังกรที่ทำได้แค่เฝ้ามองจากเงามืด ทำให้หัวใจของเยอร์ฟีเจ็บปวด
'อยากกอดเขาจัง'
หรืออาจเป็นเพราะ อดีตของเขาช่างคล้ายกับตัวเธอเหลือเกิน…
เยอร์ฟีรู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ เวลามองไปที่ดันเต้
เขาดูเหมือนจะเป็นเด็กที่ระมัดระวังตัวมากเกินไป และยิ่งตอนนี้มีสัตว์อสูรเวทมากมายรายล้อม คงเป็นเรื่องยากที่เขาจะเข้ามาหาเธอเอง
เยอร์ฟีจึงตัดสินใจ ควบคุมกลิ่นของเธอ ให้แผ่กระจายออกไปในทิศทางที่ต้องการ
เส้นริ้วสีทองของกลิ่นหอมที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าค่อย ๆ แผ่ขยายออกไปทั่วบริเวณ ทำให้เหล่าสัตว์อสูรเวทแยกย้ายกันกลับไปยังที่ของตัวเอง
ดันเต้ที่มัวแต่มองตามการเคลื่อนไหวของเหล่าสัตว์อสูรเวท เพิ่งจะตระหนักได้ว่าดัชเชสกำลังมองตรงมาที่เขา
เยอร์ฟีค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ต้นไม้ที่ดันเต้ซ่อนตัวอยู่ และวางตะกร้าพีชลงตรงหน้า
"สวัสดีจ้ะ ดูเหมือนฉันจะทำให้เธอตกใจไปแล้วสามครั้งสินะ"
ดันเต้ที่กำลังจะขู่ฟ่ออย่างเคย อ้าปากค้างไปอย่างงุนงง
ดวงตาสีเหลืองทองของเขาจับจ้องไปที่ลูกพีชในตะกร้าโดยไม่รู้ตัว
เยอร์ฟีสังเกตเห็นสายตาของเด็กน้อยที่จ้องมองผลไม้ในตะกร้า เธอจึงหยิบพีชลูกหนึ่งขึ้นมาแล้วยื่นให้เขา
"ดูเหมือนว่าเธอจะชอบสิ่งนี้นะ ฉันเลยเตรียมมาเพื่อเป็นการขอโทษ จะรับไว้ได้ไหม?"
[อืมม....]
แม้ท่าทางของดันเต้จะยังเต็มไปด้วยความระแวดระวัง แต่จมูกของดันเต้กลับซื่อสัตย์ต่อความต้องการของตัวเอง เขาสูดดมกลิ่นหอมของพีชอย่างไม่ปิดบัง...
แต่ความลังเลของดันเต้ก็อยู่ได้ไม่นาน
เขาค่อยๆ เอียงศีรษะไปข้างหน้าอย่างช้าๆ จนเกือบจะเอื้อมถึงลูกพีชที่เยอร์ฟียื่นให้
กรอบแกรบ—
เสียงบางอย่างดังขึ้น ยังมีสัตว์อสูรเวทที่ยังไม่ออกจากลานโล่งอยู่งั้นหรือ?
สัตว์อสูรเวทรูปร่างคล้ายแมวที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้ดูเหมือนจะตกใจเมื่อเผลอสบตากับดันเต้
และเพียงเสี้ยววินาทีต่อมา มันก็กระโจนหนีไปด้วยแรงส่งมหาศาล
เพล้ง!
ทันใดนั้นเอง เสียงกิ่งไม้หักก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างของสัตว์อสูรเวทที่ร่วงหล่นลงมา
กิ่งไม้ใหญ่ที่มันเคยนั่งอยู่ดูเหมือนจะเคยมีรอยแตกมาก่อน และสุดท้ายมันก็ไม่สามารถรับน้ำหนักไหวอีกต่อไป
มันตกลงมาตรง เหนือศีรษะของเยอร์ฟี
ทุกอย่างเกิดขึ้นในพริบตา—เร็วเสียจนเธอไม่มีเวลาหลบ
เยอร์ฟีหลับตาปี๋ เตรียมรับแรงกระแทกของกิ่งไม้ที่กำลังจะหล่นลงมา
แต่ก่อนที่อะไรจะเกิดขึ้น มือของใครบางคนก็คว้าตัวเธอไว้จากด้านหลัง แล้วกระชากเธอออกไป
โครมมม!
กิ่งไม้ที่เน่าเปื่อยกระแทกลงกับพื้นอย่างแรง ก่อนจะแตกกระจายเป็นเศษไม้…
แผ่นอกที่แนบอยู่ด้านหลังของเธอร้อนผ่าว
เยอร์ฟีเงยหน้าขึ้น ก่อนจะสบเข้ากับดวงตาสีทองคู่หนึ่งที่จ้องตรงมา
"เรย์มอนด์?"
ชื่อของเขาหลุดออกจากปากเธอโดยไม่ทันคิด และในเสี้ยววินาทีนั้น แววตาสีทองของเรย์มอนด์ก็ไหววูบ
แต่เพียงชั่วพริบตาเท่านั้น เขาก็กลับมาสงบนิ่งดังเดิม
เรย์มอนด์ดันตัวเยอร์ฟีไปอยู่ด้านหลังของเขา ทันใดนั้นเอง ลูกพีชในตะกร้าก็กลิ้งตกลงไปแทบเท้าของเขา
เขากวาดตามองมันด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะหันไปจ้องดันเต้ตรงๆ
"ก่อเรื่องอีกแล้วสินะ... ดันเต้ โกรเวน"
น้ำเสียงเย็นเยียบและทรงอำนาจของเขากดทับร่างเล็กของมังกรน้อยราวกับแรงกดมหาศาล…