เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 4 - คืนแรก

ตอนที่ 4 - คืนแรก

ตอนที่ 4 - คืนแรก


แก้มสีชมพูระเรื่อที่งดงามราวกับกลีบกุหลาบ เส้นผมสีเงินที่เปล่งประกายราวกับแสงจันทร์

หากมีสิ่งมีชีวิตที่ งดงามและบริสุทธิ์ที่สุดในโลกนี้ ทุกคนในจักรวรรดิรวมถึงพี่น้องแห่งตระกูลเดลแลง ล้วนเห็นพ้องต้องกันว่า "ชาร์ลอตต์" คือบุคคลนั้น

จี๊ด—

ความเจ็บปวดที่เธอพยายามกดข่มเอาไว้เสมอ ค่อย ๆ เล็ดลอดออกมาอีกครั้ง

เยอร์ฟี่เลือกที่จะเพิกเฉยต่อความเจ็บปวดอันคุ้นเคยนั้น ก่อนจะหันหลังให้กระจกแล้วค่อย ๆ ดึงริบบิ้นบนชุดเดรสออก

เธอพยายามแก้เชือกคอร์เซ็ตที่โดนผูกไว้ด้านหลังจนแน่นด้วยตัวเอง ถึงจะยุ่งยากและใช้เวลาไม่น้อย แต่สุดท้ายก็สามารถปลดมันออกได้สำเร็จ

“เฮ้อ...”

ทันทีที่เปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย ๆ ความรู้สึกอึดอัดที่กัดกินอยู่ในอกก็คลายลง

หลังจากจัดการเก็บชุดเดรสเรียบร้อย เธอจึงนั่งลงที่โต๊ะอาหาร

‘อร่อยจัง’

เพราะเสียเวลาไปกลับการถอดชุดอยู่นาน สตูที่อยู่ตรงหน้าจึงเย็นลงไปบ้างแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น รสชาติของมันก็ยังคงหอมและอร่อยอยู่ดี

เธอไม่ได้รับประทานอาหารที่ให้ความผ่อนคลายแบบนี้มานานมากแล้ว มันนานเสียจนตัวเธอเองก็แทบจำไม่ได้

เธอค่อย ๆ เคี้ยวมันฝรั่งที่ละลายในปาก พร้อมกับขนมปังเนื้อนุ่มที่เข้ากันได้ดี

การได้นั่งทานอาหารอย่างเงียบสงบคนเดียวเช่นนี้ สำหรับเธอนั้นถือว่าเป็นความสุขที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ ต่อให้เอาของมีค่าใดมาแลกเธอก็ไม่ยอมเด็ดขาด

เมื่อเริ่มอิ่มได้ที่ ความง่วงก็เริ่มเข้าครอบงำ

ไม่ว่าจะที่คฤหาสน์ของตระกูลเดลแลง หรือแม้แต่ระหว่างการเดินทางมาที่กำแพงน้ำแข็ง เธอนั้นแทบไม่ได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่เลย แต่ทันทีที่เธอก้าวเข้าสู่ "ดินแดนแห่งสายเลือดมังกร" ร่างกายของเธอกลับรู้สึกราวกับว่าที่นี่เธอนั้นสามารถพักผ่อนได้อย่างแท้จริง จนตัวเธอเองยังต้องประหลาดใจ

ในที่สุด เธอก็พ่ายแพ้ให้กับความอ่อนล้าและล้มตัวลงนอนบนเตียง

แม้จะเป็นเพียงแค่เตียงไม้เรียบง่ายที่ปูด้วยฟางและผ้าห่มบาง ๆ แต่มันกลับให้ความรู้สึกสบายที่สุดเท่าที่เธอเคยสัมผัสมา

เธอนอนจ้องมองเพดานของกระโจม พลางนึกถึงเนื้อหาใน "สัญญาแต่งงาน" ขึ้นมา

'ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว'

ทุกอย่างจะต้องไม่เป็นไร

เธอคิดเช่นนั้นก่อนที่สติจะค่อย ๆ จางหายไปในห้วงนิทรา

แต่เมื่อเธอลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง รอบตัวกลับถูกปกคลุมด้วยความมืดสนิท

'เช้าแล้วเหรอ?'

เปลวไฟเวทมนตร์สีน้ำเงินที่อยู่กลางกระโจม ยังคงส่องแสงริบหรี่ในความมืด ช่วยให้เธอมองเห็นรอบตัวได้แม้เธอจะยังงัวเงียอยู่ก็ตาม

ถึงอย่างงั้น สิ่งที่ปลุกเธอขึ้นมา กลับไม่ใช่แสงไฟนั้น แต่มันคือ 'สายตา' ที่กำลังจ้องมองเธออยู่

เมื่อเธอหันไปมอง และสิ่งที่เธอเห็นก็คือ...

"...เรย์มอนด์?"

ท่ามกลางความมืดที่ลึกล้ำของค่ำคืน

ดวงตาสีทองอำพันอันคมกริบของเขาส่องเป็นประกาย ราวกับดวงตาของสัตว์นักล่าในเงามืด กำลังจ้องมองเธอ

เสียงของเธอที่เอ่ยเรียกชื่อเขาออกมาในขณะที่งัวเงียอยู่นั้น ทำให้คิ้วของเรย์มอนด์ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

การตอบสนองของเขาทำให้เธอรับรู้ได้ว่านี่ไม่ใช่ความฝัน ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นโดยไม่รู้ตัว

'นี่คือความฝันเหรอ?'

แสงจากเปลวไฟที่ริบหรี่สะท้อนให้เห็นเสี้ยวหน้าที่คมคายของเขา

ใบหน้าของเรย์มอนด์ที่อยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อม ทำให้เธอเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า เขานั้นสง่างามยิ่งกว่าที่นิยายเคยบรรยายเอาไว้ เรือนผมสีดำสนิทที่ถูกเสยขึ้นอย่างลวก ๆ โดยมีสายลมยามค่ำคืนที่เย็นยะเยือกพัดผ่าน

เขาสวมเสื้อคลุมหนาสีเข้มและเกราะรบปกคลุมร่างกาย ดูเหมือนกับเขาเพิ่งเดินทางมาถึงที่นี่

เธอเริ่มตระหนักว่าทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความฝัน และไม่ใช่ภาพหลอนด้วย

เมื่อพบเจอกับสถานการณ์ไม่คาดคิดเช่นนี้ ทำให้ความกังวลเริ่มคืบคลานเข้าสู่หัวใจของเธอ

เธอพยายามข่มความหวาดหวั่นเอาไว้ และเลือกที่จะแสดงสีหน้าสงบนิ่งออกมาให้มากที่สุด

"มีธุระอะไรกับฉันเหรอคะ?"

"มีธุระอะไรกับเธองั้นเหรอ?"

คิ้วเข้มของเขาขมวดเข้าหากันลึกขึ้นจนเห็นเป็นรอยคมชัด ขณะที่ปลายคิ้วอีกข้างยกสูงขึ้นราวกับภูเขา

หรือว่าฉันพูดอะไรผิดไป?

เยอร์ฟี่พยายามประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง

"…ในสัญญาระบุไว้ว่าคืนแรกจะไม่มีการร่วมเรียงเคียงหมอนไม่ใช่เหรอคะ?"

ด้วยเหตุนี้ เธอจึงมั่นใจว่าจะไม่มีโอกาสได้พบหน้าเขา จนกว่าจะเดินทางไปถึงปราสาท

และหลังจากนั้น เธอก็คาดการณ์ไว้ว่าเขาจะยังคงรักษาระยะห่างกับเธอต่อไปอย่างแน่นอน

แม้ว่าเธอจะเป็น "ดัชเชสแห่งโกรอเวน" แต่เธอก็รู้ดีว่าหน้าที่ความสำคัญของเธอในฐานะ เครื่องหอมของมังกร มีเพียงแค่การสร้างสายสัมพันธ์กับสายเลือดมังกรเท่านั้น ไม่มีเหตุผลอื่นใดที่เธอจะมีค่าในสายตาของเขา

ดังนั้น ไม่ว่าจะตอนนี้หรือในอนาคต เธอและเรย์มอนด์จะไม่มีวันมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งเกินกว่าข้อตกลงในสัญญา

ด้วยสมมติฐานที่ชัดเจนนี้ เธอจึงพยายามหาคำอธิบายถึงเหตุผลอื่นที่เป็นไปได้

'หรือว่า... เขาต้องการสร้างสายสัมพันธ์เร็วขึ้น?'

ตามข้อตกลง การพบกันเพื่อสร้างสายสัมพันธ์กับสายเลือดมังกรจะต้องเป็นไปตามกำหนดหลังจากเดินทางถึงปราสาทแล้ว

สายเลือดมังกรที่ไหลเวียนอยู่ในตระกูลของเขานั้นทรงพลังเกินไป จนสามารถกัดกร่อนจิตใจของมนุษย์ได้

ยิ่งใช้พลังของมังกรมากเท่าไร สติสัมปชัญญะก็จะค่อยๆ พังทลายลง ดังนั้น เพื่อป้องกันการเสื่อมสลายของจิตใจ พลังของเครื่องหอมจึงเป็นสิ่งจำเป็นในการชำระล้างพลังนั้น

นี่คือเหตุผลที่สายเลือดมังกรแต่งงานได้เพียงแค่ "เครื่องหอมของมังกร" เท่านั้น

การสร้างสายสัมพันธ์สามารถเกิดขึ้นได้เพียงผ่านการสัมผัสทางร่างกายเท่านั้น หากปราศจากการพบเจอและสัมผัสกัน การชำระล้างก็เป็นไปไม่ได้

ดังนั้น การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเรย์มอนด์ เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นในต้นฉบับ

แต่การมีอยู่ของตัวเธอเองก็ถือเป็น "ข้อผิดพลาดของโลกนี้" อยู่แล้ว ดังนั้นสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงแบบนี้ก็สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

เยอร์ฟี่ในนิยายต้นฉบับหลงรักเรย์มอนด์ตั้งแต่แรกเห็น แต่เธอที่ยืนอยู่ตรงนี้ กลับรู้สึกถึงเพียงความหวาดระแวง

แต่ไม่เป็นไร

ตราบใดที่เธอไม่ได้รักเขา

เยอร์ฟี่สูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะกล่าวกับเขา

“เธอคิดว่าฉันเป็นใคร ถึงได้พูดแบบนั้น…!”

“เดี๋ยวก่อนค่ะ ขออนุญาตสักครู่”

ด้วยความตึงเครียด ทำให้ร่างกายของเธอขยับไปเองไปโดยไม่รู้ตัว

ก่อนที่เรย์มอนด์จะพูดจบ มือซีดขาวของเยอร์ฟี่ก็ยื่นไปสัมผัสแขนของเขา

‘ได้ยินมาว่าการสัมผัสแบบนี้ก็เพียงพอแล้ว’

เธอสัมผัสได้ถึงมัดกล้ามที่แข็งแกร่งและเส้นเลือดที่นูนขึ้นเล็กน้อยบนท่อนแขนของเขา ผิวหนังที่อยู่ใต้ฝ่ามือของเธอ เป็นเนื้อแท้ ไม่ได้ถูกปกปิดด้วยเสื้อผ้า

อาจจะเป็นเพราะเขามีสายเลือดมังกร หรืออุณหภูมิร่างกายของเขาสูงกว่าคนทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เธอเผลอเกือบจะชักมือกลับเพราะความตกใจ

แต่เพียงไม่นาน เธอก็เริ่ม รู้สึก ถึงบางสิ่ง

ตุบ... ตุบ...

เสียงหัวใจเต้นอย่างหนักแน่น นี่คือ เสียงหัวใจของสายเลือดมังกร

เสียงนั้น ค่อย ๆ ดึงเยอร์ฟี่เข้าไปสู่โลกของเรย์มอนด์

เป็นความรู้สึกที่ราวกับสายลมอันหอมหวานพัดพาเธอล่องลอยไปในจักรวาลอันกว้างใหญ่

ประกายแสงสีทองระยิบระยับคล้ายหยาดน้ำผึ้ง ค่อย ๆ ชำระล้างความมืนมิดภายในร่างของเขา และทำให้ดวงดาวภายในนั้นเปล่งประกายอีกครั้ง กระบวนการชำระล้างนี้ ได้มอบความรู้สึกเสมือนต้องมนต์ให้แก่เธอ

ในขณะเดียวกัน กลิ่นหอมหวานอันเข้มข้นก็เอ่อล้นไปทั่วทั้งกระโจม

เครื่องหอมของมังกรแต่ละคนล้วนมี "กลิ่น" และ "รส" ที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง

ในกรณีของเยอร์ฟี่ กลิ่นและรสชาติของเธอคือ "น้ำผึ้ง"

การสร้างสายสัมพันธ์ระหว่าง สายเลือดมังกรและเครื่องหอม

เริ่มต้นจาก "การสัมผัสทางกาย" โดยตรง

ยิ่งสัมผัสแนบชิดมากเท่าไร ยิ่งเข้าใกล้หัวใจมากเท่าไร "การเชื่อมโยง" ก็ยิ่งลึกซึ้งและทรงพลังมากขึ้นเท่านั้น

ดังนั้น แม้จะไม่ได้รับรู้ผ่านปลายลิ้น แต่รสชาติและกลิ่นหอมนี้ของเธอกลับยิ่งชัดเจนมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ จนรู้สึกได้

มันไม่ใช่เพียงแค่ "รสสัมผัส" อีกต่อไป นี่คือการเชื่อมโยงในระดับที่ลึกซึ้งกว่านั้น

เยอร์ฟี่สังเกตเห็นดวงตาสีทองของเรย์มอนด์หดตัวลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะขยายออกอีกครั้ง มันไม่ใช่ปฏิกิริยาของมนุษย์ แต่มันเหมือน ดวงตาของสัตว์นักล่า ที่กำลังจับจ้องเหยื่อมากกว่า

เธอเริ่มสงสัยว่า เขากำลังรับรู้ถึงสิ่งเดียวกันกับเธอหรือไม่

‘เขารู้สึกถึงมันด้วยหรือเปล่า?’

เธอเคยได้ยินมาว่า สายเลือดมังกร มีสัญชาตญาณตามธรรมชาติที่จะปิดกั้น อารมณ์และความรู้สึกของตนเอง เพื่อลดภาระที่มีต่อร่างกายมนุษย์

และ เครื่องหอม คือผู้ที่สามารถช่วยคลายปมแห่งความตึงเครียดนั้น

แม้ว่าจะไม่สามารถหลุดพ้นจากความรู้สึกนั้นได้ทั้งหมด แต่มีแค่ภายในอ้อมแขนของเครื่องหอมเท่านั้นที่จะสามารถช่วยเยียวยา และได้รับอิสรภาพจากพันธนาการของตัวเองชั่วคราว

‘แต่ทว่า นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะได้รับการปลดปล่อยโดยสมบูรณ์’

เธอสามารถสัมผัสได้ว่าความมืดที่เคยปกคลุมเขามาตลอดค่อยๆ ถูกขจัดออกทีละน้อย

หากต้องการสร้างสายสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านี้ ร่างกายของทั้งสองจะต้องหลอมรวมกันทั้งหมด

และการเชื่อมสัมพันธ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด จะต้องเกิดขึ้นจากการ "ใช้คืนแรก" ร่วมกัน

ดังนั้น สิ่งที่เธอทำอยู่ตอนนี้ ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้น

แค่การสัมผัสกับแขนของเขาเท่านั้นเอง

ไม่ว่าจะในต้นฉบับ หรือในตอนนี้ นี่คือขอบเขตสูงสุดของความเมตตาที่เรย์มอนด์ยอมให้เยอร์ฟี่เข้าใกล้

ดังนั้น ตอนที่เธอเอื้อมมือไปสัมผัสเขา จึงไม่มีความลังเลเลยแม้แต่น้อย

เยอร์ฟี่ก้มมองมือตัวเอง

สัมผัสที่เธอได้รับจากผิวกายของเขานั้น ทั้งร้อนและทรงพลัง

และทันใดนั้น... ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวของเธอ

หรือบางที เยอร์ฟี่ในต้นฉบับ อาจหลงใหลในสัมผัสนี้จนไม่สามารถปล่อยเขาไปได้

ดังนั้น เธอจำเป็นต้องขีดเส้นแบ่งตั้งแต่ตอนนี้

เธอค่อย ๆ ถอนมือออกจากแขนของเขาด้วยความระมัดระวัง

และแล้ว ความเงียบก็ได้เข้าปกคลุมระหว่างพวกเขาทั้งสอง

เมื่อเธอถอนมือออก สายตาของเธอก็ก้มลงต่ำ จึงไม่อาจรู้ได้เลยว่าเขากำลังทำสีหน้าเช่นไร

ความรู้สึกวิตกกังวลที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ได้ผสมเข้ากับความร้อนจากผิวของเขายังคงหลงเหลืออยู่บนปลายนิ้วของเธอ

เพื่อขจัดความรู้สึกอันคลุมเครือนี้ เธอจึงเป็นฝ่ายเอ่ยปากขึ้นก่อน

“...นี่เป็นครั้งแรก ฉันไม่แน่ใจว่ามันได้ผลดีหรือเปล่า”

หน้าที่เดียวของเธอมีเพียงการบรรเทาความมืดมิดที่สั่งสมอยู่ภายในตัวเขา และป้องกันไม่ให้เอ่อล้นขึ้นมาบนพื้นผิว

และในต้นฉบับ บทบาทของเยอร์ฟี่ก็ได้จบลงเพียงเท่านี้

ไม่ว่าจะในแง่ของ "ด้านอารมณ์" หรือ "สถานะทางสังคม" เธอก็ไม่มีสิทธิ์ก้าวข้ามขีดจำกัดนี้ไปได้

ห้ามข้ามเส้น! นี่คือกฎข้อแรกที่เธอต้องรักษาไว้

จบบทที่ ตอนที่ 4 - คืนแรก

คัดลอกลิงก์แล้ว