เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1760 (882) คฤหาสน์ (ตอนฟรี)

บทที่ 1760 (882) คฤหาสน์ (ตอนฟรี)

บทที่ 1760 (882) คฤหาสน์ (ตอนฟรี)


บทที่ 1760 (882) คฤหาสน์

จี้ยูเหวินบอก “เคยได้ยินชื่อเสียงมานานค่ะ แต่ไม่มีโอกาสได้พบกันสักที”

จี้เฟิงพยักหน้ายิ้มๆไม่ได้ชวนคุยเรื่องนี้ต่อ แต่ถามขึ้นว่า “ประธานจี้แล้วนี่พวกเรา กำลังจะไปไหนกันครับ?”

จี้ยูเหวินหัวเราะ “ทำไมคะ กลัวฉันจะเอาคุณไปขายหรือไง?”

จี้เฟิงยิ้มแต่ไม่ได้ตอบอะไร

จี้ยูเหวินเห็นแบบนั้นก็คลี่ยิ้มบางๆ แล้วพูดต่อ “ปล่อยให้พวกคุณต้องมาเจอเรื่องตกใจในพื้นที่ของแก๊งจูเหลียน(แบมบู/ไม้ไผ่) ถือเป็นความรับผิดชอบของฉันค่ะ ฉันเลยต้องหาสถานที่เลี้ยงขอโทษพวกคุณสักหน่อย”

อันที่จริงตอนนี้จี้ยูเหวินเอง ก็เริ่มไม่แน่ใจว่าจี้เฟิงมีท่าทีอย่างไรกันแน่

ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นได้ยินเธอพูดแบบนี้ คงเปิดฉากหยอกล้อกลับมาแล้ว อาจจะบอกว่า ‘ได้ถูกสาวงามระดับประธานจี้เอาไปขาย ถือเป็นเกียรติของผม…’ หรือมุกตลกอื่นๆ ซึ่งมันจะช่วยดึงความสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น

แต่จี้เฟิงกลับทำเพียงแค่ยิ้มและไม่พูดอะไรต่อ

เรื่องนี้ทำให้จี้ยูเหวินเริ่มกังวลในใจ จี้เฟิงอารมณ์ไม่ดีเพราะเพิ่งถูกหน่วยปฏิบัติการของแก๊งยามากุจิซุ่มโจมตี หรือว่าเขายังคงหวาดระแวงในตัวเธออยู่กันแน่?

จี้เฟิงยิ้มพลางโบกมือ “ประธานจี้เกรงใจเกินไปแล้วครับ เรื่องนี้เป็นฝีมือของแก๊งยามากุจิ จะไปโทษประธานจี้ได้ยังไงกัน”

จี้ยูเหวินเม้มปากยิ้มขำ “คุณจี้คิดแบบนี้ได้ ฉันก็สบายใจขึ้นเยอะค่ะ”

จี้เฟิงยิ้มนิ่งคิดไปครู่หนึ่งแล้วถามต่อ “ประธานจี้พอจะเล่ารายละเอียด เกี่ยวกับอิทธิพลของแก๊งยามากุจิ ในนิวยอร์กให้ฟังหน่อยได้ไหมครับ?”

จี้ยูเหวินชี้ไปด้านหน้าพลางยิ้ม “ไม่ต้องรีบค่ะ ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับยืนคุยกัน พวกเราใกล้จะถึงแล้ว เดี๋ยวถ้าคุณจี้มีข้อสงสัยอะไรถามได้เต็มที่เลย ฉันยินดีตอบทุกคำถามค่ะ”

จี้เฟิงมองไปตามทิศทางที่เธอบอก เห็นเค้าโครงของตึกสูงตระหง่านอยู่ไกลๆ เผลอแป๊บเดียวก็เกือบจะถึงตัวเมืองแล้ว

แต่จี้ยูเหวินไม่ได้ขับตรงเข้าเมืองพอใกล้จะถึงตัวเมือง เธอกลับหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าถนนอีกสายหนึ่ง มุ่งหน้าไปยังเมืองเล็กๆแถบชานเมือง และสุดท้ายก็มาจอดสนิทหน้าประตูใหญ่แห่งหนึ่ง

“โอ้! คฤหาสน์?!” จี้เฟิงเลิกคิ้วขึ้นคาดไม่ถึงว่า จี้ยูเหวินจะพาพวกเขามารออยู่หน้าคฤหาสน์ “มหานครอย่างนิวยอร์กนี่ที่ดินคงแพงหูฉี่น่าดู การได้ครอบครองคฤหาสน์ที่นี่ อิทธิพลของประธานจี้นี่น่าอิจฉาจริงๆนะครับ!”

“คุณจี้ไม่ต้องมาล้อฉันเล่นหรอกค่ะ ระดับการเงินของคุณ การจะครอบครองคฤหาสน์แบบนี้เป็นเรื่องง่ายนิดเดียว” จี้ยูเหวินหัวเราะคิกคัก แน่นอนว่าเธอไม่ได้ถือสาคำพูดของจี้เฟิง เธอผายมือเชิญ “คุณจี้ ทุกท่าน เชิญด้านในค่ะ”

“น้องสาม...” จี้ช่าวเหลยส่งสายตาให้จี้เฟิง เป็นสัญญาณให้ระวังตัว

จี้ช่าวเหลยดูออกว่าจี้เฟิงดูเหมือน ไม่ได้กระตือรือร้นกับผู้หญิงคนนี้มากนัก และเวลาพูดคุยก็มักจะรักษาระยะห่างอยู่เสมอ จี้ช่าวเหลยจึงปักใจเชื่อว่าความสัมพันธ์ระหว่างจี้เฟิง กับผู้หญิงคนนี้ไม่ได้สนิทสนมกันขนาดนั้น หรือเผลอๆอาจจะไม่ค่อยรู้จักกันด้วยซ้ำ

ในสถานการณ์แบบนี้ การตามผู้หญิงคนนี้เข้าไปในคฤหาสน์อย่างสุ่มสี่สุ่มห้า ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาจริงๆคงไม่ดีแน่

จี้ช่าวเหลยพอจะรู้กฎหมายของอเมริกาอยู่บ้าง ถ้าบุกรุกเข้าไปในบ้านคนอื่นโดยไม่มีเหตุผลเพื่อทำเรื่องไม่ดี แล้วถูกเจ้าของบ้านยิงตายก็ถือว่าสมควรแล้ว ไม่ได้รับความคุ้มครองทางกฎหมาย

จี้เฟิงยิ้ม “ไม่เป็นไร เข้าไปเถอะ”

อย่าว่าแต่จี้ยูเหวินยังติดค้างน้ำใจเขาอยู่ คงไม่ทำอะไรพวกเขาง่ายๆ ต่อให้จี้ยูเหวินพาพวกเขามาที่นี่เพราะมีเจตนาแอบแฝงจริงๆจี้เฟิงก็ไม่กลัว

ในระยะประชิดแบบนี้ จี้เฟิงไม่ได้นึกกลัวปืนเลยแม้แต่น้อย

ยิ่งไปกว่านั้นนอกเสียจากว่าจี้ยูเหวินเอง ก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้ว ไม่งั้นเธอคงไม่ยอมลงมือวางแผนจัดการพวกเขาด้วยตัวเองแบบนี้หรอก

“ทุกท่าน เชิญค่ะ!” จี้ยูเหวินเอ่ยเชิญด้วยรอยยิ้ม

“ไปกันเถอะ!”

จี้เฟิงเดินนำเข้าไปก่อน จี้ช่าวเหลย ฉู่เยว่ และไป๋จูจึงต้องเดินตามเข้าไป

พอเดินพ้นประตูเข้ามาจี้เฟิงก็เห็นชายฉกรรจ์ชุดดำสองคน ทั้งคู่เป็นชาวเอเชียผิวเหลือง บริเวณเอวดูตุงๆชัดเจนว่าพกอาวุธมาด้วย เวลานี้ทั้งสองคนกำลังยืนขนาบข้างประตูใหญ่ น่าจะเป็นเวรยามคอยระวังภัย

จี้เฟิงฉุกคิดในใจระบบรักษาความปลอดภัยในคฤหาสน์ดูจะเข้มงวดเอาการ แสดงว่าคนที่พักอยู่ที่นี่น่าจะเป็นบุคคลสำคัญ

แต่พอคิดอีกทีจี้เฟิงก็เข้าใจได้ทันที

จี้ยูเหวินก็เป็นบุคคลสำคัญไม่ใช่หรือไง?

ถึงแม้ตามพฤตินัยจี้ยูเหวินจะเป็นรองประธานของเซียนเฟิงกรุ๊ป(กลุ่มบริษัทไพโอเนียร์)แห่งไต้หวัน แต่ในความเป็นจริงใครๆก็รู้ว่า เซียนเฟิงกรุ๊ปเป็นธุรกิจของแก๊งจูเหลียน และอีกฐานะหนึ่งของเธอก็คือคุณหนูใหญ่แห่งแก๊งจูเหลียน พอเธอเดินทางมาอเมริกา คนของแก๊งจูเหลียนย่อมต้องดูแลเธออย่างดีเป็นธรรมดา

เมื่อคิดได้ดังนี้จี้เฟิงก็ไม่ได้คิดอะไรต่อ เดินตามจี้ยูเหวินเข้าไปด้านในคฤหาสน์

ยามนี้รถยนต์ไฟฟ้าแบบเปิดประทุนคันหนึ่งขับตรงเข้ามา คนขับเป็นชายชราผมสีดอกเลา เขาขับรถมาหยุดตรงหน้าทุกคนแล้วค้อมตัวให้จี้ยูเหวินเล็กน้อย “คุณหนูกลับมาแล้วเหรอครับ”

จี้ยูเหวินพยักหน้า “อาเป๋าช่วยจัดการเรื่องต่างๆด้วยนะคะ พอดีมีเพื่อนสนิทสองสามคนมาเยี่ยมที่นี่”

ชายชราที่ถูกเรียกว่าอาเป๋าพยักหน้ารับทันที ผายมือเชิญ “เชิญครับ!”

จี้ยูเหวินหันมาบอกจี้เฟิงและคนอื่นๆ “เชิญขึ้นรถได้เลยค่ะ”

นี่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่คล้ายกับรถนำเที่ยว มีที่นั่งทั้งหมดสามแถว ทุกคนนั่งลงแล้วดูเหลือเฟือมาก ผ่านไปประมาณไม่กี่นาที รถก็มาจอดหน้าวิลล่าหลังหนึ่งภายในคฤหาสน์

จี้ยูเหวินบอก “เชิญทุกท่านค่ะ”

ในเมื่อมาถึงแล้วก็ต้องตามน้ำไป จี้เฟิงไม่ได้ถามอะไรมาก เดินตามเธอเข้าไปในวิลล่าโดยตรง

พวกเขานั่งลงในห้องรับแขก จากนั้นก็มีคนนำชามาเสิร์ฟ พร้อมกับถาดผลไม้และขนมขบเคี้ยวต่างๆ

หลังจากนั้นชายชราที่ถูกเรียกว่าอาเป๋า ก็ยืนอยู่ข้างๆเหมือนรอรับคำสั่ง

จี้ยูเหวินนั่งลงข้างๆจี้เฟิง เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “คุณจี้ที่นี่เป็นบ้านหลังน้อยของฉันเอง มีอะไรต้องการบอกอาเป๋าได้เลย เขาจะจัดการให้เรียบร้อยค่ะ”

จี้เฟิงพยักหน้ายิ้มๆ “ถ้าที่นี่เรียกว่าบ้านหลังน้อย งั้นที่พวกเราพักอยู่ปกติ คงเรียกว่ากระต๊อบมุงหญ้าคาแล้วล่ะครับ”

จี้ยูเหวินยิ้มขำ “คุณจี้ชมเกินไปแล้วค่ะ เชิญดื่มชาหน่อยนะคะ”

จี้เฟิงโบกมือ “ประธานจี้พูดตรงๆนะครับ ตอนนี้ผมยังไม่มีกะจิตกะใจจะดื่มชาจริงๆ”

จี้ยูเหวินถาม “คุณจี้กำลังคิดเรื่องแก๊งยามากุจิอยู่เหรอคะ?”

จี้เฟิงพยักหน้า “ใช่ครับ อยู่ดีๆก็ถูกแก๊งยามากุจิซุ่มโจมตี เกือบเอาชีวิตไม่รอด จะให้มานั่งจิบชาสบายใจเฉิบได้ยังไงกัน อีกอย่างตอนที่พวกเราจะกลับ ไม่รู้ว่าบนถนนจะมีปัญหาอีกมากน้อยแค่ไหน ใครจะไปรู้ว่าคนของแก๊งยามากุจิจะดักซุ่มโจมตีอยู่กลางทางหรือเปล่า ผมกังวลน่ะครับ!”

จี้ยูเหวินจ้องมองจี้เฟิงด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า เธอส่ายหน้าเล็กน้อย “ถ้าเป็นคนอื่นพูดแบบนี้ฉันคงเชื่อค่ะ เพราะแก๊งยามากุจิแข็งแกร่งเกินไปจริงๆ! แต่พอคำพูดนี้หลุดออกมาจากปากของคุณจี้ ทำไมฉันฟังแล้วรู้สึกแปลกๆยังไงก็ไม่รู้!”

จี้เฟิงยิ้มถาม “แปลกตรงไหนเหรอครับ ผมจะกลัวบ้างไม่ได้เหรอ?”

จี้ยูเหวินยิ้มขำพลางส่ายหน้า “คุณจี้คะ ถ้าคุณกลัวแก๊งยามากุจิ ตอนที่อยู่เมืองหางโจวในมณฑลเจียงซู คุณจะกล้าจับตัวคุณหนูใหญ่ของหัวหน้าแก๊งยามากุจิมาแบบไม่ปรานีได้ยังไงกัน? แถมยังมีนายน้อยสองคน ซาซากิ และซาซากิ ทาโร่ พวกเขาล้วนตกอยู่ในมือคุณจี้ทั้งนั้นเลยนะ!”

คนอื่นอาจจะเชื่อว่าจี้เฟิงกลัวแก๊งยามากุจิ แต่จี้ยูเหวินไม่มีวันเชื่อ

จี้เฟิงเป็นใคร?

นักฆ่าของแก๊งยามากุจิมากขนาดนั้น แถมยังได้รับการสนับสนุนจากแก๊งเจ้าถิ่นในหางโจว กลับถูกจี้เฟิงพาคนสนิทคนหนึ่งถล่มจนราบคาบ จะบอกว่าถูกกำจัดจนหมดสิ้นก็ไม่เกินความจริงเลยสักนิด

โดยเฉพาะฝีมืออันน่าสะพรึงกลัวของเขา ทั่วหล้ามีที่ไหนที่ไปไม่ได้บ้าง?

คนแบบนี้จะกลัวแก๊งยามากุจิเหรอ?

จี้ยูเหวินไม่มีวันเชื่อเด็ดขาด!

และยามนี้อาเป๋าที่ยืนอยู่ด้านหลังจี้ยูเหวิน พอได้ยินเธอพูดแบบนี้สีหน้าก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นตกตะลึง จ้องมองจี้เฟิงด้วยสายตาที่ยากจะเชื่อ

คนหนุ่มที่ดูสุขุมนุ่มลึกและแฝงไว้ด้วยความเฉียบคมคนนี้ เก่งกาจขนาดนี้เชียวเหรอ?

จี้เฟิงยิ้มเล็กน้อย “นั่นมันในประเทศ รากฐานของผมอยู่ที่นั่น ไอ้พวกญี่ปุ่นนั่นกล้าข้ามถิ่นไปสร้างความวุ่นวายในจีน มันรนหาที่ตายเอง ผมย่อมไม่ปรานีอยู่แล้ว แต่ตอนนี้อยู่ในอเมริกา ผมไม่คุ้นเคยกับสถานที่ ไม่กล้าไปเป็นศัตรูกับแก๊งยามากุจิหรอกครับ”

จี้ยูเหวินบอก “คุณจี้ไม่ต้องรีบร้อนหรอกค่ะ ข้อมูลเกี่ยวกับแก๊งยามากุจิ พวกเราคุยกันไปเรื่อยๆ ก็ได้ ตอนอยู่ที่รถอาจจะพูดอะไรไม่ค่อยสะดวก ฉันเลยพาพวกคุณมาที่นี่เพื่อจะได้คุยกันให้เต็มที่”

“โอ้?”

จี้เฟิงเลิกคิ้วขึ้น

จี้ยูเหวินบอก “พูดตามตรงนะคะ ที่ตอนแรกฉันไม่อยากพูด ไม่ใช่เพราะไม่อยากบอก แต่เพราะไม่กล้าพูดต่างหาก แก๊งจูเหลียนของพวกเรา เข้ามาขยายอิทธิพลในนิวยอร์กไม่ได้เพิ่งเริ่มวันสองวันนี้ อันที่จริงเริ่มเข้ามาตั้งแต่สิบกว่าปีก่อนแล้ว แต่เพิ่งจะมายืนหยัดได้อย่างมั่นคงเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง แก๊งจากต่างถิ่นจะไปเติบโตในสถานที่แห่งใหม่ ความยากลำบากตรงนี้คุณจี้น่าจะเข้าใจดีนะคะ”

จี้เฟิงพยักหน้าเขาสามารถเข้าใจได้

แก๊งไหนก็ตามอยากจะเติบโตและแข็งแกร่ง ล้วนมีความสัมพันธ์ที่แยกออกจากรัฐบาลไม่ได้

อย่างเช่นแก๊งเขียวในสมัยสาธารณรัฐจีน บรรดาหัวกะทิในแก๊งล้วนเป็นบุคคลสำคัญในวงการทหารและการเมือง บางหัวหน้าสาขาถึงขั้นเป็นผู้บังคับการตำรวจ หรือไม่ก็เป็นนายอำเภอ นายกเทศมนตรี...

ในสังคมสมัยใหม่ก็เช่นเดียวกัน แก๊งไหนก็ตามอยากอยู่รอด ถ้าไม่ผูกมิตรกับรัฐบาลก็อย่าหวังว่าจะอยู่รอดได้ สุดท้ายก็มีแต่โดนกวาดล้าง

และแก๊งจากต่างถิ่นจะไปเติบโตในสถานที่ที่ไม่รู้จัก ย่อมต้องเริ่มต้นด้วยการผูกมิตรกับรัฐบาลท้องถิ่น แต่นั่นเป็นเพียงก้าวแรก ประการต่อมา แก๊งเจ้าถิ่นเดิมจะยอมนั่งดูคู่แข่งเข้ามาในอาณาเขตของตัวเองเฉยๆหรอก ย่อมไม่มีทางอยู่แล้ว

เพราะฉะนั้นคำพูดที่จี้ยูเหวินบอกว่าแก๊งจูเหลียนแห่งไต้หวัน เริ่มเข้ามาขยายอิทธิพลในนิวยอร์กตั้งแต่สิบกว่าปีก่อน แต่เพิ่งจะมายืนหยัดได้อย่างมั่นคงเมื่อไม่กี่ปีมานี้ จี้เฟิงเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์

จี้ยูเหวินบอก “ในกระบวนการที่แก๊งจูเหลียนเข้ามาขยายอิทธิพลในนิวยอร์ก ศัตรูตัวฉกาจที่สุดก็คือแก๊งยามากุจิของญี่ปุ่น จะบอกว่าพวกเราสองฝ่ายเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันก็ได้!”

จี้เฟิงรู้สึกใจเต้นระรัวในทันที...

…จบบทที่ 1760~❤️

จบบทที่ บทที่ 1760 (882) คฤหาสน์ (ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว