เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23

บทที่ 23

บทที่ 23


บทที่ 23 เฉินอาจิ่วผู้เกรียงไกรเหนือกาลเวลา ดาบนี้ไม่มีใครรับได้!

ตูม! ภายในวัดเก่า พลังเลือดลมพุ่งทะยานเสียดฟ้า!

ผู้ที่ลงมือเป็นคนแรกคือมู่หรงชางไห่ เขาเพียงแค่จับด้ามดาบที่ข้างเอว กลิ่นอายทั่วร่างก็พลันเปลี่ยนไปทันที!

กระแสความกดดันอันน่าสะพรึงกลัวและเฉียบคมมหาศาล พลันม้วนทะยานเข้าครอบงำทั่วทั้งลานประลองในพริบตา!

แม้จะยังไม่ได้ชักดาบ ทว่าทุกคนกลับไม่อาจขยับเขยื้อนร่างกายได้แม้แต่เพียงนิดเดียว!

นี่ก็คือ สภาวะดาบ!

ประจวบเหมาะกับในเวลานี้

ฟิ้ว——

เสียงสายหนึ่งที่ราวกับมังกรคำรามพลันดังก้องขึ้นมาอย่างอาจหาญ

ผู้ลงมือก็คือเสิ่นฉางเซิง!

เห็นเพียงเขาชักกระบี่ยาวออกมา ประกายกระบี่สาดส่องไปทั่วทิศทาง เยือกเย็นยิ่งกว่าดวงจันทร์บนสรวงสวรรค์ถึงสามส่วน!

หลี่ฉี่หมิงรู้สึกเพียงว่าประกายกระบี่นั้นช่างแทงตา จนต้องเบือนหน้าปิดตาลง ทว่าเมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง บนลำคอของนักรบขอบเขตหลอมกระดูกทั้งสิบคน ก็ปรากฏรอยเลือดสายหนึ่งขึ้นมาแล้ว!

ตุบ! นักรบชุดดำทั้งสิบคนพากันล้มทรุดลงกับพื้น สิ้นใจตายในทันที!

นี่คือนักรบขอบเขตหลอมกระดูกถึงสิบคนเชียวนะ กลับต้องมาสิ้นชื่อลงในชั่วพริบตา!

ภาพเหตุการณ์นี้ทำเอาหลี่ฉี่หมิงลอบเสียวสันหลังวาบด้วยความหนาวสะท้าน!

การต่อสู้ในระดับนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ตัวเขาในตอนนี้จะเข้าไปสอดมือได้เลย!

ไม่ว่าจะอยู่ต่อหรือทำอะไรก็มีแต่ความตายเท่านั้น!

เขาจึงตัดสินใจอย่างเด็ดขาด โคจรวิชานกนางแอ่นเหินเหนือพงหญ้าขั้นความสำเร็จเล็กน้อย ร่างกายพลิ้วไหวประหนึ่งภูตผี ทะยานร่างกระโดดหน้าต่างที่พังทลายด้านข้างออกไปทันที!

พวกฉินอวี่ โม่ซู หวังเหลียง และเหล่าศิษย์สำนักยุทธ์หลงอินคนอื่นๆ รวมถึงนักรบขอบเขตหลอมโลหิตและขอบเขตหลอมกระดูกอีกสองสามคนของสำนักคุ้มภัยเว่ยหยวนต่างพากันชะงักไปแวบหนึ่ง ก่อนจะตั้งสติกลับมาได้ รีบกระโดดหน้าต่างหลบหนีตามไปติดๆ!

"ไอ้หนูคนนี้ช่างฉลาดหลักแหลมนัก ไม่เสียแรงที่พวกเราสองคนอุตส่าห์สร้างโอกาสนี้ขึ้นมา!" มู่หรงชางไห่มองตามแผ่นหลังของหลี่ฉี่หมิงไปพลางเอ่ยปากชมออกมา

เสิ่นฉางเซิงพยักหน้าเห็นพ้อง คิดไม่ถึงเลยว่าศิษย์น้องที่ดูทื่อๆ ตลอดการเดินทางคนนี้ ในยามคับขันจะมีความว่องไวถึงเพียงนี้

เมื่อครู่คนทั้งสองจงใจลงมือเพื่อสร้างโอกาส หากพวกศิษย์น้องกลุ่มนี้ยังไม่รีบหนีไป ยามที่การต่อสู้พัวพันอย่างบ้าคลั่งระเบิดขึ้น เสิ่นฉางเซิงและมู่หรงชางไห่ก็คงไม่มีปัญญาคอยดูแลปกป้องพวกเขาได้อีก!

"วางใจเถอะ พวกมันหนีไปไหนไม่รอดหรอก"

เฉินซวงไม่ได้ยื่นมือเข้าขัดขวาง ทว่ากลับมีท่าทางไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย

ท่าทางของเขาเช่นนี้ ทำเอาหัวใจของเสิ่นฉางเซิงกระตุกวูบ หรือว่าโลกภายนอกวัดยังมีคนของพรรคมารซุ่มอยู่อีกงั้นรึ?!

"ในตอนนี้ พวกเราก็มาสู้กันให้สะใจได้แล้ว!" เฉินซวงแสยะยิ้มเย็นชาออกมาที่มุมปาก

"เจ้าอยากจะจัดการกับใครก่อนล่ะ?" หลิวหยุนผู้อาวุโสพรรคมารที่นิ่งเงียบมาตลอด พลันเอ่ยปากถามขึ้น

"ข้ากับผู้อาวุโสมู่หรงต่างก็เป็นผู้ใช้ดาบ และยังเป็นอัจฉริยะวิชาดาบที่หาได้ยากยิ่งในรอบร้อยปีเหมือนกัน ข้าล่ะสงสัยนักว่า ระหว่างเพลงดาบมารของข้า กับเพลงดาบคลื่นสมุทรของเขา ดาบของใครจะรวดเร็วกว่ากัน?!"

เฉินซวงจ้องมองมู่หรงชางไห่ แววตาเปี่ยมล้นไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้!

แม้ว่ามู่หรงชางไห่จะยังไม่ได้ชักดาบ ทว่าเพียงแค่พึ่งพาสภาวะดาบเมื่อครู่นี้ ก็เพียงพอจะทำให้เขาเกิดความเข้าใจบางอย่างขึ้นมาลางๆ แล้ว!

ในเวลานี้ เฉินซวงมีความปรารถนาอย่างยิ่งที่จะเห็นอีกฝ่ายชักดาบออกมา!

"เจ้าเห็นข้าเป็นหินลับดาบของเจ้างั้นรึ?" มู่หรงชางไห่เอ่ยเสียงหนัก

"ถูกต้องแล้ว ข้ามีลางสังหรณ์ว่าหากฆ่าท่านได้ สภาวะดาบของข้าก็อาจจะก่อตัวขึ้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ!"

พูดจบ เฉินซวงก็ชักดาบออกทันที!

ในวินาทีที่ดาบถูกชักออก ร่างกายของเขากลับเลือนหายไปจากภายในวัดเก่าอย่างน่าอัศจรรย์!

เสิ่นฉางเซิงเปลือกตากระตุก เขาไม่อาจสัมผัสถึงตำแหน่งของอีกฝ่ายได้เลยแม้แต่น้อย!

เพลงดาบมาร ช่างลึกลับและพิศดารยิ่งนัก!

วินาทีต่อมา

ประกายดาบสายหนึ่งพลันวูบวาบขึ้นที่ด้านข้าง เฉินซวงปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของมู่หรงชางไห่โดยตรง ตัวดาบแผ่รังสีสีแดงฉานอันน่าสะพรึงกลัว ฟาดฟันดาบลงมาทันที!

"ระวัง!" เสิ่นฉางเซิงแทงกระบี่ตรงเข้าใส่เฉินซวงเพื่อช่วยเหลือ

"คู่ต่อสู้ของเจ้าคือข้า!" หลิวหยุนพุ่งทะยานเข้ามาขวาง หมัดเหล็กสีดำทมิฬทั้งคู่ทุบลงมาประหนึ่งดาวตก!

หากเสิ่นฉางเซิงเลือกที่จะทำร้ายเฉินซวง ตัวเขาเองก็คงต้องถูกยอดฝีมือขอบเขตหลอมอวัยวะท่านนี้ทุบจนแหลกเหลวเป็นแน่!

เขาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องชะงักกระบวนท่ากระบี่ และตวัดกระบี่กลับมาต้านทานการจู่โจม!

ในยามนั้นเอง

เช้ง——

มู่หรงชางไห่ชักดาบออกมาแล้ว!

...

หลี่ฉี่หมิงกำลังวิ่งหนีลงเขาอย่างบ้าคลั่ง!

ทว่าจู่ๆ เขากลับสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง จึงหยุดฝีเท้าแล้วหันหน้ากลับไปมอง

เห็นเพียงวัดเก่าที่ตั้งอยู่บนไหล่เขา ภายใต้แสงจันทร์สาดส่อง ภายในวัดกลับมีแสงเย็นเยียบสว่างไสวเจิดจ้าราวกับเวลากลางวัน!

ในความเลือนลางนั้น เขาคล้ายกับมองเห็นผืนน้ำทะเลสีน้ำเงินเข้มลึกล้ำกำลังไหลบ่าและซัดสาดอย่างบ้าคลั่งอยู่ภายในวัดเก่าหลังนั้น!

แม้จะอยู่ห่างไกลถึงเพียงนี้ ทว่าเขากลับรู้สึกหนาวเหน็บไปทั่วสรรพางค์กายราวกับถูกเข็มทิ่มแทง!

'นี่มัน... สภาวะดาบงั้นรึ?!'

ยากที่จะจินตนาการได้เลยว่า พวกเฉินซวงจะรับมือกับดาบนี้ได้อย่างไร?!

"ศิษย์น้องอย่ามัวแต่ดูอยู่เลย! รีบหนีเร็ว!"

พวกฉินอวี่ตามมาทันแล้ว ในเวลานี้แต่ละคนยังคงขวัญหนีดีฝ่อ สายตาที่มองมายังหลี่ฉี่หมิงเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าหลี่ฉี่หมิงที่ยามปกติซื่อบื้อไร้ปากเสียง ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานจะวิ่งหนีได้รวดเร็วปานนี้!

ขนาดฉินอวี่ที่อยู่ขอบเขตหลอมโลหิตขั้นสมบูรณ์แบบยังเกือบจะกวดตามไม่ทัน!

ช่วงเวลาที่ผ่านมา แม้หลี่ฉี่หมิงจะไม่มีความคืบหน้าในวิชาดาบเลยแม้แต่น้อย ทว่าเขากลับไม่เคยลืมที่จะขัดเกลาวิชาตัวเบา วิชานกนางแอ่นเหินเหนือพงหญ้าที่ฝ่าเท้าจึงมีความรุดหน้าขึ้นมาบ้าง

นกนางแอ่นเหินเหนือพงหญ้า (ความสำเร็จเล็กน้อย) 45/100

ในวันทดสอบศิษย์ หลี่ฉี่หมิงทะลวงเข้าสู่ขอบเขตหลอมโลหิตขั้นกลาง จากนั้นวิชานกนางแอ่นเหินเหนือพงหญ้าก็ก้าวเข้าสู่ขั้นความสำเร็จเล็กน้อย การฝึกฝนในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ทำให้ความก้าวหน้าของเขาเด่นชัดอย่างยิ่ง

"ศิษย์พี่ ตอนนี้พวกเราจะเอาอย่างไรกันดีขอรับ?" หลี่ฉี่หมิงเอ่ยถาม

หัวใจของเขาเต้นรัวเป็นกลองรบ ออกปฏิบัติภารกิจครั้งแรกก็ต้องมาเผชิญหน้ากับวิกฤตครั้งใหญ่ถึงเพียงนี้ เขารู้สึกว่าหากเมื่อครู่วิ่งช้ากว่านี้สักก้าว หรือมีความลังเลใจแม้เพียงเสี้ยววินาที วันนี้ชีวิตคงต้องไปฝังอยู่ที่วัดเก่าหลังนั้นเป็นแน่

"พวกเจ้าจงรีบกลับสำนักยุทธ์! ไปขอความช่วยเหลือจากผู้อาวุโสและท่านเจ้าสำนัก! ส่วนข้ากับพี่หวังจะข้ามภูเขาลูกนี้มุ่งหน้าไปยังเมืองจิ้นหนาน ที่นั่นมีตระกูลใหญ่ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังอยู่สองสามตระกูล พวกเขาต้องยื่นมือเข้าช่วยพวกเราแน่นอน!"

ฉินอวี่ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะจัดระเบียบความคิดแล้วเอ่ยออกมา

พี่หวังที่เขาพูดถึง ก็คือหนึ่งในนักรบขอบเขตหลอมกระดูกของสำนักคุ้มภัยนั่นเอง

ทุกคนต่างพากันพยักหน้าเห็นพ้องกับข้อเสนอนี้

หลี่ฉี่หมิงเองก็รู้สึกว่าสมเหตุสมผลดี เพราะเมืองหลงเฉวียนอยู่ห่างไกลออกไปค่อนข้างมาก ต่อให้ควบม้าอย่างสุดกำลังก็ยังต้องใช้เวลาถึงหนึ่งวันเต็ม

น้ำไกลย่อมไม่อาจดับไฟใกล้ได้!

ทว่าสำหรับเมืองจิ้นหนาน นักรบขอบเขตหลอมกระดูกสองสามคนของสำนักคุ้มภัยในขบวน เดินทางไม่ถึงหนึ่งชั่วยามก็น่าจะไปถึงแล้ว!

ในขณะที่ทุกคนกำลังจะแยกย้ายกันเดินทางเป็นสองสาย

"พวกเจ้าไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น!"

เสียงเยาะหยันสายหนึ่งพลันดังก้องขึ้นมาอย่างกะทันหัน

แกรกๆ!

ท่ามกลางป่าทึบรอบข้าง พลันมีกลุ่มนักรบชุดดำพุ่งทะยานออกมาจำนวนมาก และในนั้นยังมีผู้ที่อยู่ในขอบเขตหลอมกระดูกอยู่ไม่น้อยด้วย!

การแต่งกายของคนกลุ่มนี้ เหมือนกับพวกของเฉินซวงไม่มีผิดเพี้ยน!

"พรรคมารซุ่มโจมตีอยู่อีกงั้นรึ?!" ฉินอวี่หน้าถอดสีด้วยความตกใจ หัวใจดิ่งวูบลงสู่ก้นบึ้งทันที

หลี่ฉี่หมิงลอบประเมินสถานการณ์ ในใจพลันบังเกิดความสิ้นหวังขึ้นมาทันควัน ในกลุ่มคนชุดดำนี้ อย่างน้อยมีนักรบขอบเขตหลอมกระดูกถึงเจ็ดแปดคน และกึ่งกลางกลุ่มยังมีเด็กหนุ่มถือดาบอายุประมาณสิบสี่สิบห้าปียืนอยู่คนหนึ่ง หน้าตาของเด็กหนุ่มถือดาบคนนี้ กลับมีความคล้ายคลึงกับเฉินซวงถึงเจ็ดส่วน!

"ผู้คนบนโลกต่างรู้ดีว่า พี่ชายของข้าเฉินซวงมีพรสวรรค์วิชาดาบที่น่าสะพรึงกลัว ทว่ากลับไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า ตัวข้าเฉินอาจิ่ว มีพรสวรรค์วิชาดาบที่เกรียงไกรเหนือกาลเวลา!"

เฉินอาจิ่วกอดดาบพลางจ้องมองมายังทุกคน เอ่ยออกมาด้วยสีหน้าท่าทางดุดันโหดเหี้ยม ดูเหมือนเขาจะรู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่งที่ไม่มีใครรู้จักชื่อเสียงของเขา!

ตัวเขาเป็นเพียงเพราะระดับวรยุทธ์ยังเติบโตตามไม่ทันเท่านั้น

ขอเพียงรอให้อายุมากกว่านี้อีกสองปี เขาจะทำให้ดาบของตัวเองมีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วใต้หล้าให้ได้!

สิ่งที่ทำให้หลี่ฉี่หมิงตื่นตระนกที่สุดก็คือ ที่ด้านข้างของเฉินอาจิ่ว มีหญิงชราในชุดคลุมสีเทายืนอยู่คนหนึ่ง นางกำลังค้ำยันไม้เท้าหัวงูที่ทำจากไม้เนื้อแดง กลิ่นอายทั่วร่างถูกเก็บงำไว้ไม่แผ่ซ่านออกมา ทว่า แน่นอนว่านางต้องเป็นนักรบขอบเขตหลอมอวัยวะอย่างไม่ต้องสงสัย!

หลี่ฉี่หมิงในใจตื่นตระนกอย่างถึงที่สุด!

ดูท่า วันนี้คงต้องตายสถานเดียวแล้วใช่ไหม?!

"พวกเจ้าทุกคนห้ามลงมือ ดาบคลั่งกระหายเลือดของข้า มันทนรอไม่ไหวตั้งนานแล้ว!"

เฉินอาจิ่วแม้จะมีอายุน้อยที่สุด ทว่าระดับวรยุทธ์ทั่วร่าง กลับบรรลุถึงขอบเขตหลอมกระดูกขั้นต้นเรียบร้อยแล้ว!

เขาครอบครองคุณสมบัติที่จะหยิ่งผยองได้จริงๆ!

วินาทีต่อมา เขาชักดาบออกทันที เห็นเพียงเงาร่างของเฉินอาจิ่วกระจายตัวอยู่เต็มท้องฟ้า!

เงาดาบนับสิบสายที่อบอวลไปด้วยไอสังหารและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง พลันฟาดฟันลงมาที่ศีรษะของพวกหลี่ฉี่หมิงทันที!

เงาดาบสีแดงฉานแต่ละสาย กลับกลายเป็นดาบจริงทั้งหมด และแฝงไปด้วยอานุภาพที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง!

พี่หวังและนักรบขอบเขตหลอมกระดูกคนอื่นๆ ของสำนักคุ้มภัย ต่างพากันรู้สึกหนังศีรษะชาหนึบด้วยความหวาดกลัว

ดาบนี้ ในที่แห่งนี้ไม่มีใครสามารถรับได้เลย!

จบบทที่ บทที่ 23

คัดลอกลิงก์แล้ว