บทที่ 24
บทที่ 24
บทที่ 24 เจ้าเข้าสู่ทางมารแล้ว! หนี! ยอดฝีมือลอบสังหาร อิ่งเตา!
ดาบนี้ของเฉินอาจิ่วกดทับฝูงชน จนไม่มีใครสามารถต้านทานได้!
แววตาของเขาประกายแสงกระหายเลือดอย่างเจิดจ้า ดูเหมือนจะมองเห็นภาพเหตุการณ์อันคาวเลือดที่พวกหลี่ฉี่หมิงถูกเขาฟันร่างขาดเป็นสองท่อนเรียบร้อยแล้ว!
ในเวลานั้นเขาจึงรู้สึกตื่นเต้นยินดีเป็นล้นพ้น!
"หึๆ อายุยังน้อย ทว่าจิตสังหารกลับรุนแรงนัก!"
เสียงอันเฉียบคมและเย็นเยียบสายหนึ่งพลันดังก้องขึ้นมาอย่างกะทันหัน
เจ้าของเสียงนี้คือสตรีผู้หนึ่ง
เฉินอาจิ่วสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก หญิงชราที่อยู่ด้านข้างยิ่งเบิกตากลมหม่นแสงกว้างขึ้นไปอีก นางในฐานะนักรบขอบเขตหลอมอวัยวะ กลับไม่พบเลยว่าในที่แห่งนี้ยังมี ยอดฝีมือลึกลับซ่อนตัวอยู่อีกคนหนึ่ง?
เห็นเพียงประกายแสงสีเงินวูบวาบผ่านไป รังสีดาบสีแดงฉานทั่วท้องนภาของเฉินอาจิ่วก็ถูกบดขยี้จนสลายหายไปสิ้น!
วินาทีต่อมา กระบี่ยาวสีเงินเล่มหนึ่งที่แผ่ไอเย็นเยียบก็แทงตรงเข้าใส่ลำคอของเฉินอาจิ่ว หญิงชรารีบยื่นไม้เท้าหัวงูออกไปสะกัดอย่างรุนแรง กระแทกกระบี่ยาวและเงาร่างอ้อนแอ้นองอาจในชุดคลุมสีฟ้าตัวนั้นให้ถอยกลับไป
หญิงชราอดไม่ได้ที่จะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ก่อนจะรีบหันสายตาไปมองเฉินอาจิ่วด้วยความกังวลใจทันที
เห็นเพียงบนลำคอของเฉินอาจิ่วมีรอยแผลจากคมกระบี่สายหนึ่ง แม้จะดูน่ากลัวทว่ากลับไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต ในขณะที่หญิงชราลอบถอนหายใจยาว ในใจก็พลันบังเกิดความรู้สึกขวัญหนีดีฝ่อตามมา!
เมื่อครู่นี้เฉินอาจิ่วเกือบต้องไปสิ้นชื่ออยู่ใต้คมกระบี่ของอีกฝ่ายแล้ว!
เฉินอาจิ่วเองก็มีใบหน้าเขียวคล้ำ ในแววตาของเขาไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่เศษเสี้ยว ทว่ากลับเปี่ยมล้นไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังอันท่วมท้น!
เมื่อเพ่งสายตามองไป เห็นเพียงเงาร่างอ้อนแอ้นถือกระบี่ยืนหยัดอย่างมั่นคงอยู่เบื้องหน้าของพวกหลี่ฉี่หมิง ร่างกายของนางเหยียดตรง ทว่าสิ่งที่ทำให้ผู้คนตกตะลึงที่สุด กลับเป็นดวงหน้าของนางที่งดงามหยาดเยิ้มจนแทบไม่อาจละสายตาได้!
พวกหลี่ฉี่หมิงเพิ่งจะรอดพ้นจากประตูนรกมาได้หมาดๆ แต่ละคนต่างพากันอกสั่นขวัญแขวน ในเวลานี้แผ่นหลังของยอดฝีมือลึกลับที่ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันผู้นี้ ในสายตาของทุกคนช่างดูสูงส่งและยิ่งใหญ่เหลือเกิน ประหนึ่งผู้มาโปรดโลกมนุษย์ก็ไม่ปาน!
ช่างงดงามและองอาจยิ่งนัก!
"นักรบขอบเขตหลอมอวัยวะรึ? เจ้าเป็นใคร?" เฉินอาจิ่วแทบจะเค้นคำพูดนี้ออกมาจากซอกฟัน
"ผู้ปราบปีศาจป้ายเงินแห่งสำนักปราบมาร เจียงเหลียนเยว่" เจียงเหลียนเยว่เอ่ยเรียบๆ
พอคำพูดนี้หลุดออกมา ทั้งเฉินอาจิ่วและหญิงชราขอบเขตหลอมอวัยวะ ต่างก็มีสีหน้าเคร่งขรึมลงทันที!
ผู้ปราบปีศาจป้ายเงิน พละกำลังล้วนอยู่ในขอบเขตหลอมอวัยวะ ไม่มีใครที่เป็นตอไม้ให้เคี้ยวได้ง่ายๆ เลยสักคน!
"สำนักปราบมารคือกองงานของราชสำนัก เหล่า 'ผู้ปราบปีศาจ' แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยสอดมือยุ่งเกี่ยวกับความแค้นในยุทธภพ หรือว่าเจ้าคิดจะทำลายกฎเกณฑ์ของสำนักปราบมารกัน?!"
หญิงชราใช้ไม้เท้าในมือกระแทกลงพื้นเสียงดังปึก พลันแผดเสียงตวาดกร้าว
"ตัวเจียงย่อมไม่คิดสอดมือยุ่งเกี่ยวกับความแค้นในยุทธภพอยู่แล้ว... ข้าเพียงแค่เดินทางผ่านมาที่นี่ เพื่อตามหาหญิงสาวชุดขาวคนหนึ่งที่สวมหน้ากากลึกลับพิศดาร พวกเจ้าเคยพบเห็นนางบ้างหรือไม่?"
เจียงเหลียนเยว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
หลี่ฉี่หมิงฟังจนในใจเกิดความเคลื่อนไหวแวบหนึ่ง เขานึกขึ้นได้ถึงสตรีชุดขาวที่ส่งยิ้มอันลึกลับพิศดารให้เขา ในยามที่เขาไปดูการประหารชีวิตที่ลานประลองร่วมกับจางหมิงซุ่นในครั้งนั้น...
ต่อมาเขาได้ลองวิเคราะห์ดูแล้ว หญิงสาวชุดขาวคนนั้น จะต้องมีความเกี่ยวข้องอย่างใหญ่หลวงกับของล้ำค่าอย่าง 'หน้ากากอัปมงคลปรัชญา' อันพิสดารนั่นอย่างแน่นอน
ได้ยินมาว่าสุดท้ายสำนักปราบมารส่งผู้ปราบปีศาจขอบเขตหลอมอวัยวะถึงสามคนออกโรง ทว่าก็ไม่อาจทำอะไรผู้ฝึกมารคนนั้นได้ ปล่อยให้ลอบหลบหนีออกไปนอกเมืองในที่สุด
หรือว่า ผู้ปราบปีศาจที่แข็งแกร่งอย่างเจียงเหลียนเยว่ผู้นี้มาปรากฏตัวที่นี่ ก็เพื่อแกะรอยตามล่า 'หน้ากากอัปมงคลปรัชญา' งั้นรึ?!
"หญิงสาวชุดขาวอะไรกัน? ไม่เคยพบเห็น!" เฉินอาจิ่วเอื้อมมือไปลูบโลหิตที่ลำคอพลางกัดฟันกล่าว
ในใจของเขาเต็มไปด้วยความหงุดหงิดเดือดดาล เจ้าจะตามหาคนก็หาไปสิ แล้วมาแทงข้าเพื่ออะไรกัน?!
"ในเมื่อเป็นเรื่องเข้าใจผิด เช่นนั้นเจ้าก็รีบไปตามหาหญิงสาวชุดขาวคนนั้นเถอะ!" หญิงชราในใจลอบโล่งอกไปเปลาะหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
เจียงเหลียนเยว่ผู้นี้พละกำลังสูงส่งจนยากจะหยั่งถึง ลำพังตัวนางเองก็ไม่มีความมั่นใจว่าจะเอาชนะได้เช่นกัน!
ยังดีที่อีกฝ่ายเป็นพวกยึดมั่นในกฎเกณฑ์!
พวกหลี่ฉี่หมิงพลันหัวใจดิ่งวูบลงไปทันที
ผู้มาโปรดโลกมนุษย์กลับเป็นเพียงแค่คนเดินทางผ่านงั้นรึ?
เช่นนั้นพวกเขาก็ยังต้องตายอยู่ดีใช่ไหม?
ทว่า สิ่งที่ทำให้ทุกคนโล่งใจขึ้นมาบ้างก็คือ เจียงเหลียนเยว่ไม่ได้ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหลไปไหน ภายใต้แสงจันทร์สาดส่อง นางยังคงใช้มือข้างเดียวถือกระบี่ ยืนหยัดร่างกายตรงตระหง่าน
"เหตุใดเจ้าถึงยังไม่ไปอีก?" หญิงชราขมวดคิ้วเอ่ยถาม
เห็นเพียงเจียงเหลียนเยว่ส่ายหน้าเบาๆ แล้วเอ่ยว่า "สำนักปราบมารมีกฎเกณฑ์ กองงานของราชสำนักไม่มีวันสอดมือยุ่งเกี่ยวกับความแค้นในยุทธภพ หน้าที่ของผู้ปราบปีศาจ มีเพียงแค่การสยบมารและกำจัดปีศาจเท่านั้น!"
เฉินอาจิ่วและหญิงชราฟังจนพยักหน้าเห็นพ้องติดต่อกัน
นางเปลี่ยนกระแสเสียง หันสายตาไปจับจ้องที่เฉินอาจิ่วทันที ก่อนจะกล่าวต่อไปว่า
"ในเมื่อกลายเป็นมาร เช่นนั้นก็ต้องถูกฟันสิ้นชื่ออยู่ใต้คมกระบี่ของข้า!"
พอสิ้นคำกล่าว ทั้งเฉินอาจิ่วและหญิงชราแทบจะกระอักโลหิตเก่าออกมาคำโต!
ใบหน้าแดงก่ำ อึดอัดคับข้องใจอย่างถึงที่สุด!
พวกเขาไม่เคยพบเคยเห็นใครที่หน้าด้านไร้ยางอายถึงเพียงนี้มาก่อนเลยในชีวิต!
"เจ้า... เจ้ามันพูดข้างๆ คูๆ!"
"พาลหาเรื่อง!"
"พูดจาเหลวไหล!"
"วาจาเหลวไหลสิ้นดี!"
เฉินอาจิ่วและหญิงชรา อดไม่ได้ที่จะพากันด่าทอออกมาไม่หยุดสาย!
เช้ง——
สิ่งที่ตอบกลับคำด่าทอของพวกเขาก็คือกระบี่อันเย็นเยียบในมือของเจียงเหลียนเยว่!
ประกายกระบี่แผ่ไอเย็นเสียดแทง ประหนึ่งดวงจันทร์วันเพ็ญบนสรวงสวรรค์!
พุ่งเข้าครอบงำหญิงชราและเฉินอาจิ่วไว้ภายในทันที!
"เหอะ ในเมื่อเจ้าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงถึงเพียงนี้ เช่นนั้นก็จงทิ้งชีวิตไว้ที่นี่เสียเถอะ!" หญิงชราเองก็บังเกิดโทสะขึ้นมาอย่างแท้จริงแล้ว นางกวัดแกว่งไม้เท้าหัวงูในมือ เห็นเพียงไม้เท้าหัวงูพลันแปรเปลี่ยนเป็นแส้ยาวสีแดงฉานสายหนึ่ง โบยบินไปทั่วทั้งผืนฟ้า ปะทะเข้ากับเงากระบี่ประกายเงินอย่างรุนแรง!
ทว่า หญิงชราต้องคอยปกป้องเฉินอาจิ่วไว้สุดชีวิต จึงมีความพะว้าพะวังและไม่อาจสำแดงพละกำลังออกมาได้อย่างเต็มที่!
แววตาของเฉินอาจิ่วฉายประกายดุร้ายอำมหิต!
"หึๆ เจ้าก็แค่ต้องการจะปกป้องพวกสวะกลุ่มนี้ไม่ใช่รึไง? ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็จะทำให้พวกมันต้องตายกันให้หมด!"
เฉินอาจิ่วแม้จะถูกประกายกระบี่ครอบงำจนยากจะปลีกตัวลงมือได้ ทว่ารอบข้างยังคงมีศิษย์พรรคมารอยู่ และในนั้นยังมีศิษย์ขอบเขตหลอมกระดูกอีกถึงเจ็ดแปดคน! แม้ว่าพละกำลังของพวกมันจะไม่แข็งแกร่งเท่าตัวเขา ทว่ามันก็เพียงพอจะเข่นฆ่าพวกฉินอวี่และหลี่ฉี่หมิงจนหมดสิ้นแล้ว!
เจียงเหลียนเยว่พัวพันการต่อสู้อยู่กับหญิงชรา ยอดฝีมือขอบเขตหลอมอวัยวะประมือกันย่อมไม่อาจวอกแวกแบ่งสมาธิได้ จึงไม่มีปัญญาคอยดูแลพวกหลี่ฉี่หมิงได้อีก!
"ฆ่า!"
"ต่อให้ต้องตาย ก็ต้องเข่นฆ่าพวกมันให้หมดสิ้น!"
ศิษย์พรรคมารแต่ละคนราวกับคนบ้าคลั่ง พวกมันดวงตาแดงฉาน ชูความคมของดาบพุ่งเข้าเข่นฆ่าทันที!
จ้องมองศิษย์พรรคมารที่เต็มไปด้วยไอสังหารเดือดพล่าน ในใจของฉินอวี่พลันหนาวสะท้านขึ้นมาทันควัน!
พอหันหน้าไปมอง ฉินอวี่ก็เห็นเงาร่างหนึ่งพุ่งทะยานมุ่งหน้าลงเขาไปเรียบร้อยแล้ว ประหนึ่งลูกธนูที่หลุดออกจากแล่ง! และจวนจะเลือนหายไปกับความมืดมิดของค่ำคืนในอีกไม่ช้า!
ผู้ลงมือก็คือศิษย์น้องหลี่ฉี่หมิงนั่นเอง!
เขากลายเป็นคนแรกที่หาโอกาสหลบหนีไปได้สำเร็จอีกแล้ว!
พวกฉินอวี่คิดจะหนี ทว่ากลับสายเกินไปเสียแล้ว พวกเขาถูกศิษย์พรรคมารเข้าสกัดกั้นไว้ถ้วนหน้า!
"ศิษย์น้องทั้งหลาย ฆ่า!" ฉินอวี่เองก็เกิดโทสะขึ้นมาอย่างแท้จริงแล้ว เขาแผดเสียงคำรามลั่น ชักดาบออกฟันใส่ศิษย์พรรคมารทันที!
ยังดีที่นักรบขอบเขตหลอมกระดูกของสำนักคุ้มภัยสองสามคนที่อยู่ด้านข้างก็รู้ถึงความหนักเบาของสถานการณ์ รู้ดีว่าในเวลานี้มีเพียงการยอมสู้ตายเท่านั้น ถึงจะพอมีโอกาสรอดชีวิตอยู่บ้าง! จึงพากันชักดาบออกมารับศึกถ้วนหน้า!
ชั่วอึดใจนั้น สถานการณ์ก็ปั่นป่วนวุ่นวายจนกลายเป็นหม้อโจ๊กเดือด!
เสียงเข่นฆ่าคำรามลั่นจนหุบเขาต้องสั่นสะเทือน!
'ศิษย์น้องฉี่หมิง เจ้าจะต้องหนีรอดออกไปให้ได้นะ จงไปตามหายอดฝีมือจากตระกูลใหญ่ผู้มีชื่อเสียงมาช่วยเหลือพวกเรา!' ฉินอวี่ลอบคิดในใจ!
การที่หลี่ฉี่หมิงหลบหนีไปได้ นับว่าเป็นเรื่องดีอย่างแน่นอน!
ต่อให้สุดท้ายพวกตนต้องมาสิ้นชื่ออยู่ที่นี่ อย่างน้อยที่สุดโลกภายนอกก็ยังได้รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่บ้าง!
ไม่ช้าก็เร็วจะต้องมีคนมาล้างแค้นให้พวกตนแน่นอน!
เฉินอาจิ่วค้นพบเงาร่างของหลี่ฉี่หมิงที่กำลังหลบหนีไปได้เป็นคนแรก มีหรือที่เขาจะยินยอมปล่อยให้อีกฝ่ายรอดไปได้ง่ายๆ?
"อิ่งเตา ฆ่าไอ้ขี้ขลาดนั่นซะ!"
เมื่อสิ้นคำสั่งของเฉินอาจิ่ว ที่เบื้องหลังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งซึ่งอยู่ห่างออกไปสามจั้ง เงาร่างสายหนึ่งก็ค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากหลังต้นไม้
เขาผู้นี้ก็คืออิ่งเตายอดฝีมือขอบเขตหลอมโลหิตขั้นสมบูรณ์แบบ และยังเป็นมือสังหารที่พรรคมารฟูมฟักเลี้ยงดูมาโดยเฉพาะ!
เขาไม่มีชื่อแซ่ มีเพียงฉายารหัสลับสองคำว่า 'อิ่งเตา' เท่านั้น
แม้ว่าระดับขอบเขตพลังจะไม่สูงส่ง ทว่ายอดฝีมือขอบเขตหลอมกระดูก อิ่งเตาก็เคยปลิดชีพมาแล้วนักต่อนัก!
การลอบสังหาร นับเป็นวิชาความรู้ที่ลึกล้ำพิสดารแขนงหนึ่ง
"อิ่งเตารับคำสั่ง!"
อิ่งเตาเอ่ยออกมาด้วยความมั่นใจ
จากนั้น ร่างกายของเขาก็แผ่เปลี่ยนเป็นเงาสายหนึ่ง พุ่งทะยานไล่ล่าลงไปตามไหล่เขาอันมืดมิดทันที!