เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 16 - คนที่อวดดี

ตอนที่ 16 - คนที่อวดดี

ตอนที่ 16 - คนที่อวดดี


ป่าแห่งฤดูใบไม้ผลิช่างเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความงดงามราวกับเวลาหยุดนิ่ง

เยอร์ฟี่เดินทอดน่องไปตามลำธารเล็ก ๆ ท่ามกลางป่าอันแสนลึกลับที่บัดนี้คุ้นเคยราวกับเป็นบ้านของตัวเธอเอง

ณ ที่นั้น เหล่าสัตว์อสูรเวท ทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ต่างก็เดินติดตามเธออย่างเป็นธรรมชาติ

แต่มันไม่ได้มีแค่พวกสัตว์อสูรเวทเท่านั้น

สายน้ำที่ไหลริน แสงแดดที่สะท้อนเป็นประกายระยิบระยับ

แม้แต่ใบหญ้าที่ชุ่มไปด้วยหยาดน้ำค้าง

—ทุกสิ่งทุกอย่างในป่า ล้วนโอบล้อมและจับจ้องมองเธอราวกับเธอเป็นศูนย์กลางของที่แห่งนี้

เยอร์ฟี่รู้สึกราวกับว่าตัวเองกลายเป็นศูนย์กลางของจักรวาลเล็ก ๆ แห่งนี้

เธอเดินทอดน่องไปตามลำธาร พลางปล่อยให้สายลมอ่อนโยนพัดผ่านร่าง

ไม่นาน หมอกหนาก็ค่อย ๆ แทรกตัวเข้ามาโอบล้อมรอบกาย

บางทีนี่อาจเป็นจุดศูนย์กลางของป่าแห่งฤดูใบไม้ผลิ

และ ณ ที่แห่งนั้น—

เธอได้พบกับสิ่งมีชีวิตที่คอยเรียกหาเธอผ่านความฝันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

สัตว์อสูรเวทลึกลับ

ดวงตาของเธอสบเข้ากับดวงตาของกวางศักดิ์สิทธิ์แห่งฤดูใบไม้ผลิ

‘อา…’

ภาพของป่าเวทมนตร์ที่แสนลึกลับค่อย ๆ เลือนหายไปจากสายตาของเยอร์ฟี่

สติของเธอค่อย ๆ กลับคืนสู่โลกแห่งความเป็นจริง

เพดานที่ไม่คุ้นเคย เตียงขนาดใหญ่ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น

ผนังสีเขียวทองที่ช่วยให้ดวงตารู้สึกผ่อนคลาย

เธอกลับมาอยู่ในห้องของดัชเชสอีกครั้งแล้ว

สายลมเย็นที่พัดผ่านหน้าต่างซึ่งแง้มไว้เมื่อคืน ทำให้ม่านบาง ๆ พลิ้วไหวไปตามแรงลม

เช้าวันแรกของเธอที่ปราสาทโกรเวนได้มาถึงแล้ว

เยอร์ฟี่ที่ยังคงสะลึมสะลือ ค่อย ๆ ลืมตามองแสงอรุณที่ลอดผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามา

เมื่อสติเริ่มกลับคืนมา เธอก็รู้ตัวว่าสิ่งที่เพิ่งพบเจอเมื่อครู่เป็นเพียงความฝันอีกครั้ง

พักนี้ ความฝันของเธอเปลี่ยนไป

แทนที่จะฝันถึง “เยอร์ฟี่” ในเนื้อเรื่องดั้งเดิม แต่เธอกลับฝันถึงตัวเองที่กำลังเดินอยู่ท่ามกลางดินแดนแห่งฤดูใบไม้ผลิ

‘ทำไมฉันถึงฝันแบบนี้กันนะ…?’

แม้ว่าการได้สัมผัสกับเรื่องราวชีวิตอันขมขื่นของสตรีนางหนึ่งที่มีชะตากรรมอันโหดร้ายผ่านโลกแห่งจิตใต้สำนึกจะไม่น่าพิสมัยนัก แต่เยอร์ฟี่ก็ยังไม่แน่ใจว่าความฝันเหล่านี้หมายถึงอะไร

แต่ถ้าจะลองคาดเดาอย่างระมัดระวังแล้วล่ะก็…

‘บางที มันอาจเป็นสัญญาณบางอย่าง ที่จะพาฉันไปพบกับผู้ปกครองดินแดนแห่งฤดูใบไม้ผลิก็ได้’

แม้ว่าดินแดนของสัตว์ลึกลับจะแบ่งตามฤดู แต่ละภูมิภาคมีขนาดใหญ่และกว้างขวางมาก

แม้แต่ท่านดยุกแห่งโกรเวนในอดีต ก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เคยพบกับผู้ปกครองของทั้งสี่ฤดู

ที่สำคัญ เหล่าผู้ปกครองนั้นไม่ได้เป็นเหมือนกับพวกสัตว์อสูรเวทธรรมดาทั่วไป พวกเขาล้วนมีสติปัญญาสูงส่งและจิตสำนึกเฉียบคมเป็นของตัวเอง

ต่อให้มีผู้ที่พยายามแสวงหา แต่หากพวกเขาไม่ต้องการให้พบเห็น ก็สามารถซ่อนตัวได้อย่างไร้ร่องรอย

แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง… นั่นก็หมายความว่าพวกเขาอาจเป็นฝ่ายปรากฏตัวออกมาก่อนก็ได้เช่นกัน

‘ดูเหมือนฉันคงต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมสักหน่อยแล้ว’

เกี่ยวกับสถานที่ที่เธอเห็นในความฝันนั่น

แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น เธอจำเป็นต้องทำหน้าที่ของดัชเชสให้สมกับตำแหน่งเสียก่อน

เยอร์ฟี่เอื้อมมือไปดึงเชือกข้างเตียง

เพียงไม่นาน เสียงเคาะประตูเบา ๆ ก็ดังขึ้น ก่อนที่บานประตูจะเปิดออก

"อรุณสวัสดิ์ค่ะ ท่านหญิง"

สาวใช้สามคนก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับกล่าวทักทายด้วยท่าทีอ่อนน้อม พวกนางเป็นคนละกลุ่มกับสาวใช้ที่ช่วยดูแลอาบน้ำเมื่อคืน

ทุกคนส่งยิ้มอบอุ่นให้เยอร์ฟี่ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

"เมื่อคืนนอนหลับสบายหรือไม่? ฉันจะเตรียมน้ำอุ่นไว้ให้ล้างหน้าเดี๋ยวนี้เลยค่ะ"

"พวกเราจัดเตรียมผ้าร้อนไว้ให้แล้ว ท่านหญิงยื่นมือมาได้เลยค่ะ"

ที่นี่ สาวใช้ที่ได้รับหน้าที่ดูแลดัชเชสไม่ใช่แค่คนรับใช้ธรรมดา แต่เป็นตำแหน่งที่ได้รับการคัดเลือกโดยเฉพาะ พวกเธอคอยดูแลทุกเรื่อง ราวกับเป็นมือและเท้าของผู้เป็นนาย

ตำแหน่งสาวใช้ส่วนตัวของดัชเชสไม่ได้เป็นแค่หน้าที่รับใช้ธรรมดา แต่ยังมาพร้อมกับสิทธิพิเศษและอำนาจในระดับหนึ่ง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทุกคนต่างกระตือรือร้นอยากได้มัน

ในอาณาเขตโกรเวน แต่ละพื้นที่มีตระกูลขุนนางที่คอยสนับสนุนผู้ปกครอง

แม้จะอยู่ในอาณาเขตแห่งนี้ แต่ความแตกต่างระหว่างขุนนางกับสามัญชนก็ยังคงถูกแบ่งอย่างชัดเจน

คนที่ทำงานในปราสาทส่วนใหญ่มาจากตระกูลขุนนางชั้นล่างที่มีฐานะมั่นคง บางคนถึงกับตั้งใจเข้ามาทำงานเพื่อคว้าโอกาสเป็นสาวใช้ของดัชเชสโดยเฉพาะ

สำหรับขุนนางชั้นล่างแล้ว การได้เป็นสาวใช้ของดัชเชสไม่ใช่แค่หน้าที่ แต่มันคือโอกาสอันล้ำค่าที่จะได้ยืนอยู่ในเวทีเดียวกับหญิงสาวจากตระกูลสูงศักดิ์

‘สุดท้ายแล้ว ที่นี่ก็ไม่ได้ต่างจากโลกภายนอกเลย’

สำหรับเยอร์ฟี่ การใช้ชีวิตโดยที่ถูกมองข้ามมาโดยตลอดทำให้เธอไม่คุ้นเคยกับการสั่งงานใคร

แต่ในฐานะดัชเชส หากเธออยากยืนหยัดในตำแหน่งนี้ เธอก็ต้องพยายามปรับตัวให้ได้

เธอเผลอยิ้มขื่นออกมาโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะหันไปมองที่หน้าต่าง ผ้าม่านยังปิดอยู่ มีเพียงแสงแดดที่ลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่าน ทอดเงาเป็นแนวยาวบนพรมสีน้ำตาล

‘ถ้าเปิดม่านให้แสงแดดเข้ามาคงจะดีกว่านี้’

ศูนย์กลางของโกรูเวนนั้นแตกต่างจากเมืองหลวงของจักรวรรดิ โดยมีสภาพอากาศแจ่มใสและอุณหภูมิที่อบอุ่นตลอดทั้งปี

สำหรับเยอร์ฟี่ ผู้ที่คุ้นชินกับเมฆครึ้มและแสงแดดเพียงชั่วครู่ในช่วงบ่าย แสงอาทิตย์อันเจิดจ้าเพียงหยิบมือกลับรู้สึกเหมือนเป็นสมบัติล้ำค่าที่มิอาจประเมินค่าได้

แสงแดดที่ส่องลอดผ่านม่านเข้ามา ถูกสาวใช้ที่กำลังวุ่นวายบดบังจนมิด

ระหว่างที่เยอร์ฟี่กำลังมองดูพวกเธอ เธอเหลือบไปเห็นสาวใช้อีกคนหนึ่งที่ไม่ได้เข้ามารุมล้อม

‘ถ้าจำไม่ผิด...ชื่อของเธอคือ 'เฟเฟ่' ใช่หรือเปล่านะ?’

ตอนที่สาวใช้พากันแนะนำตัวก่อนหน้านี้ เฟเฟ่เป็นคนเดียวที่พูดน้อยและดูเงียบขรึมที่สุด

ขณะที่สาวใช้คนอื่นคอยเอาอกเอาใจเยอร์ฟี่ เฟเฟ่กลับทำสิ่งที่แตกต่างออกไป—เธอแหวกม่านและแง้มหน้าต่างออกให้แสงแดดอาบไล้ทั่วห้อง

เมื่อสายตาของเธอสบกับเยอร์ฟี่ เฟเฟ่เพียงก้มศีรษะลงอย่างสุภาพ ก่อนจะถอยกลับไปยืนรออยู่ที่ข้างกำแพงอย่างเงียบ ๆ

‘นี่เป็นแค่เรื่องบังเอิญงั้นเหรอ?’

หรือว่าเธอเป็นคนที่ช่างสังเกตกันแน่?

ก่อนที่เยอร์ฟี่จะหาคำตอบให้กับข้อสงสัยเกี่ยวกับเฟเฟได้ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นจากด้านนอก

สาวใช้อีกคนเข้ามาพร้อมกับแจ้งกำหนดการแรกของวัน

“ท่านดยุกรอท่านหญิงอยู่ค่ะ”

เยอร์ฟี่ชะงักไปชั่วขณะ—เรย์มอนด์รอเธอ? เพื่อรับประทานอาหารเช้าด้วยกันงั้นเหรอ?

เธอไม่คิดเลยว่าเขาจะเชิญเธอมาเจอแต่เช้าตรู่แบบนี้

“เข้าใจแล้ว”

การเชื้อเชิญที่ไม่คาดคิดทำให้เยอร์ฟี่รู้สึกประหลาดใจ แต่เธอไม่มีเหตุผลจะปฏิเสธ

เหล่าสาวใช้รีบเข้ามาจัดเตรียมทุกอย่างให้กับดัชเชส ดูเหมือนพวกเธอจะตื่นเต้นกันไม่น้อย

เยอร์ฟี่เพียงต้องการแต่งตัวให้เรียบร้อยเท่านั้น แต่พวกนางกำนัลกลับพยายามประดับประดาเธอด้วยความตั้งใจสุดกำลัง หนึ่งในนั้นถึงกับเอ่ยถึงเครื่องประดับล้ำค่าที่สืบทอดกันมาในตระกูลดยุก และเสนอจะนำมันมาให้เธอสวม

แต่เธอเลือกที่จะปฏิเสธไปอย่างนุ่มนวล

"ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้ก็พอแล้ว"

"แต่ว่า..."

สาวใช้ดูลังเล ราวกับรู้สึกเสียดาย

สองคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ไม่ได้ขยับไปไหน ราวกับยังไม่อยากยอมแพ้

‘ตอนพวกเธอแนะนำตัว เห็นว่าเป็นลูกหลานจากตระกูลขุนนางที่มีฐานะดีนี่นา’

อาจเป็นเพราะเหตุนี้ พวกเธอจึงยังคงดึงดัน ไม่ยอมลดละความตั้งใจ

แต่เยอร์ฟี่เริ่มรู้สึกกังวลเมื่อนึกถึงว่าเรย์มอนด์กำลังรออยู่ เธอจึงตัดสินใจเลือกคนหนึ่งออกมา

"เธอชื่อเฟเฟ่ใช่ไหม? ช่วยหวีผมให้ฉันหน่อย แค่หวีเบา ๆ แล้วปัดไปข้าง ๆ ก็พอ"

เด็กสาวผมสั้นที่ยืนรออยู่เงียบ ๆ อยู่ด้านหลังดูตกใจเล็กน้อยเมื่อถูกเรียกชื่อ เธอเงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก่อนที่เฟเฟจะได้พูดอะไร นางกำนัลคนอื่นก็รีบขวางไว้ทันที

“โอ๊ะ ต้องขอด้วยอภัยค่ะ ท่านหญิง พอดีเด็กคนนั้นไม่ค่อยชำนาญด้านนี้สักเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นการจัดแต่งทรงผมหรือประดับเครื่องประดับก็ดูจะไม่ใช่สิ่งที่นางถนัดนัก”

“ไม่เป็นไรหรอก แค่หวีผมก็คงไม่ได้ยากอะไร อีกอย่าง ท่านดยุครออยู่ ควรจะรีบไปให้เร็วที่สุด”

“แต่ถ้าให้เด็กที่ไม่มีฝีมือทำให้ จะยิ่งเสียเวลาเปล่านะค่ะ”

“ถ้างั้น...ฉันทำเองก็แล้วกัน”

“...ว่าอะไรนะคะ?”

สาวใช้ที่ตกใจอยู่ได้เผลออุทานออกมาโดยไม่รู้ตัว

เยอร์ฟี่เหลือบมองสีหน้าลังเลของพวกเธอ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ข้าคิดว่าท่านดยุคน่าจะให้ความสำคัญกับการไม่ต้องรอใครนาน มากกว่าความหรูหราของการแต่งกาย”

สาวใช้เหล่านี้ไม่ได้อยากเอาใจเธอเป็นพิเศษ แต่สิ่งที่พวกเธอกังวลมากกว่าคืออารมณ์ของเรย์มอนด์

หลังจากที่มีเสียงกระซิบกระซาบกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่มือเล็ก ๆ มือหนึ่งจะยื่นออกมาท่ามกลางกลุ่มสาวใช้

เฟเฟ่ที่เงียบมาตลอด หยิบหวีขึ้นมาอย่างลังเล และเริ่มค่อย ๆ หวีเส้นผมของเยอร์ฟี่อย่างนุ่มนวล

สัมผัสของเฟเฟ่อ่อนโยนและเรียบร้อย ไม่ได้ชักช้าเหมือนที่สาวใช้คนอื่นกล่าวไว้

“เสร็จแล้วค่ะ”

เส้นผมสีทองเป็นลอนถูกจัดให้อยู่ในตำแหน่งที่พอดี พาดลงไปทางด้านข้างอย่างประณีต

เยอร์ฟี่ลุกขึ้นยืน และมองตัวเองในกระจก ก่อนจะกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ

“ขอบใจนะ ไปกันเถอะ”

เธอลุกขึ้น และเดินออกไปยังโถงทางเดิน ที่ซึ่งนางกำนัลอีกคนรออยู่ ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังห้องอาหาร

อาหารเช้าถูกจัดเตรียมไว้ที่ห้องอาหารใหญ่บนชั้นหนึ่งของปีกตะวันตก

เมื่อเยอร์ฟี่ก้าวเข้าไป เธอเห็นว่าเรย์มอนด์มาถึงก่อนแล้ว

เขากำลังรับรายงานจากอัศวินคนหนึ่ง แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหว เขาก็หันศีรษะมามอง

สายตาของทั้งคู่สบกัน

เยอร์ฟี่ลังเลอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะยกชายกระโปรงขึ้นเล็กน้อยและโค้งตัวลงอย่างสุภาพ

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ”

เรย์มอนด์มองดูท่าทางการทำความเคารพอย่างเรียบร้อยของเยอร์ฟี่ ก่อนจะละสายตาไปที่โต๊ะอาหาร

เยอร์ฟี่นึกว่าเขาคงเมินเฉยไปแล้ว แต่ไม่นานเสียงทุ้มต่ำก็ดังขึ้น

"นั่งสิ"

"ค่ะ"

เธอนั่งลงบนเก้าอี้ที่เตรียมไว้ และอาหารเช้าก็เริ่มขึ้น

ขนมปังอบใหม่ เนื้อนุ่มละมุนจนแทบละลายในปาก ส่วนซุปฟักทองสีส้มเข้มก็มีรสชาติหวานกำลังดี พร้อมกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ชวนให้อบอุ่นหัวใจ

สลัดผ้ดสดกรอบราดด้วยน้ำสลัดที่เข้ากัน และสลัดผลไม้ที่จัดเรียงอย่างประณีต ล้วนเป็นอาหารเลิศรส

แน่นอนว่าอาหารในปราสาทที่ปรุงโดยเชฟฝีมือเยี่ยม ย่อมแตกต่างจากมื้ออาหารที่เรียบง่ายระหว่างการเดินทางอย่างสิ้นเชิง

'แต่... ทำไมเขาถึงเรียกฉันมากินข้าวด้วยกันล่ะ?'

แม้จะกำลังลิ้มรสอาหารสุดประณีต แต่ความสงสัยก็ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอ

ไม่นานเยอร์ฟี่ก็นึกออก

'อ๋อ... เข้าใจแล้ว ว่าเขากำลังจะพูดเรื่องอะไร'

ในขณะที่ความทรงจำนี้ให้คืนมา เรย์มอนด์ก็เริ่มพูด

"งบประมาณสำหรับดัชเชส ประกอบไปด้วย ค่าใช้จ่ายในการบริหารปราสาท ค่าจ้างพนักงาน การจัดการด้านการเงิน และค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของตำแหน่ง"

เอกสารที่ถูกส่งมาตรงหน้าคือรายละเอียดเกี่ยวกับงบประมาณที่เธอต้องดูแลรับผิดชอบ

ดินแดนของเหล่าสัตว์อสูรเวทนั้น ก็เปรียบเสมือนอาณาจักรหนึ่ง

แต่ละฤดูกาลมีหมู่บ้านของตัวเอง และศูนย์กลางที่ทำหน้าที่เสมือนหัวใจของพื้นที่นั้น ๆ

หน้าที่ของดัชเชส คือการดูแลและบริหารภายในปราสาทของดยุก เพื่อสนับสนุนบทบาทของเขาในการปกครองดินแดนแห่งนี้

การที่เขาส่งมอบพวงกุญแจให้เมื่อวานนี้ มีความหมายแบบนี้สินะ

‘เขาดูใจดีขึ้นเพราะฉันเป็นประโยชน์กับเขางั้นเหรอ?’

แต่สิ่งที่เยอร์ฟี่คิดไว้ กลับเป็นคนละเรื่อง

“แค่นี้เองเหรอคะ?”

เธอถามกลับด้วยความประหลาดใจ เรย์มอนด์เลิกคิ้วเล็กน้อยราวกับไม่คาดคิดกับปฏิกิริยานั้น

“หรือเธออยากให้ฉันพูดอะไรอีก?”

แต่ประโยคนั้น มันไม่ใช่เรื่องที่เธอจะพูดออกมาได้ง่าย ๆ

‘แปลกจัง ฉันคิดว่าเขาจะพูดถึงเรื่องนั้นซะอีก’

เพราะว่า...

‘เรย์มอนด์มีลูกชายอยู่แล้วนี่’

จบบทที่ ตอนที่ 16 - คนที่อวดดี

คัดลอกลิงก์แล้ว