เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 643 ตกตะลึงพรึงเพริด

ตอนที่ 643 ตกตะลึงพรึงเพริด

ตอนที่ 643 ตกตะลึงพรึงเพริด


จินไท่หัวเราะร่วน

"ข้าไม่ใช่น้องชายสายเลือดเดียวกันของพวกนางเสียหน่อย แต่เป็นน้องบุญธรรมของพวกนางได้นี่นา"

กล่าวจบ เขาก็ช้อนสายตามองเฉิ่นเยียนและอวี่ฉางอิงอย่างออดอ้อน เอ่ยถามว่า

"พี่สาวทั้งสอง ท่านคิดว่าข้าเป็นน้องชายของพวกท่านดีหรือไม่ขอรับ?"

"ไอ้คนไร้ยางอาย!"

ฮู่เพ่ยกวงโกรธจัดจนสบถด่าออกมาคำหนึ่ง

"จินไท่"

ในตอนนั้นเอง เปียนหยวนซิงก็เอ่ยขัดคำพูดที่จินไท่กำลังจะกล่าวต่อ ก่อนจะตวัดสายตามองอวี่ฉางอิงด้วยแววตาอ่อนโยนพลางกล่าวว่า

"ฉางอิง แม้ตอนนี้พวกเราจะยังคงยืนอยู่คนละฝั่ง แต่ข้าก็ไม่อยากเป็นศัตรูกับเจ้า"

"เจ้าไม่อยากเป็นศัตรูกับพวกนาง เช่นนั้นก็มาสู้กับข้า!"

ฮู่เพ่ยกวงทนดูพฤติกรรมตีสนิทของเปียนหยวนซิงและจินไท่ไม่ได้อีกต่อไป เขายกมือขึ้น เพียงพริบตาเดียวท่อนแขนก็กลายสภาพเป็นกรงเล็บพยัคฆ์อันแหลมคม ส่องประกายเย็นยะเยือก

ชั่วพริบตา ร่างของเขาก็พุ่งทะยานเข้าหาเปียนหยวนซิงและจินไท่ด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ!

ทว่ายังไม่ทันที่ฮู่เพ่ยกวงจะเข้าใกล้ สิงโตพิรุณโลหิตสวรรค์ก็พุ่งเข้าโจมตีเขาเสียก่อน

หนึ่งคนหนึ่งสัตว์อสูรเข้าปะทะกันอย่างดุเดือด

ส่วนเปียนหยวนซิงก็หันหน้าไปทางศิษย์ทั้งสองคนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสพลางสั่งการ

"รีบไป!"

เมื่อศิษย์ทั้งสองคนได้ยินเช่นนั้น ก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบเผ่นหนีไปจากที่นี่อย่างรวดเร็ว

"อย่าหนีนะ!"

ฮู่เพ่ยกวงสังเกตเห็นเหตุการณ์นี้ เขาก็เหวี่ยงหมัดเข้าใส่สิงโตพิรุณโลหิตสวรรค์อย่างแรง

ตู้ม!

เสียงดังสนั่น ร่างของสิงโตพิรุณโลหิตสวรรค์ร่วงหล่นกระแทกพื้นอย่างแรง

ส่วนฮู่เพ่ยกวงก็ขยับตัวพุ่งตามศิษย์ทั้งสองคนนั้นไปอย่างรวดเร็ว ทว่าระหว่างทางกลับถูกจินไท่สกัดเอาไว้

จินไท่ยกยิ้มมุมปาก เผยให้เห็นถึงความเจ้าเล่ห์

"นายน้อยฮู่ ท่านก็ใจกว้างหน่อยเถิด ปล่อยศิษย์ร่วมสำนักของข้าทั้งสองคนไปเถอะ ข้าจะสู้เป็นเพื่อนท่านเอง"

เมื่อฮู่เพ่ยกวงได้ฟังเช่นนั้น โทสะในใจก็ยิ่งทวีคูณ

เขาอดไม่ได้ที่จะสบถด่าออกมา

"เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นตัวอะไรวะ!"

จินไท่รับคำด่าทอด้วยรอยยิ้ม

"ข้าไม่ใช่ตัวอะไร แต่ข้าเป็นคน"

ฮู่เพ่ยกวงกัดฟันกรอด เขามองเห็นศิษย์ทั้งสองคนวิ่งหนีไปไกลแล้ว หากจะตามไปตอนนี้ก็คงไม่ทันการเสียแล้ว

ดังนั้น ฮู่เพ่ยกวงจึงลงมือต่อสู้กับจินไท่ทันที

ทั้งคู่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ทว่าความแข็งแกร่งกลับแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว

แม้ระดับการฝึกตนของฮู่เพ่ยกวงจะสูงกว่า ทว่าจินไท่กลับมีความสามารถในการต่อสู้ข้ามระดับ จึงพอจะต้านทานการโจมตีอันดุดันของฮู่เพ่ยกวงได้อย่างฉิวเฉียด

ขณะเดียวกัน เฉิ่นเยียนที่มีสีหน้าเรียบเฉยก็เอ่ยถามขึ้น

"ฉางอิง เจ้ารับมือไหวหรือไม่?"

"ไหวสิ"

แม้อวี่ฉางอิงจะรู้สึกว่าเปียนหยวนซิงเป็นตัวปัญหาที่จัดการยาก และนางก็ไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวให้มากความ แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว หากนางใจอ่อนหรือออมมือให้ รังแต่จะทำให้เปียนหยวนซิงคิดว่ายังมีหวัง

อวี่ฉางอิงก้าวไปข้างหน้าสองก้าว ในมือปรากฏหอกวิญญาณศาสตราขึ้นมา

นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"เรียกสัตว์อสูรที่เจ้าทำพันธสัญญาออกมาให้หมด"

เมื่อเปียนหยวนซิงได้ยินเช่นนั้น แววตาของเขาก็หม่นหมองลงเล็กน้อย เขาไม่เอ่ยสิ่งใดต่อ เพียงแต่เรียกสัตว์อสูรที่ทำพันธสัญญาออกมาทันที ประกอบด้วยสัตว์เทวะเต่าดำ งูยักษ์เกราะเพลิง และสัตว์วิญญาณมายา

เมื่อรวมกับสิงโตพิรุณโลหิตสวรรค์ เท่ากับมีสัตว์อสูรทั้งหมดสี่ตัว

แววตาของอวี่ฉางอิงแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม นางควงหอกยาวพุ่งเข้าโจมตีพวกมัน นางไม่ได้จงใจออมมือ แต่กลับรู้สึกได้ว่าสัตว์อสูรเหล่านี้ดูเหมือนจะได้รับคำสั่งอะไรบางอย่าง จึงไม่กล้าจู่โจมนางอย่างเต็มกำลัง

อวี่ฉางอิงรู้ทันเจตนาของอีกฝ่ายดี

แต่นางก็ไม่ได้เปิดโปง

เพราะนางจะโจมตีจนกว่าอีกฝ่ายจะตระหนักได้ว่า การ 'ออมมือ' ของเขานั้นช่างเป็นเรื่องที่โง่เขลาเพียงใด

อวี่ฉางอิงรับมือสัตว์อสูรทั้งสี่เพียงลำพัง การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด สัตว์อสูรทั้งสี่ถูกโจมตีจนต้องถอยร่น พวกมันทำได้เพียงตั้งรับอย่างต่อเนื่อง จนท้ายที่สุดเพื่อรักษาชีวิตรอด พวกมันก็จำต้องทุ่มสุดตัว

สีหน้าของเปียนหยวนซิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย ไม่น่าเชื่อว่าระดับการฝึกตนของฉางอิงจะบรรลุถึงระดับวิญญาณจักรพรรดิขั้นสามแล้ว!

พรสวรรค์ในการบำเพ็ญเพียรของนางช่างล้ำเลิศยิ่งนัก

เปียนหยวนซิงจ้องมองเงาร่างยามต่อสู้ของอวี่ฉางอิงตาไม่กะพริบ ท่วงท่าของนางช่างสง่างามหาญกล้า มีทั้งด้านที่อ่อนโยนและเข้มแข็ง

หัวใจของเขาตกหลุมรักนางอย่างไม่รู้ตัว ในสายตากลับมีเพียงเงาร่างของนาง ราวกับว่าสรรพสิ่งรอบกายล้วนไร้ตัวตน

และในยามนี้ สัตว์อสูรทั้งสี่ที่รับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของเจ้านาย:

"..."

เจ้านายขอรับ ท่านเคยนึกถึงความรู้สึกของพวกเราบ้างหรือไม่? พวกเรากำลังโดนทุบตีอยู่นะ ท่านไม่เห็นหรือ!!!

เมื่อสัตว์อสูรทั้งสี่ร่วมมือกัน ก็ยังไม่อาจต้านทานอวี่ฉางอิงได้เลยแม้แต่น้อย

ไม่นานนัก สิงโตพิรุณโลหิตสวรรค์และสัตว์วิญญาณมายาก็บาดเจ็บสาหัสจนทรุดลงกับพื้น ลุกไม่ขึ้นอีกเลย

อวี่ฉางอิงตวัดหอกยาวในมืออีกครั้ง ปลายหอกแทงทะลุร่างของงูยักษ์เกราะเพลิง มันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างกายบิดเร่าด้วยความทรมาน

ในที่สุดเปียนหยวนซิงก็ได้สติกลับคืนมา ใบหน้าของเขาซีดเผือด รีบเรียกสัตว์อสูรทั้งสี่กลับคืนมา ทว่าในพริบตาต่อมา หอกยาวที่อาบชโลมไปด้วยเลือดสดๆ ก็จ่ออยู่ที่ลำคอของเขาแล้ว สัมผัสเย็นเยียบทำให้เขารู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูก

"เอาป้ายคำสั่งออกมา"

น้ำเสียงของอวี่ฉางอิงเย็นชาและเด็ดขาด ไม่เปิดโอกาสให้โต้แย้ง

เมื่อเปียนหยวนซิงได้ยินเช่นนั้น เขาก็มองนางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน เขาค่อยๆ ยกมือขึ้น หยิบป้ายคำสั่งออกจากอกเสื้อ แล้วยื่นส่งให้ตรงหน้าอวี่ฉางอิง

ไม่ไกลออกไปนัก จินไท่ถูกฮู่เพ่ยกวงกดลงกับพื้นจนไร้ทางสู้ เมื่อเห็นว่าอวี่ฉางอิงกำลังจะบีบป้ายคำสั่งของเปียนหยวนซิงให้แหลกคามือ—

"พี่สาว อย่าทำนะ!"

เขาร้องตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

กร๊อบ!

ป้ายคำสั่งแตกสลาย

เปียนหยวนซิงถูกส่งตัวออกไปทันที

ส่วนอวี่ฉางอิงก็รั้งหอกยาวกลับมา แล้วหันไปมองทางจินไท่ พร้อมกับเผยรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดออกมา

หัวใจของจินไท่กระตุกวูบ

"เจ้าก็ออกไปเสียเถอะ!"

ฮู่เพ่ยกวงกล่าวอย่างดุดัน

สิ้นเสียง เขาก็ซัดหมัดเข้าใส่ป้ายคำสั่งในอกเสื้อของจินไท่จนแตกกระจาย

จินไท่ก็ถูกคัดออกเช่นกัน

ฮู่เพ่ยกวงทรุดตัวลงนั่งบนพื้น หอบหายใจอย่างหนักหน่วง ในใจรู้สึกแปลกใจยิ่งนัก ระดับการฝึกตนของจินไท่เป็นเพียงแค่ระดับวิญญาณแท้จริงขั้นเจ็ด เหตุใดจึงสามารถต่อสู้กับตนได้หลายกระบวนท่าถึงเพียงนี้ หรือว่าเป็นเพราะตนอ่อนแอลงงั้นหรือ?

เมื่อคิดถึงตรงนี้ อารมณ์ของฮู่เพ่ยกวงก็ขุ่นมัวลงทันที

"เยียนเยียน ฉางอิง..."

เขาหันขวับไป กำลังจะเอ่ยปากบ่นกับพวกนาง แต่กลับพบว่าพวกนางทั้งสองหายตัวไปเสียแล้ว

คนหายไปไหนแล้ว?!

ฮู่เพ่ยกวงรีบลุกขึ้นยืน กวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว

เขากัดฟันกรอดพลางบ่นพึมพำ

"เหตุใดถึงจากไปโดยไม่บอกกล่าวกันสักคำ?"

...

หลังจากที่เฉิ่นเยียนและอวี่ฉางอิงจากไป พวกนางก็เดินหน้าปฏิบัติการล่าเหยื่อต่อไป

เพียงคืนเดียว พวกนางก็คัดคนออกไปได้กว่ายี่สิบคน

นอกจากพวกนางแล้ว ทางด้านพวกจูเก๋อโย่วหลินก็ไม่ได้หยุดพักในช่วงเวลานี้เช่นกัน

ผู้คนเบื้องนอกแดนลับต่างเป็นประจักษ์พยานถึงอันดับของสำนักเฉียนคุนที่พุ่งขึ้นจากอันดับห้ามาเป็นอันดับสาม และจากอันดับสามพุ่งทะยานขึ้นสู่อันดับสอง!

ยามนี้ คะแนนของสำนักเฉียนคุนและสำนักจี๋เต้าสูสีกันมาก ขอเพียงคนของสำนักเฉียนคุนคัดศิษย์รุ่นเยาว์ออกไปได้อีกสิบกว่าคน ก็จะสามารถเบียดสำนักจี๋เต้าตกจากตำแหน่งอันดับหนึ่งได้แล้ว

มีคนอุทานด้วยความตื่นตะลึง

"สวรรค์ ผลงานของสำนักเฉียนคุนในปีนี้ช่างน่าตกตะลึงพรึงเพริดเสียจริง!"

"นั่นสิ เดิมทีคิดว่าพวกเขาจะทำผลงานได้ดีที่สุดก็แค่อันดับสาม ไม่คิดเลยว่าจะสามารถเบียดเข้ามาอยู่ในสองอันดับแรกได้ อีกทั้งยังตามหลังอันดับหนึ่งอยู่อีกไม่ไกลด้วย"

"พวกเจ้าคิดว่าพวกเขาจะสามารถแซงหน้าสำนักจี๋เต้าขึ้นเป็นอันดับหนึ่งได้หรือไม่?"

"ข้าว่ามีความเป็นไปได้อยู่นะ!"

"พวกเจ้าสังเกตเห็นหรือไม่ว่าศิษย์สายตรงทั้งแปดคนที่ผู้อาวุโสฉีแห่งสำนักเฉียนคุนรับไว้ ล้วนทะลวงเข้าสู่ระดับวิญญาณจักรพรรดิกันหมดแล้ว? ที่สำนักเฉียนคุนสามารถไต่อันดับขึ้นมาได้สูงถึงเพียงนี้ พวกเขาต้องเป็นกำลังสำคัญอย่างแน่นอน!"

"ได้ยินมาว่าพวกเขาก็มาจากดินแดนภพเบื้องล่างเช่นกัน ไม่น่าเชื่อเลยว่าภพเบื้องล่างจะมีต้นกล้าอัจฉริยะมากมายถึงเพียงนี้ ข้ารู้สึกว่าพรสวรรค์ของพวกเขาสูงส่งยิ่งกว่าเหวินเหรินจี้แห่งตำหนักเฉิงอวิ๋นเสียอีก"

"แน่นอนอยู่แล้ว"

"พวกเจ้าลองเดาดูสิว่า ในบรรดาศิษย์ทั้งแปดคนของผู้อาวุโสฉี ผู้ใดแข็งแกร่งที่สุด?"

"เผยซู่ที่ต่อสู้กับอู๋หม่าหลิงอย่างไรเล่า!"

"ข้าคิดว่าเป็นจูเก๋อโย่วหลิน"

"จูเก๋อโย่วหลินยังนับว่าแข็งแกร่งที่สุดไม่ได้หรอก เขาก็แค่มีความได้เปรียบในการแข่งขันรอบคัดออกในแดนลับเท่านั้น หากเป็นการต่อสู้แบบตัวต่อตัว เขาเอาชนะไม่ได้แน่"

"เซียวเจ๋อชวนกระมัง"

"เท่าที่ดูมาจนถึงตอนนี้ ข้าคิดว่าในบรรดาพวกเขาแปดคน เด็กสาวที่ชื่อเฉิ่นเยียนนั่นอ่อนแอที่สุดแล้ว"

เมื่อได้ยินประโยคสุดท้าย หลายคนก็พยักหน้าเห็นด้วย

เพราะขนาดไป๋อู๋หมิงที่มีระดับการฝึกตนเพียงระดับวิญญาณแท้จริงขั้นสิบ เฉิ่นเยียนก็ยังเอาชนะไม่ได้เลย

จบบทที่ ตอนที่ 643 ตกตะลึงพรึงเพริด

คัดลอกลิงก์แล้ว