- หน้าแรก
- ทะลุมิติสู่ยุคดวงดาว สตรีมไลฟ์สอนลูกสัตว์บำเพ็ญเพียร
- บทที่ 41 ความตั้งใจ
บทที่ 41 ความตั้งใจ
บทที่ 41 ความตั้งใจ
หลังจากได้ยินข่าวเรื่องโรคทางยีน และพวกลูกสัตว์บนดาวจากปากของผู้ปกครองหลายท่าน เจียงอวี่ซีก็เอาแต่เหม่อลอยไปตลอด
ดาวแอสเตอร์ มีลูกสัตว์ที่ลงทะเบียนไว้ทั้งหมด 237 ตัว ในจำนวนนั้นมีเพียง 12 ตัวที่ตรงตามมาตรฐานการรับเข้าเรียนของโรงเรียนอนุบาล
ลูกสัตว์ 237 ตัว มีลูกสัตว์กว่าครึ่ง ที่ไม่สามารถกลายร่างได้อย่างสมบูรณ์ และป่วยเป็นโรคทางยีนขั้นรุนแรง ลูกสัตว์เหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการควบคุมดูแลอย่างเข้มงวดจากผู้ปกครอง
ลูกสัตว์ ที่ไม่สามารถกลายร่างได้เลยแม้แต่น้อยอย่างลูกเสือน้อย ต่อให้พ่อแม่ยังมีชีวิตอยู่ หลังจากอายุครบ 12 ปีก็ต้องถูกส่งไปที่ป่าเพื่อปล่อยให้มีชีวิตรอดด้วยตัวเอง
นอกจากโรคทางยีนแล้ว ความยากจนก็เป็นอีกข้อจำกัดหนึ่งที่ทำให้ลูกสัตว์ส่วนหนึ่งไม่ได้เข้าเรียน
ถึงแม้ว่าค่าเทอม 10,000 เหรียญดาวในความคิดของเธอจะถูกแสนถูกจนเหลือเชื่อ แถมยังแบ่งจ่ายได้ตั้ง 12 งวดก็ตาม แต่ในสายตาของผู้ปกครองอีก 4 ท่านที่ตรงตามมาตรฐานการรับเข้าเรียน มันก็ยังเป็นเงินก้อนโตที่ไม่สามารถแบกรับได้อยู่ดี
แต่เงินหนึ่งหมื่นเหรียญดาวเนี่ย ยังไม่พอจ่ายเป็นค่าตอบแทนที่เจ้าของร่างเดิมเคยทำการรักษาด้วยการชำระล้าง ให้กับมนุษย์สัตว์เพศผู้แค่ครั้งเดียวเลยด้วยซ้ำ
ยิ่งไปกว่านั้น ยังสู้ค่าอาหารมื้อเดียวของบรรดาเพื่อนร่วมชั้น ชนชั้นสูงของเธอที่ดาวหลักไม่ได้เลย
"เงินอุดหนุนจากจักรวรรดิ ถูกระงับการจ่ายมาเป็นเวลาร้อยปีแล้ว"
ไม่รู้ทำไม เธอถึงนึกไปถึงเรื่องพลังจิตของเจ้าของร่างเดิม ที่ถูกเพศเมียชนชั้นสูงผู้มีอำนาจล้นฟ้าคนหนึ่งทำลายไปเช่นกัน
ตระกูลของเพศเมียคนนั้นยิ่งใหญ่เสียจน แม้แต่ท่านแองเจเลียผู้เป็นอาจารย์ของเจ้าของร่างเดิม ซึ่งควบตำแหน่งทั้งรองประธานสมาคมนักชำระล้างพลังจิต รัฐมนตรีกระทรวงชำระล้างพลังจิตแห่งจักรวรรดิ นักชำระล้างพลังจิตส่วนพระองค์ของราชวงศ์ และผู้อาวุโสแห่งสมาคมคุ้มครองเพศเมีย ก็ยังไม่มีปัญญาทำอะไรได้
ในชั่วขณะนั้น สายตาของเธอเหม่อลอย ภายในหัวสับสนวุ่นวายไปหมด ราวกับไม่ได้คิดอะไรเลย และก็ราวกับได้คิดทบทวนทุกสิ่งทุกอย่างไปหมดแล้ว
การมาถึงของอีอี กับลูกเสือน้อย ช่วยดึงเธอออกจากห้วงความคิดอันยาวนาน
เธออุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นมา ลูบคลำเบา ๆ "ไอ้เด็กขี้โกหกเอ๊ย เธอไม่ได้ป่วยเป็นโรคทางยีนหรอกนะ เธอแค่ยังไม่รู้วิธีกลายร่างเท่านั้นเอง เข้าใจไหมจ๊ะ?"
ในยุคดวงดาว ลูกสัตว์ที่กลายร่างไม่ได้ จะถูกเหมาเข่งรวมว่าเป็นโรคทางยีนอย่างป่าเถื่อน
แต่ในโลกบำเพ็ญเพียร สำหรับลูกสัตว์วิเศษในสภาวะเช่นนี้ มีคำจำกัดความที่ชัดเจนกว่านั้น นั่นคือ : พรสวรรค์ไม่พอ พลังไม่พอ หรือยังฝึกฝนไม่ถึงขั้น
ลูกเสือน้อย ที่เส้นลมปราณเสียหายรุนแรงขนาดนี้ แถมยังเริ่มเรียนช้ากว่าเด็กคนอื่น แต่กลับสามารถทะลวงผ่านระดับขึ้นมาได้ก่อนใครเพื่อน นั่นก็พิสูจน์ได้แล้วว่าเขามีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมมาก
ขอแค่ตั้งใจฝึกฝน การกลายร่างเป็นคนจะไปยากอะไร ดีไม่ดีการย้ายภูเขาถมทะเลก็อาจจะเป็นไปได้ด้วยซ้ำ
ถ้าอย่างลูกเสือน้อยเรียกว่าโรคทางยีนล่ะก็ เด็กคนอื่น ๆ ก็คงตกอยู่ในสถานการณ์ใกล้เคียงกัน
ขอเพียงลูกสัตว์ขยันฝึกฝน ก็จะสามารถหลุดพ้น จากผลกระทบของโรคทางยีนได้
ส่วนเรื่องปัญหาการคลุ้มคลั่ง ของพลังจิตในมนุษย์สัตว์วัยผู้ใหญ่ ตอนนี้เธอเริ่มมองเห็นเค้าลางในการแก้ปัญหาแล้ว เพียงแต่ยังต้องหาตัวอย่างกรณีศึกษาเพิ่มอีกหน่อยเพื่อความมั่นใจ
นอกจากนี้ ตราบใดที่ผู้ปกครองและลูกสัตว์ มีความปรารถนาจะเรียนหนังสือ เรื่องค่าเทอมก็ไม่ใช่ปัญหา
ถ้าไม่ไหวจริง ๆ โรงเรียนอนุบาลก็แค่เปิดวิชาเรียน นอกห้องเรียนแบบทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยก็ได้นี่นา
พอคิดได้ดังนี้ เธอก็กลับมาอารมณ์ดีอีกครั้ง
โรคทางยีนของลูกสัตว์น่ะ รักษาได้
ลูกสัตว์บ้านยากจน ไม่มีเงินมาโรงเรียน เรื่องนี้ก็หาเงินได้
ส่วนเรื่องความแค้นของเจ้าของร่างเดิม ก็ต้องชำระให้ได้ ไม่ว่าจะยากเย็นแค่ไหน ต่อให้ต้องพลิกคว่ำตระกูลอักซูทั้งตระกูลก็ไม่เสียดาย
วิธีแก้ปัญหา ยังไงก็ต้องมีมากกว่าปัญหาอยู่แล้วล่ะ
"อีอี ฉันหิวแล้วอะ" ใบหน้าสดใสของหญิงสาว กลับมาประดับด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขอีกครั้ง
"เพื่อเป็นการฉลองการมาถึงของลูกเสือน้อย คืนนี้พวกเรามากินมื้อใหญ่กันเถอะ"
"คุณมีความสุขก็พอแล้วครับ" อีอีเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
แต่มีเพียงเขาเองเท่านั้นที่รู้ ว่าชิปในร่างกายในที่สุดก็เลิกร้อนเสียที
{ในที่สุดเพศเมียตัวน้อยก็มีความสุขแล้ว}
{หรือว่าตอนกินข้าววันนี้ จะไม่ห้ามเธอเรื่องกินไปเล่นไปดีนะ?}
{แต่ว่าการกินไปเล่นไป มันไม่ดีต่อสุขภาพของเพศเมียตัวน้อยนี่นา}
เจียงอีอี เกิดความกลัดกลุ้มแสนหวานขึ้นมาใน ‘ชิป’ อย่างหาได้ยาก
ลูกเสือน้อยก็ร้อง "เมี๊ยว" ออกมาเช่นกัน
"เจ้าตัวเล็กเอ๊ย เป็นลูกเสือแท้ ๆ ดันไปเลียนแบบเสียงร้องเมี๊ยว ๆ ของลูกแมวซะงั้น?" แถมยังเลียนแบบได้เหมือนซะจนหลอกเธอได้เนียนสนิทเลย
"เมี๊ยว~" ก็เค้าร้องแบบนี้นี่นา
"โอเค ๆ เมี๊ยวก็เมี๊ยวเถอะ ยังไงซะพอเธอโตขึ้นแล้วโดนลูกเสือตัวอื่นหัวเราะเยาะ ก็อย่ามาร้องไห้ขี้มูกโป่งก็แล้วกัน"
"เมี๊ยว~" เค้าไม่ร้องหรอกน่า
"ต่อไปเธอคือลูกสัตว์ ของโรงเรียนอนุบาลแสงตะวันของเราแล้วนะ จะเรียกแต่ลูกเสือน้อย ๆ ตลอดไม่ได้หรอก ต้องตั้งชื่อให้เธอซะหน่อยแล้ว"
"โฮก!" เอาฮะ อยากได้ชื่อ
"จะตั้งชื่อว่าอะไรดีน้า?"
"เมี๊ยว?" ชื่ออะไรเหยอ?
"ครูอีอี คุณก็ช่วยออกความเห็นหน่อยสิ"
อีอีเงียบกริบ ในชิปหน่วยความจำของเขาไม่ได้ติดตั้งโปรแกรมตั้งชื่อเอาไว้
"เจ้าตัวเล็ก งั้นเธอใช้นามสกุลเจียงตามฉันก็แล้วกันนะ" สีหน้าของเจียงอวี่ซีดูเบิกบาน
"ฉันชื่อเจียงอวี่ซี เขาชื่อเจียงอีอี แล้วเจ้าตัวเล็กอย่างเธออยากชื่ออะไรล่ะ?"
หุ่นยนต์อีอี ที่เพิ่งรู้เป็นครั้งแรก ว่าตัวเองก็มีนามสกุลด้วยถึงกับชะงักไป
"เจ้านาย... ผมนามสกุลเจียงเหรอครับ? ใช้นามสกุลเดียวกับคุณ?"
เจียงอวี่ซีประหลาดใจยิ่งกว่าเขาอีก "คุณเป็นหุ่นยนต์ของฉัน ไม่นามสกุลตามฉันแล้วจะให้นามสกุลตามใครล่ะ? หรือว่าคุณมีนามสกุลที่ชอบเป็นพิเศษอยู่แล้ว? ถ้ามีก็บอกได้นะ บ้านเราไม่ได้บังคับใจกันขนาดนั้น"
เจียงอีอี ตอบกลับด้วยความจริงจัง "ไม่ครับ การได้ใช้นามสกุลเดียวกับคุณ ถือเป็นเกียรติสูงสุดของผมครับ"
ชิปในส่วนหัวเริ่มร้อนขึ้นมานิด ๆ ไม่ใช่ร้อนแบบระบบจะรวน แต่เป็นความรู้สึกเหมือนมีกวางน้อย นับหมื่นตัวกำลังเต้นระบำอยู่บนชิป
ในโลกมนุษย์สัตว์ หากมนุษย์สัตว์เพศผู้แปลกหน้า ใช้นามสกุลตามเพศเมียคนใดคนหนึ่ง นั่นเท่ากับเป็นการประกาศว่า มนุษย์สัตว์เพศผู้นั้นได้กลายเป็นสามีของเพศเมียคนนั้นแล้ว
เขาเป็นหุ่นยนต์เพศผู้เชียวนะ!
เจียงอีอี เริ่มรู้สึกว่าลูกเสือตัวนี้ ก็ไม่ได้ดูน่าเกลียดขนาดนั้นแล้ว
"เจ้านายครับ พ่อแม่มักจะตั้งชื่อลูก โดยแฝงคำอวยพรและความคาดหวังเอาไว้เสมอครับ"
คำอวยพรและความคาดหวังงั้นเหรอ?
แพขนตายาวของเจียงอวี่ซีกะพริบถี่ ๆ
"ฉันอยากให้เธอสุขภาพแข็งแรง และปลอดภัยไปตลอดชีวิตนะ"
"เจ้าตัวเล็ก ต่อไปชื่อของเธอคือ เจียงโย่วอัน เข้าใจไหมจ๊ะ? ต้องตั้งใจกินข้าว ขยันฝึกฝน ไม่ให้เสียความคาดหวังของครูใหญ่ซีซีนะ ต้องเติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแรงและปลอดภัยล่ะ"
"เมี๊ยว~" ผมมีชื่อแล้ว!
ดวงตาของลูกเสือน้อยเป็นประกายวิบวับ อยากจะลองเรียกชื่อตัวเองดูเต็มแก่
"เจียงโย่วอัน!"
"เมี๊ยว!" ครับ!
"เด็กชายเจียงโย่วอัน!"
"เมี๊ยว!" ครับ!
"ใครคือเจียงโย่วอันเด็กดีของครูจ๊ะ?"
"เมี๊ยว ๆ!" ผมเองฮะ!
"แล้วอันอันคือใครเอ่ย?"
ลูกเสือน้อยเอียงคอคิดวินาทีหนึ่ง ก่อนจะร้อง "เมี๊ยว~" ออกมาอย่างมั่นใจ
ก็ผมอีกนั่นแหละ!
"ว้าว! เด็กดีเก่งที่สุดเลย ใช่แล้วจ้ะ เธอชื่อเจียงโย่วอัน ชื่อเล่นชื่ออันอันนะ!"
"อีอี เดี๋ยวพอกินข้าวเสร็จ ฉันรบกวนคุณช่วยร่างสัญญาให้ฉบับหนึ่งนะ มะรืนนี้ฉันต้องเอาไปส่งให้เจ้าผู้ครองดาวน่ะ"
"ยินดีรับใช้ครับเจ้านาย"
"ถ้าสัญญาผ่าน อันอันเด็กดีของพวกเรา ก็จะมีเพื่อนร่วมชั้นเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลยล่ะ"
"อู~" ดีฮะ อยากมีเพื่อนเยอะ ๆ
เจียงโย่วอัน ในตอนนี้ยังไม่เข้าใจความหมายแฝงของประโยคนี้เลย
กว่าจะถึงวันที่นักเรียนคนอื่น ๆ เข้ามาแย่งชิงความรักจากเพศเมียตัวน้อยสุดที่รักไปจากเขา เขาก็ได้แต่เสียใจภายหลังที่จำความไม่ได้
"คืนนี้ก็ไม่มีเวลาเล่นเน็ตอีกแล้วสิเนี่ย อ๊ะ จริงด้วย เมื่อวานยังมีข้อความหนึ่งที่ยังส่งไม่สำเร็จนี่นา"
พอนึกถึงจุดสีแดงแจ้งเตือนนั่น เจียงอวี่ซีก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ
จนกระทั่งเห็นจุดสีแดงหายไป คิ้วและดวงตาของเธอก็โค้งมนด้วยความพึงพอใจ
"อีอี อันอัน ไปทำกับข้าวกันเถอะ วันนี้ฉันจะเข้าครัวเองเลย!"
ณ กาแล็กซีอันไกลโพ้น
"ติ๊ด ติ๊ด เรียนคุณซีเหอฉางหลิว ครูใหญ่ซีซีส่งข้อความตอบกลับคุณแล้วค่ะ"
ชายหนุ่มที่มีรอยเลือดกระเซ็นติดอยู่บนใบหน้าเผยสีหน้าดีใจ เขารีบโยนมนุษย์สัตว์เพศผู้ ที่ถูกซ้อมจนน่วมในมือทิ้งไปทันที แล้วเปิดสตาร์แชตขึ้นมา
[ครูใหญ่ซีซี]: คนขายคนนั้นใจดีสุด ๆ ไปเลยนะคะ ไม่เพียงแต่จะขายอุปกรณ์ให้ฉันในราคาที่ถูกแสนถูก แต่ยังใจดีส่งฟรีให้อีกต่างหาก ถ้าไม่ได้เขาฉันก็คงอดเข้าร่วมการแข่งไลฟ์สดไปแล้ว ถ้ามีโอกาสฉันจะต้องไปขอบคุณเขาต่อหน้าให้ได้เลย!
ใบหน้าหล่อเหลาที่ดูโอหังของชายหนุ่มพลันแข็งค้างราวกับถูกฟ้าผ่า
เขาจ้องมองข้อความในเทอร์มินัล สลับกับมองมนุษย์สัตว์เพศผู้ที่ถูกเขาซ้อมจนไม่มีที่ว่างให้ช้ำแล้ว
หัวใจของเขาเหมือนจะหยุดเต้นไปชั่วขณะ
บอกตรง ๆ เลยนะ ตอนที่เขาก่อกบฏทรยศต่อสหพันธ์ดวงดาวในตอนนั้น หัวใจเขายังไม่เคยได้รับแรงกระแทกที่รุนแรงขนาดนี้มาก่อนเลย
(จบบท)