- หน้าแรก
- ระบบผูกมัดตระกูล พวกเจ้าฝึกไปเถอะ ส่วนข้าแกร่งกว่าสามขั้นใหญ่โดยอัตโนมัติ
- ตอนที่ 19: ปรากฏการณ์ฟ้าดิน ยาเทวะจุติ
ตอนที่ 19: ปรากฏการณ์ฟ้าดิน ยาเทวะจุติ
ตอนที่ 19: ปรากฏการณ์ฟ้าดิน ยาเทวะจุติ
เมื่อเผชิญหน้ากับสูตรยาระดับสี่ หลิวคงหมิงก็เกิดความโลภขึ้นมาในใจ
หากเขาสามารถครอบครองสูตรยานี้เป็นของตัวเอง และนำไปศึกษาอย่างละเอียดล่ะก็ เขาอาจจะสามารถก้าวขึ้นเป็นนักหลอมยาระดับสี่ได้
และตราบใดที่เขาก้าวขึ้นเป็นนักหลอมยาระดับสี่ เขาก็สามารถขอย้ายกลับไปที่เมืองหลักของแคว้นชิงโจวได้
ที่นั่นต่างหากคือศูนย์รวมของผู้ฝึกตน เมืองตงฮวงที่อยู่ห่างไกลความเจริญเช่นนี้ ทรัพยากรมันช่างขาดแคลนเสียเหลือเกิน
"คุณชายเย่ ท่านต้องการขายสูตรยานี้งั้นหรือ?"
ความคิดของหูปู้เหยานั้นเรียบง่ายกว่ามาก
"แม้สูตรยาระดับสี่จะล้ำค่า แต่ในเมืองตงฮวงแห่งนี้ ไม่มีใครสามารถหลอมเม็ดยาระดับสี่ได้หรอกนะเจ้าคะ เรื่องราคาก็อาจจะ..."
เย่เฟิงยกมือขึ้นห้ามไม่ให้นางพูดต่อ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"ขอยืมห้องหลอมยาของหอหมื่นสมบัติหน่อยจะได้ไหม?"
สำหรับความในใจของหลิวคงหมิงนั้น เขาย่อมมองออกอย่างทะลุปรุโปร่ง
เดิมทีเขาแค่ตั้งใจจะมาติดต่อกับหอหมื่นสมบัติในฐานะคนธรรมดาเท่านั้น
แต่ในเมื่อเป็นแบบนี้ เขาก็ไม่ขอปิดบังอีกต่อไปแล้ว ขอเผยตัวตนที่แท้จริงเลยก็แล้วกัน!
หูปู้เหยาชะงักไป "ย่อมได้เจ้าค่ะ แต่ไม่ทราบว่าคุณชายเย่จะยืมห้องหลอมยาไปทำอะไรหรือเจ้าคะ?"
นางพอจะเดาอะไรได้บ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่อยากจะเชื่อ
"ยืมห้องหลอมยา ก็ต้องเอาไปหลอมยาสิ"
เย่เฟิงหัวเราะหึๆ
ไม่ให้หลอมยา แล้วจะให้หลอมเจ้าหรือไงเล่า?
สายตาของเขากวาดมองเรือนร่างอรชรอวบอั๋นของหูปู้เหยา ดูเหมือนว่า... ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้นะ
"หึ ไอ้เด็กขี้คุย เจ้าคงไม่ได้จะบอกว่า เจ้าจะหลอมเม็ดยาระดับสี่จากสูตรยานี้หรอกนะ?"
หลิวคงหมิงแค่นเสียงหัวเราะเยาะ มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มหยัน
เจ้ารู้ไหมว่าเม็ดยาระดับสี่มันคืออะไร?
นั่นคือสิ่งที่นักหลอมยาระดับสี่เท่านั้นถึงจะมีคุณสมบัติหลอมได้!
แล้วรู้ไหมว่านักหลอมยาระดับสี่คืออะไร?
ทั่วทั้งเมืองตงฮวงยังหานักหลอมยาระดับสี่ไม่ได้สักคน แม้แต่ประธานสมาคมนักหลอมยาแห่งแคว้นชิงโจว ก็ยังเป็นแค่นักหลอมยาระดับห้าเท่านั้น!
"เดี๋ยวก็รู้เองแหละ"
น้ำเสียงของเย่เฟิงเรียบเฉย
เขาไม่ชอบการโอ้อวดด้วยคำพูด การลงมือทำให้เห็นเลยมันดีกว่ามานั่งเถียงกันเป็นไหนๆ
เมื่อเห็นท่าทางมั่นใจของเขา นัยน์ตาของหูปู้เหยาก็เป็นประกายวาบ ความคาดหวังเริ่มก่อตัวขึ้นลึกๆ ในใจ
บางทีเย่เฟิงอาจจะสร้างความประหลาดใจให้หอหมื่นสมบัติได้จริงๆ ก็ได้
"คุณชายเย่ เชิญตามผู้น้อยมาทางนี้เจ้าค่ะ"
หูปู้เหยาเดินนำทาง พาเขาไปยั่งห้องหลอมยาที่เงียบสงบแห่งหนึ่ง
"ที่นี่คือห้องหลอมยาของหอหมื่นสมบัติเรา คุณชายเย่สามารถใช้ได้ตามสบายเลยเจ้าค่ะ"
เย่เฟิงกล่าวขอบคุณ ก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องหลอมยา
"ทำเป็นวางมาด ไอ้เด็กเมื่อวานซืน ข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าจะแกล้งทำไปได้อีกนานแค่ไหน!"
หลิวคงหมิงแค่นเสียงเย็นชาพลางเอ่ยเสียงเหี้ยม
"หากเจ้าหลอมเม็ดยาระดับสี่ออกมาไม่ได้ล่ะก็ วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าไม่ได้เดินออกจากหอหมื่นสมบัติแห่งนี้เลยคอยดู!"
"ปรมาจารย์หลิวเจ้าคะ ด้วยอายุของคุณชายเย่ การที่เขาจะหลอมเม็ดยาระดับสี่ไม่ได้ ก็เป็นเรื่องปกตินะเจ้าคะ"
หูปู้เหยายิ้มบางๆ พลางเอ่ยไกล่เกลี่ย "หากเขาสามารถหลอมยาได้สำเร็จ ไม่ว่าจะอยู่ระดับใด รบกวนปรมาจารย์หลิวเห็นแก่หน้าหอหมื่นสมบัติ รับเขาเป็นศิษย์ด้วยเถิดเจ้าค่ะ"
"ท่านเถ้าแก่เนี้ยต้องการจะดึงตัวเขาไว้ใช้งานงั้นรึ?"
หลิวคงหมิงเอ่ยถาม
หูปู้เหยาไม่ได้ปฏิเสธ
นักหลอมยาถือเป็นทรัพยากรที่หายากยิ่งในแคว้นชิงโจว หากหอหมื่นสมบัติมีนักหลอมยาเพิ่มขึ้นอีกสักคน ผลกำไรก็จะเพิ่มขึ้นอย่างน้อยหนึ่งเท่าตัว
ยิ่งไปกว่านั้น เย่เฟิงยังอายุน้อยถึงเพียงนี้ แต่กลับสามารถก้าวเข้าสู่วิถีแห่งการหลอมยาได้แล้ว อนาคตของเขาย่อมต้องก้าวไกลอย่างแน่นอน
หลิวคงหมิงเอามือไพล่หลัง วางมาดหยิ่งยโส "หากไอ้เด็กนั่นรู้จักที่ต่ำที่สูง ยอมมอบขั้นตอนการหลอมยาโดยละเอียดมาให้แต่โดยดี ข้าก็อาจจะยอมละเว้นให้สักครั้ง"
หูปู้เหยาลอบถอนหายใจ
ก็ต้องบอกว่าเย่เฟิงยังเด็กเกินไป เลือดร้อนจนไปยั่วโทสะปรมาจารย์หลิวเข้า
สถานะของนักหลอมยาระดับสามนั้น สูงส่งกว่าเถ้าแก่เนี้ยอย่างนางเสียอีก ไม่ใช่คนที่ใครหน้าไหนจะไปล่วงเกินได้ง่ายๆ
ยิ่งในสถานการณ์ที่ตระกูลเย่ไปล่วงเกินตระกูลจิ้งแห่งแคว้นชิงโจวเข้าแล้ว ยิ่งไม่สมควรไปล่วงเกินปรมาจารย์หลิวเข้าไปใหญ่
เดี๋ยวนางคงต้องพยายามไกล่เกลี่ยให้ถึงที่สุด หากไม่สำเร็จจริงๆ ก็คงต้องเกลี้ยกล่อมให้เย่เฟิงยอมมอบสูตรยาออกมา
ทว่านางกลับไม่ทันสังเกตเห็นประกายความอำมหิตที่วาบผ่านเข้ามาในดวงตาของหลิวคงหมิง
...
ภายในห้องหลอมยา
สาวใช้ได้จัดเตรียมสมุนไพรที่ต้องการเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว เย่เฟิงสั่งให้สาวใช้ออกไป และห้ามไม่ให้ใครเข้ามากวนโดยเด็ดขาด
แม้จะเป็นการหลอมยาครั้งแรก แต่เขากลับมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม
ผลผลิตจากระบบ ย่อมต้องเป็นของชั้นยอด
ระดับการบ่มเพาะที่ระบบมอบให้ ล้วนทำให้เขาสามารถบดขยี้คู่ต่อสู้ในระดับเดียวกันได้ วิชาการหลอมยาก็เช่นกัน
เย่เฟิงนั่งลงข้างเตาหลอม เขาจุดไฟและใช้พลังปราณควบคุมเปลวไฟอย่างชำนาญ
สมุนไพรแต่ละชนิดถูกโยนลงไปในเตา พวกมันละลายอย่างรวดเร็วภายใต้ความร้อนของเปลวไฟ ส่งกลิ่นหอมของตัวยาออกมาอย่างเข้มข้น
ภายใต้การควบคุมของเย่เฟิง เปลวไฟราวกับมีชีวิต มันแหวกว่ายไปมาในเตาหลอมราวกับมังกรเพลิง ตามการเคลื่อนไหวของฝ่ามือเขา
หากหลิวคงหมิงที่อยู่ข้างนอกได้เห็นฉากนี้ล่ะก็ เกรงว่าเขาคงต้องคุกเข่าโขกศีรษะคารวะเย่เฟิงเป็นอาจารย์เดี๋ยวนั้นเลย
วิชาควบคุมไฟที่ล้ำเลิศถึงเพียงนี้ ต่อให้เป็นประธานสมาคมนักหลอมยาระดับห้าแห่งแคว้นชิงโจว ก็ยังทำไม่ได้เลย
หนึ่งชั่วยามผ่านไป กลิ่นหอมฟุ้งกระจายออกมาจากเตาหลอม เป็นสัญญาณว่าเม็ดยากำลังจะสำเร็จแล้ว
เย่เฟิงยืดตัวตรง สีหน้าจริงจังขึ้น
"รวมตัว!"
การรวมตัวเป็นเม็ดยา คือขั้นตอนสุดท้าย และเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด
หากล้มเหลวในขั้นตอนนี้ ทุกสิ่งที่ทำมาก็จะสูญเปล่า นักหลอมยาจำนวนมากก็มักจะมาตกม้าตายในขั้นตอนนี้แหละ
...
ภายนอกห้องหลอมยา
กลิ่นหอมของตัวยาที่เข้มข้นลอยฟุ้งออกมา แม้แต่กำแพงก็ไม่อาจกักเก็บกลิ่นหอมนั้นไว้ได้
"จะสำเร็จเป็นเม็ดยาแล้ว!"
หูปู้เหยาดีใจจนเนื้อเต้น
เย่เฟิงเป็นนักหลอมยาจริงๆ ด้วย เขามีพรสวรรค์ด้านการหลอมยาจริงๆ!
แบบนี้ หอหมื่นสมบัติก็จะได้นักหลอมยามาเพิ่มอีกคนแล้ว!
ส่วนหลิวคงหมิงกลับขมวดคิ้วแน่น ไม่คิดเลยว่าไอ้เด็กนี่จะเป็นนักหลอมยาจริงๆ ชักจะยุ่งยากซะแล้วสิ
นักหลอมยาส่วนใหญ่ ล้วนมีอาจารย์คอยถ่ายทอดวิชาให้ ไม่มีใครหรอกที่สามารถคลำทางด้วยตัวเองจนสำเร็จได้
"หรือว่าจะเป็นนักหลอมยาที่ตระกูลเย่จ้างมา?"
เขาคาดเดาไปเองว่า คงเป็นนักหลอมยาที่ตระกูลเย่จ้างมาเป็นคนสอนวิชาหลอมยาให้เย่เฟิง
"ก็แค่นักหลอมยาระดับหนึ่ง ไม่เห็นจะเท่าไหร่เลย"
ประกายความเย็นเยียบวาบผ่านดวงตาของหลิวคงหมิง
"ยิ่งไปกว่านั้น การหลอมยายังไม่จบสักหน่อย เขาอาจจะทำพลาดตอนรวมเม็ดยาก็ได้!"
ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเอง จู่ๆ พลังงานอันแข็งแกร่งสายหนึ่งก็แผ่ซ่านออกมาจากห้องหลอมยา
ชั่วพริบตานั้น ท้องฟ้าเบื้องบนก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน
เหนือหลังคาหอหมื่นสมบัติ ปรากฏเมฆสีทองอร่ามขึ้นมาอย่างลี้ลับ รูปร่างของเมฆก้อนนั้นเปลี่ยนแปลงไปมาอย่างต่อเนื่อง ราวกับอัดแน่นไปด้วยพลังชีวิตอันไร้ที่สิ้นสุดของสรรพสิ่ง
"ปรากฏการณ์ฟ้าดิน ยาเทวะจุติ!"
จู่ๆ หลิวคงหมิงก็เบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น ราวกับคนเสียสติ เขารีบวิ่งไปที่หน้าต่าง จ้องมองขึ้นไปบนท้องฟ้าตาไม่กระพริบ
"เป็น... เป็นไปได้อย่างไร เม็ดยาระดับสุดยอดสิบวงแหวนเท่านั้น ถึงจะดึงดูดปรากฏการณ์ฟ้าดินได้!"
เขาสั่นสะท้านไปด้วยความตื่นเต้น ภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้า มันเหนือความคาดหมายของเขาไปไกลลิบ
"เม็ดยาสิบวงแหวนงั้นหรือ?"
หูปู้เหยาอ้าปากค้าง ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงระเรื่อเบิกกว้างเป็นรูปตัวโอ
แม้นางจะไม่ประสีประสาเรื่องวิถีแห่งการหลอมยา แต่นางก็รู้ดีว่าสิบวงแหวนนั้นหมายถึงอะไร
นักหลอมยาทั่วไป สามารถหลอมได้แค่เม็ดยาธรรมดาเท่านั้น
มีเพียงปรมาจารย์นักหลอมยาเท่านั้น ที่จะสามารถหลอมเม็ดยาที่มีวงแหวนปรากฏขึ้นได้
วงแหวนบนเม็ดยามีทั้งหมดสิบระดับ ทุกๆ หนึ่งระดับที่เพิ่มขึ้น สรรพคุณของยาก็จะทวีคูณขึ้นอย่างมหาศาล
ทั่วทั้งแคว้นชิงโจว นักหลอมยาที่สามารถหลอมเม็ดยาหนึ่งวงแหวนออกมาได้นั้น มีจำนวนหยิบมือเดียว
ส่วนสิบวงแหวนน่ะหรือ ยิ่งไม่เคยมีใครได้ยินมาก่อน!
"ปรมาจารย์หลิว เม็ดยาสิบวงแหวนมีอยู่จริงหรือเจ้าคะ?"
หูปู้เหยาคิดว่า สิบวงแหวนมีอยู่แค่ในตำนานเท่านั้นเสียอีก
หลิวคงหมิงลอบกลืนน้ำลาย "ในตำรามีบันทึกเอาไว้ ย่อมต้องมีอยู่จริง เพียงแต่เงื่อนไขในการเกิดเม็ดยาสิบวงแหวนนั้นเข้มงวดมาก ไม่เพียงแต่ต้องมีสรรพคุณทางยาที่สมบูรณ์แบบเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ... มันต้องไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ทั้งสิ้น!"
ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ทั้งสิ้น!
หูปู้เหยาถึงกับลืมหายใจ
ดั่งคำกล่าวที่ว่า ยาทุกชนิดล้วนมีพิษแฝงอยู่สามส่วน เม็ดยาที่ผู้ฝึกตนใช้กินกันเป็นประจำ ส่วนใหญ่ล้วนมีผลข้างเคียงทั้งสิ้น เพียงแต่จะมากหรือน้อยก็เท่านั้น
ยาบางชนิดที่มีผลข้างเคียงรุนแรงเกินไป จะถูกจัดเป็นยาต้องห้าม ส่วนยาที่สามารถซื้อขายในท้องตลาดได้ทั่วไปนั้น โดยพื้นฐานแล้วผลข้างเคียงต้องอยู่ในระดับที่ควบคุมได้
"เม็ดยาที่ไม่มีผลข้างเคียงเลย กลับมีอยู่จริงบนโลกใบนี้!"
ชั่วพริบตานั้น ประกายแสงเจิดจ้าก็วาบผ่านเข้ามาในดวงตาดอกท้อของนาง
หากเย่เฟิงสามารถหลอมเม็ดยาสิบวงแหวนออกมาได้จริงๆ ต่อให้ต้องแตกหักกับปรมาจารย์หลิว หอหมื่นสมบัติก็ต้องปกป้องเขาเอาไว้ให้จงได้!
ต่อให้เขาจะเป็นแค่นักหลอมยาระดับหนึ่งก็ตามที!
ในตอนนั้นเอง ประตูห้องหลอมยาก็ถูกเปิดออก เย่เฟิงเดินออกมาจากข้างใน
"ให้ทั้งสองท่านต้องรอคอยนานแล้ว"
---