เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1759 (881) แก๊งยามากุจิ(ตอนฟรี)

บทที่ 1759 (881) แก๊งยามากุจิ(ตอนฟรี)

บทที่ 1759 (881) แก๊งยามากุจิ(ตอนฟรี)


บทที่ 1759 (881) แก๊งยามากุจิ

จี้ยูเหวินขับรถกระบะพากลุ่มของจี้เฟิงทั้งสี่คนแล่นฝ่าผืนป่าออกไป ก่อนจะเลี้ยวเข้าสู่ถนนสายเล็กๆในแถบชนบท

สายตาของจี้เฟิงคอยกวาดมองไปรอบๆ ยามนี้พวกเขากำลังขับรถผ่านเมืองเล็กๆนอกเขตชานเมือง สองข้างทางเต็มไปด้วยบ้านพักตากอากาศหลังย่อมตั้งเรียงรายเป็นทิวแถว ทำให้จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะต้องลอบระแวดระวังขึ้นมา

ในความเป็นจริงแล้วต่อให้เป็นเมืองหลวงแห่งแฟชั่นและศูนย์กลางความเจริญระดับโลกอย่างนิวยอร์ก นอกเสียจากตึกสำนักงานหรือหน่วยงานราชการต่างๆ ที่ตั้งตระหง่านเป็นตึกสูงระฟ้าแล้ว บ้านเรือนของประชาชนทั่วไปส่วนใหญ่ก็ล้วนเป็นบ้านพักตากอากาศหลังเล็กๆ สูงประมาณสองถึงสามชั้นทุกครัวเรือน ต่างก็มีรถยนต์ส่วนตัวหรือไม่ก็รถกระบะจอดอยู่ใต้ตัวบ้าน

บริเวณรอบบ้านจะกั้นด้วยรั้วไม้ มีสวนหย่อมที่ปลูกไม้ดอกไม้ประดับและต้นไม้นานาพรรณเขียวชอุ่ม ดูแล้วให้ความรู้สึกสดชื่นสบายตาเป็นอย่างยิ่ง

หากได้มาลงหลักปักฐานอยู่ในสถานที่แบบนี้ ชีวิตคงจะสงบสุขและผ่อนคลายไม่น้อยเลยทีเดียว

สภาพแวดล้อมในการอยู่อาศัยแบบนี้หากเป็นในประเทศจีน ถ้าไม่ใช่คนที่มีเงินมีทองหรือมีอำนาจวาสนา ก็อย่าหวังเลยว่าจะได้เข้ามาอยู่อาศัยในบรรยากาศเช่นนี้ ย้อนกลับไปในช่วงเริ่มเปิดประเทศใหม่ๆ ในเวลานั้นเพราะคนจีนส่วนใหญ่พากันอิจฉาตาร้อน ที่เห็นพวกชาวต่างชาติมีตึกรามบ้านช่องสูงใหญ่ จึงพากันใฝ่ฝันอยากจะใช้ชีวิตอยู่ในตึกสูงเสียดฟ้าบ้าง

ด้วยเหตุนี้ตามหัวเมืองใหญ่ๆของจีน ตึกสูงระฟ้าจึงพากันผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็วเป็นดอกเห็ด

เจ้าหน้าที่หลายคนมุ่งหวังที่จะประสบความสำเร็จทางการเมืองและแสวงหาผลประโยชน์ระยะสั้น จึงนำวิสาหกิจต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศ โดยไม่คำนึงถึงลักษณะที่แท้จริงของวิสาหกิจเหล่านั้น

ผลลัพธ์ก็คือบรรดาโรงงานอุตสาหกรรมที่ปล่อยมลพิษในปริมาณสูง ซึ่งเดิมทีไม่สามารถฝืนยืนหยัดอยู่รอดได้ในต่างแดน หรือกระทั่ง เป็นโครงการที่หลายประเทศสั่งห้ามอย่างเด็ดขาดไปแล้ว กลับถูกกลุ่มข้าราชการที่หน้ามืดตามัวด้วยความโลภ ผลักดันจนสามารถเข้ามาตั้งรากฐานในประเทศได้อย่างหน้าตาเฉย

เมื่อเป็นเช่นนี้เพียงช่วงเวลาสั้นๆแค่สิบถึงยี่สิบปี สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของจีน ที่เคยงดงามบริสุทธิ์และอบอวลด้วยกลิ่นอายท้องทุ่ง กลับถูกทำลายย่อยยับจนแทบไม่เหลือชิ้นดี มองไปทางไหนก็มีแต่ปล่องไฟที่พ่นควันดำโขมง และลำธารที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้ง สัตว์น้ำนานาชนิดในแม่น้ำแยงซีลดจำนวนลงอย่างน่าใจหาย แถมยังเกิดอุทกภัยน้ำเอ่อล้นตลิ่งอยู่บ่อยครั้ง...

นั่นยังไม่หมดปัญหาสำคัญคือ มลพิษนี้ได้คุกคามสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อยู่อาศัยอย่างร้ายแรง

ลองนึกภาพดูว่ายิ่งเศรษฐกิจพัฒนาไปไกลเท่าไร สุขภาพของมนุษย์กลับยิ่งเปราะบางลงเท่านั้น โรคภัยไข้เจ็บแปลกๆที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนพากันปรากฏขึ้น ทารกแรกเกิดมักจะมีความพิการทางร่างกายมาตั้งแต่กำเนิด...

ยิ่งไปกว่านั้นทั้งที่โรงงานอุตสาหกรรมที่ปล่อยมลพิษร้ายแรงเหล่านั้น สมควรจะถูกจัดวางไว้ในแถบชนบทอันห่างไกลหรือตามร่องเขาที่ลับหูลับตาคน แต่กลับถูกดันทุรังเอามาตั้งไว้ในหัวเมืองใหญ่เสียอย่างนั้น

ยกตัวอย่างเช่นเจียงโจว ซึ่งเป็นถึงมหานครระดับสากลและศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของจีน ทว่าโรงงานถลุงเหล็ก โรงงานเคมีภัณฑ์ และอุตสาหกรรมที่สร้างมลพิษขั้นรุนแรงกลับมีจำนวนมากมายจนนับไม่ถ้วน

ด้วยเหตุนี้คนจีนจึงคล้ายกับถูกผลักให้หลุดออกจากสภาพแวดล้อมอันสะอาดสดชื่นในอดีต แล้วถูกปกคลุมด้วยมลภาวะอันย่ำแย่ภายในชั่วข้ามคืน

ต่อให้เป็นในแถบชนบทก็ไม่ได้มีสภาพแวดล้อมที่ดีอะไรนัก นอกเสียจากจะเป็นพื้นที่ภูเขาลึกที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองมากๆ ถึงพอจะยังหลงเหลือทัศนียภาพขุนเขาเขียวขจีและสายน้ำใสสะอาดให้ได้เห็นอยู่บ้าง

ทว่าพื้นที่ภูเขาลักษณะนี้เพราะอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองมากเกินไป จึงไม่มีแม้กระทั่งสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานในการดำรงชีวิต ชาวบ้านจะดื่มน้ำทีก็ต้องคอยหาบน้ำลงมาจากบนเขา ส่วนเรื่องการใช้ไฟฟ้า...จนถึงบัดนี้ ประเทศจีนก็ยังมีประชากรกลุ่มใหญ่ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโทรทัศน์คืออะไร

แต่ในเมืองใหญ่เหล่านั้นผู้คนมากมายกลับพากันระดมสมองคิดอ่าน หาวิธีสร้างความสงบส่วนตัวท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ถูกมลพิษคุกคามอย่างหนัก มีการขุดทะเลสาบเทียม สร้างบ้านพักตากอากาศ ถมภูเขาจำลอง... เพียงเพื่อให้ตนเองได้อยู่อาศัยในสถานที่ที่มีสายน้ำและขุนเขาล้อมรอบ

ทว่าสถานที่แบบนี้ก็มีเพียงกลุ่มคนร่ำรวยและมีอำนาจเท่านั้นที่มีปัญญาซื้อมันได้ สำหรับประชาชนคนธรรมดาทั่วไป พวกเขาทำได้เพียงซุกหัวนอนอยู่ในตึกสูง ที่แคบราวกับกรงนกพิราบ แถมยังต้องคอยหวาดระแวงอยู่บ่อยครั้งว่า เหล็กเส้นและปูนซีเมนต์ที่ใช้ในการก่อสร้างตึกนั้น จะมีความคุ้มค่าได้มาตรฐานหรือไม่ วันดีคืนดีตึกจะถล่มครืนลงมาเป็น ‘ตึกเต้าหู้ยี้’ หรือเปล่า...

เมื่อหันกลับมามองเมืองเล็กๆในนิวยอร์กเหล่านี้ ประชากรไม่ได้หนาแน่นแออัด และสภาพแวดล้อมก็งดงามหมดจด...

แม้ในใจจะรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนักยามที่มองเห็นภาพเปรียบเทียบ แต่จี้เฟิงก็ต้องยอมรับว่าเมื่อนำไปเทียบกับอเมริกาแล้ว ประเทศจีนยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องศึกษาเรียนรู้และนำกลับไปปรับปรุงแก้ไข

เมื่อเห็นจี้เฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อย จี้ช่าวเหลยก็หัวเราะพลางเอ่ยขึ้น “น้องสามรู้สึกว่าสภาพแวดล้อมของอเมริกา ดีมากเลยใช่ไหมล่ะ?”

จี้เฟิงพยักหน้ารับแล้วกล่าว “ครับ อย่างน้อยในแง่ของสภาพแวดล้อมในการอยู่อาศัย จีนยังคงมีเส้นทางอีกยาวไกลที่ต้องก้าวเดิน”

จี้ช่าวเหลยเองก็เห็นพ้องกับคำพูดของเขา จึงเอ่ยว่า “ตอนนี้ทางประเทศจีนก็เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมบ้างแล้ว ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่ดีทีเดียว เชื่อว่าพอผ่านไปอีกไม่กี่ปี สภาพแวดล้อมของบ้านเราจะค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ”

จี้เฟิงลอบทอดถอนใจ ออกมาทีหนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “ปล่อยให้เกิดมลพิษก่อนแล้วค่อยตามแก้ทีหลัง มันสูญเสียเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเกินไป แถมสภาพแวดล้อมที่ย่ำแย่แบบนั้นยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย ของประชาชนไปถึงหลายชั่วอายุคนด้วย”

จี้ช่าวเหลยเอ่ย “เรื่องนี้มันก็ช่วยไม่ได้จริงๆจีนเพิ่งจะมาพัฒนาแบบก้าวกระโดด ก็แค่ช่วงสิบถึงยี่สิบปีหลังมานี้เอง เมื่อนำไปเทียบกับอเมริกาแล้ว มันมีช่องว่างขนาดใหญ่ขวางกั้นอยู่จริงๆ แต่ขอแค่พวกเรายังคงมุ่งมั่นพยายามต่อไป ในอนาคตทุกอย่างมันจะต้องดีขึ้นแน่นอน!”

จี้เฟิงพยักหน้ารับเบาๆแต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ

จี้เฟิงครุ่นคิดอยู่ในใจว่า หากเขามีความสามารถพอ จะมีวิธีไหนบ้างที่จะช่วยปรับปรุง สิ่งแวดล้อมของประเทศจีนให้ดีขึ้นได้?

จี้เฟิงลองสืบค้นลึกลงไปในคลังความจำ ดูเหมือนว่าในฐานข้อมูลของระบบสมองอัจฉริยะ จะมีเทคโนโลยีล้ำสมัยที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมอยู่บ้าง เพียงแต่ตอนนั้นเขาไม่ได้ให้ความสนใจกับมันเท่าไรนัก

‘ไว้พอมีเวลาว่างเมื่อไร คงต้องหาโอกาสศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังดูสักที’ จี้เฟิงลอบคิดในใจ

“คุณจี้ตลอดเส้นทางช่วงนี้ น่าจะไม่มีอันตรายอะไรแล้วล่ะค่ะ พอจะเก็บปืนพกกระบอกนั้นลงไปก่อนได้ไหมคะ?” น้ำเสียงของจี้ยูเหวินเอ่ยแทรกขึ้นมา ดึงสติของจี้เฟิงให้หลุดออกจากความคิด “คุณถือปืนคาไว้แบบนี้ เดี๋ยวถ้าเกิดไปเจอกับพวกตำรวจเข้า อาจจะเกิดปัญหาเอาได้นะคะ”

“ได้แน่นอนครับ ประธานจี้วันนี้ต้องขอบคุณ ในความช่วยเหลือของคุณจริงๆ” จี้เฟิงสลัดความคิดเหล่านั้นทิ้งไปพลางส่ายหน้า ก่อนจะหันไปเอ่ยกับจี้ยูเหวิน “หากไม่ได้คุณยื่นมือเข้าช่วย บางทีวันนี้พวกเรา คนอาจจะไม่มีโอกาสได้กลับไปแล้วก็ได้”

“คุณจี้เกรงใจเกินไปแล้วค่ะ” จี้ยูเหวินเผยรอยยิ้มอย่างอ่อนโยน “อันที่จริงฉันก็ไม่ได้นับว่าช่วยอะไรมากมายหรอกค่ะ ในเมื่อเกิดเรื่องวุ่นวายขนาดนี้ขึ้นในสนามของพวกเรา ทางเราย่อมต้องเป็นฝ่ายออกมารับผิดชอบอยู่แล้ว คุณจี้ไม่เอ่ยโทษว่าระบบรักษาความปลอดภัยของพวกเราทำได้ไม่รัดกุม ฉันก็ต้องขอบคุณมากแล้วค่ะ”

จี้เฟิงยิ้มพลางพยักหน้ารับ ก่อนจะเอ่ยถาม “ประธานจี้สนามแห่งนั้น เป็นธุรกิจของคุณงั้นเหรอครับ?”

จี้ยูเหวินบอก “เป็นของแก๊งเหลียนจูค่ะ”

จี้เฟิงเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ “ของแก๊งเหลียนจูงั้นเหรอ? มิน่าล่ะผมก็ว่าทำไมมันถึงได้ประจวบเหมาะขนาดนี้ ถึงขนาดมาพบกับประธานจี้ที่นี่ได้!”

จี้ยูเหวินเป็นถึงลูกสาวของหัวหน้าแก๊งเหลียนจู เรื่องนี้จี้เฟิงย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ ย้อนกลับไปตอนที่อยู่เมืองหางโจว มณฑลเจียงซู ในตอนนั้นแก๊งยามากุจิคิดจะลงมือกับแก๊งเหลียนจูของไต้หวัน จึงได้ส่งคนมาลอบลักพาตัวจี้ยูเหวินที่หางโจว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เธอเป็นข้อต่อรอง ข่มขู่หัวหน้าแก๊งเหลียนจูให้ยอมล่าถอย

อย่างไรก็ตามเนื่องจากการแทรกแซงของเขา ปฏิบัติการของแก๊งยามากุจิจึงล้มเหลว และต้องกลับไปพร้อมกับความอับอายขายหน้า

เมื่อมาพิจารณาดูในยามนี้อิทธิพลของแก๊งเหลียนจูแห่งไต้หวัน นับว่าไม่ธรรมดาเลยจริงๆถึงขนาดมีกิจการและทรัพย์สินตั้งรากฐานอยู่ในอเมริกา แถมดูท่าทางขีดความสามารถยังแข็งแกร่งไม่เบา ขนาดเกิดเรื่องใหญ่โตที่มีคนพัวพันนับสิบกว่าคนขนาดนี้ จี้ยูเหวินกลับไม่มีแววตาตื่นตระหนกให้เห็นเลยแม้แต่น้อย

เห็นได้ชัดว่าแก๊งเหลียนจูย่อมต้องมีเส้นสายความเชื่อมโยง กับกลุ่มเจ้าหน้าที่ทางการของอเมริกาอยู่บ้างไม่มากก็น้อย

แม้จะรู้เรื่องทั้งหมดแล้วจี้เฟิงก็ยังคงมีข้อสงสัยอยู่บ้าง เขาจึงเอ่ยถามว่า “ประธานจี้คุณรู้ได้ยังไงว่าในบรรดาผู้ชมเหล่านั้นมีมือสังหารอยู่? ถ้าหากวันนี้คุณไม่มาพวกเราคงหนีออกไปไม่ได้แน่ๆ”

จี้ยูเหวินยิ้มพลางตอบ “ไม่ใช่แบบนั้นแน่นอนค่ะ”

จี้เฟิงยิ้มถามต่อ “แล้วพวกคุณใช้เกณฑ์อะไรในการแยกแยะว่าใครเป็นมือสังหารกันล่ะครับ?”

จี้ยูเหวินเผยรอยยิ้มหวานก่อนจะเอ่ยว่า “อันที่จริงครั้งนี้ก็นับว่าเป็นเรื่องบังเอิญเหมือนกันค่ะ ฉันเดินทางมาอเมริกาเพื่อจัดการธุระบางอย่างภายในแก๊ง แล้วบังเอิญสืบทราบมาว่ามีคนของแก๊งยามากุจิ แฝงตัวเข้ามาในสนามของพวกเราเพื่อเตรียมลงมือกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ตอนนั้นฉันพอมีเวลาว่างอยู่พอดีก็เลยรีบเดินทางมาดู แต่กลับคาดไม่ถึงเลยว่าจะได้มาพบกับคุณจี้ที่นี่ด้วย”

จี้เฟิงหัวเราะ “คุณคงไม่คิดหรอกว่าผมจะเป็นหนึ่งในผู้เกี่ยวข้องด้วยใช่ไหมล่ะ”

จี้ยูเหวินพยักหน้ารับพลางยิ้มขำ “เป็นแบบนั้นจริงๆค่ะ คาดไม่ถึงเลยจริงๆ แต่ว่าต่อให้ฉันไม่ได้เดินทางมาถึงที่สนาม คุณจี้ก็คงไม่เจอกับความยุ่งยากอะไรแน่นอนค่ะ แก๊งเหลียนจูของพวกเราเปิดศึกปะทะกับแก๊งยามากุจิมาเป็นเวลานานแล้ว คนของฝั่งนั้นพวกเราแทบจะรู้จักหน้าค่าตากันหมด ดังนั้นต่อให้ฉันไม่มา กลุ่มมือสังหารเหล่านั้นก็ต้องถูกควานหาตัวจนเจออยู่ดี ถึงตอนนั้นคุณจี้ก็ยังสามารถปลีกตัวเดินจากไปได้อย่างปลอดภัยตามปกติค่ะ”

“แก๊งยามากุจิ?”

คิ้วของจี้เฟิงพลันขมวดม้วนเข้าหากันแน่น เขาจับใจความสำคัญของข้อมูลสายหนึ่ง หลุดออกมาจากคำพูดของจี้ยูเหวินได้อย่างรวดเร็ว คนที่ลงมือกับฉู่เยว่ในครั้งนี้คือคนของแก๊งยามากุจิ!

จี้เฟิงรีบเอ่ยถามทันที “ประธานจี้คนพวกนั้นเป็นคนของแก๊งยามากุจิทั้งหมดเลยเหรอครับ?”

จี้ยูเหวินพยักหน้ารับคำพลางกล่าวว่า “ใช่ค่ะ พวกมันทั้งหมดเป็นคนของแก๊งยามากุจิ แถมยังเป็นคนจากหน่วยปฏิบัติการของแก๊งยามากุจิโดยเฉพาะ มีหน้าที่รับผิดชอบงานลอบสังหารและลักพาตัวตัวโดยตรง มีแก๊งมาเฟียตั้งมากมายที่เคยพลาดท่าเสียทีให้แก่พวกมันอย่างเจ็บแสบ แม้กระทั่งแก๊งเหลียนจูของพวกเราเอง ก็เคยตกเป็นเหยื่อของพวกมันมาก่อน หัวหน้าพรรคคนหนึ่งของพวกเรา ก็เคยโดนพวกมันเก็บไปเหมือนกัน...”

จี้เฟิงเอ่ยถามด้วยความฉงน “ประธานจี้ขอเสียมารยาทถามหน่อยนะครับ คุณรู้ได้อย่างไรว่าพวกมันเป็นคนของแก๊งยามากุจิ แถมยังเจาะจงว่าเป็นคนจากหน่วยปฏิบัติการอีกด้วย?”

จี้ยูเหวินยกมือขึ้นผมลอนยาวสลวยของเธอเบาๆ ก่อนจะเม้มปากลอบยิ้มออกมา “คุณจี้คะ ต้องขออภัยจริงๆค่ะ คำถามข้อนี้ฉันไม่ค่อยสะดวกที่จะอธิบาย รายละเอียดให้คุณฟังอย่างลึกซึ้งเท่าไรนัก บอกได้เพียงแค่ว่าพวกเรามีแหล่งที่มาของข้อมูลข่าวสารที่แม่นยำแน่นอนค่ะ...”

เมื่อเธอเอ่ยออกมาเช่นนี้ จี้เฟิงก็เข้าใจได้ในทันที

เห็นได้ชัดว่าแหล่งข่าวของแก๊งเหลียนจู ย่อมต้องเป็นความลับขั้นสุดยอดที่ไม่เปิดเผยให้คนนอกรับรู้

จี้เฟิงคาดเดาว่าไม่ใช่ว่าแก๊งเหลียนจูใช้วิธีการลึกลับบางอย่างในการสืบหาข่าวสาร ก็คงจะเป็นการส่งสายลับเข้าไปฝังตัวเป็นหนอนบ่อนไส้ อยู่ภายในแก๊งยามากุจิแล้วอย่างแน่นอน!

“ผมถามมากเกินไป ต้องขออภัยด้วยครับ!” จี้เฟิงเอ่ย

“คุณจี้เกรงใจเกินไปแล้วค่ะ” จี้ยูเหวินยิ้มแย้มอย่างเป็นกันเอง “จริงด้วยสิ คุณจี้เดินทางมาอเมริกาตั้งแต่เมื่อไรกันเหรอคะ?”

“เพิ่งมาอยู่ที่นี่ได้วันสองวันนี่เองครับ” จี้เฟิงยิ้มตอบ

“ไม่ทราบว่าที่คุณจี้มาอเมริกาครั้งนี้ เพื่อ...” จี้ยูเหวินยิ้มพลางเอ่ยต่อ “หากไม่สะดวกจะบอก ก็คิดเสียว่าฉันไม่ได้ถามแล้วกันนะคะ”

“ไม่มีอะไรที่ไม่สะดวกหรอกครับ ผมเดินทางมาเยี่ยมญาติผู้ใหญ่น่ะ แต่กลับคาดไม่ถึงเลยว่าจะต้องมาประสบพบเจอกับเรื่องราวแบบนี้เข้า! แก๊งยามากุจิ... เหอะ!”

“เดินทางมาเยี่ยมญาติงั้นเหรอคะ?”

จี้ยูเหวินเอ่ยขึ้น “คุณจี้คะ ญาติของคุณ... ใช่ประธานจี้แห่งเว่ยต้ากรุ๊ปหรือเปล่าคะ?”

จี้เฟิงไม่ได้คิดจะปกปิดข้อมูล เขาพยักหน้ารับพลางเอ่ย “ใช่ครับ ทำไมเหรอครับ ประธานจี้เองก็รู้จักกับประธานจี้แห่งเว่ยต้ากรุ๊ปด้วยงั้นเหรอ?”

…จบบทที่ 1759~❤️

จบบทที่ บทที่ 1759 (881) แก๊งยามากุจิ(ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว