บทที่ 3 นีน่า
บทที่ 3 นีน่า
บทที่ 3 นีน่า
พื้นที่ของสถาบันรุ่งอรุณนั้นกว้างใหญ่ไพศาลเป็นอย่างยิ่ง
ถึงกับมีคนเคยกล่าวล้อเลียนไว้ว่า แทนที่จะบอกว่าสถาบันตั้งอยู่ภายในเมืองรุ่งอรุณ ควรจะกล่าวว่าเมืองรุ่งอรุณตั้งอยู่ภายในสถาบันเสียมากกว่า
วิกเตอร์เห็นพ้องกับคำกล่าวนี้อย่างลึกซึ้ง เพราะเขาใช้เวลาเดินจากบ้านมาถึงทางเข้าสถาบันเพียงสิบนาทีเท่านั้น ทว่ากลับต้องใช้เวลาเดินจากประตูสถาบันไปยังอาคารทดลองของอาจารย์แมนัสมากกว่าสิบห้านาที
เนื่องจากศิษย์ฝึกหัดพ่อมดไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ยานพาหนะใดๆ ภายในสถาบัน เรื่องนี้จึงทำให้ร่างกายที่ยังคงอ่อนแอของเขาในเวลานี้รู้สึกปวดหัวอยู่ไม่น้อย
ทว่าโชคยังดีที่จุดหมายปลายทางไม่ได้ไกลเกินเอื้อม เขาพยายามกัดฟันเดินจนกระทั่งมาถึงอาคารทดลองของอาจารย์แมนัสได้สำเร็จ
บริเวณหน้าทางเข้าอาคารทดลองมีโกเลมเล่นแร่แปรธาตุสวมชุดเกราะร่างสูงใหญ่กว่าสองเมตรตนหนึ่งยืนตระหง่านอยู่
ทันทีที่วิกเตอร์ก้าวเข้าไปใกล้ ดวงตาของโกเลมเล่นแร่แปรธาตุพลันเปล่งแสงสีน้ำเงิน จากนั้นมันก็ก้าวเท้าออกมาขวางทางเข้าไว้
"ห้ามผู้ไม่ได้รับอนุญาตเข้าไปภายใน!"
เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันทรงพลังจากโกเลมเล่นแร่แปรธาตุตรงหน้า วิกเตอร์อดไม่ได้ที่จะกลั้นหายใจไปชั่วขณะ ทว่าเขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกและเอ่ยปากขึ้น
"ข้าชื่อวิกเตอร์ ข้ามาที่นี่ตามความต้องการของอาจารย์แมนัส"
โกเลมเล่นแร่แปรธาตุโน้มศีรษะลงเล็กน้อย แสงในดวงตาของมันสว่างวาบยิ่งขึ้น
หลังจากผ่านไปประมาณสามถึงสี่วินาที โกเลมเล่นแร่แปรธาตุคล้ายกับได้รับคำยืนยันเรียบร้อย มันจึงก้าวถอยเปิดทางให้บริเวณหน้าประตูอาคารทดลอง
"ยืนยันสิทธิ์อนุญาต ศิษย์ฝึกหัดพ่อมดวิกเตอร์!"
"ท่านสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระภายในพื้นที่ชั้นหนึ่ง ทว่าโปรดอย่าขึ้นไปยังชั้นอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต!"
หลังจากเอ่ยคำนั้น โกเลมเล่นแร่แปรธาตุก็เดินกลับไปยืดตัวตรงอยู่ที่ด้านข้าง และกลับคืนสู่ท่าทางอันนิ่งสงบราวกับรูปปั้นอีกครั้ง
ประตูที่เคยปิดสนิทก่อนหน้านี้บัดนี้ได้เปิดออกแล้ว วิกเตอร์ปรับอารมณ์ของตนเองก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปข้างใน
ครั้งล่าสุดที่เขามายังสถาบันแห่งนี้คือตอนที่เข้ารับการทดสอบคัดเลือกเข้าเรียน และในตอนนั้นเขาได้พูดคุยกับอาจารย์แมนัสเพียงไม่กี่ประโยคสั้นๆ ดังนั้นวิกเตอร์จึงไม่เคยมาที่ห้องปฏิบัติการของอาจารย์มาก่อนเลย เมื่อมาถึงในครั้งนี้ ความรู้สึกแรกของวิกเตอร์ก็คือ—แทนที่จะบอกว่าที่นี่เป็นห้องปฏิบัติการ ควรจะบอกว่าที่นี่เหมือนกับโรงงานสายการผลิตเสียมากกว่า!
ภายในอาคารทดลองกว้างขวางมากทว่าค่อนข้างโล่งตา
มีเพียงสายการผลิตสองสายที่เด่นสะดุดตาเป็นอย่างมาก กำลังทำการผลิตสิ่งของต่างๆ อย่างเชื่องช้าทว่ามีระเบียบแบบแผน
ที่ด้านข้างของสายการผลิตทั้งสองฝั่งมีโกเลมเล่นแร่แปรธาตุกำลังทำงานอยู่ ทว่าโกเลมเหล่านี้มีความแตกต่างจากโกเลมร่างยักษ์ที่อยู่ตรงประตูทางเข้า พวกมันไม่ได้สวมชุดเกราะหรือถืออาวุธใดๆ แต่กลับมีรูปร่างอ้อนแอ้นเพรียวบางราวกับสตรี และมีแขนกลที่มีกลไกการทำงานสี่รูปแบบแตกต่างกัน คอยทำงานกับสิ่งของบนสายการผลิตอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
และเมื่อกวาดสายตามองดู... สิ่งที่สายการผลิตทั้งสองนี้กำลังผลิตอยู่ ดูเหมือนจะเป็นโกเลมเล่นแร่แปรธาตุในรูปแบบอื่นเช่นกันงั้นรึ?
"เจ้าคือวิกเตอร์ใช่หรือไม่?"
ขณะที่วิกเตอร์กำลังสังเกตการณ์ด้วยความฉงนใจ เสียงหนึ่งก็พลันดังขัดจังหวะขึ้น
วิกเตอร์หันหน้าไปตามเสียงและพบกับศิษย์ฝึกหัดพ่อมดสตรีร่างสูงผู้หนึ่ง นางสวมชุดคลุมศิษย์ฝึกหัดสีเทาและกำลังเดินออกมาจากมุมหนึ่งของอาคารทดลอง
"ใช่ครับ ข้าเอง แล้วท่านคือ..."
"ข้าชื่อนีน่า"
ศิษย์ฝึกหัดสตรีผู้นี้ดูท่าทางเป็นคนอัธยาศัยดี
เมื่อได้ยินคำถามของวิกเตอร์ นางก็เผยรอยยิ้มบางๆ และแนะนำตนเอง
"ข้าก็เป็นศิษย์ฝึกหัดติดตามของอาจารย์แมนัสเช่นเดียวกับเจ้า เพียงแต่ข้าเข้าเรียนก่อนเจ้ามานานพอสมควร"
วิกเตอร์ชะงักไปเล็กน้อย
"ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่าท่าน..."
นีน่าเข้าใจความหมายของเขาจึงพยักหน้ารับ
"ถูกต้อง ตอนนี้ข้าเป็นศิษย์ฝึกหัดพ่อมดระดับสูงแล้ว"
"ดังนั้น หากไม่มีอะไรผิดพลาด ช่วงระยะเวลาต่อจากนี้ข้าจำเป็นต้องเตรียมตัวสำหรับการเลื่อนขั้นสู่การเป็นพ่อมดอย่างเป็นทางการ นี่จึงเป็นเหตุผลที่อาจารย์แมนัสรับเจ้าเข้ามาเป็นศิษย์ฝึกหัดติดตามคนใหม่... อะไรกัน? อาจารย์ไม่ได้บอกเจ้าหรอกรึ?"
"อีกอย่าง ไม่จำเป็นต้องใช้คำยกย่องกับข้าหรอก พวกเราต่างก็เป็นศิษย์ของอาจารย์เหมือนกัน เจ้าสามารถเรียกชื่อข้าตรงๆ หรือจะเรียกว่าศิษย์พี่หญิงก็ได้"
วิกเตอร์ส่ายหน้า รู้สึกมืดแปดด้านเล็กน้อย
"ขออภัยครับ... ศิษย์พี่หญิง"
"ข้าได้พบกับอาจารย์เพียงแค่ตอนที่เข้าเรียนเท่านั้น และตกลงที่จะมาเป็นศิษย์ฝึกหัดติดตามของท่าน แต่อาจารย์ไม่ได้บอกเล่าสิ่งใดให้ข้าฟังเลย"
นีน่าไม่ได้รู้สึกแปลกใจ
"อ้อ~~ ข้าเข้าใจแล้ว"
"ไม่เป็นไรหรอก อาจารย์เป็นคนอัธยาศัยดี นอกเหนือจากเรื่องที่ค่อนข้างจริงจังแล้ว ท่านก็ไม่ใช่คนที่เข้าหาได้ยากแต่อย่างใด"
วิกเตอร์พยักหน้ารับ จากนั้นจึงลองเอ่ยถามเพื่อหยั่งเชิง
"ถ้าอย่างนั้น... ศิษย์พี่หญิง ที่ท่านกล่าวเมื่อครู่... อาจารย์รับข้าเข้ามาเพียงเพราะท่านกำลังเตรียมตัวเลื่อนขั้นเป็นพ่อมดอย่างเป็นทางการ..."
"ดูท่าเจ้าจะไม่รู้อะไรเลยจริงๆ สินะ"
นีน่ายิ้มออกมาเมื่อได้ยินเช่นนั้น จากนั้นจึงชูนิ้วขึ้นชี้ไปยังสายการผลิตสองสายที่กำลังทำงานอยู่ตรงโน้น "เจ้าเห็นสายการผลิตตรงนั้นใช่ไหม?"
"เห็นครับ"
"สิ่งเหล่านั้นแท้จริงแล้วคือธุรกิจของอาจารย์ โดยเป็นการร่วมมือกับทางสถาบัน เพื่อเชี่ยวชาญในการผลิตโกเลมเล่นแร่แปรธาตุแบบสั่งทำพิเศษ นำไปจำหน่ายให้แก่อาณาจักรของมนุษย์ปุถุชนที่อยู่ด้านล่างหรือสมาคมการค้าต่างๆ สิ่งนี้ถือเป็นแหล่งเงินทุนที่สำคัญของอาจารย์เลยทีเดียว"
"ทว่าในฐานะพ่อมดอย่างเป็นทางการ นอกเหนือจากการวิจัยและการศึกษาของตนเองแล้ว ในบางครั้งอาจารย์ยังต้องทำภารกิจที่ทางสถาบันมอบหมายให้สำเร็จอีกด้วย แต่สายการผลิตโกเลมเล่นแร่แปรธาตุทั้งสองสายนี้มักจะมีปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งคอยรบกวนเวลาการทำงานของอาจารย์เอง"
"ดังนั้น..." นีน่าชี้มาที่ตัวเองแล้วชี้ไปที่วิกเตอร์ "นี่จึงเป็นเหตุผลที่มีศิษย์ฝึกหัดติดตามอย่างข้าและเจ้าคอยช่วยงานอย่างไรเล่า"
"ข้าเข้าใจแล้ว..."
วิกเตอร์พลันหูตาสว่างขึ้นมาทันที
เขานึกสงสัยมาตลอดว่า แม้พรสวรรค์ของเขาจะจัดว่าดี ทว่าศิษย์ฝึกหัดที่สามารถเข้ามาในสถาบันรุ่งอรุณได้ล้วนผ่านการคัดเลือกมาแล้วทั้งสิ้น และเขาก็ไม่ได้โดดเด่นเป็นหนึ่งไม่มีสอง แล้วเหตุใดพ่อมดอย่างเป็นทางการถึงได้ให้ความสนใจในตัวเขา?
ตอนนี้ดูเหมือนว่า... ระดับพรสวรรค์ของเขาไม่ได้มีความสำคัญเลยแม้แต่น้อย
เพราะอาจารย์แมนัสผู้นี้เพียงแค่ต้องการหา 'คนงานรับใช้' มาทำงานเท่านั้น... และตัวเขาบังเอิญผ่านมาให้พบเจอและเห็นว่าพอจะใช้สอยได้ก็เท่านั้นเอง
"ในเมื่อเจ้าเข้าใจแล้ว บทบาทของศิษย์ฝึกหัดติดตามอย่างพวกเราก็คือการช่วยอาจารย์จัดการดูแลเรื่องราวเกี่ยวกับสายการผลิตโกเลมเล่นแร่แปรธาตุนี้"
เมื่อเห็นว่าวิกเตอร์มีความเข้าใจเป็นอย่างดีและไม่ได้มีท่าทีต่อต้าน นีน่าจึงมีท่าทีที่ผ่อนคลายลงมากขึ้น หลังจากดึงดูดความสนใจของวิกเตอร์ได้แล้ว นางจึงกล่าวเสริมต่อไปอีก
"แน่นอนว่าหากเจ้าพบเจออุปสรรคที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ก็แค่อัญเชิญติดต่ออาจารย์... ทว่าหากเป็นไปได้ ก็พยายามอย่าไปรบกวนอาจารย์จะดีกว่า เพราะเป้าหมายแรกเริ่มของท่านคือการแบ่งเบาภาระของตนเอง หากรับศิษย์ฝึกหัดติดตามมาแล้วทว่ายังมีเรื่องปวดหัวเกิดขึ้นมากมาย..."
นีน่ายิ้มบางๆ และไม่ได้กล่าวต่อ วิกเตอร์เข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่เนืองๆ ในคำพูดนั้นดี จึงพยักหน้ารับเล็กน้อย
"เรื่องนั้นย่อมเป็นธรรมดาอยู่แล้วครับ..."
ไม่มีเจ้านายคนไหนชอบลูกน้องที่คอยสร้างปัญหาให้ทุกวี่ทุกวันหรอก เขาไม่ใช่เด็กอมมือ ก่อนจะมาเกิดใหม่เขาเคยเป็นคนทำงานหาเช้ากินค่ำมานานกว่าสิบปี ดังนั้นเขาจึงยอมรับเรื่องจุกจิกเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย โดยไม่มีความทะนงตนหรือความต่อต้านตามสัญชาตญาณในฐานะที่เป็นนายน้อยของรัฐเฟลโทรในชีวิตนี้เลยแม้แต่น้อย
"เจ้าเป็นคนฉลาดและมีความคิดเป็นผู้ใหญ่กว่าพวกคนทึ่มบางคนเสียอีก ดูท่าอาจารย์จะเลือกคนไม่ผิดจริงๆ"
แท้จริงแล้วนีน่าคอยสังเกตทุกย่างก้าวของวิกเตอร์อยู่ตลอดเวลา แม้ว่าเขาจะเป็นคนที่อาจารย์แมนัสเลือกมา ทว่าอย่างไรเสียเขาก็คือผู้ที่จะมาสืบทอดงานต่อจากนาง และหากเขาไม่สามารถรับมือกับงานนี้ได้ นางย่อมมีสิทธิ์ที่จะคัดค้านได้เช่นกัน
แต่ในเวลานี้ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะค่อนข้างดี หลังจากที่นางกล่าวถึงเรื่องยุ่งยากที่ศิษย์ฝึกหัดติดตามต้องเผชิญเสร็จสิ้นแล้ว นางก็ไม่รังเกียจที่จะบอกเล่าถึงสิ่งดีๆ ที่จะได้รับ
"นอกจากนี้ เกี่ยวกับเรื่อง 'ค่าตอบแทน' ของพวกเรา"
วิกเตอร์อดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมองนางด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย ตอนแรกเขาคิดว่าการมาอยู่ที่นี่คงเหมือนกับการเป็นนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ที่ต้องทำงานหนักราวงัวราวควายให้อาจารย์เสียอีก คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีเงินเดือนให้ด้วย... พ่อมดเป็นคนมีคุณธรรมขนาดนี้เชียวรึ?
นีน่าเห็นสีหน้าประหลาดใจของเขาแต่ไม่ได้หยุดลง พลางกล่าวต่อไป
"ค่าตอบแทนขั้นต่ำคือหนึ่งหินมานาต่อวัน หากเจ้าพบเจอปัญหาในสายการผลิตและสามารถแก้ไขได้สำเร็จ ก็จะได้รับรางวัลเพิ่มเติมอีกห้าถึงสิบหินมานา"
"นอกเหนือจากนั้น การเรียนรู้คาถาจากอาจารย์และการแลกเปลี่ยนทรัพยากรต่างๆ ล้วนสามารถทำได้โดยใช้หินมานาเพียงครึ่งราคาเท่านั้น"
"ยิ่งไปกว่านั้น อาจารย์จะมอบคะแนนสะสมของสถาบันให้เป็นรางวัลตามความก้าวหน้าของระดับความแข็งแกร่งของพวกเราอีกด้วย..."
"สรุปก็คือ ผลประโยชน์ที่อาจารย์มอบให้พวกเรานั้นค่อนข้างดีมาก แม้ว่าสิ่งทีต้องแลกมาคือการที่พวกเราต้องปักหลักอยู่ที่นี่บ่อยครั้ง ทว่าในแง่ของการเสาะหาทรัพยากรแล้ว มันง่ายดายกว่าศิษย์ฝึกหัดทั่วไปมากนัก..." นีน่าหยุดนิ่งไปวินาทีหนึ่ง จากนั้นจึงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของวิกเตอร์
"และนี่ก็เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ข้าสามารถก้าวขึ้นเป็นศิษย์ฝึกหัดพ่อมดระดับสูงได้โดยใช้เวลาไม่ถึงสิบปีอย่างไรเล่า"