เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 18 การต่อต้าน

ตอนที่ 18 การต่อต้าน

ตอนที่ 18 การต่อต้าน


.

.

เฟิงเฉาหยิบมีดที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา หลังผ่านเหตุการณ์เมื่อครู่ เขาเข้าใจแล้วว่ามีเพียงการถืออาวุธไว้ในมือเท่านั้น จึงจะสามารถปกป้องตัวเองและคนที่เขาห่วงใยได้

เขามองไปยังคนไม่กี่คนที่กำลังหลบอยู่ตรงมุมห้อง ตัวสั่นงันงก ลังเลไม่กล้าออกไปข้างนอกแต่ก็อยากหนี

เขาขี้เกียจพูดมาก จึงหันไปสั่งคนที่เต็มใจสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเขา

“พวกเราทำกันเองไม่ไหว ไปเรียกแขกที่อยู่ชั้นบนลงมา ทุกคนต้องช่วยกันถึงจะปกป้องโรงแรมได้!”

“แบ่งงานกันเอง คนละหนึ่งชั้น คนที่ไม่อยากลงมาก็ไม่ต้องไปเสียเวลาหว่านล้อม แต่อย่าลืมถอดถังดับเพลิงลงมาด้วย”

“พวกคุณสองคนตามฉันไปที่ห้องครัว ไปหาอาวุธกัน”

มีคนถามขึ้นว่า

“พี่เฟิง แล้วถ้าพวกเขาไม่ยอมลงมาล่ะครับ?”

เฟิงเฉาขมวดคิ้ว แววตาฉายความดุดัน

“ก็บอกพวกเขาไป ถ้าไม่ยอมลงมาช่วยตอนนี้ พอพวกเราตายแล้ว พวกเขาก็ไม่มีทางมีชีวิตรอดอย่างสบายเหมือนกัน!”

“และถ้าพวกเราไม่ตาย ต่อไปนี้ก็จะไม่ให้ความช่วยเหลืออะไรพวกเขาอีก รวมถึงอาหารด้วย”

ในช่วงเวลาแบบนี้ จะมาพูดเรื่องคุณธรรมและเมตตาไปเพื่ออะไร?

ทุกคนรับคำสั่งแล้วรีบแยกย้ายกันไปทันที

เฟิงเฉาหันไปมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พร้อมมีดผ่าแตงโมในมือ เขาอยากปลอบเธอ แต่กลับไม่รู้จะพูดอะไร

“เสี่ยวหมิ่น ทำไมไม่ไปหลบอยู่ด้านหลังล่ะ?”

หญิงสาวเหลือบมองเขา ก่อนกำด้ามมีดแน่นขึ้น

“รอให้คนอื่นมาปกป้องอย่างนั้นเหรอ?”

เฟิงเฉาชะงัก “…ขอโทษ”

ตอนที่โศกนาฏกรรมเกิดขึ้น เขาทำได้เพียงมองดูหญิงสาวที่ตัวเองรักถูกเหยียดหยามต่อหน้าต่อตา

เสี่ยวหมิ่นไม่ได้พูดอะไร เธอก้มหน้ามองมีดผ่าแตงโมในมือ อย่างไรเสียเธอก็ไม่สามารถหลบอยู่หลังคนอื่นได้อีกต่อไป และไม่อาจฝากความหวังทั้งหมดไว้กับคนอื่นอีกแล้ว

เธออยากแข็งแกร่งเหมือนเย่เจา

เมื่อเฟิงเฉาและพวกมาถึงห้องครัว พวกเขาก็โยนมีดและอุปกรณ์ที่ใช้เป็นอาวุธได้ทั้งหมดลงในตะกร้าผักผลไม้ ก่อนช่วยกันขนออกมา

ส่วนเฟิงเฉาเริ่มถอดชิ้นส่วนถังดับเพลิง แม้กระทั่งต่อสายฉีดน้ำแรงดันสูง พยายามใช้ทุกสิ่งที่หาได้เป็นอาวุธ

มาถึงจุดนี้แล้ว พวกเขามีเพียงทางเดียวคือต้องสู้ตาย!

หลังจากเตรียมทุกอย่างเรียบร้อย คนที่ขึ้นไปตามแขกบนชั้นต่าง ๆ ก็ทยอยกลับลงมา

โรงแรมแห่งนี้มีแขกอยู่หลายร้อยคน แต่คนที่ยอมลงมามีเพียงราวสามสิบคนเท่านั้น

เฟิงเฉาหัวเราะเย็นชา ในใจคิดว่าถ้าไม่ยอมลงมาช่วยตอนนี้ ต่อไปก็อย่าหาว่าเขาใจร้ายแล้วกัน

เขาแจกอาวุธให้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นมีดพร้า ไม้นวดแป้ง ส่วนคนที่มีแรงมากก็ให้ถือถังดับเพลิง

ถึงแม้จะเป็นอุปกรณ์ดับเพลิง แต่ในสถานการณ์ฉุกเฉินก็สามารถใช้ฉีดใส่คนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ไม่นานนัก เพื่อนร่วมงานที่เขาส่งไปเฝ้าดูซูเปอร์มาร์เก็ตก็รีบวิ่งกลับมาด้วยสีหน้าตื่นเต้น

“พี่เฟิง! พี่เสือกับพวกโดนซุ่มโจมตี!”

ทุกคนรีบเบียดกันไปดูที่หน้าต่าง และก็เห็นภาพพี่เสือกับพวกถูกสไนเปอร์ยิงจริง ๆ

โดยเฉพาะตอนที่รถของพี่เสือระเบิดกลางถนน ทุกคนอดปรบมือด้วยความสะใจไม่ได้

“สมน้ำหน้า!”

“คุณเย่ต้องเป็นคนทำแน่ ๆ สุดยอดจริง ๆ”

“ฝีมือยิงยังดูไม่ค่อยแม่น เหมือนมือใหม่เลยนะ?”

“คุณเย่มีทั้งปืนกล ปืนสไนเปอร์ ตอนนี้ยังมีระเบิดมืออีก เธอเป็นใครกันแน่?”

“ไม่ว่าเธอจะเป็นใคร เธอก็คือคนดีที่ช่วยชีวิตพวกเราเอาไว้! ต่อจากนี้ฉันจะติดตามคุณเย่!”

เฟิงเฉารีบตัดบท

“เรื่องนั้นไว้ก่อน รีบเตรียมตัว พวกมันกำลังกลับมาแล้ว! พวกมันต้องกลับโรงแรมตามแผนแน่!”

การตายของพี่เสือช่วยเพิ่มขวัญกำลังใจให้กับกลุ่มคนแก่ คนป่วย และผู้รอดชีวิตทั้งหลายเป็นอย่างมาก ทุกคนหยิบอาวุธขึ้นมาและรีบเคลื่อนกำลังออกไป

ลูกน้องของพี่เสือคิดว่าพอกลับถึงโรงแรมก็จะได้แสดงอำนาจ ค้นหาสไนเปอร์คนนั้นและฆ่าแก้แค้นให้หัวหน้า แต่ทันทีที่ก้าวเข้าไปในโรงแรม หัวมนุษย์หลายหัวก็กลิ้งมาตกอยู่แทบเท้าพวกมันราวกับลูกโบว์ลิ่ง

บาดแผลนองเลือด ใบหน้าที่คุ้นเคย สีหน้าบิดเบี้ยวซีดขาว และดวงตาที่เบิกกว้างเผยให้เห็นความหวาดกลัวก่อนตาย ตัวประกันที่เคยถูกมัดไว้หายไปหมดแล้ว

ภายในล็อบบี้เหลือเพียงศพไม่กี่ร่างและคราบเลือดเต็มพื้น

“เชี่ย! เกิดอะไรขึ้น?”

“คนอยู่ไหนหมด?”

“แค่เฝ้าคนยังเฝ้าไม่ได้ พวกขยะพวกนี้สมควรตายแล้ว!”

“ไม่มีใครรับโทรศัพท์เลย”

“หมาบ้าอยู่ไหน? คงวิ่งไปซุกอยู่บนเตียงผู้หญิงอีกแล้วมั้ง ไอ้เวรนั่นเห็นผู้หญิงแล้วขยับขาไม่ออก สักวันต้องตายเพราะผู้หญิงแน่!”

“หรือว่าสไนเปอร์คนนั้นจะเป็นคนทำ?”

“จะถอยไหม?”

“ถอยอะไร? ถ้าถอยแล้วจะไปหาฐานดี ๆ แบบนี้จากที่ไหน?”

“นั่นสิ ก็แค่พวกพนักงานออฟฟิศไร้ประโยชน์ จับได้ครั้งหนึ่งก็จับได้อีก!”

เพราะเฟิงเฉาสั่งให้ลากศพไปซ่อนไว้ด้านหลังแล้ว ลูกน้องของพี่เสือจึงเห็นเพียงหัวสามหัวที่คุ้นเคย

พวกมันคิดว่าตายแค่สามคน ส่วนที่เหลือคงออกไปตามล่าคนที่หนีไป จึงไม่รู้ว่าคนของตัวเองถูกกำจัดจนเกือบหมด และไม่ตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์

พวกมันขนเสบียงทั้งหมดลงจากรถเข้าโรงแรมก่อน ทิ้งคนเฝ้าของไว้สองคน แล้วจึงถือมีดเดินเข้าไปข้างในอย่างระมัดระวัง

พวกมันค่อนข้างรอบคอบ ไม่ได้บุกเข้าไปแบบโง่ ๆ และยังเดินรวมกลุ่มกันตลอด

ภายในห้องควบคุมกล้องวงจรปิด เฟิงเฉาเตรียมพร้อมเอาไว้แล้ว

เขาให้คนซ่อนศพทั้งหมด เพื่อหลอกให้พวกศัตรูติดกับและกำจัดให้หมดในคราวเดียว ไม่อย่างนั้นจะปล่อยให้พวกมันหนีไป รวบรวมกำลังใหม่ แล้วกลับมาฆ่าพวกเขาอีกทำไม?

สิ่งที่เขาต้องการคือถอนรากถอนโคน!

นี่คือการล้างแค้น!

น่าเสียดายที่แผนหลายอย่างใช้ไม่ได้ผล

อย่างเช่นแผนล่อพวกมันเข้าไปในลิฟต์เพื่อลดจำนวนศัตรูแล้วค่อยจัดการทีละกลุ่ม เพราะอีกฝ่ายไม่ได้แยกกันเดิน แต่รวมตัวเป็นกลุ่มใหญ่ตรงมายังพื้นที่สำนักงานด้านหลังโรงแรม

เห็นได้ชัดว่าพวกมันกำลังจะไปตรวจสอบกล้องวงจรปิด

เฟิงเฉาหยิบมีดพร้าขึ้นมา แล้วสั่งผ่านหูฟัง

“พวกมันมาแล้ว ลงมือที่แยกที่สอง!”

ลูกน้องของพี่เสือเดินเข้าไปพลางใช้มีดและไม้ฟาดกำแพงกับประตูเสียงดัง

“ไม่มีใครอยู่เลย!”

“ไอ้พวกขี้ขลาดคงหนีกลับบ้านไปหาแม่แล้วมั้ง!”

ทุกคนหัวเราะครืน

แต่ทันใดนั้นก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน มีคนสองคนพุ่งออกมาอย่างกะทันหัน ยกถังดับเพลิงขึ้นฉีดใส่พวกมันเต็มแรง ควันสีขาวพุ่งเข้าจมูกทันที

“แค่ก! แค่ก!”

หมอกสีขาวฟุ้งกระจาย เสียงไอดังระงม

ลูกน้องของพี่เสือปิดตาปิดจมูกและถอยหลัง แต่ยังไม่ทันตั้งตัว คนอีกหลายคนก็โผล่ออกมาฉีดถังดับเพลิงและสายฉีดน้ำแรงดันสูงใส่พวกมันอีกระลอก!

“เชี่ย!”

“พวกมึงรนหาที่ตาย!”

“บุกเข้าไป! ฆ่าพวกมันให้หมด!”

มีคนตะโกนขึ้น ลูกน้องที่มองอะไรแทบไม่เห็นเริ่มรวมตัวตามเสียงผู้นำ แล้วถือมีดพุ่งเข้าใส่ เฟิงเฉาก็พุ่งออกมาเช่นกัน พร้อมตะโกนลั่น

“ใครไม่อยากตาย ฆ่ามัน!”

สองฝ่ายปะทะกันทันที

ท่ามกลางควันขาวที่ฟุ้งกระจาย ลูกน้องของพี่เสือถูกโจมตีจากทุกทิศทาง ไม่นานก็เสียเปรียบและล้มลงทีละคน เสี่ยวหมิ่นยืนอยู่ด้านหลังฝูงชน ถือมีดผ่าแตงโมในมือ ลูกน้องคนหนึ่งถูกฟันจนล้มลงตรงหน้าเธอพอดี

เธอไม่พูดอะไรสักคำ เพียงแทงมีดผ่าแตงโมลงกลางหัวใจของอีกฝ่ายอย่างแรง จากนั้นแทงซ้ำอีกสองครั้งใต้หัวใจลงมาอีกสามนิ้ว

ลูกน้องคนนั้นเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ ก่อนนอนตายตาค้างเบิกโพลง

เมื่อมองใบหน้าบิดเบี้ยวของศพตรงหน้า เสี่ยวหมิ่นกลับรู้สึกสะใจอย่างประหลาด ราวกับในที่สุดเธอก็ได้ล้างแค้นสำเร็จ เธออดหัวเราะออกมาไม่ได้

เย่เจายืนอยู่ท้ายกลุ่ม สะพายปืนกลไว้บนบ่า ดูเหมือนที่นี่จะไม่ต้องการเธอแล้ว เธอจึงหันหลังและเดินจากไป

เสี่ยวหมิ่นเงยหน้าขึ้นพอดี เห็นแผ่นหลังของเย่เจาที่กำลังจากไป รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปทันที

หรือว่าเมื่อกี้เธอจะดูโรคจิตเกินไป จนทำให้คุณเย่ตกใจ?

แต่เมื่อนึกถึงภาพที่เย่เจาฟันหัวคนหลุดหลายหัวก่อนหน้านี้

ตัวเองน่าจะยังพอไหวอยู่ใช่ไหม?

เย่เจากลับเข้าห้อง ตั้งปืนสไนเปอร์ไว้ตรงหน้าต่าง แล้วเริ่มส่องดูสถานการณ์รอบ ๆ

หลังจากยิงไปหลายครั้งก่อนหน้านี้ ตอนนี้เธอมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้นมาก

เธอรู้สึกว่าตัวเองน่าจะเรียนจบจากการเป็นมือใหม่แล้ว

ซูเปอร์มาร์เก็ตกลายเป็นทรัพย์สินไร้เจ้าของ ผู้รอดชีวิตจำนวนมากกรูกันเข้าไปแย่งชิงเสบียง จนเกิดความวุ่นวายไปทั่ว ไม่นานซูเปอร์มาร์เก็ตก็ถูกกวาดจนเกลี้ยง

เย่เจาเห็นเด็กสาวคนหนึ่งแบกเสบียงจำนวนมากออกมาจากซูเปอร์มาร์เก็ต กำลังรีบเดินจากไป แต่ชายชุดดำสวมหน้ากากสองคนกลับเดินเข้ามาขวางทางและพยายามแย่งของในอ้อมแขนเธอ

เย่เจาถอดเครื่องเก็บเสียงออก แล้วยิงไปหนึ่งนัด

เดิมทีเธอตั้งใจยิงก้นของผู้ชายคนนั้น แต่ดันพลาดไปโดนพื้นตรงหน้าแทน

เสียงปืนดังขึ้นทันที ทุกคนที่อยู่ด้านล่างต่างเงยหน้ามองพร้อมกัน ชายชุดดำทั้งสองหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว

ระยะไกลเกินไปและอยู่สูงเกินไป พวกเขามองไม่ออกด้วยซ้ำว่าคนยิงเป็นคนหรือผี

แต่เมื่อนึกถึงจุดจบของพี่เสือในตอนเช้า ทั้งคู่ก็รีบยกมือขอชีวิต ก่อนถอยหนีไปอย่างรวดเร็ว

เด็กสาวที่รอดตายหวุดหวิดถึงกับร้องไห้ออกมา เธอโค้งคำนับไปทางไกลหลายครั้งก่อนรีบวิ่งหนี

ชายชุดดำทั้งสองไม่กล้าตามอีกต่อไป ได้แต่จากไปอย่างหมดอาลัยตายอยาก

เย่เจายิงไล่หลังไปอีกสองนัด แต่ก็ยังไม่โดนอยู่ดี…

เธอเช็ดเลือดกำเดาที่ไหลออกมา ก่อนหยิบแครอทจากพื้นที่เก็บของขึ้นมากิน

ตลอดทั้งเช้า เธอคอยเฝ้าดูความวุ่นวายด้านล่าง จนกระทั่งเฟิงเฉาเข็นรถอาหารขึ้นมาเคาะประตูห้อง

“คุณเย่ ขอบคุณที่ช่วยพวกเราเอาไว้!”

“ถ้าไม่มีคุณ ผมกับเพื่อนร่วมงานคงเหลือแค่ทางตายไม่ช้าก็เร็ว”

บนรถอาหารมีอาหารมังสวิรัติหลายอย่างที่เธอสั่งประจำ รวมถึงต้มยำที่เธอชอบด้วย

เฟิงเฉาบอกว่าพวกเขาจัดการพวกอันธพาลได้หมดแล้ว แม้จะมีคนบาดเจ็บบ้าง แต่ผลลัพธ์ถือว่าดี

ยาในโรงแรมมีไม่มาก พวกเขาจึงวางแผนจะไปกวาดซื้อยาจากร้านขายยาใกล้ ๆ ในช่วงบ่าย

เย่เจาพูดว่า “ขอให้โชคดี”

เฟิงเฉายิ้มแล้วตอบว่า “ถ้าคุณต้องการอะไร หรืออยากกินอะไรในอนาคต บอกผมได้เลย ผมจะเอามาส่งให้”

ทั้งสองแลกข้อมูลติดต่อกันไว้ เพื่อจะได้ติดต่อกันสะดวกในภายหลัง

หลังอาหารกลางวันไม่นาน เสี่ยวหมิ่นก็ยกจานผลไม้และขนมหวานขึ้นมา

“คุณเย่ ขอบคุณค่ะ”

เธอพูดไม่มาก แต่ความหม่นหมองในดวงตายังคงชัดเจน เห็นได้ชัดว่าไม่อยากรื้อฟื้นเรื่องที่ผ่านมา เย่เจาหยิบลูกอมนมหนึ่งกำมือยื่นให้เธอ

“กินลูกอมไหม? หวานมากนะ”

ลูกอมมีเยอะจนเสี่ยวหมิ่นต้องใช้สองมือรับ

“ขอบคุณค่ะ”

ที่แท้คุณเย่ชอบกินลูกอม…

ต่อไปเธอคงต้องเอาลูกอมมาให้ทุกวันแล้ว

หลังจากส่งเสี่ยวหมิ่นกลับไป เย่เจาก็แกะลูกอมนมเม็ดหนึ่งใส่ปาก ก่อนกลับไปส่องปืนสไนเปอร์ลงด้านล่างต่อ

บางทีอาจเป็นเพราะผลงานอันโดดเด่นในช่วงเช้า เหตุการณ์ปล้นชิงด้านล่างจึงลดลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงบ่าย

ผู้เสียหายบางคนถึงกับจงใจเดินอ้อมเข้ามาใกล้บริเวณโรงแรมเพื่อขอความคุ้มครอง

ส่วนเย่เจา หากเห็นเหตุการณ์ปล้นเมื่อไร ก็จะยิงขู่สองนัดทันที

โดยไม่รู้ตัว สถานที่แห่งนี้ดูเหมือนจะกลายเป็นแนวป้องกันอันปลอดภัยไปแล้ว

.

.

จบ.

จบบทที่ ตอนที่ 18 การต่อต้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว