- หน้าแรก
- วันแรกที่ถูกตระกูลทอดทิ้ง วันสิ้นโลกก็มาถึง
- ตอนที่ 25 ฐานก่อสร้าง
ตอนที่ 25 ฐานก่อสร้าง
ตอนที่ 25 ฐานก่อสร้าง
.
.
ฝูเลี่ยได้รับรายงานว่า หลังอาหารเย็นเย่เจาเดินวนอยู่รอบฐานพักใหญ่ แต่ก็แค่เดินดูไปเรื่อย ๆ ไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษ ไม่แม้แต่จะเข้าไปแตะต้องสิ่งใด ดูเหมือนคนออกมาเดินย่อยอาหารเสียมากกว่า
“หลังจากเดินเสร็จ เย่เจาก็กลับไปที่ห้องผู้ป่วย กินยา แล้วไม่ออกจากห้องอีกเลย ได้ยินมาว่าเธอนั่งดูทีวีอยู่ตลอดเวลา”
พูดตามตรง ฝูเลี่ยมองเย่เจาไม่ออกจริง ๆ
“จับตาดูเธอให้ดี”
“ครับ!”
ฝูเลี่ยมีงานราชการต้องจัดการมากมาย และต่อจากนี้ก็จะยิ่งมีมากขึ้น แม้ตำแหน่งของเขาจะดูไม่สูงนัก แต่ภาระที่แบกรับกลับหนักหนาสาหัส เพราะผู้บัญชาการฐานแห่งนี้ก็คือพ่อของเขาเอง
เรื่องสำคัญที่สุดในตอนนี้คือจะจัดการกับผู้รอดชีวิตจำนวนมหาศาลที่กำลังหลั่งไหลเข้าสู่เขตปลอดภัยอย่างไร
แม้พวกเขาจะพยายามขยายเขตปลอดภัยอย่างเต็มกำลัง ทั้งยังทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อสร้างที่พักชั่วคราวให้ผู้คนอาศัย แต่ก็ยังไม่พอ… ยังห่างไกลจากคำว่าพอมากนัก
ประชากรกว่าพันล้านคน ต่อให้มีเขตปลอดภัยอื่นช่วยรองรับ ความต้องการของประเทศเซี่ยก็ยังไม่มีทางตอบสนองได้หมด
…
เย่เจาดูหนังซอมบี้และไถข่าวบนอินเทอร์เน็ตอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะหลับสนิท
กลางดึก เธอถูกเสียงกรีดร้องปลุกให้ตื่นอีกครั้ง
เย่เจาผลักหน้าต่างออก ก็เห็นศพนอนอยู่บนพื้น เลือดสาดกระจายไปทั่วบริเวณ ไม่นานนัก ทหารที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีหลายคนก็เข้ามาเคลื่อนย้ายร่างของผู้กระโดดตึกออกไป
“ฆ่าตัวตายอีกแล้วเหรอ นี่รายที่เท่าไรแล้ว?”
“ใช่ ได้ยินว่าก่อนหน้านี้เธอเพิ่งได้รับข้อความสุดท้ายจากลูกชายในเมือง C ลูกชายของเธอซ่อนตัวอยู่ในถังเหล็ก แต่สุดท้ายก็ถูกหนูซอมบี้แทะทะลุ กัดกินจนร่างไม่เหลือชิ้นดี”
“น่าสงสารจริง ๆ …”
“รีบเข้าอินเทอร์เน็ตเร็ว! เมือง C โดนฝูงหนูกลายพันธุ์โจมตีจริง ๆ พังหมดแล้ว!”
“คำทำนายของวิญญาณผู้อาภัพเป็นเรื่องจริง!”
“พระเจ้า! หนูกลายพันธุ์พวกนั้นน่ากลัวเกินไปแล้ว! ถึงกับแทะประตูเหล็กได้เลยเหรอ? แล้วลวดตาข่ายรอบฐานของเราจะมีประโยชน์อะไร?”
“ฉันอยากฉีกไอ้คนที่สร้างไวรัสซอมบี้นั่นเป็นชิ้น ๆ จริง ๆ !”
“…”
เย่เจาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเวยป๋อ
โดยไม่ต้องค้นหา หัวข้อร้อนแรงทั้งหมดในตอนนี้ล้วนเกี่ยวข้องกับเมือง C
เห็นได้ชัดว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะอพยพผู้รอดชีวิตทั้งหมดออกไปภายในวันเดียว โดยเฉพาะเมื่อคนส่วนใหญ่ไม่เชื่อคำเตือนของบล็อกเกอร์ทำนายอนาคตบนอินเทอร์เน็ต
นอกจากทีมกู้ภัยของทางการแล้ว มีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่ยอมเสี่ยงหนีออกมา
ส่วนผู้ที่ยังคงอยู่ในเมือง C ต่างก็กลายเป็นอาหารของหนูซอมบี้ และแสงไฟเพียงไม่กี่ดวงที่ยังเหลืออยู่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวัง ก็ค่อย ๆ ดับลงทีละดวง
จากภาพถ่ายทางอากาศ เมือง C ทั้งเมืองจมอยู่ในความมืดมิดอย่างสมบูรณ์
เมือง C ล่มสลายแล้ว
ผู้รอดชีวิตที่หลบหนีออกมาจากเมือง C ได้ ต่างเต็มไปด้วยความโล่งใจ ความหวาดผวาที่ยังไม่จางหาย และความหวาดกลัวที่ไม่อาจสลัดทิ้ง หลายคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นใต้เวยป๋อของเย่เจา
[โชคดีที่ฉันตามเรื่องนี้มาตลอด ตั้งแต่ตอนที่บัญชีของบล็อกเกอร์ยังตอบกลับอัตโนมัติ พอเห็นโพสต์ว่าเมือง C จะล่ม ฉันก็ลากเพื่อนบ้านหนีทันที ไม่อย่างนั้นตอนนี้คงตายหมดแล้ว!]
[ฮืออออ ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย ถ้าบล็อกเกอร์ทำนายอนาคตได้จริง ช่วยบอกทีว่ามนุษย์ยังเอาชนะซอมบี้ได้ไหม? ถ้าไม่ได้ ฉันจะกระโดดตึกเดี๋ยวนี้เลย!]
[ตอนนี้ไม่ใช่แค่ซอมบี้แล้ว ยังมีสัตว์ซอมบี้อีก มนุษย์ที่เคยอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารกลับกลายเป็นอาหารเสียเอง ทางรอดของพวกเราอยู่ตรงไหนกันแน่…]
[ช่วยพูดเรื่องพลังพิเศษหน่อยได้ไหม นิยายวันสิ้นโลกเรื่องอื่นมีพลังพิเศษกันหมด แล้วทำไมพวกเราไม่มี พวกเราจะปลุกพลังได้หรือเปล่า?]
[…]
เย่เจาเองก็ช่วยอะไรไม่ได้จริง ๆ
เธอถอนหายใจอย่างหมดแรง ก่อนปิดโทรศัพท์ลง
ในเวลาเดียวกัน อีกด้านหนึ่งของฐาน เนี่ยอวิ๋นก็กำลังไถข่าวอยู่เช่นกัน เมื่อเห็นข่าวว่าเมือง C ถูกทำลายภายในคืนเดียว เขาก็ทรุดตัวคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัว ประสานมือแล้วโขกศีรษะให้ท้องฟ้าด้วยท่าทางศรัทธาสุดขีด
“ขอให้เหล่าทวยเทพ พระพุทธเจ้า เง็กเซียนฮ่องเต้ พระเยซู พระเจ้า แล้วก็เกมเมตตาคุ้มครองผมด้วย! ผมเหลืออีกแค่สองวัน ขอให้ผมรอดไปได้จนจบทีเถอะ!”
“ขอบคุณครับ ขอบคุณมาก! ถ้าผมรอดออกไปได้ ผมจะเผากระดาษเงินกระดาษทองให้พวกท่านเยอะ ๆ เลย!”
ความจริงแล้ว เนี่ยอวิ๋นรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย
คนในโลกนี้ปฏิบัติต่อเขาดีมาก ไม่เคยทำร้ายเขาเลย
เขาเคยพยายามบอกความจริงแล้ว แต่เกมสุนัขนี่ไม่อนุญาตให้เปิดเผยการมีอยู่ของเกมหลุมดำ! เขาจึงไม่มีทางเลือก
…
วันที่ 9 หลังเข้าสู่เกม
ในที่สุดค่าร่างกายของเย่เจาก็เพิ่มขึ้นถึง 100
นอกจากนั้น เธอยังใช้แต้มสรรสร้าง 600 แต้มเพิ่มค่าพละกำลังเป็น 10
[ชื่อ: เย่เจา]
[ร่างกาย: 100 (ไม่รวมผลจากอุปกรณ์)]
[พละกำลัง: 10 (ไม่รวมผลจากอุปกรณ์)]
[ความเร็ว: 0 + 47 (ผลจากอุปกรณ์)]
ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังมีแต้มสรรสร้างเหลืออีก 1,200 แต้มให้จัดสรรได้อย่างอิสระ
นี่คือข้อดีของการเลื่อนระดับ
แต่เช้าตรู่ ผู้นำระดับสูงของฐานหลายคนก็เดินทางมาที่โรงพยาบาล สีหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความเร่งรีบ ขณะที่เย่เจาเพิ่งกินยาเสร็จและกำลังแทะแครอทอยู่
เธอไม่ได้แปลกใจกับการมาถึงของพวกเขาแม้แต่น้อย
เพราะก่อนหน้านี้เธอใช้สกิลพยากรณ์ และเห็นเมืองถัดไปที่จะถูกฝูงหนูซอมบี้โจมตีแล้ว
เมือง F
หลังได้ยินข่าวนี้ สีหน้าของเหล่าผู้บริหารซีดเผือดก่อนจะแดงก่ำ หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ทั้งโลกคงจบสิ้นแน่
ความสามารถของเย่เจามีขีดจำกัด นอกจากคำทำนายนี้แล้ว เธอก็ช่วยอะไรไม่ได้อีก
คนกลุ่มนั้นมาอย่างรีบร้อน และจากไปอย่างรีบร้อน ไม่นานห้องผู้ป่วยก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
เย่เจาใช้เวลาทั้งวันอยู่ที่สนามยิงปืน ยิงจนเบื่อแล้วก็เดินเล่นไปเรื่อยอย่างไร้จุดหมาย
วันที่ 10 ของเกม
ในที่สุดเกมก็ใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว
เย่เจาเรียกบอดี้การ์ดที่คอยเฝ้าดูเธออยู่
“ไปบอกฝูเลี่ยให้มาหาฉันภายในหนึ่งชั่วโมง”
บอดี้การ์ดชะงักไปเล็กน้อย
“คุณเย่มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ บอกผมได้ ผมจะช่วยส่งต่อให้กัปตันฝู”
“แค่บอกเขาว่า เป็นเรื่องสำคัญมาก”
เธอเน้นคำว่า “สำคัญมาก” เป็นพิเศษ หวังว่าฝูเลี่ยจะเข้าใจ
บอดี้การ์ดตอบทันที
“ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะถ่ายทอดคำพูดของคุณเย่ให้กัปตันฝูครบทุกคำ!”
เย่เจาพยักหน้าอย่างพึงพอใจ จากนั้นก็ปีนออกทางหน้าต่างโรงพยาบาลแล้วจากไป
เธอหลบสายตาผู้คน ใช้แต้มสรรสร้าง 1 แต้มสร้างรถจี๊ปทหารขึ้นมา พร้อมทั้งสร้างบัตรประจำตัวของฝูเลี่ยด้วย
ยามเฝ้าประตูมองเย่เจาด้วยความสงสัย เพราะไม่เคยเห็นเด็กสาวคนนี้มาก่อน แต่เมื่อเห็นบัตรของฝูเลี่ย เขาก็เปิดประตูให้ผ่านไป
ทันทีที่รถจี๊ปออกจากฐาน ก็ได้รับความสนใจจากผู้คนจำนวนมาก
ในเวลาเพียงไม่กี่วัน ดวงตาของคนเหล่านี้ก็ขุ่นมัวลง เต็มไปด้วยความสับสนและความเจ็บปวด
เย่เจาขับรถตรงออกจากพื้นที่ชั้นนอกของฐาน ยิ่งออกห่างผู้คนก็ยิ่งน้อยลง รอบด้านไม่มีสิ่งปลูกสร้าง แม้แต่ต้นไม้ก็มีไม่มาก มีเพียงพื้นที่โล่งกว้างสุดลูกหูลูกตา
เขตปลอดภัยเมือง B ถูกสร้างขึ้นที่นี่ คงเพราะพื้นที่กว้างขวางและเปิดโล่งพอที่จะมองเห็นทุกอย่างได้ในพริบตา ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัว
เย่เจาไม่ได้ไปไกลนัก เธอเลือกพื้นที่ราบโล่งแห่งหนึ่ง
[สรรสร้างบ้านสำเร็จรูปสามชั้น 300 หลัง]
[สรรสร้างโรงอาหาร 300 แห่ง]
[สรรสร้างโรงเรือนปลูกผัก 50 แห่ง]
[สรรสร้างหอสังเกตการณ์ 50 แห่ง]
[สรรสร้างลวดตาข่าย 300 ชุด]
โชคดีที่สิ่งปลูกสร้างเหล่านี้มีฐานรากมาพร้อมกัน ไม่เช่นนั้นคงพังครืนทันทีที่ปรากฏขึ้น
เมื่อฝูเลี่ยได้รับข่าวว่าเย่เจาหายตัวไป แล้วต่อมาก็มีรายงานว่าหญิงสาวคนหนึ่งใช้บัตรประจำตัวของเขาออกจากฐาน เขาก็ตกใจจนรีบนำคนขับรถไล่ตามออกไปทันที
แล้วพวกเขาก็ได้เห็นกลุ่มสิ่งปลูกสร้างอันยิ่งใหญ่ตระการตาอยู่ตรงหน้า!
“กัปตันฝู ดูนั่นสิ! ผมตาฝาดไปหรือเปล่า ทำไมจู่ ๆ ถึงมีบ้านโผล่มาเยอะขนาดนี้ แล้วลวดตาข่ายพวกนั้นอีก เมื่อวานตอนกลับฐานยังไม่มีเลยนะ!”
“บ้าเอ๊ย! ผมอยากได้บ้านจนประสาทหลอนไปแล้วหรือไง??”
ฝูเลี่ยเองก็ตกตะลึงเช่นกัน
รถเบรกดังเอี๊ยด ทุกคนพุ่งลงจากรถ ก่อนจะยื่นมือไปแตะบ้านที่ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันด้วยความระมัดระวังและหวาดหวั่น
“ของจริง! เป็นของจริง!”
“ไม่ใช่ภาพลวงตาเหรอ?”
พวกเขาล้วนเป็นทหารผ่านศึกที่ผ่านความเป็นความตายมาแล้ว ต่อให้เผชิญสถานการณ์คับขันก็ยังรักษาความสงบได้ แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่เสียอาการเช่นนี้มาก่อน
แม้แต่ฝูเลี่ยยังอดตื่นเต้นไม่ได้เมื่อสัมผัสถึงพื้นผิวที่มีอยู่จริง!
ก่อนหน้านี้เขากังวลมาตลอดว่าพื้นที่ในฐานไม่เพียงพอรองรับผู้ลี้ภัย แต่ตอนนี้ปัญหาถูกแก้ไขแล้ว แถมยังมีลวดตาข่ายที่พวกเขาต้องการอย่างเร่งด่วนอีกด้วย
ไม่รู้เพราะเหตุใด เมื่อเผชิญหน้ากับปาฏิหาริย์เช่นนี้ คนแรกที่เขานึกถึงกลับเป็นเย่เจา
ต้องเป็นเย่เจาแน่ที่ทำอะไรบางอย่าง
และแน่นอนว่า เย่เจาปิดบังเรื่องหลายอย่างจากเขาจริง ๆ !
เขารีบออกคำสั่งทันที
“เย่เจาอยู่ไหน รีบค้นหาเดี๋ยวนี้ว่าเธออยู่แถวนี้หรือเปล่า!”
ทุกคนแยกย้ายกันค้นหา และสองนาทีต่อมา ก็มีคนวิ่งถือกล่องพัสดุเข้ามา
“กัปตันครับ! มีพัสดุระบุชื่อของคุณ!”
ฝูเลี่ยรีบรับมาเปิดดู ภายในมีเข็มทิศสีทองวางอยู่
ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส เส้นตัวอักษรเล็ก ๆ ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
[เข็มทิศนำโชค: จะนำทางคุณไปสู่ทางเลือกที่ถูกต้องที่สุด]
[จำนวนครั้งที่ใช้ได้: 10]
ด้านล่างเข็มทิศมีจดหมายสั้น ๆ วางอยู่
กรุณาใช้งานอย่างระมัดระวัง
ทหารคนหนึ่งถามขึ้นว่า “กัปตันฝู สิ่งปลูกสร้างพวกนี้… คุณเย่เจาสร้างขึ้นมาหรือครับ?”
“เธอทำได้ยังไงกัน หรือว่าเธอเป็นเทพธิดาที่ลงมาจากสวรรค์?”
จู่ ๆ ฝูเลี่ยก็หัวเราะออกมา
ดูเหมือนว่าการแสร้งทำเป็นน่าสงสาร จะไม่ได้ไร้ประโยชน์ไปเสียทั้งหมดจริง ๆ
.
.
จบ.