- หน้าแรก
- ลูกเกิดใหม่ทั้งที พ่อคนนี้ขอเป็นเศรษฐีละกัน
- บทที่ 39: หนึ่งสัปดาห์กวาดรายได้สิบล้าน !
บทที่ 39: หนึ่งสัปดาห์กวาดรายได้สิบล้าน !
บทที่ 39: หนึ่งสัปดาห์กวาดรายได้สิบล้าน !
บทที่ 39: หนึ่งสัปดาห์กวาดรายได้สิบล้าน !
เมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงสี่ทุ่ม ยอดผู้เล่นออนไลน์ของเกม Legend ก็พุ่งสูงถึงสามแสนแปดหมื่นคน ! หลังจากนั้น ยอดผู้เล่นออนไลน์ก็เริ่มทยอยลดลงอย่างช้า ๆ จนกระทั่งถึงช่วงก่อนเที่ยงคืน ก็ยังคงรักษาระดับคงที่อยู่ที่ประมาณสามแสนคน
ถึงแม้ยอดผู้เล่นออนไลน์นี้จะลดลงไปกว่าครึ่งเมื่อเทียบกับช่วงพีคสุดตอนเปิด Open Beta แต่นี่ก็ถือเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งมากแล้ว ก็แหงล่ะ ตอนนี้มันต้องเสียเงินเล่นแล้วนี่นา !
ยิ่งไปกว่านั้น ในเมืองเล็ก ๆ ที่ห่างไกลบางแห่ง ตอนนี้ก็ยังไม่มีบัตรเติมเงินวางขาย ผู้เล่นกลุ่มนั้นต่อให้อยากจะเล่น Legend ต่อ ก็หาซื้อบัตรเติมเงินไม่ได้ อยากเล่นก็ไม่มีให้เล่น เรื่องนี้ก็ทำให้สูญเสียฐานผู้เล่นไปบางส่วนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่ทว่า โดยรวมแล้ว การที่ยอดผู้เล่นออนไลน์ในช่วงพีคสุดสามารถทะลุสามแสนแปดหมื่นคนได้ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่แล้ว ! ไม่ต้องพูดอะไรมาก ลำพังแค่ผู้เล่นสามแสนแปดหมื่นกว่าคนนี้ ต่อให้ทุกคนซื้อแค่บัตรเติมเงินแบบถูกที่สุดราคา 10 หยวน เล่นได้ 20 ชั่วโมง มันก็เป็นเงินตั้งสามล้านแปดแสนกว่าหยวนเข้าไปแล้ว หักส่วนแบ่ง 15% ที่ต้องจ่ายให้กับร้านเน็ตและแผงหนังสือที่เป็นตัวแทนจำหน่ายออกไป ก็ยังมีเงินสดกว่าสามล้านสองแสนหยวนไหลเข้าบัญชีของบริษัทเกม Legend อยู่ดี
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้เล่นส่วนใหญ่ก็คงไม่เลือกซื้อบัตรเติมเงินราคา 10 หยวนหรอก เพราะเมื่อเทียบกับบัตรเติมเงินราคา 35 หยวน และบัตรรายเดือนแล้ว บัตรราคา 10 หยวนมันไม่คุ้มเอาซะเลย ดังนั้น เม็ดเงินที่บริษัทเกม Legend จะกอบโกยได้จริง ๆ ย่อมต้องสูงกว่าสามล้านกว่าหยวนไปไกลลิบอย่างแน่นอน
แต่ว่า จะทำเงินได้เท่าไหร่กันแน่ ก็คงต้องรอให้ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ถึงจะรู้ยอดที่ชัดเจน ก่อนหน้านี้หลี่เจ๋อได้สั่งการให้เสิ่นเชี่ยนหรูเคลียร์บัญชีกับทางร้านเน็ตและแผงหนังสือที่เป็นตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศสัปดาห์ละครั้ง สรุปแล้วจะขายบัตรเติมเงินไปได้เท่าไหร่ รอให้ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ก็จะได้รู้กัน
"ประธานหลี่คะ พวกเราทำสำเร็จแล้ว ! เกม Legend ประสบความสำเร็จแล้วค่ะ ! "
เมื่อเห็นว่ายอดผู้เล่นออนไลน์ของเกม Legend ทรงตัวอยู่ในระดับสามแสนคนขึ้นไป เสิ่นเชี่ยนหรูและพนักงานทุกคนในทีมดูแลระบบก็เก็บอาการไว้ไม่อยู่ พากันตื่นเต้นและดีใจกันสุดขีด
หลี่เจ๋อเองก็เผยรอยยิ้มออกมา เขาโบกมืออย่างมาดมั่น แล้วประกาศว่า "ทุกคน เดือนนี้ผมเบิ้ลโบนัสให้เป็นสองเท่า ! "
"ประธานหลี่จงเจริญ ! "
"ประธานหลี่จงเจริญ ! "
ทุกคนต่างโห่ร้องด้วยความดีใจ
สำหรับหลี่เจ๋อแล้ว โบนัสที่จ่ายให้พนักงานพวกนี้มันจะสักกี่หยวนเชียว ? ดูจากสถานการณ์หลังจากเกม Legend เริ่มเก็บค่าบริการ ถึงแม้จะเป็นแค่ข้อมูลของคืนแรกคืนเดียว แต่ก็พอจะคาดเดาได้ว่า หลังจากนี้ผลกำไรที่เกม Legend จะกอบโกยมาได้ในแต่ละเดือน อย่างน้อย ๆ ก็ต้องอยู่ในระดับสิบล้านหยวนขึ้นไปแน่นอน
……
วันรุ่งขึ้น ข่าวที่ว่าในคืนแรกหลังจากเกม Legend เปิดให้บริการแบบเก็บค่าบริการอย่างเป็นทางการ มียอดผู้เล่นออนไลน์สูงสุดพุ่งถึงสามแสนแปดหมื่นคนก็ถูกปล่อยออกไป แน่นอนว่า นี่เป็นความตั้งใจของหลี่เจ๋อเอง
ก็แหงล่ะ พอข้อมูลชุดนี้ถูกปล่อยออกไป สื่อหลายสำนักที่เกี่ยวข้องจะต้องแห่กันทำข่าวรายงานเรื่องนี้แน่นอน นี่มันเท่ากับเป็นการโฆษณาเกม Legend ให้ฟรี ๆ ชัด ๆ มีหรือที่เขาจะไม่ใช้ประโยชน์จากมันให้คุ้มค่า ? แต่ทว่า การเปิดเผยข่าวในครั้งนี้ ก็ได้สร้างความสั่นสะเทือนให้กับคนในวงการอีกครั้ง
ต่อให้ก่อนหน้านี้ สถิติยอดผู้เล่นออนไลน์สูงสุดในช่วง Open Beta จะทะลุเจ็ดแสนคน ก็ยังไม่สร้างความตื่นตะลึงได้เท่ากับตัวเลขสามแสนแปดหมื่นคนในตอนนี้เลย ก็แน่ล่ะ ช่วง Open Beta มันเล่นฟรีนี่นา แต่ตอนนี้ มันต้องเสียเงินเล่นแล้ว ! ตอนนี้ผู้เล่นเกม Legend ทุก ๆ คน ล้วนเป็นตัวแทนของเม็ดเงินของจริงทั้งนั้น !
มีบางคนที่พอได้ทราบข้อมูลผู้เล่นออนไลน์หลังจากที่เกม Legend เริ่มเก็บค่าบริการ ก็อดไม่ได้ที่จะลองคำนวณดูว่าในเวลาหนึ่งเดือน เกม Legend จะทำเงินไปได้เท่าไหร่ พอได้ลองคำนวณดูเท่านั้นแหละ ก็ทำเอาหลายคนถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกใจ
ต่อให้คำนวณแบบประเมินต่ำที่สุด ขอเพียงแค่เกม Legend สามารถรักษายอดผู้เล่นออนไลน์ในปัจจุบันไว้ได้ ยอดขายบัตรเติมเงินในระยะเวลาหนึ่งเดือนก็คงจะพุ่งทะลุไปถึงระดับยี่สิบสามสิบล้านหยวนอย่างแน่นอน และในฐานะบริษัทผู้ให้บริการอย่าง บริษัท เกม Legend เมื่อหักลบต้นทุนทุกอย่างออกไปแล้ว ผลกำไรที่จะตกถึงมือก็คงไม่ต่ำกว่าสิบล้านหยวนอย่างแน่นอน !
ในช่วงปลายปี 2000 การทำกำไรสุทธิได้อย่างน้อยสิบล้านหยวนต่อเดือนแบบนี้ มันหาเงินได้เร็วกว่าไปปล้นธนาคารซะอีก ! ด้วยเหตุนี้ หลายคนจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตาลุกวาว แม้ว่าก่อนหน้านี้เกมออนไลน์อย่าง King of Kings หรือ Stone Age จะฮิตระเบิดระเบ้อเหมือนกัน แต่พอเอามาเทียบกับเกม Legend ในตอนนี้แล้ว มันกลายเป็นเรื่องเด็ก ๆ เทียบไม่ติดไปเลย
พอคิดว่าเกมที่มีเนื้อหาดูหยาบ ๆ เรียบง่ายขนาดนี้ กลับสามารถทำกำไรสุทธิได้อย่างน้อยเดือนละสิบล้านหยวน จะไม่ให้คนเขารู้สึกหวั่นไหวได้ยังไง ? หลายบริษัทต่างพากันเบนเข็ม เล็งเป้าหมายไปที่เกมออนไลน์ของต่างประเทศกันเป็นแถว ทุกคนล้วนอยากจะกระโดดเข้ามาร่วมแบ่งเค้กชิ้นโต เป็นตัวแทนจำหน่ายเกมสักเกม เพื่อกอบโกยกำไรก้อนโตกันทั้งนั้น !
เรื่องพวกนี้เอาไว้ก่อน เมื่อเวลาผ่านไป แม้ว่าเกม Legend จะเริ่มเก็บค่าบริการอย่างเป็นทางการแล้ว แต่จำนวนผู้เล่นหลังจากที่ลดลงไปในช่วงแรก ก็เริ่มกลับมาพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง เพียงแค่หนึ่งสัปดาห์ให้หลัง ยอดผู้เล่นออนไลน์สูงสุดของเกม Legend ก็กลับมาทะลุกำแพงห้าแสนคนได้อีกครั้ง !
ในขณะเดียวกัน เงินก้อนแรกจากการขายบัตรเติมเงินก็เริ่มทยอยโอนเข้าบัญชีแล้ว เพียงแค่หนึ่งสัปดาห์ ยอดขายบัตรเติมเงินของเกม Legend ก็พุ่งสูงถึง 11,820,000 หยวน !
หลังจากหักเปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งให้กับร้านเน็ตและแผงหนังสือแล้ว เม็ดเงินที่โอนเข้าบัญชีบริษัท เกม Legend จริง ๆ ก็ยังเฉียด ๆ หลักสิบล้านหยวนอยู่ดี ! โดยในจำนวนนั้น บัตรเติมเงินที่ขายดีที่สุดคือบัตรราคา 35 หยวนเล่นได้ 120 ชั่วโมง รองลงมาคือบัตรรายเดือนเล่นได้ไม่จำกัดเวลาในราคา 50 หยวน ในทางกลับกัน บัตรราคา 10 หยวนเล่นได้ 20 ชั่วโมง กลับขายได้น้อยที่สุด ก็แหงล่ะ บัตรสิบหยวนมันไม่คุ้มเอาซะเลยนี่นา
ถึงแม้เงินสิบล้านหยวนก้อนนี้ จะต้องนำไปหักต้นทุนค่าผลิตบัตรเติมเงิน รวมถึงค่าเช่าเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้รันเกม ค่าจ้างพนักงาน... และต้นทุนอื่น ๆ อีกจิปาถะ แถมยังต้องหักภาษีอีก... แต่การทำกำไรขั้นต้นได้ทะลุสิบล้านหยวนภายในเวลาแค่หนึ่งสัปดาห์ ก็เพียงพอที่จะทำให้หลี่เจ๋อรู้สึกทึ่งได้แล้ว
ถึงขั้นอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความทึ่ง ก่อนหน้านี้ที่ได้ยินเสียงในใจของลูกชายบอกว่าเกม 'Legend' เป็นเครื่องจักรทำเงินสร้างสมบัติ ดูท่าจะไม่ได้พูดเกินจริงเลยสักนิด ! เมื่อมีเงินสิบล้านหยวนก้อนนี้โอนเข้าบัญชี หลี่เจ๋อก็ไม่รอช้า รีบนำเงินไปแลกเป็นเงิน 700,000 ดอลลาร์สหรัฐ แล้วจัดการโอนจ่ายให้กับบริษัท Actoz ทันที ถือเป็นการปิดยอดชำระเงินงวดสุดท้ายได้ทันเวลาในช่วงไม่กี่วันก่อนจะครบกำหนดสามเดือนพอดิบพอดี