เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 11 - การสอบสวน

ตอนที่ 11 - การสอบสวน

ตอนที่ 11 - การสอบสวน


'แปลกจัง ทำไมถึงหยุดกันล่ะ?’

เยอร์ฟี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเบี่ยงตัวมองออกไปนอกหน้าต่างของรถม้า

เมื่อครู่พวกเขาเพิ่งหยุดพักรับประทานอาหารกลางวันไป ไม่ควรมีเหตุให้ต้องหยุดขบวนอีกจนกว่าพระอาทิตย์จะตกดิน

แต่ตอนนี้... ท้องฟ้ายังคงใสกระจ่าง แม้แต่เงาของเมฆยังคงลอยละล่องเหมือนก่อนเธอจะหลับไป

จากนั้น เสียงร้องแว่วดังขึ้นมาจากที่ไหนสักแห่ง

"เม~~~!"

'เสียงแกะ?'

ไม่ใช่แค่ตัวเดียว แต่เป็นเสียงร้องของฝูงสัตว์ทั้งฝูง

เยอร์ฟี่มุ่นหัวคิ้วแน่นขึ้น ก่อนจะมองเลยผ่านไปยังกลุ่มอัศวินที่จอดพักกันอยู่ข้างนอก

เงาสีชมพูลอยเด่นอยู่กลางถนน เบียดเสียดกันไปมาเหมือนเมฆฝูงใหญ่ที่เคลื่อนตัวได้

'อะไรกันน่ะ?’

ไม่ต้องเดาก็พอจะรู้แล้วว่าฝูงสัตว์พวกนี้คงเป็นต้นเหตุที่ทำให้ขบวนหยุดชะงัก

ขณะที่เธอกำลังเฝ้ามองเหตุการณ์ภายนอก เด็กหนุ่มผู้ช่วยประจำกองทัพคนหนึ่งก็วิ่งผ่านรถม้าไปอย่างเร่งรีบ

พอเพ่งดูดี ๆ ถึงได้รู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้คือคนเดียวกับที่เคยนำปากกามาให้เธอเมื่อวันก่อน

‘สงสัยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นสินะ…’

เยอร์ฟี่เผลอเรียกเด็กหนุ่มที่กำลังรีบเร่งให้หยุดเดิน

"เกิดอะไรขึ้นเหรอ?"

"เฮือก!"

เด็กหนุ่มสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะหันขวับมามองเธอผ่านหน้าต่างรถม้า

“ขอโทษนะที่จู่ ๆ ก็เรียกไว้แบบนี้ พอดีฉันเพิ่งตื่นน่ะ แล้วได้ยินเสียงเอะอะข้างนอก เลยสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น”

"อ๋อ... คือ... ฝูงพิงค์เบลล์โผล่มาขวางทางเราน่ะครับ!"

"พิงค์เบลล์?"

เยอร์ฟี่ทวนคำนั้นอย่างงุนงง

ฟังดูคุ้น ๆ เหมือนเคยได้ยินมาก่อน แต่เธอยังจำไม่ได้แน่ชัด

ระหว่างที่เธอกำลังครุ่นคิด เสียงร้องแหลมเล็กของบางสิ่งก็ดังขึ้นมาใกล้ ๆ

"เม~~!"

เด็กหนุ่มสะดุ้งเฮือก หันหลังกลับไปมองอย่างรวดเร็ว ราวกับรู้ตัวว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังใกล้เข้ามา

"ว้าย! แกเป็นตัวอะไรกันเนี่ย?"

"เม~~!"

ด้านหลังของเด็กหนุ่ม ปรากฏร่างของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ดูคล้ายลูกแกะตัวจ้อย

ทันทีที่ได้เห็น เยอร์ฟี่ก็เบิกตากว้าง

'นึกออกแล้ว!'

นี่มัน พิงค์เบลล์—เธอเคยอ่านเจอเกี่ยวกับพวกมันในหนังสือมาก่อน

พิงค์เบลล์เป็นสายพันธุ์หนึ่งของสัตว์วิเศษ รูปร่างภายนอกเหมือนลูกแกะตัวเล็ก ๆ ขนปุกปุยฟูฟ่องเป็นสีชมพูอ่อน ด้านข้างของหัวที่ควรมีเขากลับมีดอกคาเมเลียสีแดงสดบานอยู่แทน

‘เคยเจอในบันทึกเกี่ยวกับสัตว์วิเศษนี่นา’

เหล่าสัตว์วิเศษในอาณาจักรแห่งนี้ล้วนมีต้นกำเนิดจากมังกร และเช่นเดียวกับที่มังกรจะถูกดึงดูดเข้าหาคู่แห่งโชคชะตาของมันเอง พวกสัตว์วิเศษก็มีแนวโน้มที่จะสนใจและเชื่องกับ เครื่องหอม (พลังวิเศษที่เยอร์ฟี่มี)

บางทีนี่อาจเป็นสาเหตุว่าทำไมในเนื้อเรื่องดั้งเดิมของเยอร์ฟี่ พวกสัตว์วิเศษมักจะปรากฏตัวรอบ ๆ ตัวเธอ

เธอพยายามตามหาความรักจากเรย์มอนด์ แต่เขาแทบไม่อยู่ในปราสาทเลย เยอร์ฟี่จึงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับการเดินเตร็ดเตร่ไปรอบ ๆ ปราสาท และระหว่างนั้น เธอก็มักจะพบเจอกับสัตว์วิเศษที่เล็ดลอดเข้ามาข้างในเป็นประจำ

‘ทุกครั้งที่เจอพวกมัน ฉันคิดว่าจะถูกโจมตีเสียอีก...’

ในอดีต เยอร์ฟี่มักจะวิ่งหนีทุกครั้งที่มีสัตว์วิเศษไล่ตามเธอโดยไม่รู้ตัวเลยว่า พวกมันไม่ได้ต้องการทำร้าย แต่กลับชื่นชอบเธอต่างหาก

สุดท้าย การพบเจอพวกสัตว์วิเศษบ่อย ๆ แต่ไม่เข้าใจเจตนาของพวกมัน ทำให้เธอพัฒนาความหวาดกลัวต่อพวกมันขึ้นมา

"เม~~!"

ลูกพิงค์เบลล์ตัวน้อยเดินวนรอบตัวเธอเป็นวงกลม ส่งเสียงร้องแผ่วเบาน่าเอ็นดู

รูปร่างของมันก็น่ารักอยู่แล้ว แต่พอเป็นลูกสัตว์ตัวเล็ก ๆ ความน่ารักก็เพิ่มขึ้นจนทำให้ความกังวลใจทั้งมวลพลันหายไป

"ตายจริง น่ารักจังเลย แกพลัดหลงกับแม่มาหรือเปล่า?"

เธออุ้มมันขึ้นมาโดยไม่ทันคิด พิงค์เบลล์น้อยกอดเธอกลับแน่น ตัวนุ่มฟูของมันถ่ายทอดไออุ่นมาถึงเธอ ทำให้เธอเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ดูเหมือนจะสนใจเจ้าตัวน้อยอยู่เช่นกัน แต่เมื่อคิดถึงสถานการณ์วุ่นวายภายนอก เขาก็ทำเพียงเบือนหน้าหนี พร้อมกระแอมเบา ๆ เหมือนไม่ต้องการจะแสดงออกว่าเขาเองก็อยากจะลองอุ้มมันดูบ้าง

"ฝูงใหญ่ขนาดนั้นล้อมกองทัพเอาไว้เลยเหรอครับ? ท่านอัศวินที่ผมรับใช้ยังบอกว่านี่เป็นครั้งแรกที่เจอเหตุการณ์แบบนี้เลย—อ๊ะ จริงด้วย!"

เด็กหนุ่มที่คุยกับเยอร์ฟี่อยู่พลันนึกขึ้นได้ว่า เขายังถือขวดน้ำและผ้าขนหนูที่ต้องนำไปส่งให้อัศวินของตน

ดูเหมือนว่าเขาจะถูกใช้ให้ไปดูแลท่านอัศวินระหว่างการเดินทาง

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มลนลาน เยอร์ฟี่จึงกล่าวปลอบโยน

"รีบไปเถอะ ถ้าถูกดุขึ้นมา ก็บอกไปเลยว่าฉันเป็นคนรั้งเธอเอาไว้เอง"

"ขอบคุณมากครับ!"

เด็กหนุ่มกลับมามีสีหน้าร่าเริงอีกครั้ง ก่อนจะรีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

หลังจากเขาหายลับไป เยอร์ฟี่ก็เหลือเพียงลำพังกับพิงค์เบลล์น้อยในอ้อมแขน

จากที่เด็กหนุ่มพูดมา ดูเหมือนว่าฝูงพิงค์เบลล์จะมีจำนวนมากเสียจนทำให้ขบวนของกองทัพเคลื่อนที่ต่อไปไม่ได้

"แล้วจะทำยังไงกับเจ้าตัวนี้ดีล่ะ?"

จะหาพ่อแม่ของมันให้เจอได้ไหมนะ?

หรือว่า... ก่อนอื่น เธอควรทำความเข้าใจกับสถานการณ์ตรงหน้าก่อน?

‘บางที...‘

‘ฉันอาจจะช่วยอะไรได้บ้างก็ได้’

ยิ่งไปกว่านั้น เธออดสงสัยไม่ได้ว่า เหตุการณ์ประหลาดนี้อาจมีอะไรบางอย่างเกี่ยวข้องกับตัวเธอ

เยอร์ฟี่ลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะตัดสินใจอุ้มพิงค์เบลล์ตัวน้อยเดินไปยังแนวของกองทัพ

ลูกพิงค์เบลล์ดิ้นขลุกขลักเล็กน้อย แต่หลังจากนั้นก็สงบลงและปล่อยให้เธออุ้มมันไว้โดยไม่ขัดขืน

“ดีมาก เจ้าเด็กดี”

เธอลูบใต้คางมันเบา ๆ ให้กำลังใจตัวเองไปในตัว

เมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้แนวหน้าของเหล่าอัศวิน พวกเขาก็สังเกตเห็นเธอทันที

"ท่านหญิง? มาที่นี่ได้ยังไงกันครับ?"

“คือว่า ฉันอยากพบท่านดยุกสักครู่น่ะค่ะ”

"อ้อ เข้าใจแล้วครับ ทางนี้เชิญเลยครับ”

อัศวินคนหนึ่งรับคำพร้อมพยักหน้า ก่อนจะก้าวไปข้างหน้าและนำทางเธอ

อัศวินที่อยู่โดยรอบก็ทยอยเปิดทางให้ เมื่อเยอร์ฟี่เดินผ่านเข้าไป

เสียงร้องของฝูงแกะยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเธอเข้าใกล้พวกมัน

‘อยู่ตรงนั้นเองสินะ’

เธอเดินขึ้นเนินเตี้ย ๆ ที่ทอดไปด้านหน้า และที่ปลายสุดของเนินนั้น—เรย์มอนด์กับโยฮันยืนอยู่

และเบื้องล่างของพวกเขา มีฝูงพิงค์เบลล์มหาศาลรายล้อมกองทัพเอาไว้อยู่จริง ๆ อย่างที่เด็กฝึกพูดไว้

เสียงร้อง "เม~" ที่ดังระงมจากทุกทิศทุกทางทำให้เธอจับใจความบทสนทนาของทั้งสองคนไม่ได้

และดูเหมือนพวกเขาเองก็ไม่ทันรู้ตัวเช่นกัน

กระทั่งเรย์มอนด์พลิกตัวกลับมา และพบว่าเธอยืนอยู่ตรงนั้น

ตอนแรกเขาหรี่ตาลงเหมือนคิดว่าเห็นผิดไป แต่เพียงครู่เดียว สายตาของเขาก็เหลือบมองไปยังลูกพิงค์เบลล์ที่เธออุ้มอยู่ จากนั้นดวงตาสีทองของเขาก็แข็งกร้าวขึ้นทันที น้ำเสียงของเขาฟังดูหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด

“อะไรกัน? ทำไมถึงพาดัชเชสมาที่นี่?”

แต่คำถามที่คมกริบกลับไม่ได้พุ่งตรงมาที่เยอร์ฟี่ มันเป็นคำพูดที่เรย์มอนด์เอ่ยกับอัศวินที่นำทางเธอมาที่นี่แทน

"เอ่อ... คือว่า ท่านหญิงต้องการมาพบกับนายท่านครับ"

เสียงของอัศวินที่ตอบกลับด้วยท่าทีระมัดระวัง เขาคงสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่ไม่ค่อยจะดีนักของเจ้านาย

เยอร์ฟี่ที่ยืนฟังอยู่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหม่า

แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ เมื่อได้ยินเรย์มอนด์เรียกเธอว่า ดัชเชส

แม้ว่าเขาจะดูไม่พอใจแค่ไหนก็ตาม

และดูเหมือนเรย์มอนด์ยังคงกดดันอัศวินด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

“ต่อให้เธออยากเจอข้า แล้วเจ้าก็คิดว่าพาเธอมาอยู่ท่ามกลางเรื่องวุ่นวายแบบนี้เป็นความคิดที่ดีงั้นเหรอ? หรือว่าเจ้าขายตา ขายหูให้ใครไปแล้ว?”

น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบและเต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด

อัศวินที่พาเยอร์ฟี่มาก้มหน้ารับคำสั่งอย่างรวดเร็ว

“ขออภัยครับนายท่าน กระผมจะระวังให้มากกว่านี้”

บางทีอาจเป็นเพราะสถานะของเธอในฐานะดัชเชสยังใหม่มาก ทำให้เกิดความสับสนในหมู่ทหาร

แต่ถึงอย่างนั้น เยอร์ฟี่ก็อดรู้สึกอึดอัดไม่ได้ ที่อัศวินที่เพียงแค่พาเธอมาพบกับเรย์มอนด์ กลับถูกตำหนิราวกับทำผิดร้ายแรง

บรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือกลงกว่าเดิม

เธอตัดสินใจก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ฉันต้องขอโทษจริง ๆ ค่ะ ฉันควรแจ้งท่านก่อน ไม่ใช่พรวดพราดมาหาแบบนี้...”

เธอไม่ได้ตั้งใจจะมาสร้างปัญหา หากต้องถูกตำหนิ เธอก็ยินดีรับผิดเอง

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่เป็นไปตามที่เธอคิด

แทนที่จะตำหนิเธอ เรย์มอนด์กลับถอนหายใจสั้น ๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้

“ไม่รู้ว่าเจ้ามาที่นี่เพราะเรื่องอะไร แต่ถ้าจะพูดคุยกัน ลงไปข้างล่างก่อนเถอะ”

หลังจากพูดจบ เขาก็เดินผ่านเธอ ตั้งใจจะลงจากเนินไปทันที

แต่เยอร์ฟี่ยื่นมือไปคว้าแขนเขาไว้

“คุยกันตรงนี้เลยไม่ได้หรือคะ?”

เธอพยายามโน้มน้าวเขาด้วยน้ำเสียงมั่นคง

“พิงค์เบลล์ไม่ใช่สัตว์อสูรเวลที่อันตราย ตราบใดที่เราไม่ไปแตะต้องพวกมันก่อน”

เธอสัมผัสได้ว่าร่างสูงตรงหน้าชะงักไปเล็กน้อย ราวกับคำพูดของเธอ กระตุ้นให้เขาครุ่นคิดบางอย่าง

—'พิงค์เบลล์'—

สัตว์อสูรเวลที่มีรูปร่างคล้ายแกะ แต่แทนที่พวกมันจะมีเขา กลับมีดอกคาเมลเลียสีแดงบานอยู่ข้างหู และที่สำคัญ ดอกไม้นั่นไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงาม

แม้ภายนอกจะดูน่ารัก แต่ภายในกลีบของมันเต็มไปด้วยละอองพิษที่สามารถทำให้สิ่งมีชีวิตที่ตัวใหญ่กว่ามันสิบเท่าหมดสติในพริบตา

แต่เนื่องจากธรรมชาติของพิงค์เบลล์เป็นอสูรมายาที่มีนิสัย อ่อนโยนและไม่ดุร้าย ยิ่งไปกว่านั้น ตัวที่ยังเด็กจะไม่สามารถผลิตพิษได้ ดังนั้น โดยปกติแล้ว พวกมันจึงไม่ถือว่าเป็นอันตรายร้ายแรง อย่างไรก็ตาม

‘หากมีพิงค์เบลล์จำนวนมหาศาลรวมตัวกันในที่เดียวขนาดนี้ นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง’

ต่อให้พวกมันจะไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่ดุร้าย แต่ถ้ามีใครพยายาม "บุกผ่าน" ฝูงของพวกมันไปโดยไม่ระวังตัว

นี่เป็นลักษณะเฉพาะของสิ่งมีชีวิตที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม เพียงแค่พิงค์เบลล์ตัวเดียวปล่อยละอองพิษออกมา ตัวอื่นก็จะทำตามเป็นลูกโซ่ และผลที่ตามมา... อาจเป็นหายนะ

โชคดีที่ทุกคนรู้เรื่องนี้ดี ดังนั้น ขบวนเดินทางจึงหยุดอยู่กับที่ ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย เพื่อป้องกันการกระตุ้นพิงค์เบลล์โดยไม่ได้ตั้งใจ

ดยุกเรย์มอนด์เงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็หันมามองเยอร์ฟี่ ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเรียบ

"เจ้ารู้เรื่องพิงค์เบลล์มากแค่ไหน?"

“รู้เพียงเล็กน้อยค่ะ”

ภายในดวงตาของเรย์มอนด์ราวกับต้องการคำอธิบาย เยอร์ฟี่จึงเริ่มอธิบายเกี่ยวกับพิงค์เบลล์ ตามที่เธอรู้

ดยุกเรย์มอนด์ฟังเงียบ ๆ ขณะจ้องมองเธอ สายตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย

สิ่งที่เยอร์ฟี่กล่าวออกมานั้นเป็นความจริงทั้งหมด และในนั้นยังมีข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงซึ่งมีเพียงผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นที่รู้

แต่การที่เธอรู้ข้อมูลดังกล่าวก็ได้สร้างความสงสัยตามมา

“คนจากโลกภายนอกอย่างเจ้ารู้เรื่องสัตว์วิเศษพวกนี้ได้ยังไง?”

เสียงทุ้มต่ำของเขาแฝงไปด้วยความกดดัน

"หรือว่าโยฮันเป็นคนบอกเจ้า?”

“กระผมไม่ได้บอกจริง ๆ นะครับ!”

เมื่อเรย์มอนด์ซักถามไปอย่างนั้น โเสียงของโยฮันดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่รีบวิ่งมาจากเนินเขาด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน เพื่อรีบชี้แจงข้อเท็จจริง

โยฮันรีบโบกมือปฏิเสธ ดวงตาเต็มไปด้วยความร้อนรน สีหน้าของเขาดูเหนื่อยล้าและอิดโรยกว่าปกติอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับไม่กี่วันที่ผ่านมา

เยอร์ฟี่มองเขาอย่างแปลกใจ

‘ทำไมเขาถึงดูโทรมแบบนี้...’

ใต้ตาของเขาคล้ำลงอย่างเห็นได้ชัด และใบหน้าก็ดูซูบผอมไปมาก

เธอไม่รู้ว่าช่วงที่เธอป่วยไปสองวัน โยฮันต้องวุ่นวายแค่ไหน แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ได้พักผ่อนอย่างที่ควรเป็นเลย

เมื่อต้องเห็นคนที่คอยดูแลเธอมาตลอดนับตั้งแต่ก้าวข้ามกำแพงเวทมนตร์มา... กลับดูอิดโรยเสียเหลือเกิน ทำให้เธอรู้สึกไม่ดีเลยที่ต้องเห็นเขาในสภาพนี้

“โยฮัน นายโอเคหรือเปล่า? สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลยนะ”

เธอเอ่ยถามด้วยความกังวล โดยที่เธอเผลอลืมไปว่าเธอเดินมาเพื่ออะไร

แต่ยังไม่ทันที่โยฮันจะได้ตอบ เสียงทุ้มเย็นชาของเรย์มอนด์ก็ดังขึ้นตัดบท

“แล้วเจ้าจะใส่ใจเรื่องรองแม่ทัพไปทำไม?”

“อะ... ฉันแค่...”

เยอร์ฟี่ชะงัก เธอตั้งใจจะอธิบาย แต่คำพูดกลับติดอยู่ที่ปลายลิ้น

โยฮันที่รับรู้ได้ถึงแรงกดดันมหาศาลรีบหัวเราะแห้ง ๆ ออกมา

"กระผมไม่เป็นไรจริง ๆ ครับ! ยังแข็งแรงดี!"

"เงียบซะ"

“ครับ!”

โยฮันรีบปิดปากแน่นตามคำสั่ง ร่างสูงยืดตัวตรงเป๊ะเหมือนทหารที่กำลังรอคำสั่งต่อไป

'นี่ฉันทำให้โยฮันโดนสงสัยเหรอ?'

บรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที

เยอร์ฟี่ที่กำลังแตกตื่น คิดว่าความเงียบและท่าทางเย็นชาของเรย์มอนด์เป็นเพราะเธอ ทำให้เขาเข้าใจผิดและพาลไปลงที่โยฮัน

โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า... เรื่องมันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยสักนิดเดียว

จบบทที่ ตอนที่ 11 - การสอบสวน

คัดลอกลิงก์แล้ว