บทที่ 25
บทที่ 25
บทที่ 25 เหตุใดต้องบีบคั้นข้า
ท่ามกลางป่าทึบอันมืดมิด หลี่ฉี่หมิงเร่งฝีเท้าวิ่งตะบึงไปตามเส้นทางบนเขาอันคดเคี้ยวอย่างบ้าคลั่ง!
วิชานกนางแอ่นเหินเหนือพงหญ้าขั้นความสำเร็จเล็กน้อยที่ฝ่าเท้า ถูกเร่งความเร็วจนถึงขีดสุด ระเบิดพลังออกมาอย่างเต็มกำลัง!
เขาไม่มีความลังเลเลยแม้แต่น้อย ในใจคิดเพียงแต่จะหนีไปจากหุบเขาอันตรายแห่งนี้ให้พ้น!
'คนพวกนี้มีพละกำลังน่าสะพรึงกลัวเกินไป อยู่ที่นี่อันตรายเกินไป!'
หลี่ฉี่หมิงมีสีหน้าแน่วแน่ ด้วยพละกำลังอันต่ำต้อยของเขา ต่อให้อยู่ที่นี่ก็ไม่อาจช่วยอะไรได้อยู่ดี
"เจ้าวิ่งได้รวดเร็วดีแท้..." เสียงอันเย็นเยียบสายหนึ่งพลันดังก้องขึ้นมาจากทางด้านหลัง
ซึ่งก็คืออิ่งเตาที่ไล่ตามมาทันแล้วนั่นเอง
หลี่ฉี่หมิงขวัญหนีดีฝ่อ จิตสัมผัสถึงวิกฤตพลันตื่นตัวขึ้นจากด้านหลัง เขารีบหันกลับไปชักดาบเหล็กกล้าเจ็ดตำลึงออกต้านทานอย่างสุดกำลัง!
ดาบเหล็กกล้าเล่มนี้คือดาบที่เขาจ่ายเงินเจ็ดตำลึงซื้อมาจากโรงตีเหล็กของสำนักยุทธ์ ด้วยเหตุนี้มันจึงมีชื่อว่า เจ็ดตำลึง
ท่ามกลางความมืดมิด อิ่งเตาผู้ปิดบังใบหน้าพุ่งเข้ามาประชิดประหนึ่งภูตผี ในมือถือมีดสั้นรูปพระจันทร์เสี้ยวสองเล่ม ปะทะเข้ากับดาบเหล็กกล้าในมือของหลี่ฉี่หมิงจนเกิดประกายไฟสาดกระเซ็นสองสาย!
"เหอะ" อิ่งเตาแค่นเสียงหัวเราะหยัน ก่อนจะออกแรงกดลงไปเล็กน้อย
วินาทีต่อมา ดาบเหล็กกล้าเจ็ดตำลึงในมือของหลี่ฉี่หมิงกลับปริแตก และหักสะบั้นออกเป็นหลายท่อนทันที!
หลี่ฉี่หมิงในใจดิ่งวูบ
'ดาบเล่มนี้คุณภาพย่ำแย่เกินไปแล้ว!'
'ไม่สิ ต้องบอกว่าอาวุธของอีกฝ่ายมีคุณภาพดีเลิศเกินไปต่างหาก!'
'มันไม่ใช่อาวุธที่อยู่ในระดับเดียวกันเลยสักนิด!'
"จบสิ้นกันที" อิ่งเตาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ราวกับกำลังบอกเล่าความจริงอันแสนอำมหิต
อีกฝ่ายดาบหักสะบั้นไปแล้ว ขอบเขตพลังก็ต่ำกว่าเขา ทั้งยังไร้อาวุธในมือ จะเอาสิ่งใดมาต่อกรกับเขาได้อีก?
เขาไม่มีความเคยชินในการปล่อยเวลาให้เสียเปล่า จึงคิดจะลงมือสังหารหลี่ฉี่หมิงให้สิ้นซากในทันที
ฟิ้ว——
หลี่ฉี่หมิงซัดเศษดาบหักในมือออกไปอย่างรุนแรง ประหนึ่งเป็นอาวุธลับ พุ่งตรงเข้าใส่ใบหน้าของอิ่งเตาอย่างรวดเร็ว!
ร่างของอิ่งเตาชะงักไปแวบหนึ่ง ก่อนจะยกมีดสั้นขึ้นปัดป้อง
กลอุบายเล็กน้อยเช่นนี้ ย่อมไม่อาจระคายผิวหรือทำอันตรายเขาได้อยู่แล้ว
ทว่าเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ที่เหนี่ยวรั้งไว้ได้นี้ หลี่ฉี่หมิงก็อาศัยโอกาสหมุนตัวกลับ โดยไม่มีความลังเลเลยแม้แต่น้อย สับฝีเท้าวิ่งตะบึงลงเขาไปทันที!
หนี!
เพียงแค่ปะทะกันเมื่อครู่ พลังเลือดลมในขอบเขตหลอมโลหิตขั้นสมบูรณ์แบบอันมหาศาลของอีกฝ่าย ก็กระแทกจนหลี่ฉี่หมิงเกือบจะกระอักเลือด!
ตัวเขาในยามนี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย!
"หึๆ เสียแรงเปล่าแท้ๆ!" อิ่งเตามองตามร่างที่กำลังวิ่งหนีลงเขาอย่างรวดเร็วพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วส่ายหน้าเอ่ยอย่างดูแคลน
เขาคือนักฆ่าที่พรรคมารชุบเลี้ยงมาตั้งแต่ยังเยาว์ และยังเป็นมือสังหารที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่งด้วย
คิดจะมาแข่งความเร็วกับมือสังหารงั้นรึ? แข่งการระเบิดพลังในระยะสั้นงั้นรึ?
ตั้งแต่เด็ก เมล็ดพันธุ์มือสังหารรุ่นเดียวกับเขามีอยู่ถึงหนึ่งร้อยคน ทว่าในตอนนี้ เมล็ดพันธุ์อีกเก้าสิบเก้าคนนั้นกลับล้มตายไปจนสิ้นแล้ว
ซึ่งทั้งหมดล้วนตายอยู่ใต้คมมีดของเขาเอง
การที่เขาสามารถรอดชีวิตและโดดเด่นขึ้นมาได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพรสวรรค์วิชาดาบที่หาได้ยากในรอบร้อยปี! และอีกส่วนหนึ่งก็คือ เขามีความเข้าใจในวิชาตัวเบาอันแสนพิเศษเหนือใคร!
เมื่อเห็นร่างของหลี่ฉี่หมิงกำลังจะเลือนหายไปในความมืดมิด อิ่งเตาก็พลันก้าวเท้าออกทะยานร่างทันที
ตูม!
พื้นดินใต้ฝ่าเท้าปริแตกแยกออก ร่างของอิ่งเตาแแปรเปลี่ยนเป็นเงาพรายประหนึ่งภูตผี ดีดตัวพุ่งทะยานไล่กวดไปตามเส้นทางบนเขาอันคดเคี้ยวทันที!
หลี่ฉี่หมิงหันกลับไปมอง เห็นร่างของอีกฝ่ายเคลื่อนไหวบนเส้นทางเขาอันคดเคี้ยวลาดชันราวกับเดินบนพื้นราบ!
แม้กระทั่งตรงจุดเลี้ยวหักศอกหลายแห่ง ร่างกายของอีกฝ่ายกลับไม่มีการหยุดชะลอเพื่อลดแรงเหวี่ยงเลยแม้แต่น้อย! ขาทั้งสองข้างใช้วิชาการกระโดดสลับเท้าอย่างง่ายดาย พลิกหมุนร่างกายพุ่งตรงดิ่งเข้ามาหาเขาเป็นเส้นตรงทันที!
ปัง ปัง ปัง!
ใต้ฝ่าเท้าของอิ่งเตามีเสียงระเบิดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง! ราวกับว่าที่เท้าของเขาติดตั้งพลังขับเคลื่อนมหาศาลไว้ก็ไม่ปาน!
พลังระเบิดจากขาทั้งสองข้างของอีกฝ่าย ม้วนทำลายกฎแห่งแรงเฉื่อยไปโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นทางโค้งลาดชันแห่งใดก็ไม่อาจทำให้ความเร็วของอีกฝ่ายลดลงเลยแม้แต่น้อย!
ยิ่งไปกว่านั้น ความเร็วของอิ่งเตายังคงพุ่งทะยานสูงขึ้นเป็นเส้นตรงอย่างต่อเนื่อง!
'เป็นไปได้อย่างไรกัน?!' หลี่ฉี่หมิงคิดไม่ถึงเลยว่าในโลกนี้จะมีวิชาตัวเบาที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้อยู่ด้วย!
ต้องรู้ก่อนว่า ด้านข้างของทางโค้งเหล่านี้ล้วนเป็นหน้าผาลึกชันหมื่นจั้ง! หากพลาดพลั้งตกลงไป ย่อมต้องร่างแหลกเหลวเป็นผุยผงแน่นอน!
ตูม!
อิ่งเตาไล่กวดตามมาทันในพริบตา ตวัดมีดสั้นฟันเข้าใส่แผ่นหลังของเขาอย่างเหี้ยมโหด
ในยามคับขัน หลี่ฉี่หมิงรีบโคจรพลังสายเลือดมังกรเจียวหลงเพียงเศษเสี้ยวภายในจุดตันเถียนขึ้นมาทันที!
ตูม!
ความเร็วของเขาเพิ่มพูนขึ้นหนึ่งเท่าตัวในพริบตา ช่วยให้หลบหลีกมีดสั้นปลิดชีวิตนี้ไปได้อย่างหวุดหวิด!
'ทางโค้งข้าสู้เขาไม่ได้ หากอยากมีชีวิตรอด ข้าต้องวิ่งเป็นเส้นตรงเท่านั้น!' หลี่ฉี่หมิงรู้จุดเด่นและจุดด้อยของตัวเองเป็นอย่างดี!
วิชานกนางแอ่นเหินเหนือพงหญ้าจะแสดงอานุภาพได้ดีที่สุดยามเคลื่อนไหวเป็นเส้นตรง เส้นทางเขาที่คดเคี้ยวเช่นนี้กลับทำให้ไม่อาจแสดงอานุภาพออกมาได้อย่างเต็มกำลัง!
เขาเบนทิศทางฝ่าเท้า ละทิ้งการหนีลงเขาต่อ พุ่งตรงเข้าสู่ป่าทึบเร้นลับบริเวณข้างไหล่เขาแทน!
แม้ป่าทึบจะมีต้นไม้คอยขวางกั้น ทว่าก็ยังพอจะหาช่องว่างเพื่อเคลื่อนไหวเป็นเส้นตรงได้!
ภายในนั้นมีพุ่มไม้หนามแหลมคมจำนวนมาก ขูดขีดไปตามร่างกาย ทำให้อาภรณ์ของเขาฉีกขาดหลุดลุ่ย ผิวหนังปริแตกจนเนื้อตัวอาบไปด้วยโลหิต!
ทั่วทั้งร่างเจ็บปวดแสบร้อนปานถูกไฟแผดเผา!
ทว่าในเวลานี้หลี่ฉี่หมิงไม่อาจมัวมาสนใจเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้ได้แล้ว!
เขาได้แต่ก้มหน้าก้มตาบึ่งหนีต่อไป!
ตูม ตูม ตูม!
อิ่งเตาราวกับปลิงเกาะติดกระดูก ไล่กวดตามหลังหลี่ฉี่หมิงมาจนแทบจะประชิดตัว!
เงาร่างทั้งสองสายภายในป่าทึบ ต่างก็เร่งความเร็วจนบรรลุถึงขีดจำกัดของตนเองแล้ว!
"หึๆ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะทนไปได้สักกี่น้ำ!" อิ่งเตามีเหงื่อผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผาก ทว่าในใจเขาก็ยังคงเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น!
แม้วิชาตัวเบาของเขาจะดูเหนือล้ำไร้เหตุผล ทว่าการสิ้นเปลืองพละกำลังในทุกส่วนของร่างกายก็น่าตื่นตระนกอย่างยิ่งเช่นกัน!
ย่อมไม่มีทางที่จะรักษาระดับความเร็วขีดสุดนี้ไว้ได้เป็นเวลานานอย่างแน่นอน
ทว่า อย่างไรเสียเขาก็อยู่ในขอบเขตหลอมโลหิตขั้นสมบูรณ์แบบ จะไปพ่ายแพ้ให้กับไอ้สวะที่อยู่เพียงขอบเขตหลอมโลหิตระยะกลางได้อย่างไรกัน?!
...
พริบตาเดียว เวลาผ่านไปครึ่งชั่วยาม
ใบหน้าของอิ่งเตาแแปรเปลี่ยนเป็นขาวซีดจนไร้สีเลือด เขาอดไม่ได้ที่จะหอบหายใจอย่างหนักหน่วง
ในเวลานี้ ทั่วทั้งร่างกายของเขาเองก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกพุ่มหนามในป่าขูดขีดจนบังเกิดบาดแผลเต็มตัวเช่นกัน
เพราะยังไม่มีปราณคุมกายของขอบเขตหลอมกระดูกคอยปกป้อง สุดท้ายแล้วเขาก็ยังเป็นเพียงกายปุถุชนเนื้อหนังมังสาธรรมดา
ความเชื่อมั่นที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ของอิ่งเตาค่อยๆ มลายหายไป สภาพในยามนี้ดูอเนจอนาถและสะบักสะบอมยิ่งนัก
พละกำลังและพลังเลือดลมภายในกาย ต่างก็เริ่มเข้าสู่ขีดจำกัดแล้วเช่นกัน!
อิ่งเตาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า จะมีวันหนึ่งที่ตนเองต้องมาแข่งขันความอึดในการวิ่งระยะไกลกับผู้อื่นเช่นนี้
การฝึกฝนที่เขาได้รับมาตั้งแต่เยาว์วัย ล้วนเน้นหนักไปที่การลงมือปลิดชีพในดาบเดียวเท่านั้น!
เขาคือนักฆ่าที่ยอดเยี่ยมอย่างหาตัวจับยากคนหนึ่ง
การอดทนรอคอย การซุ่มโจมตี การลอบสังหาร ตัวเขาเกิดมาเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะ
ขอเพียงเป็นภารกิจที่เขาได้รับมอบหมาย ไม่เคยมีคำว่าล้มเหลวปรากฏขึ้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ทว่า
เมื่อมองดูหลี่ฉี่หมิงที่อยู่ห่างออกไปเบื้องหน้าเพียงหนึ่งจั้ง อิ่งเตาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสับสนและเลื่อนลอยขึ้นมา
ไอ้หมอนี่ เหตุใดมันถึงได้วิ่งอึดถล่มทลายขนาดนี้กันแน่?!
ทุกครั้งที่อิ่งเตารู้สึกว่าอีกฝ่ายจวนจะหมดสิ้นพละกำลังและพลังเลือดลม ไอ้เด็กนี่ก็มักจะกลับมายืนหยัดต่อไปได้อีกครั้งเสมอ
หลังจากเป็นเช่นนี้อยู่หลายต่อหลายครั้ง
ถึงขั้นที่ในส่วนลึกของหัวใจอิ่งเตา บังเกิดความคิดที่จะละทิ้งภารกิจล้มเลิกขึ้นมา
ทว่าทุกครั้งที่ความคิดนี้ก่อตัวขึ้น ความเร็วของหลี่ฉี่หมิงก็มักจะค่อยๆ ลดลงไปสองสามส่วน ราวกับว่าขอเพียงตนเองยอมอดทนต่ออีกเพียงนิดเดียว ก็จะสามารถไล่ตามอีกฝ่ายทันได้อย่างแน่นอน!
ไม่นานนัก
อิ่งเตาหยุดฝีเท้าลง มือทั้งสองข้างค้ำยันไว้ที่หัวเข่า ทั่วทั้งร่างเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ ในที่สุดเขาก็ตระหนักได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง!
ไอ้เด็กตรงหน้านี้มีบางอย่างไม่ถูกต้อง!
ดูเหมือนมันกำลังตั้งใจล่อหลอกและปั่นหัวเขาอยู่!
ตัวตนที่อยู่เพียงขอบเขตหลอมโลหิตระยะกลาง เหตุใดถึงได้ยืนหยัดมาได้ยาวนานถึงเพียงนี้?
ตัวเขามีพลังขอบเขตหลอมโลหิตขั้นสมบูรณ์แบบ ร่างกายก้าวข้ามขีดจำกัดในทุกด้านมาเนิ่นนานแล้ว แล้วไอ้หมอนี่ มีดีอะไรถึงได้อึดยิ่งกว่าเขาเสียอีก?!
ในยามนั้นเอง
หลี่ฉี่หมิงที่เอาแต่วิ่งหนีอย่างสะบักสะบอมมาตลอด ค่อยๆ หยุดฝีเท้าลงอย่างช้าๆ
เขาเองก็ใช้มือค้ำยันเข่าไว้พลางหอบหายใจอย่างหนักหน่วง
ทว่าเมื่อเทียบกับอิ่งเตาแล้ว สภาพของเขาในยามนี้กลับดูอนาถยิ่งกว่ามาก!
ชุดคลุมสีเทาทั่วทั้งร่างถูกหนามขูดขีดจนขาดวิ่นกลายเป็นเพียงเศษผ้า บาดแผลพาดผ่านเต็มตัว ผิวหนังปริแตกจนเนื้อเปิด!
หยาดเหงื่อที่ไหลรินยามนี้ ยิ่งซ้ำเติมบาดแผลราวกับถูกสาดด้วยน้ำเกลือ
ทั่วทั้งร่างเจ็บปวดรวดร้าวซาบซ่านจนกล้ามเนื้อเริ่มชักกระตุก
ตัวเขาในยามนี้ก้าวเข้าสู่ขีดจำกัดแล้วจริงๆ
หากไม่ใช่เพราะพลังสายเลือดมังกรเจียวหลงเพียงเศษเสี้ยวภายในร่างกายคอยสำแดงคุณประโยชน์ คอยช่วยฟื้นฟูพละกำลังและพลังเลือดลมให้เขาอย่างต่อเนื่อง เกรงว่าเขาคงได้กลายเป็นวิญญาณใต้คมมีดของอีกฝ่ายไปนานแล้ว!
หลี่ฉี่หมิงหันหน้ากลับไปจ้องมองอิ่งเตา แววตาที่เคยฉายแววอ่อนแอ หวาดกลัว และไร้ที่พึ่งพิงก่อนหน้านี้ พลันมลายหายไปจนสิ้นซาก!
"ข้าเพียงแค่อยากมีชีวิตรอด เหตุใดเจ้าต้องคอยไล่ตามข้าไม่ปล่อยเช่นนี้?!"
"เหตุใดต้องบีบคั้นข้าถึงเพียงนี้?"
พูดจบ หลี่ฉี่หมิงก็ค่อยๆ ขยับกายหยัดยืนตัวตรงขึ้นอย่างช้าๆ
ท่ามกลางสายตาอันตื่นตระนกและหวาดผวาของอิ่งเตา
กลิ่นอายทั่วสรรพางค์กายของเขาค่อยๆ พุ่งทะยานสูงขึ้น บาดแผลทั่วร่างพลันสมานตัวเข้าหากันจนหมดสิ้น หยาดเหงื่อจำนวนมหาศาลพลันระเหยกลายเป็นไอออกจากร่างกาย
พละกำลังและพลังเลือดลมภายในกาย พลันฟื้นคืนสู่ขอบเขตสมบูรณ์แบบในชั่วพริบตาเดียว
"ตายซะ!"
หลี่ฉี่หมิงพลันเปลี่ยนจากการถอยหนีเป็นพุ่งทะยานเข้าหา บุกจู่โจมตรงเข้าใส่อิ่งเตาอย่างดุดันทันที!