- หน้าแรก
- จอมเวท เริ่มต้นด้วยการกลืนกินค่าสถานะจากช่องสวมใส่อุปกรณ์
- บทที่ 10 กระแสน้ำดารา
บทที่ 10 กระแสน้ำดารา
บทที่ 10 กระแสน้ำดารา
บทที่ 10 กระแสน้ำดารา
สองวันต่อมา
ภายในบ้านเช่า
วิกเตอร์หลับตาลง เผชิญหน้ากับโต๊ะทำงานอันว่างเปล่า และเริ่มท่องจำหนังสือ "ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับวิทยาการอักขระโบราณ" ย้อนกลับตั้งแต่ประโยคสุดท้ายไปจนถึงประโยคแรก
เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับหนังสือเล่มก่อนอย่าง "ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับวิชาเล่นแร่แปรธาตุ" หนังสือเล่มนี้มีจำนวนตัวอักษรน้อยกว่ามาก—มีเพียงไม่กี่พันตัวอักษรเท่านั้น—ทว่าการบรรลุเงื่อนไขในการกลืนกินกลับมีความยากลำบากมากกว่าจริงๆ
สาเหตุหลักเป็นเพราะเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้มีความคลุมเครือและทำความเข้าใจได้ยาก ทั้งยังเต็มไปด้วยคำศัพท์เฉพาะทางที่ไม่ค่อยได้พบเห็นบ่อยนักมากมาย
แม้ว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากช่องใส่อุปกรณ์ ทำให้นิกเตอร์สามารถทำความเข้าใจข้อความได้อย่างแจ่มชัด ทว่าการจะท่องย้อนกลับได้อย่างลื่นไหลไร้รอยต่อก็ยังคงสูญเสียพละกำลังและสมาธิของเขาไปไม่น้อย... ทว่าโชคยังดีที่เช้านี้สภาพร่างกายและจิตใจของเขาอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก จึงสามารถท่องย้อนกลับได้สำเร็จรวดเดียวจบ
แผงหน้าจอตรงมุมสายตาของเขาพลันปรากฏขึ้น แจ้งเตือนข้อความโดยอัตโนมัติ
【บรรลุเงื่อนไขในการกลืนกินอุปกรณ์ 'ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับวิทยาการอักขระโบราณ' เรียบร้อยแล้ว คุณลักษณะจากอุปกรณ์ได้รับการกลืนกินสำเร็จถาวร】
จากนั้นแผงหน้าจอก็เริ่มทำการปรับปรุงข้อมูลใหม่
【ชื่อ: วิกเตอร์ เฟลโทร】
【อายุ: 17】
【สายเลือด: มนุษย์】
【ร่างกาย: 1.0】
【จิตวิญญาณ: 2.7】
【ทักษะ: วิธีการทำสมาธิรุ่งอรุณ {เบื้องต้น 78/100}, หัตถ์แห่งมาเลนส์ {เบื้องต้น 98/100}, วิชาโล่โลหิต {เบื้องต้น 12/100}, แรงกระแทกพลังงานเวท {เบื้องต้น 17/100}】
【วิทยาการ: การปรุงยาขั้นพื้นฐาน {เบื้องต้น}, วิชาเล่นแร่แปรธาตุขั้นพื้นฐาน {เชี่ยวชาญ}, วิทยาการอักขระโบราณ {เบื้องต้น}】
【ช่องใส่อุปกรณ์ {1 / 1}: ไม่มี】
【คุณลักษณะที่เปิดใช้งาน: ไม่มี】
【คุณลักษณะที่กลืนกิน: วิชาเยียวยาลมหายใจ ระดับ 1, อัจฉริยะแห่งการเล่นแร่แปรธาตุ ระดับ 1, ปรมาจารย์อักขระ ระดับ 1】
...
"ในที่สุด ข้าก็กลืนกินคุณลักษณะนี้ได้สำเร็จอีกชิ้นแล้ว..."
เมื่อเห็นว่าช่องใส่อุปกรณ์กลับมาว่างเปล่าอีกครั้ง วิกเตอร์ก็อารมณ์ดีเป็นอย่างยิ่ง
เพราะนั่นหมายความว่าเขาสามารถติดตั้งสิ่งของชิ้นอื่นที่จะช่วยให้เขาพัฒนาขึ้นได้อีกครั้ง... ส่วนเรื่องที่ว่าจะเลือกติดตั้งสิ่งใดในครั้งนี้ วิกเตอร์ย่อมวางแผนการไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้วตลอดช่วงสองสามวันที่ผ่านมา
เขาขยับตัวลุกขึ้นยืน หยิบหินมานาที่มีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ดีชิ้นหนึ่งออกมาจากถุงผ้าตรงเอว และนำมาวางไว้ตรงหน้าสายตา
ในวินาทีต่อมา ข้อมูลบนแผงหน้าจอก็ช่วยยืนยันผลลัพธ์ของหินมานาชิ้นนี้
【ตรวจพบอุปกรณ์ที่สามารถติดตั้งได้: หินพลังงานเวทมนตร์】
【คุณลักษณะที่จะได้รับหลังจากติดตั้ง: การกลั่นกรองพลังงานเวท ระดับ 1 ——— เพิ่มขีดจำกัดสูงสุดของพลังเวทมนตร์สำรอง 50%, เพิ่มประสิทธิภาพในการกลั่นกรองพลังเวทมนตร์ 50%】
【เงื่อนไขที่จำเป็นในการกลืนกินอุปกรณ์: เพิ่มระดับความชำนาญของวิธีการทำสมาธิแขนงใดแขนงหนึ่งให้ถึงระดับ 'เชี่ยวชาญ'】
【ท่านเลือกที่จะติดตั้งหรือไม่?】
วิกเตอร์เลือกติดตั้งในทันที เหลือบมองเงื่อนไขการกลืนกินของหินมานาชิ้นนี้ และเปิดดูหน้าต่างรายละเอียดในส่วนของทักษะบนแผงหน้าจอ
【วิธีการทำสมาธิรุ่งอรุณ {เบื้องต้น 78/100}, หัตถ์แห่งมาเลนส์ {เบื้องต้น 98/100}, วิชาโล่โลหิต {เบื้องต้น 12/100}, แรงกระแทกพลังงานเวท {เบื้องต้น 17/100}】
"ต้องการค่าความชำนาญอีกเพียง 22 คะแนน วิธีการทำสมาธิรุ่งอรุณของข้าก็จะสามารถก้าวขึ้นสู่ระดับเชี่ยวชาญได้แล้ว ต่อให้ความก้าวหน้าในการฝึกฝนวิธีการทำสมาธิจะถูกจำกัดด้วยระยะเวลาในการทำสมาธิก็ตาม อย่างน้อยที่สุดข้าก็สามารถบรรลุเป้าหมายนี้ได้ภายในเวลาสองวัน"
"กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ อย่างมากที่สุดภายในเวลาสามวัน ข้าก็จะสามารถเคลียร์ช่องใส่อุปกรณ์ให้กลับมาว่างได้อีกครั้ง"
วิกเตอร์เอื้อมมือไปลูบแก้มของตนเองเบาๆ พลางขมวดคิ้วครุ่นคิด
"ทว่าหลังจากกลืนกินหินพลังงานเวทมนตร์เสร็จสิ้นแล้ว ข้าจะไม่มีตัวเลือกสิ่งของที่จะนำมาติดตั้งเหลืออยู่เลย"
"เป็นเพราะข้าไม่สามารถมองเห็นแผงหน้าจอของสิ่งของที่ไม่ใช่ของข้าได้ ข้าจึงไม่สามารถค้นหาสิ่งของทีเหมาะสมได้ด้วยการไล่ตรวจสอบพวกมันทีละชิ้น"
"ความจริงแล้วข้าจำเป็นต้องมีแหล่งที่มาที่มั่นคงในการเสาะหาสิ่งของพิเศษ ข้าอาจจะเลือกวิธีซื้อหาพวกมันมา... ทว่าในกรณีนั้น หินมานาในมือของข้าในเวลานี้ ย่อมไม่มีทางเพียงพออย่างแน่นอน"
"แต่ทางที่ดีที่สุดคือไม่ควรปล่อยให้ช่องใส่อุปกรณ์เกิดช่วงเวลาว่างเว้น... ดูท่าข้าจำเป็นต้องคิดหาหนทางเสียแล้ว"
วิกเตอร์ปิดแผงหน้าจอตรงหน้าลง
เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอันสดใสภายนอกหน้าต่าง จากนั้นจึงจัดแจงเสื้อผ้าเตรียมตัวเดินทางไปทำงานที่สถาบันในวันนี้
ทว่ายามที่ก้าวเท้าเดินลงสู่ท้องถนน เขา สังเกตเห็นว่าบรรยากาศภายในเมืองรุ่งอรุณทั้งหมดในวันนี้ดูมีความแตกต่างไปจากปกติอยู่บ้าง
จำนวนของพ่อมดบนท้องถนนเพิ่มมากขึ้นอย่างเด่นชัด พวกเขาเดินตัดผ่านหน้าเขาไปด้วยย่างก้าวอันเร่งรีบ สีหน้าท่าทางของแต่ละคนแฝงไปด้วยประกายความตื่นเต้นจางๆ จำนวนของลูกค้าภายในร้านค้าตามสองข้างทางของถนนก็เพิ่มมากขึ้นอย่างมหาศาลเช่นกัน และกิจการของร้านค้าทุกแห่งต่างพากันรุ่งเรืองเฟื่องฟูเป็นพิเศษ
แม้กระทั่งแผงลอยริมทางที่ปกติแล้วจะมีลูกค้าประปราย ในเวลานี้กลับเนืองแน่นไปด้วยผู้คน ซึ่งมีความแตกต่างจากยามปกติราวพลิกฝ่ามือ
ความผิดปกติสารพัดเหล่านี้ บ่งชี้ว่าต้องมีเหตุการณ์ใหญ่บางอย่างเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
"แต่ดูเหมือนว่าจะมีเพียงร้านขายน้ำยาเวทมนตร์และร้านขายอุปกรณ์เท่านั้นที่กิจการดีเป็นพิเศษ... หรือว่ามีเรื่องยุ่งยากอะไรเกิดขึ้นงั้นรึ?"
วิกเตอร์สังเกตเห็นรายละเอียดบางประการเช่นกัน ไม่ใช่ว่าร้านค้าทุกแห่งจะกิจการรุ่งเรืองเฟื่องฟูไปเสียหมด ร้านค้าบางแห่งยังคงรักษาระดับความคึกคักได้เท่าเดิมตามปกติ และที่กิจการดีขึ้นมาเล็กน้อยก็เป็นเพียงเพราะมีจำนวนผู้คนสัญจรไปมามากเกินไปเท่านั้น
เขาครุ่นคิดอยู่ภายในใจ พลางเร่งฝีเท้าก้าวเข้าสู่สถาบันให้เร็วยิ่งขึ้น
ทว่ากลับพบว่าแม้กระทั่งภายในสถาบันก็ยังมีความคึกคักและมีชีวิตชีวามากกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด บรรดาศิษย์ฝึกหัดต่างพากันเดินมุ่งหน้าไปทางหอดาราอย่างไม่ขาดสาย
ความจริงแล้ววิกเตอร์มีความตั้งใจจะเดินทางไปตรวจสอบสถานการณ์ดูเช่นกัน ทว่าหลังจากขบคิดดูแล้ว เขาตัดสินใจมุ่งหน้าไปยังอาคารทดลองก่อนจะดีกว่า
และข้อเท็จจริงก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าความคิดนี้ของเขาถูกต้อง
นีน่าไม่ได้ดูได้รับผลกระทบเหมือนอย่างศิษย์ฝึกหัดส่วนใหญ่ ยามที่เห็นวิกเตอร์เดินเข้ามา นางเพียงแค่เอ่ยทักทายเขาตามปกติเท่านั้น
วิกเตอร์เป็นคนตรงไปตรงมา เขาเดินเข้าไปหาแล้วเอ่ยถามทันที
"นีน่า ข้ามีเรื่องบางอย่างอยากจะสอบถามท่านหน่อยครับ"
นีน่ากำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเก้าอี้ด้วยท่าทางเกียจคร้าน ยามที่ได้ยินเสียงของวิกเตอร์ นางไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองด้วยซ้ำ
"เรื่องอะไรล่ะ?"
วิกเตอร์เอ่ยปากว่า
"ในระหว่างที่ข้าเดินทางมาที่นี่เมื่อครู่ ข้าสังเกตเห็นว่ามีพ่อมดเดินอยู่บนท้องถนนมากมายผิดปกติ และร้านค้าหลายแห่งก็มีความคึกคัก กิจการดีมากเลยทีเดียว... แม้กระทั่งภายในสถาบัน จำนวนของศิษย์ฝึกหัดที่ไม่ชอบก้าวเท้าออกจากห้องในวันธรรมดาก็ยังเพิ่มมากขึ้น มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นอย่างนั้นหรือครับ?"
นีน่าชะงักไปเล็กน้อยกับคำถามนี้อย่างเห็นได้ชัด จากนั้นจึงวางหนังสือในมือลงและพลิกดูบันทึกระยะเวลาบนโต๊ะทำงานของนาง ประกายความเข้าใจพลันแล่นผ่านดวงตาของนาง
"อ้อ~~ ที่แท้ก็เรื่องนี้นี่เอง"
วิกเตอร์มองตรงไปยังนางด้วยความพูดไม่ออก
นีน่ายิ้มบางๆ ไม่ได้มีความขัดเขินแต่อย่างใด โยนหนังสือลงบนโต๊ะ ขยับตัวลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยว่า
"เจ้าเป็นศิษย์ฝึกหัดหน้าใหม่ จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะยังไม่รู้เรื่องนี้"
"เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปตลอดช่วงสามเดือนข้างหน้า น่าจะเป็นช่วงเวลาของกระแสน้ำดาราที่จะเกิดขึ้นครั้งหนึ่งในทุกๆ สามปีน่ะ"
"เจ้าคงยังไม่รู้ใช่ไหมว่ากระแสน้ำดาราคือสิ่งใด?"
"หากกล่าวอย่างง่ายๆ มันคือการทำงานตามกฎเกณฑ์ธรรมชาติรูปแบบหนึ่งของมิติดารา เหมือนกับการที่ดวงตะวันย่อมต้องอุทัยขึ้นในยามเช้าและอัสดงลงในยามเย็นนั่นแหละ ในทุกๆ สามปี กระแสน้ำดาราก็จะปรากฏขึ้นภายในมิติดารา"
วิกเตอร์ส่งสัญญาณว่าตนเองสามารถทำความเข้าใจได้
"แล้วผลกระทบเฉพาะเจาะจงของกระแสน้ำดารานี้คืออะไรหรือครับ? มันจะส่งผลกระทบต่อพวกเราไหม?"
นีน่าส่ายหน้าปฏิเสธ
"ไม่ใช่หรอก กระแสน้ำดาราไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตัวพ่อมดโดยตรง สิ่งทีมันส่งผลกระทบคือเรื่องของกฎเกณฑ์ดาราต่างหาก"
"เจ้าสามารถทำความเข้าใจง่ายๆ ว่า กระแสน้ำดาราจะทำให้กฎเกณฑ์ดาราที่เดิมทีมีความแน่นหนามั่นคงแปรเปลี่ยนเป็นสิ่งทีสามารถทะลวงผ่านได้ง่ายดายเป็นอย่างยิ่ง วิชาเวทมนตร์สายมิติที่ปกติแล้วมีความยากในการร่าย ก็จะสามารถร่ายออกมาได้ง่ายดายยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน"
"ทว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่จุดสำคัญที่สุดหรอกนะ"
"จุดสำคัญที่สุดก็คือ ในระหว่างช่วงเวลาของกระแสน้ำดารา ทางสถาบันจะสามารถใช้ความช่วยเหลือจากหอดาราเพื่อทำการตรวจจับและค้นหาวัสดุดาราอันล้ำค่า รวมถึงมิติดาราขนาดเล็กที่ถูกพ่นออกมาจากกระแสน้ำดาราได้"
"และพ่อมดส่วนใหญ่ที่เจ้าพบเห็นเหล่านั้นก็น่าจะกำลังจัดเตรียมข้าวของเพื่อเดินทางไปเสาะสำรวจภายในมิติดาราเหล่านั้นเพื่อเสี่ยงโชคดูสักตั้งนั่นแหละ"
"และหากไม่มีอะไรผิดพลาด อีกไม่นานเจ้าก็น่าจะได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับพ่อมดบางคนที่โชคดีพอจะไปเก็บเกี่ยวพบเจอสมบัติล้ำค่าที่มีมูลค่ามหาศาลภายในมิติดารา แล้วพลิกชีวิตก้าวหน้าประสบความสำเร็จนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นไป..."