- หน้าแรก
- วันแรกที่ถูกตระกูลทอดทิ้ง วันสิ้นโลกก็มาถึง
- ตอนที่ 17 นักแม่นปืนมือใหม่
ตอนที่ 17 นักแม่นปืนมือใหม่
ตอนที่ 17 นักแม่นปืนมือใหม่
.
.
เย่เจาไม่สนใจว่าคนด้านล่างจะจัดการเรื่องราวกันอย่างไร อีกทั้งเธอก็ไม่มีเวลาหรืออารมณ์จะไปยุ่งด้วยอยู่แล้ว
อย่างไรเสียตอนนี้เธอก็เป็นเพียงผู้ป่วยจากรังสีที่กำลังหัวล้านคนหนึ่ง ขอแค่เอาชีวิตรอดให้ได้ก็ถือว่าดีพอแล้ว
เธอเดินขึ้นไปยังชั้นสามโดยตรง หยิบกล้องส่องทางไกลออกมาสังเกตซูเปอร์มาร์เก็ตฝั่งตรงข้าม
สถานการณ์ที่นั่นยิ่งวุ่นวายกว่าเดิม พี่เสือพาลูกน้องบุกเข้าไปปล้นในซูเปอร์มาร์เก็ต พวกมันไม่พูดพร่ำทำเพลง ฟันทุกคนที่ขวางหน้า ความโหดเหี้ยมและรุนแรงทำให้ผู้คนหวาดกลัวจนแตกฮือหนีตายอย่างรวดเร็ว ส่วนคนที่คิดขัดขืนก็ถูกฆ่าทิ้ง
ศพหลายร่างถูกลากไปวางเรียงอยู่หน้าซูเปอร์มาร์เก็ต ใช้เป็นเครื่องเตือนใจผู้ที่คิดต่อต้าน
เดิมทีเจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตยังสามารถเก็บสินค้าราคาแพงอย่าง ทองคำ หรือหยกเอาไว้แลกเงินก้อนโตได้บ้าง แต่เมื่อพี่เสือมาถึง อีกฝ่ายก็ถูกยิงเข้าที่ศีรษะตายคาที่
เย่เจาตั้งปืนไรเฟิลซุ่มยิงขึ้น เล็งไปยังพี่เสือที่กำลังนั่งสูบบุหรี่อย่างสบายใจอยู่บนแท่นเก็บของ
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอใช้ปืนซุ่มยิงเล็งใส่คนจริง ๆ จึงอดรู้สึกประหม่าไม่ได้ เธอสูดลมหายใจเข้าลึก กลั้นหายใจไว้ ก่อนลั่นไกในวินาทีถัดมา!
ปัง!
กระสุนพุ่งทะลุกระจกแตกกระจาย เฉียดหน้าผากของพี่เสือไปเพียงนิดเดียว
สีหน้าหยิ่งผยองของพี่เสือพลันกลายเป็นตื่นตระหนก เขากระโจนลุกขึ้นทันที ทองคำในมือร่วงกระจัดกระจายเต็มพื้น
“เชี่ย! มีสไนเปอร์!”
“ทุกคนระวัง!”
เย่เจาหรี่ตาลงก่อนเหนี่ยวไกอีกครั้ง!
ปัง!
คราวนี้ยิ่งหลุดเป้าไปไกลกว่าเดิม เกือบจะโดนเท้าของพี่เสือแทน
เย่เจา: ไม่เป็นไร ลองใหม่อีกที
เธอยิงต่อเนื่องหลายครั้ง แต่สิ่งเดียวที่พี่เสือทำได้คือเต้นหลบอยู่กับที่ราวกับกำลังเต้นแท็ปแดนซ์
พี่เสือตกใจจนรีบมุดไปหลบหลังตู้คอนเทนเนอร์ที่อยู่ใกล้ ๆ เพราะเย่เจาติดเครื่องเก็บเสียงเอาไว้ เขาจึงไม่รู้เลยว่ากระสุนถูกยิงมาจากทิศทางใด
เมื่อลูกน้องได้ยินความเคลื่อนไหว ต่างก็มองซ้ายขวาอย่างระแวดระวัง พร้อมตะโกนด่าทอเสียงดัง
“ใครวะ?! ใครแม่งยิง?! ออกมาเดี๋ยวนี้!”
“ไอ้เวรคนไหนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง อยากตายหรือไง?!”
“ถ้ากูจับตัวได้เมื่อไร กูจะสับมันเป็นชิ้น ๆ!”
ทันทีที่เสียงด่าทอดังขึ้น กระสุนอีกหลายนัดก็พุ่งผ่านร่างพวกมันไป บ้างกระแทกใส่กระจกรถจนแตกกระจาย
จากความหวาดกลัวในตอนแรก เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยิงไม่ค่อยแม่น กลุ่มคนเหล่านี้กลับหัวเราะเยาะออกมา พี่เสือที่หลบอยู่ด้านหลังก็โผล่หน้าออกมาอีกครั้ง
“ไอ้สารเลว! กูว่ากระสุนมาจากตึกฝั่งตรงข้าม รอก่อนเถอะ กูจะตัดมือมันไปแกล้มเหล้า!”
จากนั้นเขาก็สั่งลูกน้อง “เลิกโอ้เอ้ได้แล้ว! รีบขนของขึ้นรถ!”
ปัง!
กระสุนนัดหนึ่งพุ่งออกไปอีกครั้ง คราวนี้เจาะเข้าที่หัวไหล่ของพี่เสือเต็ม ๆ!
พี่เสือที่ก่อนหน้านี้ยังหยิ่งยโสและดูแคลนอีกฝ่าย กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดก่อนล้มลงกับพื้น ใบหน้าบิดเบี้ยวขณะคลานหลบไปด้านหลังรถ
ลูกน้องที่กำลังขนของอยู่ก็ตกใจจนรีบหมอบหลบไปด้านข้าง
กระสุนนัดต่อมาพุ่งออกมาอีกครั้ง คราวนี้เจาะกลางหน้าผากลูกน้องคนหนึ่ง ศีรษะระเบิด เลือดและสมองกระจายเต็มพื้น
ดวงตาของเขาเบิกกว้างก่อนล้มลงตายตาไม่หลับ
เย่เจาพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ล้มเหลวคือมารดาแห่งความสำเร็จจริง ๆ
หลังจากมีคนถูกยิงตายต่อหน้าต่อตา ลูกน้องของพี่เสือก็ไม่กล้าโผล่หัวออกมาอีก
หึ
เย่เจาฉีกลูกอมเม็ดหนึ่งใส่ปาก พลางเล็งปืนไปทางพี่เสือและพวกต่อ อย่างไรเสียพวกมันก็ไม่สามารถซ่อนตัวอยู่ได้ตลอดไป
พี่เสือกุมหัวไหล่ที่มีเลือดไหลไม่หยุด ลูกน้องคนหนึ่งรีบดึงชายเสื้อตัวเองออกมาพันแผลให้ พลางกระซิบว่า
“พี่เสือ ผมว่าสไนเปอร์คนนั้นฝีมือไม่เลวเลยนะ ไม่อย่างนั้นพี่ให้ปืนผมเถอะ ผมจะคอยคุ้มกันพี่เอง!”
พี่เสือเป็นคนตัวสูงใหญ่ ร่างกายแข็งแรงมาก แม้ถูกยิงก็ยังพอทนได้ จึงไม่น่าแปลกใจที่เขาจะนั่งตำแหน่งหัวหน้าได้อย่างมั่นคง
“มึงอยากตายหรือไง?”
ชายคนนั้นหัวเราะแห้ง ๆ “ผมจงรักภักดีกับพี่เสือสุดหัวใจนะพี่ ผมคิดเพื่อพี่จริง ๆ!”
พี่เสือแค่นเสียงเย็น กำปืนแน่นแล้วพูดว่า
“ไปเอารถมา รวมพี่น้องทั้งหมด กลับโรงแรมก่อน เราต้องลากไอ้สารเลวที่แอบยิงพวกเราจากข้างหลังออกมาให้ได้ แล้วกูจะสับมันเป็นชิ้น ๆ โยนให้หมากิน!”
ชายคนนั้นรีบโทรศัพท์หาพวกที่อยู่โรงแรม แต่โทรหลายสายก็ไม่มีใครรับ
“หรือว่าจะเกิดเรื่องกับพวกนั้น?”
สีหน้าของพี่เสือยิ่งซีดลง
“กลับไปก่อน!”
หากไม่รีบรักษาแผล เขาคงเสียเลือดตายแน่
เย่เจารอไม่นาน พี่เสือและพวกก็ตัดสินใจเรียบร้อย ทุกคนขึ้นรถพร้อมกันและเตรียมกลับโรงแรม
พี่เสือกลัวตายมาก จึงนั่งซ่อนตัวอยู่เบาะหลังอย่างมิดชิด
เย่เจาเล็งกล้องไปยังคนขับที่อยู่ด้านหน้าก่อนเหนี่ยวไกอีกครั้ง!
โดนอีกแล้ว คราวนี้กระสุนเจาะทะลุหัวไหล่ของคนขับ
ใบหน้าของอีกฝ่ายบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด แต่กลับเหยียบคันเร่งแรงขึ้นจนรถพุ่งทะยานไปข้างหน้า
ตอนนี้เขาไม่กล้าเหยียบเบรกแม้แต่น้อย หากรถหยุด เขาตายแน่ ทางรอดเดียวคือต้องขับไปให้ถึงตึกฝั่งตรงข้าม เพราะสไนเปอร์อยู่ที่นั่น ยิ่งเข้าใกล้มากเท่าไร มุมอับก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
เย่เจาไม่ได้คิดซับซ้อน ขอแค่ยังเล็งได้ เธอก็ยิงต่อ
กระสุนนัดหนึ่งทะลุกระจกหน้ารถอีกครั้ง คนขับตกใจจนเหงื่อแตกเต็มตัว ใบหน้าซีดเผือด มือที่จับพวงมาลัยสั่นระริกเพราะความเจ็บปวด
ทันใดนั้นรถก็หักพวงมาลัยกะทันหัน พุ่งชนรถอีกคันที่อยู่ข้าง ๆ จนดับกลางถนน
พี่เสือตะโกนลั่น “มึงขับรถประสาอะไร! รีบขับไปโรงแรมเดี๋ยวนี้!”
เขาถึงกับยกปืนจ่อท้ายทอยคนขับ
“ลุกขึ้นมาขับเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นกูยิงมึงแน่! เร็ว!”
น่าเสียดายที่ผ่านไปนานก็ไม่มีเสียงตอบกลับ
คนขับหมดสติคาพวงมาลัยไปแล้ว ใบหน้าของพี่เสือบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาลูกน้องอย่างบ้าคลั่ง แต่ไม่มีใครรับสายเลย
พวกนั้นซ่อนตัวกันหมด ราวกับนกกระจอกเทศที่เอาหัวมุดทราย ไม่กล้าแม้แต่จะโผล่หน้าออกมา
เย่เจามองรถหรูสองคันที่ชนกันอยู่กลางถนน ระเบิดมือปรากฏขึ้นในฝ่ามือของเธอ เธอดึงสลักแล้วขว้างออกไป
คนที่ถูกยิงแล้วยังลุกขึ้นมาสู้กับศัตรูสิบคนได้คนเดียว มีแต่พระเอกเท่านั้นที่ทำได้ แต่พวกนี้เป็นเพียงตัวร้ายระดับตัวประกอบ
สมควรตาย
ตูม! ตูม! ตูม!
เสียงระเบิดดังสนั่นสามครั้งติดต่อกัน รถหรูราคาหลายล้านสองคันลุกเป็นไฟทันที ผู้รอดชีวิตที่แอบซ่อนตัวดูอยู่ไกล ๆ อดถ่มน้ำลายไม่ได้
“สมน้ำหน้า! พวกมันสมควรตาย!”
“นี่มันฆาตกรรมชัด ๆ! เพิ่งผ่านไปกี่วันเอง ถึงได้ฆ่าคนกันง่ายดายขนาดนี้…?”
“ฮือออ แล้วคนธรรมดาอย่างพวกเราจะมีชีวิตรอดได้ยังไง?”
“…โลกของพวกเราเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
“สามี! สามี! ฮือออ พวกมันฆ่าสามีฉัน!”
…
จนกระทั่งตาย พี่เสือก็คงไม่คิดว่าตัวเองจะจบชีวิตลงอย่างลึกลับเช่นนี้ ความฝันอันยิ่งใหญ่ที่หวังจะครองโลก เพิ่งจะเริ่มต้นก็สิ้นสุดลงเสียแล้ว
เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนฆ่าเขา
เมื่อลูกน้องของพี่เสือรีบกลับมาถึงโรงแรม พวกมันก็พบว่ารถที่พี่เสือนั่งอยู่ถูกระเบิดจนเหลือแต่ซาก
ช่วงแรกทุกคนต่างตกตะลึง แต่หลังจากความตกใจผ่านพ้นไป ความยินดีกลับเข้ามาแทนที่
พี่เสือตายแล้ว
ถ้าอย่างนั้นพวกเขาก็คือหัวหน้าคนใหม่!
เย่เจาเก็บปืนซุ่มยิงเข้าพื้นที่เก็บของ สะพายปืนกลไว้บนบ่า ก่อนเดินลงไปด้านล่างทันที
.
.
จบ.