- หน้าแรก
- เกิดใหม่ยุคหกศูนย์ พี่สาวคนโตติดตามกองทัพ พวกน้องเนรคุณได้แต่หลั่งน้ำตา
- บทที่ 19 กักตุนสินค้า
บทที่ 19 กักตุนสินค้า
บทที่ 19 กักตุนสินค้า
ถนนลูกรังที่ทั้งกว้างและถูกบดอัดจนเเน่นสายนี้เชื่อมต่อหมู่บ้านต่างๆ เข้าด้วยกัน มันแข็งแรงพอที่จะให้รถราวิ่งผ่านได้ และในวันที่ฝนตกก็จะไม่กลายเป็นโคลนแฉะจนลื่นหรือทำให้รองเท้าสกปรก
ตลาดนัดตั้งอยู่บนที่ดินร้างหลังคฤหาสน์ของอดีตเศรษฐีที่ดิน ดินเหลืองแถวนั้นทั้งแห้งและแข็ง ทว่าหากฝนตกลงมากลับจะทั้งเปียกและลื่นเหนียวเหมือนดินเลน แม้แต่หญ้ายังไม่ขึ้น จึงไม่สามารถเพาะปลูกพืชผลใดๆ ได้ ทางการจึงกำหนดให้ที่ดินผืนนี้เป็นสถานที่จัดตลาดนัด
ทำเลที่ตั้งของบ้านเศรษฐีเก่าถือว่าดีมาก เมื่อยืนอยู่บนนั้นจะสามารถมองลงมาเห็นหมู่บ้านโดยรอบได้ทั้งหมด ให้ความรู้สึกเย่อหยิ่งจองหองราวกับกำลังมองลงมาจากยอดเขาที่ข่มขวัญขุนเขาอื่นให้ดูเล็กลง
ตระกูลเศรษฐีเคยอาศัยอยู่บนนั้นและมองดูเกษตรกรข้างล่างเหมือนมดปลวก คิดไม่ถึงว่าโชคชะตาจะพลิกผัน ตอนนี้พวกเขากลับกลายเป็นมดปลวกเสียเอง
ตอนที่หลี่ชุนฮวายังเด็ก เธอเคยตามพ่อแม่ไปที่บ้านเศรษฐีคนนั้น และได้เห็นกับตาว่าพวกเขากดขี่ขูดรีดแรงงานรับจ้างทั้งแบบรายวันและรายปีอย่างไร
ทั้งที่มีเงินทองมากมายและอยู่ในบ้านหลังใหญ่โต แต่กลับตระหนี่ถี่เหนียวแม้กระทั่งค่าอาหารและเงินที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อของคนงาน เธอจำได้ว่าตอนที่พ่อได้รับเงินค่าแรงของวันนั้นมา มือของพ่อสั่นเทาด้วยความโกรธแค้น แต่กลับไร้หนทางจะทวงคืนความยุติธรรม
นี่คือเหตุผลที่พ่อกัดฟันขายทุกอย่างเพื่อส่งเสียให้เธอเรียนหนังสือ พ่อหวังเพียงให้เธอมีอนาคตที่ดีเหมือนลูกหลานเศรษฐี ไม่ต้องมาขุดดินทำนาอย่างยากลำบากเหมือนพ่อแม่
และผลก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ถึงตระกูลเศรษฐีจะมีทรัพย์สินเงินทองมหาศาล แต่สันดานกลับไม่ได้เรื่อง ถ้าพื้นฐานจิตใจดีจริง คงไม่กล้าทำเรื่องเลวระยำอย่างการสลับตัวเด็กหรอก
สี่สิบนาทีต่อมา ในที่สุดหลี่ชุนฮวาก็มาถึงตลาดนัด
ตอนนี้ยังเช้าอยู่ คนจึงยังไม่หนาแน่นนัก ตลาดนัดในปัจจุบันมีแผงลอยเพียงสองแถวที่กำลังรอคอยลูกค้ามาอุดหนุน
ตลาดเสรีมีคนคอยดูแลความเรียบร้อย ไม่ยอมให้ใครมาตั้งแผงสะเปะสะปะจนเสียระเบียบ จึงมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าตอนนี้มีเพียงสองแถวเท่านั้น
หลี่ชุนฮวาเหลือบไปเห็นน้องชายและน้องสาวของเธอนั่งอยู่ที่แผงขายเกี๊ยว ทุกคนต่างมีเกี๊ยวหมูหอมๆ อยู่ตรงหน้าคนละชามและกินกันอย่างเอร็ดอร่อยด้วยสีหน้าอิ่มเอมใจ ทว่าไม่มีใครนึกถึงเธอผู้เป็นพี่ใหญ่ที่คอยดูแลพวกเขาอย่างเหน็ดเหนื่อยเลยสักคน
หรือในสายตาของพวกเขา การเป็นพี่ใหญ่หมายความว่าต้องยกของดีๆ ทุกอย่างให้พวกเขาอย่างนั้นหรือ?
เหมือนกับที่พ่อแม่มักจะเก็บน่องไก่ไว้ให้ลูกๆ หรือเก็บไว้ให้ลูกชาย จนทำให้พวกเขามองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ควรจะได้โดยชอบธรรมไปแล้วงั้นสิ?
เธอเป็นพี่สาวนะ ไม่ใช่พ่อแม่
ถึงจะบอกว่าพี่สาวคนโตเปรียบเสมือนแม่ แต่ในเมื่อพวกเขาได้รับความห่วงใยประดุจได้รับจาก ‘แม่’ แล้ว พวกเขาเคยให้ความเคารพเธอประดุจ ‘แม่’ บ้างไหม?
หลี่ชุนฮวาเหยียดหยิ้มเย็นชาแล้วเริ่มเดินสำรวจตลาด เป้าหมายของเธอคือของกิน ดังนั้นเธอจึงไม่ยอมเสียเวลากับสิ่งของอื่นๆ แต่ตรงดิ่งไปยังแผงขายอาหารทันที
ช่วงเวลานี้ยังไม่มีการจำกัดจำนวนการซื้อ ดังนั้นเธอจึงสามารถกวาดซื้อได้ตามต้องการ
ใกล้สิ้นปีแล้ว ข้าวของทุกอย่างราคาสูงขึ้น มีราคาเกินจริงไปถึงร้อยเปอร์เซ็นต์หรือมากกว่านั้น แต่ในเมื่อข้างนอกหาซื้อของไม่ได้ ก็มีเพียงตลาดเสรีเท่านั้นที่เป็นที่พึ่ง
เมื่อเห็นแผงขายไก่และไข่ไก่ หลี่ชุนฮวาจึงเดินเข้าไปนั่งยองๆ แล้วถามเสียงเบา ไข่ไก่ฟองละสิบสองเหมา ไก่ชั่งละเก้าสิบเหมา เมื่อนึกถึงว่าในอนาคตการจะกินไก่หรือไข่ไก่คงไม่สะดวกสบายขนาดนี้ เธอจึงไม่ลังเลที่จะกวาดซื้อไก่แก่สี่ตัวและไข่ไก่ห้าสิบฟองมาจากพ่อค้าจนหมดสิ้น รวมเป็นเงินสิบเจ็ดหยวนเจ็ดสิบเหมา
โชคดีที่ตอนนี้ฟ้ายังมืดสลัว ทัศนวิสัยไม่ค่อยดี หลังจากหลี่ชุนฮวายืนขึ้น เธอจึงแอบย้ายของจากตะกร้าเข้าสู่มิติได้อย่างแนบเนียน
จากนั้นเธอก็ไปที่แผงถัดไป เต้าหู้แผ่นละเจ็ดเหมา เธอซื้อมาห้าถาด เป็นเงินเจ็ดหยวน
ปาท่องโก๋เกลียวชั่งละสิบเหมา ซื้อมา 20 ชั่ง เป็นเงินสองหยวน
ปาท่องโก๋ตัวยาวตัวละสามเหมา ซื้อมา 20 ตัว เป็นเงินหกสิบเหมา
ของสองอย่างนี้ซื้อได้ไม่มากนัก เพราะตอนนี้พ่อค้าทอดออกมาได้เพียงเท่านี้ ไว้ค่อยวนกลับมาดูอีกรอบ
ถัดมาเธอเจอถังหูลู่ซานจาไม้ละเจ็ดเหมาซื้อมา 20 ไม้ ถังหูลู่กลีบส้มไม้ละห้าเหมาซื้อมา 20 ไม้ ความจริงเธออยากจะเหมาให้หมด แต่บนพุ่มฟางมีเสียบอยู่แค่นั้น ถ้าเหมาหมดเลยมันจะดูสะดุดตาเกินไป ไว้ค่อยวนมาใหม่อีกที
เมื่อเจอคนขายหัวไชเท้า ผักกาดขาว มันฝรั่ง มันเทศ และหอมหัวใหญ่ในปริมาณมาก หลี่ชุนฮวาจึงให้พวกเขาหาบของไปที่ป่าด้านล่าง แล้วเธอก็เหมาเรียบทั้งหมด
หัวไชเท้าสี่เหมา จ่ายไป 12 หยวน, ผักกาดขาวห้าเหมา จ่ายไป 20 หยวน, มันฝรั่งหกเหมา จ่ายไป 60 หยวน, มันเทศห้าเหมา จ่ายไป 50 หยวน, ข้าวโพดสิบสองเหมา จ่ายไป 120 หยวน และหอมหัวใหญ่สิบเจ็ดเหมา จ่ายไป 23 หยวน 80 เหมา ของพวกนี้ราคาพุ่งสูงขึ้นเกือบสองร้อยเท่า หรือบางอย่างก็เกินสองร้อยเท่าไปแล้ว
แต่พอนึกถึงว่าในช่วงทุภภิกขภัย ต่อให้มีเงินก็หาซื้ออาหารไม่ได้ หลี่ชุนฮวาจึงไม่เกี่ยงเรื่องราคาและกวาดมาทั้งหมด
ส่วนพวกถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วแดง ถั่วเขียว เมล็ดถั่วฝักยาว ถั่วลันเตา และถั่วปากอ้าที่มีปริมาณไม่มากนัก หลี่ชุนฮวาไม่ได้ให้คนไปส่งที่ป่า เพราะตั้งแต่กินยาเม็ดพลังช้างสารเข้าไป เธอก็สามารถแบกของหนักได้ถึง 200 ชั่ง ตราบใดที่น้ำหนักไม่เกินนี้เธอก็แบกไหว
ของพวกนี้ปริมาณน้อยแต่ราคาสูง ถั่วลิสงเปลือกชั่งละยี่สิบห้าเหมา 20 ชั่งเป็นเงินห้าหยวน, ถั่วเหลืองชั่งละยี่สิบห้าเหมา รวบรวมจากหลายแผงได้ 30 ชั่ง เป็นเงินเจ็ดหยวนห้าสิบเหมา
ถั่วแดงชั่งละสิบสามเหมา 5 ชั่งเป็นเงินหกสิบห้าเหมา, ถั่วเขียวชั่งละสิบเจ็ดเหมา 5 ชั่งเป็นเงินแปดสิบห้าเหมา
เมล็ดถั่วฝักยาวแห้ง ถั่วลันเตาแห้ง และถั่วปากอ้าแห้งราคาเท่ากันคือชั่งละสิบสองเหมา ทั้งสามอย่างรวมได้ 45 ชั่ง เป็นเงินห้าหยวนสี่สิบเหมา
หลี่ชุนฮวายังได้เจอชาวบ้านที่เอาเนื้อหมูและเนื้อแกะมาขาย ซึ่งเป็นสัตว์ที่พวกเขาเลี้ยงเองแล้วจ้างคนฆ่ามาชำแหละหาบมาขายที่ตลาดเสรี
เดิมทีพวกเขากะจะตั้งแผงค่อยๆ ขายไปเรื่อยๆ แต่พอมาเจอรายใหญ่อย่างหลี่ชุนฮวา เธอจึงเหมาหมดทุกส่วน
เนื้อหมูสองตัวเป็นเงิน 180 หยวน เนื้อแกะสองตัวเป็นเงิน 70 หยวน
ถึงตอนนี้ หลี่ชุนฮวากวาดซื้อเสบียงอาหารไปเกือบ 4,000 ชั่งแล้ว และใช้เงินไปทั้งหมด 582 หยวน 50 เหมา ซึ่งเงินของเธอเองมีไม่มากนัก ส่วนใหญ่ที่ใช้ไปเป็นเงินของหลินชิวสือทั้งสิ้น
เดี๋ยวพอเอาผลไม้ไปขายได้แล้ว ค่อยเอาเงินมาคืนให้พี่ชิวสือก็แล้วกัน
เมื่อฟ้าสว่างโร่และซื้อของจนเกือบครบแล้ว หลี่ชุนฮวาจึงเข้าไปในป่าเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า ทำผมใหม่ และเปลี่ยนสีผ้าคลุมหน้า ก่อนจะวนกลับเข้าไปในตลาดเสรีอีกครั้ง
เธอหยิบกล่องข้าวที่เตรียมไว้ล่วงหน้าออกมา ไปที่ร้านเกี๊ยวเพื่อสั่งเกี๊ยวกลับบ้าน 6 ชาม ในเกี๊ยวมีส่วนผสมของผักกาดขาวและเต้าหู้ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นจนเธออดใจไม่ไหวนั่งลงกินเองเสียหนึ่งชาม
เห็นแผงปาท่องโก๋เกลียวทอดเพิ่มมาได้อีกจำนวนหนึ่ง หลังจากกินเกี๊ยวเสร็จเธอก็เข้าไปเหมามาอีก 15 ชั่ง จากนั้นก็ไปซื้อปาท่องโก๋ตัวยาวอีก 17 ตัว
เมื่อเห็นว่าคุณตาที่ขายถังหูลู่เหลือของอยู่ไม่มากแล้ว หลี่ชุนฮวาจึงเดินเข้าไปบอกว่า "คุณตาคะ ถังหูลู่ที่เหลือฉันรับไว้หมดเลยค่ะ เราเดินไปทางโน้นด้วยกันเถอะ แล้วค่อยส่งของให้ฉันที่อื่น"
"ได้สิ" คุณตาพยักหน้าแล้วแบกพุ่มถังหูลู่เดินตามหลี่ชุนฮวาไป เมื่อถึงที่ลับตาคนจึงดึงถังหูลู่ออกมาส่งให้เธอจนหมด
(จบบท)