บทที่ 17
บทที่ 17
บทที่ 17 เพลงดาบผ่าพิชิต
หลี่ฉี่หมิงกับหวังเจี๋ยเดินสำรวจไปรอบๆ บริเวณก็พบว่าสำนักยุทธ์แห่งนี้กว้างขวางใหญโตมาก มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็นหลายส่วน ทั้งลานฝึกยุทธ์ หอตำรา หอผลงาน และยังมีอาคารรูปทรงเจดีย์แปดชั้นอีกหนึ่งหลัง ว่ากันว่าเป็นเขตหวงห้ามสำหรับบรรดาศิษย์ มีเพียงเจ้าสำนัก อาวุโส และศิษย์สืบทอดเท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าไปได้
"พี่ฉี่หมิง นี่คือห้องพักของท่านขอรับ..."
หวังเจี๋ยพาหลี่ฉี่หมิงมาที่เขตที่พักอาศัย
ที่นี่มีเรือนพักเรียงรายเป็นแถวเป็นแนวอย่างเป็นระเบียบและปลูกสร้างติดๆ กัน
หลี่ฉี่หมิงเดินเข้าไปในห้อง ภายในนั้นตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีเพียงเตียง โต๊ะ และม้านั่งอย่างละหนึ่งตัว
ผ้าห่มและหมอนบนเตียงล้วนเป็นของใหม่เอี่ยม
อืม แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว!
"พี่ฉี่หมิง ท่านเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็พกป้ายประจำตัวศิษย์ให้เรียบร้อย ข้าจะพาท่านไปที่หอตำรา ศิษย์ที่เพิ่งเข้าสำนักใหม่ สามารถเข้าไปเลือกคัมภีร์วรยุทธ์ในหอตำราได้ฟรีหนึ่งเล่มนะขอรับ!"
หวังเจี๋ยเอ่ยขึ้น
ดวงตาของหลี่ฉี่หมิงเป็นประกาย มีเรื่องดีๆ แบบนี้ด้วยรึ?
เขารีบเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อคลุมสีเทาสำหรับศิษย์สายนอกทันที
หลังจากสลัดชุดเด็กรับใช้ที่มีแต่รอยปะชุนทิ้งไป เขาก็รู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่
ในที่สุดก็ดูเหมือนคนปกติกับเขาสักที!
...
หอตำรา
เป็นอาคารรูปทรงเจดีย์ความสูงสามชั้น มองจากภายนอกดูเก่าแก่ทว่าน่าเกรงขามอย่างยิ่ง
"พี่ฉี่หมิง ที่นี่ข้าคงเข้าไปด้วยไม่ได้ ข้าจะรอท่านอยู่ที่หน้าประตูนี้นะขอรับ"
หวังเจี๋ยที่ยืนอยู่หน้าประตูเอ่ยขึ้น
"ตกลง"
หลี่ฉี่หมิงพยักหน้า
จากนั้นเขาก็ก้าวเท้าเดินเข้าไปในประตูของหอตำรา
ทันทีที่ก้าวพ้นประตู แรงกดดันอันมหาศาลก็กดทับลงมาบนร่างจนทำให้เขาก้าวขาแทบไม่ออก
"เด็กใหม่สินะ? จำไว้ว่าเจ้ามีเวลาแค่ครึ่งชั่วยาม อย่าโอ้เอ้ให้มากนักล่ะ..."
ที่หลังเคาน์เตอร์ใกล้ประตู มีชายชราหนวดขาวคนหนึ่งกำลังนอนเอนหลังอยู่บนเก้าอี้โยก เขาเอ่ยกับหลี่ฉี่หมิงอย่างเชื่องช้า
พอสิ้นคำพูด แรงกดดันทั่วร่างของหลี่ฉี่หมิงก็พลันมลายหายไปในพริบตา ทำให้เขาสามารถขยับตัวได้อย่างอิสระอีกครั้ง
"ขอเรียนถามผู้อาวุโส ไม่ทราบว่าท่านมีนามว่าอะไรหรือขอรับ?"
"หึๆ เจ้าเรียกข้าว่าผู้อาวุโสหวังก็ได้"
ผู้อาวุโสหวังเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบดูเหมือนจะขี้เกียจสนใจเขา
หลี่ฉี่หมิงยังอยากจะถามอะไรอีกสักหน่อย ทว่าจู่ๆ ก็มีเสียงกรนดังขึ้น ที่แท้ผู้อาวุโสหวังก็เผลอหลับไปเสียแล้ว
แต่เขาไม่ได้คิดว่าตัวเองจะสามารถทำอะไรตามอำเภอใจที่นี่ได้หรอกนะ
ตาเฒ่าคนนี้ จะต้องเป็นยอดฝีมืออย่างแน่นอน
เขารวบรวมสมาธิ แล้วมองเข้าไปด้านในห้อง เห็นเพียงชั้นหนังสือเรียงรายเป็นระเบียบ บนชั้นมีคัมภีร์วรยุทธ์วางอยู่มากมายจนละลานตาไปหมด
แล้วเขาควรจะเลือกวิชาอะไรดีล่ะ?
หลี่ฉี่หมิงเองก็มืดแปดด้านเช่นกัน
ทว่า เขานึกขึ้นได้ถึงคำพูดของหวังเจี๋ยก่อนหน้านี้ ว่าศิษย์สำนักยุทธ์หลงอินจำเป็นต้องทำภารกิจพื้นฐานให้สำเร็จในทุกๆ เดือน อย่างน้อยต้องหาแต้มผลงานให้ได้หนึ่งร้อยแต้มเป็นอย่างต่ำ มิฉะนั้นจะถูกลงโทษ และหากร้ายแรงที่สุดอาจถึงขั้นถูกไล่ออกจากสำนัก!
ดังนั้น หลังจากนี้ เขาคงต้องลองเลือกทำภารกิจที่ง่ายๆ ไม่มีความเสี่ยงสูง และระดับความยากต่ำๆ ดูบ้าง...
แต่แน่นอนว่าคงหนีไม่พ้นที่จะต้องเผชิญกับอันตรายบ้างอยู่ดี...
หลี่ฉี่หมิงลองประเมินตัวเองดู
ในตอนนี้ สิ่งที่เขาขาดดูเหมือนจะเป็นวิชาวรยุทธ์สายอาวุธ
หากเขาต้องไปเจอกับนักรบที่อยู่ในขอบเขตหลอมโลหิตระยะกลางเหมือนกัน แล้วเขาใช้เพลงหมัดพุ่งเข้าไปใส่ แต่อีกฝ่ายกลับชักดาบเล่มโตออกมาฟัน เขาคงต้องถูกสับเป็นชิ้นๆ อย่างแน่นอน!
"ว่ากันว่าวิชากระบี่นั้นเริ่มฝึกได้ยาก... ส่วนทวนก็ยาวเกินไปพกพาไม่สะดวก... ค้อนก็หนักเกินไป..."
คิดไปคิดมา ดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง
ดาบ!
วิชาดาบน่าจะเรียนรู้ได้ง่ายที่สุด
ต่อให้เขาไม่เคยฝึกเพลงดาบมาก่อน แต่ถ้ามีดาบอยู่ในมือ เขาก็รู้วิธีที่จะฟันศัตรูให้ตายได้อยู่ดี
ก็แค่ฟันลงไปแรงๆ เท่านั้นเอง!
พอดีเลย เขายังมีเงินอยู่เจ็ดแปดตำลึง ในสำนักยุทธ์เองก็มีโรงตีเหล็ก เขาอาจจะไปซื้อดาบเหล็กกล้าธรรมดาๆ มาใช้แก้ขัดไปก่อนได้...
ได้ยินมาว่าในโรงตีเหล็กยังมีดาบวิเศษที่ฟันเหล็กประหนึ่งหยวกอยู่ด้วย แต่น่าเสียดายที่ใช้เงินซื้อไม่ได้ ต้องใช้แต้มผลงานจำนวนมหาศาลไปแลกเปลี่ยนเท่านั้น
หลี่ฉี่หมิงสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป แล้วหันไปมองบนกำแพงด้านข้าง ซึ่งมีข้อความแนะนำเกี่ยวกับ 'หอตำรา' เขียนไว้
ในนั้นอธิบายว่า คัมภีร์วรยุทธ์ทั้งสามชั้นของที่นี่มีอยู่รวมกันกว่าหมื่นเล่ม
ล้วนเป็นคัมภีร์ที่เจ้าสำนัก อาวุโส และบรรดาศิษย์สืบทอดตลอดสามร้อยปีที่ผ่านมาได้นำมาบริจาคไว้
มีทั้งคัมภีร์ที่คิดค้นขึ้นเอง และบางส่วนก็เป็นของเชลยที่ยึดมาจากยอดฝีมือหรือสำนักอื่นๆ
ในยุทธภพ การแบ่งระดับคัมภีร์วรยุทธ์จะแบ่งออกเป็นสี่ระดับคือ: ไม่นับเป็นลำดับขั้น, ระดับสาม, ระดับสอง และระดับหนึ่ง
และวรยุทธ์ที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้ามาอยู่ในหอตำราแห่งนี้ อย่างต่ำที่สุดก็ต้องเป็นวรยุทธ์ระดับสาม!
เมื่ออ่านถึงตรงนี้ หลี่ฉี่หมิงก็พยักหน้า ในใจรู้สึกตื่นตะลึงเล็กน้อย
ชั้นหนึ่งที่เขายืนอยู่นี้ ล้วนเต็มไปด้วยวรยุทธ์ระดับสามทั้งสิ้น
ซึ่งแต่ละวิชาย่อมต้องแข็งแกร่งกว่า 'หมัดพยัคฆ์คำรน' ของเขาอย่างแน่นอน
ก็นะ การที่สำนักยุทธ์หลงอินปล่อยให้วิชาหมัดพยัคฆ์คำรนหลุดลอดออกไปสอนพวกเด็กรับใช้ ย่อมแสดงว่ามันเป็นเพียงวิชาที่ไม่นับเป็นลำดับขั้นนั่นเอง
หลี่ฉี่หมิงอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองไปยังมุมห้อง ที่นั่นมีทางขึ้นไปยังชั้นสองอยู่
ชั้นสอง ย่อมต้องเป็นสถานที่เก็บคัมภีร์วรยุทธ์ที่อยู่ในระดับสูงกว่านี้!
แต่ผู้อาวุโสหวังก็บอกไว้แล้วว่า เขาสามารถเลือกคัมภีร์วรยุทธ์ได้จากชั้นหนึ่งเท่านั้น
หลี่ฉี่หมิงจึงต้องเดินตรงไปที่ชั้นหนังสือที่เรียงรายอยู่
ไม่นานนัก เขาก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าชั้น 'เพลงดาบ'
ชั้นหนังสือนี้เต็มไปด้วยคัมภีร์เพลงดาบนานาชนิด! มีเป็นพันๆ เล่มทีเดียว!
"สิบสามดาบคร่าวิญญาณ", "ดาบราชันย์", "สามสิบสองดาบตระกูลหลิว", "เคล็ดดาบเจ็ดสิบสองกระบวนท่า"...
หลี่ฉี่หมิงกวาดสายตามองไปตามคัมภีร์ทีละเล่ม ก่อนจะหยุดสายตาลงและหยิบเล่มหนึ่งขึ้นมาเปิดดู
บนหน้าปกของคัมภีร์เล่มนี้มีตัวอักษรขนาดใหญ่เขียนไว้สามตัว:
"วิชาดาบแขนเดี่ยว"
หน้าแรกมีที่มาที่ไปของคัมภีร์เล่มนี้ระบุไว้ ที่แท้มีศิษย์สืบทอดคนหนึ่งในอดีต ออกไปทำภารกิจแล้วถูกศัตรูฟันแขนขาดไปข้างหนึ่ง หลังจากกลับมา ศิษย์สืบทอดผู้นั้นก็คิดค้นวิชา 'ดาบแขนเดี่ยว' นี้ขึ้น และสร้างชื่อเสียงสะท้านยุทธภพในท้ายที่สุด
หลี่ฉี่หมิงรู้สึกสนใจขึ้นมาทันที
ทว่าเมื่ออ่านต่อไป กลับพบว่าวิชาดาบนี้จำเป็นต้องใช้มือซ้ายในการจับดาบ...
'ดูท่าศิษย์พี่ท่านนี้ คงจะถูกฟันแขนขวาที่ใช้จับดาบจนขาดกระจุยไปสินะ'
หลี่ฉี่หมิงส่ายหน้าทันที เขาไม่ใช่คนถนัดซ้าย ย่อมไม่เหมาะกับวิชา 'ดาบแขนเดี่ยว' เล่มนี้
เขาเก็บคัมภีร์กลับเข้าที่เดิม แล้วหยิบเล่มข้างๆ ที่ชื่อว่า "ดาบพลิกแพลง" ขึ้นมาเปิดดูอย่างตั้งใจ
เวลาล่วงเลยไปทีละนาที
"ไอ้หนู ใกล้จะครบครึ่งชั่วยามแล้ว ทำไมยังเลือกไม่ได้อีก?"
ผู้อาวุโสหวังที่ตื่นจากงีบหลับเห็นหลี่ฉี่หมิงยังคงลังเลอยู่ จึงเอ่ยถามขึ้น
"ตกลงเจ้าอยากจะเรียนเพลงดาบแบบไหนกันแน่?"
หลี่ฉี่หมิงเงยหน้ามองผู้อาวุโสหวัง คำพูดของอีกฝ่ายช่วยเตือนสติเขาได้ดี เขาจึงเอ่ยออกไปโดยไม่ลังเลเลยว่า:
"ผู้อาวุโสหวัง ข้าต้องการเพลงดาบที่มีอานุภาพร้ายกาจที่สุดในนี้ขอรับ!"
ในเมื่อจะเรียนทั้งที ก็ต้องเรียนวิชาที่แข็งแกร่งที่สุดสิ!
"อานุภาพร้ายกาจที่สุดรึ... หึๆ มีน่ะมันก็มีอยู่หรอก แต่เจ้าคงจะฝึกไม่สำเร็จหรอกนะ" ผู้อาวุโสหวังส่ายหน้าพลางเอ่ย
"คือเล่มไหนหรือขอรับ?" หลี่ฉี่หมิงถามต่อ
ผู้อาวุโสหวังยกมือขึ้น หยิบคัมภีร์เพลงดาบเล่มหนึ่งที่มีฝุ่นจับหนาเตอะมาจากมุมด้านบนสุดของชั้นหนังสือ แล้วยื่นให้หลี่ฉี่หมิง
หลี่ฉี่หมิงรับมา เป่าฝุ่นที่เกาะอยู่บนปกออก ก็เห็นตัวอักษรขนาดใหญ่สามตัวเขียนไว้ว่า:
"เพลงดาบผ่าพิชิต"
"ไอ้หนู อย่าหาว่าข้าไม่เตือนนะ 'เพลงดาบผ่าพิชิต' เล่มนี้มีอานุภาพร้ายกาจอย่างยิ่ง ต้องใช้พลังเลือดลมทั้งหมดในร่างควบแน่นเป็นดาบเพียงหนึ่งเดียว ฟาดฟันออกไปเพียงครั้งเดียว หากฟันแล้วศัตรูไม่ตาย คนที่จะตายก็คือเจ้า... ดังนั้น มันจึงไม่ค่อยมีประโยชน์ในการต่อสู้จริงสักเท่าไหร่!"
"อีกอย่าง ที่สำคัญที่สุดคือ ระดับที่แท้จริงของวิชา 'เพลงดาบผ่าพิชิต' นี้ จัดอยู่ในวรยุทธ์ระดับสอง! แต่เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีศิษย์คนไหนฝึกสำเร็จเลย มันจึงถูกนำมาเก็บไว้ที่ชั้นหนึ่งนี่ไงล่ะ..."
ผู้อาวุโสหวังกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เขาหวังดีจึงอยากจะเตือนสติ เพราะก่อนหน้านี้เคยมีศิษย์บางคนที่ไม่เจียมตัว พยายามฝึกเพลงดาบเล่มนี้อย่างหนักหน่วง แต่สุดท้ายก็ต้องเสียเวลาไปเปล่าๆ ถึงครึ่งค่อนปี
"ไม่เคยมีศิษย์คนไหนฝึกสำเร็จเลยหรือขอรับ?" หลี่ฉี่หมิงขมวดคิ้วมุ่น
แต่ทว่า เขากลับรู้สึกสนใจเป็นอย่างมาก เพราะภายในร่างของเขามีพลังสายเลือดมังกรเจียวหลงอยู่ แม้พลังเลือดลมทั่วร่างจะถูกดูดกลืนจนหมดสิ้นไปกับการฟันเพียงดาบเดียว เขาก็ยังสามารถฟื้นฟูให้กลับมาเต็มเปี่ยมได้ในชั่วพริบตา
ซึ่งก็หมายความว่า หากเขาฝึกสำเร็จ เขาสามารถใช้ 'เพลงดาบผ่าพิชิต' ได้ติดต่อกันถึงสองครั้ง!