- หน้าแรก
- ทะลุมิติสู่ยุคดวงดาว สตรีมไลฟ์สอนลูกสัตว์บำเพ็ญเพียร
- บทที่ 40 ลูกเสือคนงาน
บทที่ 40 ลูกเสือคนงาน
บทที่ 40 ลูกเสือคนงาน
ฟังหุ่นยนต์อีอี ใช้คำพูดที่เรียบง่ายตรงไปตรงมาที่สุด และน้ำเสียงที่สงบที่สุด เอ่ยถึงประวัติความเป็นมาที่โคตรเจ๋งที่สุด
ผู้ชมทุกคนในห้องไลฟ์สด: ……
[ติดตั้งเครื่องแปลงพลังงานรุ่นใหม่ล่าสุด หมายความว่าสามารถเปลี่ยนทุกสิ่งที่มีพลังงานให้กลายเป็นพลังงานของตัวเองได้งั้นเหรอ? เทคโนโลยีนี้ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่แพร่หลายเลยนะ หุ่นเกราะรบที่ฉันเพิ่งซื้อมาใหม่ยังไม่มีฟังก์ชันนี้เลย!]
[โลหะตัวเครื่อง สามารถต้านทานการโจมตีของนักรบระดับสิบได้งั้นเหรอ? สมกับเป็นพี่น้องต่างพ่อต่างแม่ของ ‘ซีรีส์เทพสังหาร’ จริง ๆ]
[ขอแก้ข่าว เป็นพี่น้องต่างแม่แต่พ่อเดียวกันต่างหาก ‘ซีรีส์เทพสังหาร’ ก็ใช้ดีไซน์ของท่านฮิลเชอร์เหมือนกัน]
[อุปกรณ์สแกน ‘ซีรีส์ X’ นั่นมันอุปกรณ์มาตรฐาน ของยานรบขนาดใหญ่เลยนะ]
[ปืนใหญ่พลังงานทำลายล้าง ปืนอนุภาคต้นกำเนิดดาว... ‘ซีรีส์เทพสังหาร’ ยังไม่ได้ติดตั้งอาวุธเยอะขนาดนี้เลยนะ]
[อาวุธเย็นเพียงชิ้นเดียวก็ยังสร้างมาจากอุกกาบาตห้วงลึก มิน่าล่ะถึงได้สามารถฉีกร่างเผ่าพันธุ์เซิร์กได้ด้วยมือเปล่า แบบนี้ต่อให้เป็นเผ่าพันธุ์เซิร์กระดับสูงมาเจอ ก็ต้องมีหนังถลอกกันบ้างแหละ]
[มิน่าล่ะก่อนหน้านี้ลูกพี่ถึงบอกว่า หุ่นยนต์ซีรีส์รุ่งอรุณสามารถบดขยี้เพศผู้ระดับ B และฉีกร่างเผ่าพันธุ์เซิร์กได้ด้วยมือเปล่า นี่ถือว่าถ่อมตัวแล้วนะ]
……
[ความแข็งแกร่งระดับนี้ มันจะไล่เลี่ยกับนักรบระดับท็อปแล้วไม่ใช่เหรอ]
[หุ่นยนต์แบบนี้ ตกลงว่าใครเป็นคนครอบครองกันแน่เนี่ย?]
[เมนต์บน อย่างแรกเลยนะ นายต้องเป็นเพศเมียระดับ A ก่อน แล้วก็ต้องยื่นเรื่องขอผ่านช่องทางพิเศษ ของสมาคมนักชำระล้างพลังจิต ส่วนเรื่องเหรียญดาวน่ะ เป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยที่สุดแล้ว แน่นอนว่าก็ต้องจ่ายเป็นหน่วย ‘ร้อยล้าน’ อยู่ดี]
[ถึงจะบอกว่าความแข็งแกร่งสูสีกับหุ่นเกราะรบ ‘ซีรีส์เทพสังหาร’ ก็เถอะ แต่หุ่นเกราะรบยังต้องใช้พลังจิตในการขับเคลื่อนนะ ส่วนหุ่นยนต์ตัวนี้ไม่ต้องใช้ไง!]
[‘เทพสังหาร’ มีไว้ให้นักรบใช้ จำเป็นต้องมีสภาพร่างกายและพลังจิตที่แข็งแกร่ง ส่วน ‘รุ่งอรุณ’ มีไว้ให้เพศเมียตัวน้อยใช้ ไม่ได้มีข้อจำกัดเรื่องพละกำลังและพลังจิตเลยสักนิด]
[ที่แท้ เจ้านี่แหละคือตัวตนที่เทพที่สุดในห้องไลฟ์สด]
[คนที่เก่งกาจไม่ใช่เพศเมียตัวน้อยหรอกเหรอ? หุ่นยนต์จะล้ำหน้าจะดียังไง ก็มีไว้ปกป้องและดูแลเพศเมียตัวน้อยอยู่ดี]
[พอพูดถึงเรื่องดูแล เอาหุ่นยนต์ที่โคตรเจ๋งขนาดนี้ มาใช้เป็นหุ่นยนต์พี่เลี้ยงเนี่ยนะ? มิน่าล่ะถึงไม่มีรอยฟันบนตัวหุ่นยนต์เลย ก็เล่นมีพลังป้องกันระดับนี้ เผ่าพันธุ์เซิร์กระดับล่างมางับก็ฟันหัก เผ่าพันธุ์เซิร์กระดับกลางก็คงกัดเข้าแค่ผิวชั้นนอกล่ะมั้ง]
สำหรับข้อมูลและอุปกรณ์ของหุ่นยนต์ บรรดาผู้ปกครองแม้จะรู้สึกประหลาดใจ แต่ก็มองว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะถึงยังไงเธอก็เป็นขุนนางแห่งจักรวรรดิ การจะมีของดี ๆ ไว้ในครอบครองก็เป็นเรื่องธรรมดา
มีเพียงเจียงอวี่ซีเท่านั้นที่ตกตะลึงอย่างแท้จริง
ราวกับว่าเธอเพิ่งจะรู้จักครูอีอีเป็นวันแรก
ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างจ้องมองอีอีตาไม่กะพริบ ราวกับพยายามใช้สายตาค้นหาจุดที่อีอีแตกต่างจากหุ่นยนต์ตัวอื่น ๆ ให้ได้
ถ้าไม่ใช่เพราะยังมีผู้ปกครองอยู่ด้วยล่ะก็ เธอคงต้องลงมือตรวจสอบอย่างละเอียดไปแล้ว
[สีหน้าของเพศเมียตัวน้อย ทำไมถึงดูประหลาดใจยิ่งกว่าพวกเพศเมียพวกนั้นอีกเนี่ย]
[ความประหลาดใจของเธอสมจริงที่สุดเลย ต่อให้แสดงก็ยังทำไม่ได้ขนาดนี้]
[หุ่นยนต์พี่เลี้ยงตัวนี้ไม่ใช่ของเธอเหรอ? ทำไมเธอถึงไม่รู้จักหุ่นยนต์ของตัวเองเลยล่ะ?]
“ขอให้ผู้ปกครองทุกท่านวางใจครับ” ในที่สุด อีอีก็ยกมือขวาทาบไว้ที่อกซ้าย และโค้งทำความเคารพแบบขุนนาง
ใครบางคนที่อยู่หน้าอุปกรณ์เปิดดู : การทำความเคารพแบบขุนนางงั้นเหรอ? ‘รุ่งอรุณ’ ถึงกับมีโปรแกรมทำความเคารพแบบขุนนางด้วยเหรอเนี่ย? หรือว่าหุ่นยนต์ที่ฮิลเชอร์เป็นแกนนำในการวิจัยและพัฒนา จะต้องถูกออกแบบพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ตามความเคยชินของเขาด้วย?
ความแข็งแกร่งของหุ่นยนต์ ทำให้บรรดาผู้ปกครองเพศเมียยอมจำนน และตกลงที่จะปล่อยให้ลูกสัตว์เผ่าเสืออยู่ภายใต้ ‘การดูแล’ ของโรงเรียนอนุบาล
ถึงไม่เห็นด้วยก็ไม่มีประโยชน์ เพราะถึงยังไงระดับขุนนางของครูใหญ่ก็เทียบเท่ากับเจ้าผู้ครองดาว แถมครูใหญ่ยังขึ้นตรงต่อจักรวรรดิ ดาวท้องถิ่นไม่มีสิทธิ์ก้าวก่าย
พูดอีกอย่างก็คือ ขนาดเจ้าผู้ครองดาวยังไม่มีสิทธิ์เข้าไปก้าวก่าย แล้วพวกเธอที่ไม่เห็นด้วยจะไปทำอะไรได้
เมื่อเห็นว่าทุกคนถูกอีอีพูดจนยอมจำนน เจียงอวี่ซีก็เลิกคิดที่จะพิสูจน์ว่าตัวเองมีความสามารถพอ ที่จะรับมือกับลูกสัตว์เพศผู้ที่กำลังคลุ้มคลั่งได้
ขอเพียงผลลัพธ์ ออกมาเป็นไปตามที่เธอต้องการก็พอแล้ว
“ได้ยินหรือเปล่าจ๊ะ ลูกเสือน้อย ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป เธอคือคนงานฟรีของโรงเรียนอนุบาลแล้วนะ ต้องทำงานรับใช้ครูใหญ่ซีซีให้ดีล่ะ”
ลูกเสือน้อย ที่เข้าใจแล้วว่าตัวเองสามารถอยู่ที่นี่ต่อได้ พยักหน้าหงึก ๆ อย่างแรง พร้อมกับร้อง “โฮก โฮก” ออกมา
ลูกเสือน้อยน่ะดีใจแล้ว แต่น่าเสียดายที่ใครบางคนกำลังจะซวย
“ฟีล ลูกจบสิ้นแล้ว! ถึงกับกล้าทำเรื่องแบบนี้เชียวเรอะ!”
ฟีล ถูกผู้เป็นแม่บิดหูไปพลาง พยายามหลบหลีก ‘การเฆี่ยนตีด้วยความรัก’ จากแม่บังเกิดเกล้าไปพลาง
“ยังจะกล้าหลบอีกเหรอ? วิ่งออกไปเล่นที่เขตเมืองรอบนอก แล้วยังไปเจอสัตว์อสูรอีก เรื่องอันตรายขนาดนี้กลับมาแล้วก็ไม่ยอมบอกคนในครอบครัว ฉันว่าลูกชักจะขวัญกล้าเทียมฟ้าเกินไปแล้วนะ!”
“ลูกคอยดูเถอะ คืนนี้บรรดาพ่อ ๆ ของลูกจะอัดลูกยังไง ถึงตอนนั้นแม่จะไม่มีทางช่วยลูกเด็ดขาด”
พอเห็นชะตากรรมอัน ‘น่าเวทนา’ ของฟีล ก็ไม่มีใครสงสารเขาสักคน
พวกเขาถูกสั่งสอนกรอกหูมาตั้งแต่เด็ก ว่าห้ามออกไปจากเขตเมืองชั้นในเด็ดขาด
เพราะเขตเมืองรอบนอกนั้นอันตรายมาก อาจจะมีสัตว์อสูรดุร้ายวิ่งเข้ามาเมื่อไหร่ก็ได้ แถมยังมีมนุษย์สัตว์วัยผู้ใหญ่ที่พลังจิตพังทลายอีก
พวกลูกสัตว์ต้องอยู่ในเขตเมืองชั้นในถึงจะปลอดภัยที่สุด
เมื่อเทียบกับฟีลที่กำลังโดนตีแล้ว ตอนนี้พวกเขาสนใจเพื่อนใหม่ตัวน้อยที่เพิ่งมามากกว่า
[จึ๊ จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าลูกสัตว์เผ่าเสือตัวนี้ จะเจ้าเล่ห์ไปหน่อยหรือเปล่านะ]
[ลูกสัตว์เผ่าเสือ ก็เลยได้อยู่ต่อสำเร็จแบบนี้เลยเหรอ?]
[มีหุ่นยนต์ตัวนี้อยู่ จะมีอะไรที่รั้งไว้ไม่ได้ล่ะ คาดว่าลูกสัตว์เผ่าเสือยังไม่ทันได้คลุ้มคลั่ง แค่เริ่มมีอาการกำเริบ ก็คงถูกหุ่นยนต์ปราบพยศไปแล้วล่ะ]
[หุ่นยนต์อะไรกัน นั่นมันครูอีอีต่างหาก!]
[ใช่ ด้วยความแข็งแกร่งของครูอีอี ต่อให้มีลูกสัตว์ที่ป่วยเป็นโรคทางยีนสัก 10 ตัวก็ไม่ต้องกังวลหรอก]
“ลูกเสือน้อย นายอายุเท่าไหร่แล้วเหยอ”
“นายชื่ออายัยเหยอ ฉันชื่อไลโอ ปีนี้อายุ 4 ขวบแย้ว”
“นายกัดคนได้จิง ๆ เหยอ? นายลองกัดฉันดูหย่อยสิ?”
“นายหลอกกินของอร่อยจากครูใหญ่ซีซีไปเยอะมั้ย? เยอะมั่ก ๆ เยยมั้ย? ช่วยสอนฉันหย่อยได้มั้ยอะ”
“นายดูตัวเล็กนิดเดียวเอง ป่วยเป็นโรคทางยีนจิง ๆ เหยอ? ฉันรู้สึกว่าฉันงาบนายได้ในคำเดียวเยยนะ”
โรคทางยีนงั้นเหรอ?
เจียงอวี่ซี ค่อนข้างใส่ใจกับคำนี้
ฟังจากชื่อแล้ว เหมือนจะเป็นโรคร้ายแรงที่รักษาไม่หายยังไงยังงั้น
แต่เจ้าตัวเล็กนี่ก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่นา แค่การบำเพ็ญเพียร เกิดความผิดพลาดไปหน่อยเท่านั้นเอง
แต่เรื่องพวกนี้ ก็ไม่สะดวกที่จะพูดในห้องไลฟ์สด
“คุณแม่ของจู๋เซี่ย คุณแม่ของดอริส... ฉันมีเรื่องอยากจะสอบถามสักหน่อย พอดีว่ายังไม่ถึงเวลาเลิกเรียน พวกเราไปนั่งคุยกันที่ห้องพักครูข้าง ๆ นี้ดีไหมคะ?”
พูดจบ เธอก็วางลูกเสือน้อยลง และให้ครูอีอีช่วยดูแลพวกเขา
ก่อนจะพาบรรดาผู้ปกครองที่มี ‘ตำแหน่งและอำนาจสูง’ ไปพูดคุยกันในห้องพักครู
การไลฟ์สดยังคงดำเนินต่อไป ตอนนี้ตัวเอกของเรื่องคือลูกสัตว์ทั้งหลายกับครูอีอี
เฟรเดอริกจ้องมองหุ่นยนต์อีอี ปลายนิ้วเคาะโต๊ะราวกับกำลังครุ่นคิด
อุกกาบาตห้วงลึกงั้นเหรอ? หรือว่าจะเป็นล็อตที่เขาเอาออกมาจากรังของพวกสัตว์อสูรในตอนนั้น? สมกับเป็นเพศเมียตัวน้อย เธอมีวาสนาต่อเขาจริง ๆ ด้วย!
ไม่อย่างนั้นทำไมเขาถึงสามารถมองหาวิดีโอของเธอเจอได้ในแวบเดียวจากวิดีโอนับหมื่น แล้วเธอก็ยังไปกดไลก์คอมเมนต์ของเขาได้อย่างแม่นยำจากคอมเมนต์นับหมื่นอีกล่ะ
พอนึกถึงวิดีโอ เขาก็ตวัดสายตาไปมองนายทหารคนสนิททั้งสอง “คนที่ฉันสั่งให้พวกนายไปจับมาล่ะ? กล้าหลอกเพศเมียตัวน้อยของพวกเรา สงสัยจะอยากตายแล้วสินะ”
“จับตัวมาได้แล้วครับ แต่ไม่สะดวกที่จะพามาที่ฐานที่มั่น” คนที่ตอบคือนายทหารคนสนิทที่เพิ่งมาถึง หรือก็คือ ‘พ่อของลูกสัตว์’ ที่ชื่อ มู่จื่อฮวา
เฟรเดอริกแค่นยิ้มเหยียดหยามให้กับคนที่เอาแต่ตัวสูงใหญ่แต่ไม่มีสมอง “มีนายไว้ทำไมเนี่ย”
แบล็กหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย
การเป็นนายทหารคนสนิทของไอ้หมาเวรนี่มันช่างบั่นทอนอายุขัยจริง ๆ!
พอเห็นแบล็กโกรธแต่ไม่กล้าพูด เฟรเดอริกก็อารมณ์ดีขึ้นมาในที่สุด เขายืดเส้นยืดสายพลางบิดขี้เกียจ “งั้นฉันก็คงต้องไปเองสักรอบแล้วล่ะ เพราะถึงยังไงฉันก็รับปากเพศเมียตัวน้อยเอาไว้แล้ว ว่าจะไปแยกชิ้นส่วนมันด้วยตัวเอง” น้ำเสียงนั้นฟังดูเกียจคร้านทว่ามีเสน่ห์ดึงดูด
แบล็กแค่นหัวเราะเยาะอยู่ในใจ : รับปากบ้าบออะไรกันเล่า เพศเมียตัวน้อยเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแกเป็นใคร
(จบบท)