เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 19 ธรรมชาติอันน่าสะพรึงของจิตใจมนุษย์

ตอนที่ 19 ธรรมชาติอันน่าสะพรึงของจิตใจมนุษย์

ตอนที่ 19 ธรรมชาติอันน่าสะพรึงของจิตใจมนุษย์


.

.

เมื่อมองดูสถานการณ์ภายนอก เย่เจาเห็นข่าวสารและรายงานเหตุการณ์บนอินเทอร์เน็ตหลั่งไหลเข้ามาไม่หยุด ทุกที่เต็มไปด้วยเสียงร้องขอความช่วยเหลือและคำวิงวอนเอาชีวิตรอด

ภาพเหล่านั้นทำให้เธอรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่ไวรัสซอมบี้ยังแพร่กระจายไปไม่ทั่วถึง แต่ความวุ่นวายส่วนใหญ่ในตอนนี้กลับเกิดจากน้ำมือมนุษย์เอง

ผู้คนกำลังเข่นฆ่ากันเอง

หัวใจของมนุษย์น่ากลัวยิ่งกว่าสัตว์ประหลาดเสียอีก

ตอนเย็นเมื่อเฟิงเฉากับพวกกลับมา เขาเป็นฝ่ายมาหาเย่เจาก่อนแล้วเล่าให้ฟังว่าสถานการณ์ภายนอกย่ำแย่กว่าเดิมมาก พวกเขาออกไปกันกว่ายี่สิบคนและมีเรื่องปะทะกับคนกลุ่มหนึ่ง แม้จะรักษายาเอาไว้ได้หลายลัง แต่ก็มีคนบาดเจ็บเพิ่มขึ้นอีกหลายคน

ยิ่งไปกว่านั้น หน้าทางเข้าสู่เขตปลอดภัยยังมีคนต่อแถวยาวเหยียด โควตาแทบไม่มีเหลืออยู่แล้ว ปัจจุบันมีเพียงคนที่มีเส้นสายหรือมีสถานะพิเศษเท่านั้นที่ได้เข้าไป ส่วนประชาชนธรรมดาที่ไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ ทำได้เพียงรอต่อไป

“คุณหนูเย่ ถ้าฐานหลบภัยเปิดรับคนเพิ่มเมื่อไร คุณไปกับพวกเราเถอะครับ ถึงตอนนี้โรงแรมจะยังปลอดภัย แต่เมื่อซอมบี้รอบ ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ที่นี่ก็จะกลายเป็นเป้าหมายของทุกคน สุดท้ายคงถูกตีแตกเข้าสักวัน”

เย่เจามีเวลาจำกัดจึงไม่ได้ตอบรับในทันที

“เอาไว้ดูก่อนแล้วกัน”

วันที่ 6 หลังเข้าสู่เกม

10 โมงเช้า

ค่าร่างกายของเย่เจาเพิ่มขึ้นเป็น 57 แต้มแล้ว

[ชื่อ: เย่เจา]

[ร่างกาย: 57 (ไม่รวมผลจากอุปกรณ์)]

[พละกำลัง: 4 (ไม่รวมผลจากอุปกรณ์)]

[ความเร็ว: 0 + 47 (ผลจากอุปกรณ์)]

อาการผมร่วงของเธอดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เลือดกำเดาไหลน้อยลง จุดแดงบนร่างกายก็หยุดลุกลามแล้ว

มีเพียงเส้นผมที่ร่วงไปก่อนหน้านี้ซึ่งยังไม่งอกกลับมา

เย่เจายกมือแตะศีรษะล้านครึ่งหัวของตัวเอง สไตล์สุดนอกกระแสของเธอในตอนนี้เรียกได้ว่าพุ่งทะลุถึงขีดสุด ต่อให้ออกไปข้างนอกแล้วทำเด็กสามขวบร้องไห้ก็ไม่แปลกใจแล้ว

สุดท้ายเธอจึงหยิบมีดโกนมาโกนผมที่เหลือทิ้งทั้งหมด แต่เพราะไม่เคยทำมาก่อนจึงเกือบโกนหนังศีรษะตัวเองเป็นแผลไปด้วย

หลังจากสวมหมวก กินยาและวิตามิน A B C D E เรียบร้อยแล้ว เธอก็ยกจานผลไม้ที่เสี่ยวหมิ่นนำมาให้ขึ้นไปบนดาดฟ้า

ความทะเยอทะยานของเธอเริ่มขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ

ตอนนี้เธอไม่พอใจที่จะนอนซุ่มยิงอยู่ในห้องอีกต่อไป

เธอวางแผนจะตั้งปืนสไนเปอร์หลายกระบอกบนดาดฟ้า และมุ่งมั่นจะก้าวขึ้นเป็นราชาสไนเปอร์ประจำย่านนี้ให้ได้!

สถานการณ์วันนี้ยังคงย่ำแย่เหมือนเดิม การทุบทำลาย ปล้นสะดม และวางเพลิงเกิดขึ้นแทบทุกแห่ง แต่ช่วงเช้าของเย่เจานับว่าเริ่มต้นได้ไม่เลว เพราะเธอซุ่มยิงคนไปแล้วสิบคน

ต้องขอบคุณอาจารย์ X อีกครั้ง ที่ทำให้เธอเป็นคนที่เก่งได้ทั้งบุ๋นและบู๊

ช่วงบ่าย สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไป

ขณะที่เย่เจากำลังเล็งผ่านกล้องสไนเปอร์ เธอเห็นซอมบี้กลายพันธุ์ตัวหนึ่งกำลังไล่ล่ามนุษย์อยู่ในหมู่บ้านจัดสรรใกล้ ๆ

ปฏิกิริยาแรกของผู้คนเมื่อเผชิญหน้ากับซอมบี้ยังคงเป็นความหวาดกลัว ทุกคนแตกตื่นและวิ่งหนีกันคนละทิศละทาง

เย่เจายิงสไนเปอร์ไปห้านัด หนึ่งในนั้นโดนกระดูกขาของซอมบี้

แต่มันไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย ต่อให้ล้มลงกับพื้น มันก็ยังคลานด้วยท้องเพื่อไล่ตามอาหารต่อไป

การปรากฏตัวของซอมบี้ตัวนี้ราวกับไปกดสวิตช์บางอย่างเข้า

เย่เจาได้เห็นเหตุการณ์ซอมบี้กัดกินคนติดต่อกันหลายครั้ง ไวรัสซอมบี้แพร่เข้าสู่เมือง B ในที่สุด…

ท้องถนนวุ่นวายมากขึ้นเรื่อย ๆ คนเดินถนนน้อยลงเรื่อย ๆ แต่จำนวนซอมบี้กลับเพิ่มขึ้นไม่หยุด โศกนาฏกรรมหลากหลายรูปแบบเกิดขึ้นทั่วทั้งย่าน

เย่เจาไม่จำเป็นต้องเข้าอินเทอร์เน็ตก็รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้เลวร้ายเพียงใด

ทางการเมือง B ออกประกาศเตือนภัย

[ขอให้ประชาชนทุกคนปิดประตูหน้าต่างและกักตัวอยู่ภายในที่พัก ห้ามออกนอกบ้าน! ห้ามออกนอกบ้าน! ห้ามออกนอกบ้าน!]

[ขอให้ประชาชนทุกคนปิดประตูหน้าต่างและกักตัวอยู่ภายในที่พัก ห้ามออกนอกบ้าน! ห้ามออกนอกบ้าน! ห้ามออกนอกบ้าน!]

[ขอให้ประชาชนทุกคนปิดประตูหน้าต่างและกักตัวอยู่ภายในที่พัก ห้ามออกนอกบ้าน! ห้ามออกนอกบ้าน! ห้ามออกนอกบ้าน!]

บนอินเทอร์เน็ตเต็มไปด้วยคำร้องขอความช่วยเหลือ ผู้คนพากันไปขอความช่วยเหลือจากแพลตฟอร์มของเทศบาล สถานีตำรวจ สถานีดับเพลิง และตำรวจจราจร เพราะโทรศัพท์ไม่สามารถติดต่อได้อีกแล้ว

[ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยฉันที! สามีกับแม่สามีกลายเป็นซอมบี้ไปแล้ว! ตอนนี้ฉันกับลูกซ่อนตัวอยู่ในห้องนอน พวกมันกำลังทุบประตูอยู่! ใครก็ได้ช่วยเราที!]

[ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าไวรัสซอมบี้มีอยู่จริง ทำไมรัฐบาลไม่เตรียมตัวล่วงหน้า? ทำไมถึงวุ่นวายขนาดนี้?! ช่วยด้วย!]

[ทำไมรัฐบาลถึงไร้ความสามารถขนาดนี้? เก็บภาษีจากพวกเรามาตั้งมากมายแต่ไม่ทำอะไรเลยหรือไง? แล้วเมื่อไรจะคิดค้นวัคซีนได้สักที?!]

[อ๊ากกกกก ใครก็ได้ช่วยด้วย! ฉันอยู่ห้อง xx อาคาร x ในหมู่บ้าน xxx ตอนนี้หน้าประตูเต็มไปด้วยซอมบี้หมดแล้ว!]

[วุ่นวายมาหลายวันแล้ว ฉันออกไปซื้อของ ไม่เพียงโดนปล้น แต่ยังโดนซ้อมอีก โรงพยาบาลก็ไม่มีคิว ยาก็ซื้อไม่ได้ ชีวิตแบบนี้จะจบลงเมื่อไร?!]

[…]

อินเทอร์เน็ตตกอยู่ในความโกลาหล แพลตฟอร์มโซเชียลต่าง ๆ แทบหยุดทำงาน

ทุกคนต่างยุ่งกับปัญหาของตัวเอง จึงไม่มีเจ้าหน้าที่ออกมาดูแลระบบอีกต่อไป เครือข่ายล่มอย่างรวดเร็ว จนแม้แต่การรีเฟรชหน้าจอก็ทำไม่ได้

ชั้นล่างของโรงแรม

หลังจากเฟิงเฉากับพวกจัดการเพื่อนร่วมทีมที่กลายพันธุ์กะทันหันไปหลายคนแล้ว เฟิงเฉาจึงกล่าวว่า

“ทุกคนกักเก็บน้ำกันหรือยัง? เราต้องสำรองน้ำให้ได้มากที่สุด ในอนาคตแหล่งน้ำมีโอกาสปนเปื้อนแน่นอน เพราะฉะนั้นต้องตุนเอาไว้ให้มากที่สุด เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน”

“ต่อจากนี้ไปเคาะประตูทุกห้อง ตรวจสอบให้ชัดว่าห้องไหนยังเป็นคน ห้องไหนกลายพันธุ์แล้ว ที่นี่คือฐานของเรา สิ่งสำคัญที่สุดคือทำให้โรงแรมปลอดภัย”

ทุกคนเริ่มเคลื่อนไหวทันที

เสี่ยวหมิ่นถือมีดผ่าแตงโมขึ้นไปบนดาดฟ้า และเห็นเด็กสาวในชุดดำสวมหมวกเบสบอลกำลังสะพายปืนสไนเปอร์อยู่

ร่างกายของเธอผอมเพรียว แผ่นหลังตั้งตรง สีหน้าสงบนิ่ง ดวงตาเรียวคมกระจ่างใสหรี่ลงเล็กน้อย

ถ้าไม่ใช่เพราะเลือดกำเดาที่ไหลออกมากะทันหันจนทำลายบรรยากาศอันน่าเกรงขามนั้นเสียหมด…

เย่เจาฉีกกระดาษอย่างชำนาญแล้วอุดรูจมูกตัวเอง จากนั้นก็ลั่นไกทันทีโดยไม่แม้แต่จะกะพริบตา

ซอมบี้ตัวหนึ่งที่กำลังพุ่งใส่เด็กสาวอยู่ไกลออกไปถูกยิงเข้าที่ศีรษะล้มลงกับพื้น

เด็กสาวที่รอดตายหวุดหวิดหันมองไปรอบ ๆ อย่างตื่นตระหนก พึมพำคำว่าขอบคุณหลายครั้ง ก่อนจะรีบวิ่งหนีไป

เย่เจายิงต่ออีกสองสามนัด จากนั้นจึงหันมองเสี่ยวหมิ่น

เธอชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเสี่ยวหมิ่นที่เคยมีผมสวยถึงได้โกนหัวเช่นกัน หรืออีกฝ่ายคิดว่าผมยาวเป็นภาระ จึงเตรียมตัวรับมือวันสิ้นโลกให้ดียิ่งขึ้น?

ถ้าเธอมีจิตสำนึกแบบนี้บ้าง ก็คงไม่ต้องเสียใจเรื่องผมร่วง และไม่ต้องสวมหมวกปิดหัวล้านอยู่ทุกวัน

เย่เจานับถือเสี่ยวหมิ่นจากใจจริง

อีกฝ่ายเข้มแข็งและกล้าหาญมาก หลังจากผ่านความสิ้นหวังและความเจ็บปวดเช่นนั้นมาได้

เธอยื่นลูกอมนมให้เสี่ยวหมิ่นหนึ่งเม็ด

จริง ๆ เธอก็อยากกินเหมือนกัน แต่พอคิดดูแล้ว

ชีวิตลำบากหน่อยไม่เป็นไร ขอแค่มีชีวิตยืนยาวก็พอ กินหัวไชเท้าต่อดีกว่า

เธอยังคงเชื่อคำแนะนำของหมอในอินเทอร์เน็ตอยู่มาก

“ข้างล่างเป็นยังไงบ้าง?”

เสี่ยวหมิ่นกำลูกอมไว้ในฝ่ามือแล้วอธิบายว่า

“ตอนนี้พวกเรามีกฎแล้วค่ะ ถ้าไม่ออกไปหาของข้างนอก ทุกคนต้องอยู่ในห้องของตัวเอง ต่อให้มีใครกลายพันธุ์ก็จะติดอยู่ในห้อง ซอมบี้เปิดประตูไม่เป็น ดังนั้นสถานการณ์ยังไม่วุ่นวายมาก ทุกอย่างยังควบคุมได้ คุณวางใจได้ พวกเราจะปกป้องโรงแรมไว้ให้ได้แน่นอน!”

เย่เจาพยักหน้า

“ต้องระวังพวกผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการด้วย บางคนไม่ได้ถูกกัดก็ยังกลายพันธุ์ได้”

เสี่ยวหมิ่นตอบรับเบา ๆ

เธอสงสัยอยู่บ้างว่าทำไมเย่เจาถึงรู้เรื่องซอมบี้มากขนาดนี้ และดูไม่ตกใจเลยเมื่อเห็นพวกมัน

ต่างจากเธอที่แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่ตอนเห็นซอมบี้ด้านล่างก็ยังสะดุ้งอยู่ดี

แม้จะสงสัย แต่เสี่ยวหมิ่นก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ เธอกลัวว่าจะทำให้เย่เจาไม่พอใจ

เธอต้องแข็งแกร่งขึ้น

มีเพียงแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น จึงจะมีสิทธิ์ยืนอยู่เคียงข้างอีกฝ่าย

หลังจากนั้นเธอก็ลงไปชั้นล่าง พร้อมกับเพื่อนร่วมทีม ออกเคาะประตูแต่ละห้องเพื่อกำจัดซอมบี้

เธอต้องแข็งแกร่งขึ้น!

วันที่ 7 หลังเข้าสู่เกม

หลังจากจัดสรรคะแนนสรรสร้างเสร็จ เย่เจาจึงเปิดดูข้อมูลส่วนตัว

[ชื่อ: เย่เจา]

[ร่างกาย: 67 (ไม่รวมผลจากอุปกรณ์)]

[พละกำลัง: 4 (ไม่รวมผลจากอุปกรณ์)]

[ความเร็ว: 0 + 47 (ผลจากอุปกรณ์)]

[หมายเหตุ: ไม่รวมค่าสถานะพื้นฐานของผู้เล่น]

[พรสวรรค์ที่ครอบครอง: SSS สรรสร้าง, SSS พยากรณ์]

[พลังธาตุ: ไม่มี]

[สรรสร้าง: ระดับ 1]

[แต้มสรรสร้าง: 58]

[ค่าประสบการณ์: 35%]

[พยากรณ์: ระดับ 1 (ใช้งานได้)]

[ค่าประสบการณ์: 7 (หมายเหตุ: 24 ชั่วโมง 1 แต้ม)]

[CD: 00:00:00]

[ระดับปัจจุบันสามารถพยากรณ์เหตุการณ์ภายในสามวันข้างหน้าได้ ระยะเวลาการพยากรณ์: 10 วินาที]

ดีมาก ได้เวลาใช้สกิลพยากรณ์ประจำวันแล้ว

ตลอดสองวันที่ผ่านมา สิ่งที่เธอเห็นจากการพยากรณ์ล้วนเป็นภาพการระบาดของซอมบี้ในสถานที่ต่าง ๆ ความเจ็บปวดและความสิ้นหวังในภาพเหล่านั้นราวกับทะลุผ่านกาลเวลาและอวกาศมาสัมผัสหัวใจของเธอโดยตรง

ถึงแม้เย่เจาจะเคยเห็นภาพเมืองทั้งเมืองถูกทำลายมาแล้ว และเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาหลายครั้ง แต่เธอก็ยังอดรู้สึกหดหู่และอึดอัดไม่ได้

การได้เห็นความทุกข์ทรมานของมนุษย์ด้วยตาตัวเองไม่ใช่เรื่องดี

อันที่จริงมันส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตด้วยซ้ำ แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้

หวังว่าวันนี้จะได้เห็นข้อมูลที่มีประโยชน์บ้าง

ขอพระพุทธเจ้าคุ้มครองด้วยเถอะ!

.

.

จบ.

จบบทที่ ตอนที่ 19 ธรรมชาติอันน่าสะพรึงของจิตใจมนุษย์

คัดลอกลิงก์แล้ว