- หน้าแรก
- ลูกเกิดใหม่ทั้งที พ่อคนนี้ขอเป็นเศรษฐีละกัน
- บทที่ 40: เครื่องเล่น MP3
บทที่ 40: เครื่องเล่น MP3
บทที่ 40: เครื่องเล่น MP3
บทที่ 40: เครื่องเล่น MP3
พอมีเงินในมือ หลี่เจ๋อก็สั่งให้หลินเยว่เดินหน้าขยายสาขาร้านเน็ต 'League of Legends' ไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ต่อทันที ถึงแม้ว่าหลังจากเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของปี 2000 ร้านเน็ตในแต่ละพื้นที่จะผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด การแข่งขันก็เริ่มดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้ค่าบริการเล่นเน็ตในปัจจุบันลดลงมาเหลือชั่วโมงละ 3 ถึง 3.5 หยวนแล้วก็ตาม แต่ทว่า ร้านเน็ตกว่ายี่สิบสาขาของหลี่เจ๋อ ก็ยังคงสามารถทำกำไรสุทธิให้เขาได้ไม่ต่ำกว่าเดือนละสองถึงสามล้านหยวนอยู่ดี
แน่นอนว่า หากนำไปเทียบกับผลกำไรของเกม 'Legend' ที่เพิ่งเริ่มเก็บค่าบริการไปหมาด ๆ เงินที่ได้จากร้านเน็ตก็เป็นเพียงแค่เศษเงินไปเลย แต่อย่างน้อยในช่วงเวลาสั้น ๆ นี้ การลงทุนในธุรกิจร้านเน็ตก็ยังถือว่าเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้อย่างมหาศาลอยู่ดี หลี่เจ๋อย่อมไม่มีทางปล่อยโอกาสกอบโกยเงินก้อนโตขนาดนี้ให้หลุดลอยไปหรอก
นอกจากนี้ หลี่เจ๋อยังได้ให้เสิ่นเชี่ยนหรูเพิ่มกำลังคนในทีมภาคสนาม เพื่อพยายามผลักดันให้ช่องทางการจัดจำหน่ายบัตรเติมเงินเกม Legend ครอบคลุมทั่วประเทศให้เร็วที่สุด เพื่อให้ผู้เล่นที่อยู่ในเมืองเล็ก ๆ ที่ค่อนข้างห่างไกล สามารถหาซื้อบัตรเติมเงินเกมได้อย่างสะดวกสบาย เพื่อการนี้ ต่อให้ต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินเพิ่มอีกสักหน่อยก็ไม่เป็นไร
เวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงกลางเดือนธันวาคม เกม Legend เปิดให้บริการแบบเก็บค่าธรรมเนียมมาได้ครึ่งเดือนแล้ว ปัจจุบัน ต่อให้เป็นเมืองส่วนใหญ่ในภูมิภาคอย่างภาคตะวันตกเฉียงใต้ หรือภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ก็สามารถหาซื้อบัตรเติมเงินเกม Legend ได้แล้ว บวกกับการที่หลี่เจ๋อยังคงทุ่มงบโฆษณาเกม Legend อย่างต่อเนื่อง...
ผ่านไปครึ่งเดือน ยอดผู้เล่นออนไลน์สูงสุดพร้อมกันของเกม Legend ก็กลับมาแตะระดับหกแสนกว่าคนอีกครั้ง ซึ่งห่างจากยอดออนไลน์สูงสุดเจ็ดแสนกว่าคนในช่วง Open Beta เล่นฟรีเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น และเห็นได้ชัดว่าศักยภาพของเกม Legend ยังไม่ได้หมดลงเพียงเท่านี้ เพราะในแต่ละวันยังคงมีผู้เล่นหน้าใหม่ตบเท้าก้าวเข้าสู่โลกของเกมอย่างต่อเนื่อง...
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมา เกม Legend ก็เริ่มมีโปรแกรมช่วยเล่น (บอท/โปร) โผล่ออกมาไม่น้อยเหมือนกัน สำหรับโปรแกรมช่วยเล่นพวกนี้ หลี่เจ๋อย่อมต้องงัดมาตรการขั้นเด็ดขาดออกมาใช้กวาดล้างอย่างไม่ต้องสงสัย ไอดีไหนควรแบนก็แบน อันไหนควรบล็อกก็บล็อก ไม่มีคำว่าปรานี ! ก็แหงล่ะ การมีอยู่ของโปรแกรมช่วยเล่นพวกนี้ สำหรับตัวเกมแล้วมันก็เหมือนกับการขุดรากถอนโคนทำลายเกมชัด ๆ หลี่เจ๋อย่อมไม่มีทางปล่อยให้พวกมันมีที่ยืนเด็ดขาด ด้วยความที่มีทีมพัฒนาเกม Legend นั่งแท่นคุมงานอยู่ แถมบริษัทยังมีซอร์สโค้ด (Source Code) ตัวเต็มของเกม Legend อยู่ในมือ การจะตรวจสอบและแบนพวกโปรแกรมช่วยเล่นจึงเป็นแค่เรื่องกล้วย ๆ
……
ก้าวเข้าสู่ปี 2001 หลังผ่านพ้นช่วงเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ ยอดเงินจากการขายบัตรเติมเงินในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนธันวาคมจากทั่วประเทศ ก็ทยอยโอนเข้าบัญชีของบริษัทจนครบ เมื่อหลี่เจ๋อเห็นบัญชีสรุปผลกำไรของเกม Legend ในเดือนที่ผ่านมา มุมปากของเขาก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมา
นับตั้งแต่เริ่มเก็บค่าบริการในวันที่ 1 ธันวาคม ตลอดทั้งเดือนธันวาคม เกม Legend ทำกำไรสุทธิไปได้สูงถึงยี่สิบเอ็ดล้านกว่าหยวน ! เบื้องหลังตัวเลขสถิติอันน่าทึ่งนี้ ก็คือปัจจุบันยอดผู้เล่นออนไลน์สูงสุดของเกม Legend ได้พุ่งทะลุกำแพงแปดแสนคนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ทีมงานภาคสนามที่เสิ่นเชี่ยนหรูรับสมัครเข้ามานั้นทำงานกันจนแทบเป็นบ้า พวกเขาตระเวนกระจายกำลังกันไปตามเมืองต่าง ๆ เดินสายเจรจากับร้านเน็ตทีละแห่ง ๆ เพื่อเปิดช่องทางการจัดจำหน่ายบัตรเติมเงินเกม ควบคู่ไปกับการติดตั้งระบบจัดการร้านเน็ต League และไคลเอนต์เกม Legend ให้กับร้านเน็ตเหล่านั้นไปด้วย
"ดูท่าอีกไม่นาน ก็คงจะทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับเสี่ยวตงได้แล้วสิ สัญญาที่ว่าจะกว้านซื้อตึกริมหาดไว่ทานในเซี่ยงไฮ้ให้เขาทั้งตึกน่ะ..." หลี่เจ๋อยิ้มบาง ๆ
ช่วงที่ผ่านมา เขาก็ได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับราคาอสังหาริมทรัพย์ในเซี่ยงไฮ้มาบ้าง เวลาผ่านไปแค่ปีเดียวสั้น ๆ ราคาบ้านในเซี่ยงไฮ้โดยภาพรวมก็ปรับตัวสูงขึ้นไปอยู่ที่ราว ๆ สามถึงสี่พันหยวนต่อตารางเมตรแล้ว ส่วนราคาบ้านในแถบหาดไว่ทาน ยิ่งพุ่งทะลุห้าพันหยวนขึ้นไปแล้วด้วยซ้ำ
"จริงสิ ต้องหาโอกาสไปพบกับ 'เสี่ยวหม่าเกอ' แห่งแชทเพนกวินสักหน่อยแล้ว ไปคุยกับเขาเรื่องขอเข้าร่วมลงทุนถือหุ้น อืม... เอาเป็นอีกสักสองสามวันก็แล้วกัน ค่อยบินไปเซินเจิ้นสักรอบ"
หลี่เจ๋อพึมพำกับตัวเอง เขาไม่มีทางลืมเรื่องการลงทุนในบริษัทเพนกวินหรอก ก่อนหน้านี้เป็นเพราะไม่มีเงิน แต่ตอนนี้ ในบัญชีของบริษัทมีเงินสดนอนนิ่งอยู่ตั้งสิบล้านกว่าหยวนแล้ว เอาไปลงทุนในบริษัทเพนกวินได้สบาย ๆ
วันรุ่งขึ้น หลี่เจ๋อก็ต่อสายตรงไปหาเสี่ยวหม่าเกอแห่งแชทเพนกวินด้วยตัวเอง เพื่อเกริ่นให้ฟังว่าอีกสองสามวันเขาตั้งใจจะเดินทางไปที่เซินเจิ้น แต่เขาก็ไม่ได้เปิดเผยเจตนาตรง ๆ ว่าต้องการจะไปลงทุนในบริษัทของอีกฝ่าย เพียงแค่บอกว่ามีธุระต้องไปจัดการที่เซินเจิ้นพอดีเท่านั้น
พอเสี่ยวหม่าเกอได้ยินดังนั้น ก็รีบเอ่ยปากทันทีว่า ถ้าหลี่เจ๋อมาถึงเซินเจิ้นเมื่อไหร่ ต้องรีบบอกเขาทันทีเลยนะ เขาจะได้เตรียมการจัดงานเลี้ยงต้อนรับหลี่เจ๋อด้วยตัวเอง เพื่อเป็นการขอบคุณหลี่เจ๋ออย่างเป็นทางการ สำหรับคำแนะนำเรื่องโฆษณาแบบป๊อปอัปเมื่อคราวก่อน
ต้องรู้ไว้นะว่า ตั้งแต่ที่แชทเพนกวินพัฒนาโฆษณาป๊อปอัปขึ้นมาได้ ในช่วงหนึ่งเดือนกว่า ๆ ที่ผ่านมา แชทเพนกวินก็ได้รับงานร่วมลงโฆษณามาไม่น้อยเลย ถึงแม้พวกเขาจะไม่ได้ใช้โฆษณาป๊อปอัปแบบพร่ำเพรื่อ แต่ก็กอบโกยรายได้มาได้เป็นกอบเป็นกำทีเดียว รายได้ส่วนนี้ช่วยบรรเทาวิกฤตความยากลำบากในการพัฒนาบริษัทที่กำลังเผชิญอยู่ รวมถึงปัญหาการระดมทุนที่ล้มเหลว ประกอบกับแรงกดดันจากค่าเซิร์ฟเวอร์ที่เพิ่มสูงขึ้นตามจำนวนผู้ใช้งานที่เติบโตขึ้นทุกวัน ให้ทุเลาเบาบางลงไปได้ไม่น้อยเลย
ดังนั้น พอได้ยินว่าหลี่เจ๋อจะมาเยือนเซินเจิ้น เสี่ยวหม่าเกอย่อมต้องอยากพบหน้าเพื่อแสดงความขอบคุณด้วยตัวเองอยู่แล้ว
วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์พอดี หลี่เจ๋อไม่ได้เข้าบริษัท แต่พักผ่อนอยู่ที่บ้าน เขาเตรียมตัวจะเดินทางไปเซินเจิ้นในวันจันทร์
ตอนนั้นเอง จู่ ๆ เสิ่นเชี่ยนหรูก็โทรศัพท์เข้ามา เธอบอกว่าอยากจะมารายงานความคืบหน้าการทำงานของทีมภาคสนามในแต่ละพื้นที่ในช่วงที่ผ่านมาให้เขาทราบ เมื่อไม่กี่วันก่อน ทีมงานภาคสนามที่มณฑลทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกิดปัญหาขัดข้องบางอย่าง เสิ่นเชี่ยนหรูจึงต้องรีบบินด่วนไปจัดการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง และเพิ่งจะเดินทางกลับมาถึงเซี่ยงไฮ้เมื่อคืนนี้เอง พอได้ข่าวว่าหลี่เจ๋อกำลังจะเดินทางไปเซินเจิ้นในวันจันทร์ เธอเลยอยากจะอาศัยช่วงเวลาก่อนที่หลี่เจ๋อจะออกเดินทาง มารายงานสถานการณ์ให้เขาทราบเสียก่อน
หลี่เจ๋อขี้เกียจถ่อไปที่บริษัท จึงบอกให้เสิ่นเชี่ยนหรูเข้ามาหาเขาที่บ้านได้เลย
ผ่านไปประมาณชั่วโมงกว่า ในที่สุดเสิ่นเชี่ยนหรูก็เดินทางมาถึงบ้านของหลี่เจ๋อ "ประธานหลี่คะ..."
"อืม เสี่ยวเสิ่น นั่งลงก่อนสิ" หลี่เจ๋อเอ่ยชวนสบาย ๆ
ลูกชายหลี่ตงน่าจะได้ยินเสียงคนคุยกันจากข้างนอก จึงเดินออกมาจากห้องด้วยความอยากรู้อยากเห็น พอเห็นเสิ่นเชี่ยนหรู เขาก็อดไม่ได้ที่จะถามขึ้นว่า "พ่อฮะ นี่คือพี่สาวเสี่ยวเสิ่นที่พ่อชอบพูดถึงบ่อย ๆ ใช่ไหมฮะ?"
"พี่สาวเสี่ยวเสิ่นสวยจังเลยฮะ..."
เมื่อได้ยินคำชมของหลี่ตง เสิ่นเชี่ยนหรูก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจทันที เธอเม้มปาก พลางมองไปที่หลี่ตง แล้วพูดว่า "ประธานหลี่คะ นี่คือลูกชายของคุณใช่ไหมคะ ? หน้าตาถอดแบบคุณมาเป๊ะเลยนะคะเนี่ย ! "
"หึ ๆ " หลี่เจ๋อหัวเราะ แล้วตอบว่า "อืม นี่ลูกชายผม ชื่อหลี่ตง เรียกเขาว่าเสี่ยวตงก็ได้ครับ"
พอได้ยินแบบนั้น เสิ่นเชี่ยนหรูก็ยิ้มทักทาย จากนั้นก็หยิบของชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าถือ พร้อมกับส่งยิ้มให้หลี่ตง แล้วพูดว่า "เสี่ยวตง งั้นพี่สาวขอเรียกชื่อเธอตรง ๆ เลยนะจ๊ะ"
"คราวนี้พี่สาวมาแบบฉุกละหุกไปหน่อย เลยไม่ได้เตรียมของขวัญอะไรมาให้เธอเป็นพิเศษเลย"
"ของชิ้นนี้พี่สาวบังเอิญเห็นตอนไปเดินห้างน่ะจ้ะ ได้ยินมาว่าของเล่นชิ้นนี้กำลังฮิตมากในต่างประเทศ ก็เลยตั้งใจซื้อมาให้เธอเป็นของขวัญต้อนรับการพบกันครั้งแรก อย่ารังเกียจเลยนะจ๊ะ"
"เสี่ยวเสิ่น นี่คืออะไรเหรอ ? " หลี่เจ๋อเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
หลี่ตงรับของขวัญที่เสิ่นเชี่ยนหรูยื่นมาให้ แล้วก็พิจารณาดูด้วยความสงสัยเช่นกัน
เสิ่นเชี่ยนหรูยิ้มแล้วอธิบายว่า "ประธานหลี่คะ นี่คือเครื่องเล่นเพลงค่ะ ทำงานคล้าย ๆ กับพวกเครื่องซาวด์อะเบาท์ (Walkman) นั่นแหละค่ะ แต่ซาวด์อะเบาท์ต้องใช้เทปคาสเซ็ทถึงจะฟังเพลงได้"
"แต่เจ้านี่เนี่ย สามารถดาวน์โหลดเพลงจากอินเทอร์เน็ตมาใส่ในเครื่องได้โดยตรงเลย แถมยังสามารถลบหรือเปลี่ยนเพลงที่โหลดมาได้ตามใจชอบด้วย สะดวกมาก ๆ เลยค่ะ ! "
พอได้ฟังคำอธิบายของเสิ่นเชี่ยนหรู หลี่เจ๋อก็ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรมากมายนัก แต่ลูกชายหลี่ตงกลับชะงักงันไปชั่วขณะ เขาพิจารณาเครื่องเล่นเพลงในมืออย่างละเอียดอีกครั้ง จากนั้นสีหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นความกระจ่างแจ้ง...
[นี่มันเครื่องเล่น MP3 นี่นา ! รุ่น Rio PMP300... ใช่แล้ว นี่คือเครื่องเล่น MP3 รุ่นบุกเบิกที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักมากที่สุดรุ่นหนึ่งเลย]
[แม้กระทั่งเครื่อง iPod ของบริษัท Apple ก็ยังเพิ่งจะผลิตออกมาทีหลังเจ้านี่ซะอีก]
[อืม... ถ้าจำไม่ผิด เหมือน iPod ของ Apple จะเปิดตัวในช่วงปลายปี 2001 นี่แหละ พอเปิดตัวปุ๊บก็ฮิตถล่มทลายกวาดกระแสไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว จนครั้งหนึ่งมันกลายเป็นชื่อเรียกแทนเครื่องเล่น MP3 ไปเลยทีเดียว]
เมื่อจู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงในใจของลูกชาย หลี่เจ๋อก็อดไม่ได้ที่จะชะงักไปนิดนึง ก่อนจะลอบเหลือบมองไปที่เขา และวินาทีต่อมา เสียงในใจของหลี่ตงก็ดังขึ้นในหัวของเขาอีกครั้ง...