- หน้าแรก
- ลูกเกิดใหม่ทั้งที พ่อคนนี้ขอเป็นเศรษฐีละกัน
- บทที่ 41: บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับแสนล้าน
บทที่ 41: บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับแสนล้าน
บทที่ 41: บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับแสนล้าน
บทที่ 41: บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับแสนล้าน
[MP3 นี่มันคือหนึ่งในสินค้าเทคโนโลยีดิจิทัลที่ฮิตระเบิดที่สุดในช่วงไม่กี่ปีต่อจากนี้เลยนะ ! อีกไม่นานมันก็จะฮิตไปทั่วประเทศ นักเรียนและพนักงานออฟฟิศนับไม่ถ้วนต่างก็จะแย่งกันซื้อหามาครอบครอง]
[นี่มันคือตลาดผู้บริโภคที่ใหญ่โตมหาศาลมาก ! ]
[แต่ในตอนนี้ MP3 เพิ่งจะอยู่ในช่วงเริ่มต้น และค่อย ๆ เข้ามาอยู่ในสายตาของผู้คน ถ้าสามารถวางหมากได้ก่อนล่วงหน้า พัฒนา MP3 ออกมาสักรุ่นล่ะก็ พอตลาดเริ่มบูม จะต้องกอบโกยเงินก้อนโตได้อย่างแน่นอน]
[เผลอ ๆ ถึงขนาดสามารถส่งไปขายที่อเมริกา โกยเงินตราต่างประเทศได้สบาย ๆ ...]
[ยิ่งไปกว่านั้น ฉันจำได้ว่าแบรนด์เม่ยจู๋ (Meizu) ในยุคหลัง ๆ ก็เริ่มต้นจุดประกายมาจากการทำ MP3 ไม่ใช่เหรอ แล้วค่อย ๆ สะสมเทคโนโลยี จนก้าวเข้าสู่วงการโทรศัพท์มือถือ]
[ถึงแม้ว่าหลังจากนั้นโทรศัพท์มือถือของเม่ยจู๋จะทำออกมาได้ถอยหลังเข้าคลองเรื่อย ๆ จนส่วนแบ่งการตลาดถูกจับไปยัดรวมอยู่ในหมวด 'อื่น ๆ ' แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเขาเคยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตสมาร์ทโฟนระบบแอนดรอยด์ที่มีชื่อเสียงในประเทศ]
[ตอนนี้เกม Legend ที่พ่อซื้อมาก็เริ่มเก็บค่าบริการแล้ว หลังจากนี้รับรองว่าไม่ขาดแคลนเงินทุนแน่ๆ พอมีวัวนมผลิตเงินสดอย่างเกม Legend ก็สามารถให้พ่อไปลงทุนวิจัยและพัฒนาเครื่องเล่น MP3 ได้สบาย ๆ แล้วรอให้อนาคตค่อยให้พ่อบุกเบิกเข้าสู่วงการโทรศัพท์มือถือ...]
[ไม่ต้องถึงขนาดทำได้ยิ่งใหญ่ในยุครุ่งเรืองแบบเซี่ยเวย (Huawei) ที่มีสเกลใหญ่พอจะไปเบียดแย่งชิงอันดับหนึ่งของยอดจัดส่งกับโทรศัพท์ซื่อซิง (Samsung) ของประเทศกิมจิ และโทรศัพท์แอปเปิล (Apple) ของอเมริกาได้หรอก แต่ขอแค่ตั้งใจพัฒนาให้ดี การจะไปให้ถึงระดับเดียวกับค่ายสีฟ้าสีเขียว (Vivo/Oppo) หรือโทรศัพท์ต้าหมี่ (Xiaomi) ก็ยังมีความเป็นไปได้]
[นั่นก็เป็นบริษัทระดับแสนล้านเชียวนะ ! ]
……
เครื่องเล่น MP3 แค่เครื่องเดียว ทำให้หลี่ตงคิดเชื่อมโยงไปถึงหลาย ๆ เรื่อง และเสียงในใจทั้งหมดของเขาก็ถูกหลี่เจ๋อได้ยินเข้าอย่างจัง
เรื่องนี้ทำให้หลี่เจ๋อรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก และในขณะเดียวกันก็รู้สึกใจเต้นโครมครามขึ้นมา ไอ้สมาร์ทโฟนระบบแอนดรอยด์อะไรนั่นที่ลูกชายพูดถึง มันสามารถขยายสเกลไปได้ถึงระดับแสนล้านเลยเหรอ ? แต่ว่า สมาร์ทโฟนระบบแอนดรอยด์ที่ว่านี่มันคืออะไรกันล่ะ ? มันต่างจากโทรศัพท์มือถือที่มีอยู่ในตอนนี้ยังไง ? แถมฟังจากความหมายของเขาแล้ว ไอ้อะไรนะ ค่ายสีฟ้าสีเขียว กับโทรศัพท์ต้าหมี่ ล้วนเป็นบริษัทของประเทศเซี่ยของเราหมดเลยงั้นเหรอ ? แล้วยังมีเซี่ยเวย... อืม เซี่ยเวยไม่ใช่บริษัทที่ทำเกี่ยวกับอุปกรณ์โทรคมนาคมหรอกเหรอ หรือว่าในอนาคตก็จะหันมาทำโทรศัพท์มือถือด้วย ?
ในขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่ในใจ หลี่เจ๋อก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเครื่องเล่น MP3 ในมือของลูกชาย เมื่อคิดทบทวนดู หลี่เจ๋อก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้นมา จึงเอ่ยถามเสิ่นเชี่ยนหรูขึ้นมาทันทีว่า "เสี่ยวเสิ่น เครื่องเล่นเพลงตัวนี้มันฮิตในต่างประเทศมากจริง ๆ เหรอ ? "
เสิ่นเชี่ยนหรูตอบกลับว่า "ก็น่าจะใช่นะคะ รายละเอียดลึก ๆ ฉันเองก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน แต่ของชิ้นนี้ฉันรู้สึกว่ามันสะดวกกว่าซาวด์อะเบาท์เยอะจริง ๆ ค่ะ ขนาดตัวฉันเองยังซื้อมาเครื่องนึงเลย"
"ต้องรู้ไว้นะคะว่า ซาวด์อะเบาท์นอกจากจะต้องเสียเงินไปซื้อเทปคาสเซ็ทแล้ว ถ้าเกิดอยากฟังเพลงอื่นที่ไม่มีในเทปม้วนนั้น ก็ต้องเสียเวลาเปลี่ยนเทปอีกม้วน ยุ่งยากจะตายค่ะ"
"แต่ถ้าใช้เจ้านี่ก็ไม่จำเป็นเลยค่ะ แค่โหลดเพลงอะไรก็ได้ที่เราอยากฟังจากอินเทอร์เน็ตมาฟรี ๆ ก็พอ เสียอย่างเดียวที่ราคามันค่อนข้างแพง ฉันซื้อมาสองเครื่อง แต่ละเครื่องก็ปาเข้าไปเกือบสองพันแล้ว..."
ในปัจจุบันเงินเดือนของเสิ่นเชี่ยนหรูพุ่งสูงถึงหนึ่งหมื่นกว่าหยวนแล้ว ถ้าบวกโบนัสเข้าไปด้วย ดีไม่ดีอาจจะทะลุสองหมื่นหยวนขึ้นไปเสียด้วยซ้ำ การควักเงินไม่กี่พันหยวนเพื่อซื้อเครื่องเล่น MP3 สองเครื่องสำหรับเธอแล้วจึงไม่ใช่ปัญหาอะไร
หลี่เจ๋อพยักหน้าอย่างเข้าใจ แล้วถามต่อว่า "เสี่ยวเสิ่น คุณคิดว่า ถ้าผมจะลงทุนจ้างคนมาวิจัยและพัฒนาไอ้เครื่องเล่นเพลงนี่ มันจะพอมีตลาดรองรับไหม ? "
เสิ่นเชี่ยนหรูครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า "ก็น่าจะพอนะคะ ถ้าสามารถลดราคาลงมาได้อีกหน่อย ฉันคิดว่าต้องมีคนอยากซื้อไม่น้อยเลยล่ะค่ะ"
ทางด้านหลี่ตง เมื่อได้ยินคำถามที่หลี่เจ๋อถามเสิ่นเชี่ยนหรู ก็อดไม่ได้ที่จะมองพ่อของตัวเองด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
[เซนส์ทางธุรกิจของพ่อสุดยอดไปเลยแฮะ แค่เห็นเครื่องเล่น MP3 ก็มองเห็นโอกาสทางธุรกิจที่ซ่อนอยู่แล้ว...]
เมื่อได้ยินเสียงในใจของลูกชาย หลี่เจ๋อก็ลอบหัวเราะอยู่ในใจ เหตุผลที่เขาจงใจถามเสิ่นเชี่ยนหรู ความจริงแล้วจุดประสงค์หลักไม่ได้ต้องการถามเธอหรอก แต่เขาจงใจพูดให้ลูกชายฟังต่างหาก เพื่อปูทางไว้ว่าหลังจากนี้ถ้าเขาเกิดลงทุนพัฒนา MP3 ขึ้นมา ลูกชายจะได้ไม่รู้สึกแปลกใจ และอีกเป้าหมายหนึ่ง แน่นอนว่าเพื่อล้วงเอาเสียงในใจของลูกชาย จะได้รู้ข้อมูลเกี่ยวกับ MP3 ให้มากกว่านี้
"ฟังจากที่คุณพูดถึงข้อดีของเครื่องเล่นเพลงเครื่องนี้เมื่อกี้ ผมรู้สึกว่าของชิ้นนี้น่าจะมีตลาดรองรับนะ แต่เงื่อนไขก็เป็นอย่างที่คุณว่านั่นแหละ ต้องหาทางลดราคาให้ต่ำลงกว่านี้ให้ได้เสียก่อน" หลี่เจ๋อพูดกับเสิ่นเชี่ยนหรู
เสิ่นเชี่ยนหรูพยักหน้า "ใช่ค่ะ ฉันรู้สึกว่ากลุ่มผู้ใช้งานหลักของเครื่องเล่นเพลงนี้น่าจะเป็นวัยรุ่น แต่ด้วยระดับรายได้ในประเทศเราตอนนี้ ราคาเกือบสองพันหยวนก็ไม่ใช่สิ่งที่ใคร ๆ จะสามารถจ่ายไหวหรอกนะคะ"
"ถ้าสามารถลดราคาลงมาเหลือสักประมาณหนึ่งพันหยวน ให้อยู่ในระดับที่คนทั่วไปพอกัดฟันซื้อได้ ฉันว่าต้องมีคนแห่มาซื้อเพียบแน่ ๆ ค่ะ"
ตอนนั้นเอง หลี่ตงที่อยู่ข้าง ๆ ก็โพล่งแทรกขึ้นมาทันที "พ่อฮะ ผมคิดว่านะ ของชิ้นนี้สามารถทำออกมาเป็นสักสองสามรุ่น แบ่งตามระดับราคากันได้เลยนะฮะ"
"เหมือนกับสเปกคอมพิวเตอร์นั่นแหละฮะ สเปกสูง ๆ ก็ขายแพงหน่อย เน้นขายให้คนรวย ส่วนสเปกต่ำ ๆ ก็ขายถูกลงมาหน่อย ขายให้คนทั่วไปฮะ"
"แล้วอีกอย่าง ผมรู้สึกว่าเครื่องเล่นที่พี่สาวเสี่ยวเสิ่นให้ผมมา มันยังดูเทอะทะไปหน่อยฮะ"
"ถ้าสามารถย่อขนาดให้เล็กลงได้อีก ทำให้มันเบาและพกพาง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วก็ออกแบบรูปลักษณ์ให้ดูสวยงามขึ้น มีสีให้เลือกหลากหลายขึ้นล่ะก็ ต้องขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแน่นอนฮะ..."
เมื่อพูดจบ หลี่ตงก็แอบมองปฏิกิริยาของหลี่เจ๋อด้วยความรู้สึกประหม่านิด ๆ
[ยังไงซะตอนนี้ฉันก็อายุสิบขวบแล้วนะ พูดเรื่องพวกนี้ไปคงไม่ทำให้พ่อรู้สึกแปลกใจจนเกินไป จนพานเริ่มสงสัยอะไรขึ้นมาหรอกมั้ง ? ]
เมื่อได้ยินเสียงในใจที่แฝงไปด้วยความกังวลของลูกชาย หลี่เจ๋อก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา "อืม คำแนะนำของเสี่ยวตงไม่เลวเลย สมกับที่เป็นลูกชายของพ่อ หึ ๆ ! " หลี่เจ๋อแสร้งทำสีหน้าภาคภูมิใจ
เมื่อเสิ่นเชี่ยนหรูที่อยู่ข้างๆ ได้ยิน เธอก็พูดด้วยรอยยิ้มว่า "ประธานหลี่คะ ความคิดของเสี่ยวตงฉับไวมากเลยนะคะ หัวก็ไว อายุแค่นี้ยังคิดเรื่องพวกนี้ได้ตั้งเยอะแยะ"
"ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริง ๆ ค่ะ ! "
เมื่อเห็นว่าทั้งหลี่เจ๋อและเสิ่นเชี่ยนหรูต่างก็ไม่มีท่าทีผิดสังเกตกับคำพูดของตัวเอง มีเพียงแต่เอ่ยชม หลี่ตงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
[โอเค รอดไป พ่อกับคุณเสิ่นไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งที่ฉันพูดไปมันน่าตกใจอะไร ก็จริงแหละ ตอนนี้ฉันก็สิบขวบแล้ว ลองเปลี่ยนเป็นเด็กสิบขวบในอีกยี่สิบปีข้างหน้าดูสิ มีเรื่องอะไรบ้างที่พวกเขาไม่รู้ ? ]
[เรื่องแค่นี้ที่ฉันพูดไปก็ไม่ได้ถือว่าเป็นคำพูดที่น่าตกใจอะไรนักหรอก]
[แต่ในเมื่อพ่อเริ่มมีความคิดอยากจะลงทุนวิจัยและพัฒนา MP3 แล้วล่ะก็ ฉันก็ค่อยหาโอกาสคอยตะล่อมชี้แนะอยู่ข้าง ๆ ก็แล้วกัน ถึงตอนนั้นค่อยให้พ่อทำดีไซน์ MP3 ให้ออกมาใกล้เคียงกับรุ่นที่ฮิต ๆ ในยุคหลัง ๆ ให้มากที่สุด...]
[เจ้า MP3 เนี่ย ด้านหนึ่งก็ต้องวัดกันที่สเปกและฟังก์ชันการใช้งาน แต่รูปลักษณ์ภายนอกสวยไหมก็เป็นเรื่องสำคัญมากเหมือนกันนะ มันมีผลกระทบต่อยอดขายเยอะเลยทีเดียว]
หลี่ตงบ่นพึมพำอยู่ในใจ เมื่อหลี่เจ๋อได้ยินเสียงในใจเหล่านี้ของเขา ในหัวก็เริ่มมีแผนการของตัวเองเตรียมพร้อมไว้เรียบร้อยแล้ว...