- หน้าแรก
- วันแรกที่ถูกตระกูลทอดทิ้ง วันสิ้นโลกก็มาถึง
- ตอนที่ 2 การระบาดของไวรัสซอมบี้
ตอนที่ 2 การระบาดของไวรัสซอมบี้
ตอนที่ 2 การระบาดของไวรัสซอมบี้
.
.
เย่เจาค่อย ๆ ดึงสติกลับมาจากภาพประหลาดเมื่อครู่
พาหะไวรัส? ซอมบี้? เมือง X กำลังจะถูกปิดตาย?
สถานการณ์แบบนี้เลวร้ายเกินไปแล้ว
เธอหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาตรวจดู ข้างในมีบัตรธนาคาร บัตรประชาชน และเงินสดอีกสองร้อยกว่าหยวน ส่วนในแอปแชตยังมีเงินเหลืออยู่หนึ่งพันหยวน เย่เจาถามทางจากนักศึกษาคนหนึ่ง ก่อนรีบเดินออกจากมหาวิทยาลัย สวมหน้ากากอนามัย แล้วเรียกรถแท็กซี่ผ่านโทรศัพท์มือถือทันที
เธอตั้งใจจะออกจากเมือง X ก่อนที่ไวรัสจะระบาดเต็มรูปแบบ
แถบชานเมืองปลอดภัยกว่ากลางเมืองแน่นอน
เธอวิ่งตลอดทางไปยังประตูมหาวิทยาลัย ระหว่างทางเห็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายคนกำลังรีบรุดเข้าไปด้านใน อีกไม่กี่ก้าวต่อมาก็เห็นรถตำรวจหลายคันแล่นเข้ามาในมหาวิทยาลัยเช่นกัน เย่เจาสัมผัสได้ถึงบรรยากาศตึงเครียดในอากาศ และทันออกจากประตูมหาวิทยาลัยก่อนที่มันจะถูกปิดตายพอดี!
แน่นอนว่าไม่นาน รปภ. ก็ได้รับคำสั่งให้ปิดประตูมหาวิทยาลัย อนุญาตให้เข้า แต่ห้ามออก
ข่าวเรื่อง “คนที่ยิงลูกไฟได้” ปรากฏตัวในมหาวิทยาลัย X แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว แม้จะมีคลิปจำนวนมากถูกอัปโหลดขึ้นอินเทอร์เน็ตจนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก แต่ก็ถูกลบและควบคุมอย่างรวดเร็ว เว็บไซต์ทางการของมหาวิทยาลัย X ยังออกมาปฏิเสธข่าว สุดท้ายเรื่องทั้งหมดจึงถูกจัดให้เป็นเพียง “ข่าวปลอมเรียกกระแส”
ตอนเย่เจาวิ่งมาถึงหน้าโรงเรียน รถแท็กซี่ยังมาไม่ถึง โชคดีที่ด้านนอกมีทั้งซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านขายยา เพื่อความปลอดภัย เธอจึงรีบเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ตและเริ่มสแกนทุกอย่างที่เห็น ไม่ว่าจะเป็นขนมปัง เนื้ออบแห้ง อาหารกระป๋อง บิสกิต เครื่องดื่ม น้ำมันพืช และธัญพืช
ขณะเดียวกัน เธอก็หยิบขนมปัง บิสกิต และโคล่าอีกเล็กน้อยมาใส่ถุงเพื่ออำพรางสายตาผู้คน โชคดีที่ยังซื้อแผนที่เมืองมาได้หนึ่งแผ่นด้วย
ตอนกำลังจ่ายเงิน เธอกลับเจอผู้เล่นอีกสองคนเข้าโดยบังเอิญ
ในสายตาของเย่เจาตอนนี้ ผู้เล่นทุกคนแทบไม่ต่างจากขุมทรัพย์เคลื่อนที่!
“น่ารำคาญชะมัด ถ้าฉันสุ่มได้พื้นที่เก็บของก็คงดี จะให้แบกของเยอะแยะขนาดนี้ยังไงไหว!”
เสียงบ่นของผู้หญิงดังมาจากด้านข้าง เย่เจาไม่ได้หันไปมอง เพียงแสร้งขยับเข้าใกล้อีกฝ่ายเงียบ ๆ
ชายคนนั้นพูดว่า “เลิกบ่นได้แล้ว รีบซื้ออาหารที่กินได้ทันทีเร็วเข้า! เอาพวกอาหารกระป๋องกับน้ำเยอะ ๆ!”
ผู้หญิงทำปากยื่น ก่อนหยิบบิสกิตมาสองสามห่ออย่างขอไปที
ชายคนนั้นพูดต่อ “เมื่อกี้ฉันเช็กข่าวแล้ว ตอนนี้ทั่วโลกกำลังมีไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ระบาด ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มีไข้สูงต่อเนื่อง ฉันสงสัยว่าน่าจะเป็นไวรัสระบาด รีบหน่อย ไปซื้อยาที่ร้านข้าง ๆ ต่อ!”
เย่เจาสังเกตเห็นเช่นกันว่าคนที่เดินไปมาส่วนใหญ่ต่างสวมหน้ากาก บางครั้งยังได้ยินเสียงไอหนัก ๆ ดังขึ้นเป็นระยะ เธอดึงหน้ากากขึ้นปิดหน้าแน่นกว่าเดิมแล้วเดินเข้าใกล้ทั้งสองคน
“โอ๊ะ โลกนี้มีช็อกโกแลต D-Fou ด้วย ซื้อสักสองสามกล่องดีกว่า ไม่รู้รสชาติเหมือนเดิมไหม”
“ทุกอย่างในโลกนี้สมจริงเกินไปแล้ว เหมือนโลกจริงเลย…”
น่าเสียดายที่เย่เจาไม่ได้สแกนไอเทมเกมจากทั้งสองคน
หลังจ่ายเงินเสร็จ เธอรีบถือถุงออกจากซูเปอร์มาร์เก็ต แล้วตรงไปยังร้านขายยาข้าง ๆ ทันที
เธอเดินวนไปตามชั้นยา สแกนทุกอย่างที่มองเห็น หลังสแกนเสร็จก็ยังซื้อยารักษาแผลภายนอก ยาลดไข้ ยาแก้อักเสบ และยาปฏิชีวนะติดตัวมาด้วย
ตอนออกจากร้านยา เธอเจอสองผู้เล่นคู่นั้นอีกครั้ง เมื่อเผชิญกับสายตาสงสัยและสำรวจจากทั้งคู่ เย่เจาก็เดินผ่านไปโดยไม่แม้แต่จะชายตามอง
ในตอนนั้นเอง คนขับแท็กซี่ก็โทรมา เธอรีบขึ้นรถทันที พร้อมสแกนรถแท็กซี่ไปด้วย
[สแกนสำเร็จ: รถแท็กซี่ x1 แต้มสรรสร้างที่ต้องใช้: 1]
“ลุงคะ ฉันรีบมาก ช่วยขับเร็วหน่อย เดี๋ยวจ่ายเพิ่มให้!”
เพราะเธอซื้อของมาไม่มาก รวมทั้งหมดไม่ถึงห้าร้อยหยวน หลังขึ้นรถ เธอจึงแอบเก็บของส่วนหนึ่งเข้าไปในพื้นที่เก็บของ ก่อนแสร้งยัดของที่เหลือลงกระเป๋าเป้ สุดท้ายเหลือไว้เพียงน้ำแร่ขวดเดียวเพื่ออำพรางสายตา
แต่ใครจะคิดว่า รถเพิ่งวิ่งออกมาได้ไม่นาน SUV ในเลนขวาจะเปลี่ยนเลนกะทันหัน จนพุ่งชนรถคันหน้าเข้าอย่างแรง!
โครม!
รถสองคันชนกันเสียงดังสนั่น
“เชี่ย!”
สีหน้าคนขับแท็กซี่เปลี่ยนทันที เขาสบถเสียงดัง เหยียบเบรกฉุกเฉินสุดแรงแต่ไม่ทัน สุดท้ายพุ่งชนท้ายเข้าไปเต็ม ๆ!
ตอนนั้นเย่เจากำลังก้มหน้าอ่านข่าวเกี่ยวกับไวรัสอย่างตั้งใจ แรงกระแทกทำให้หัวเธอมึนงงไปทันที ยังไม่ทันได้ตั้งตัว รถแท็กซี่ที่เธอนั่งอยู่ก็ถูกชนซ้ำจากด้านหลังอีกครั้ง รถคันหลังเองก็เกิดอุบัติเหตุชนต่อกันเป็นทอด ๆ!
เย่เจา “…”
ท่านยม ช่วยด้วย!
ถุงลมนิรภัยเด้งออกมา คนขับแท็กซี่กุมหน้าอกกับศีรษะที่ปวดระบม ก่อนหันมาถาม
“หนู ไม่เป็นไรใช่ไหม?”
“ฉันไม่เป็นไรค่ะ”
อุบัติเหตุครั้งนี้ยังไม่รุนแรงนัก เย่เจากุมหัวตัวเองแล้วรีบลงจากรถทันที กลัวว่าถ้าถูกชนอีกรอบคงได้ไปโลกหน้าแน่
“งั้นก็ดีแล้ว หนูไปหลบข้างทางก่อน”
คนขับแท็กซี่ลงจากรถ พลางสบถด่าแล้วเดินไปทางรถสองคันด้านหน้า
เขาเคาะกระจก SUV ที่ขับปาดหน้าอยู่หลายครั้ง แต่ไม่มีใครเปิดประตู มีคนเริ่มคิดจะทุบกระจกดูว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทันใดนั้นประตูรถก็ถูกผลักเปิดออก ชายใบหน้าบิดเบี้ยวคนหนึ่งโซเซออกมา ก่อนพุ่งกัดคนขับแท็กซี่ที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที!
เสียงกรีดร้องดังลั่น เนื้อบนใบหน้าของคนขับแท็กซี่ถูกกัดกระชากหายไปเป็นชิ้นใหญ่!
เย่เจาตัวสั่นสะท้านด้วยความตกใจ สมองที่ยังมึนงงพลันตื่นเต็มตาในทันที!
“อ๊าก! นายเป็นบ้าอะไร?!”
“เชี่ย นี่มันโรคพิษสุนัขบ้าหรือเปล่า?!”
“น่ากลัวชะมัด รีบแจ้งตำรวจเร็ว!”
“ตำรวจอยู่ไหน?!”
ทันทีที่เสียงกรีดร้องแรกดังขึ้น ก็เหมือนเป็นสัญญาณลางร้าย
โครม! โครม! โครม!
เสียงชนดังขึ้นติดกันหลายครั้ง เสียงระเบิดและเสียงร้องไห้ปะปนกันไปหมด ถนนที่เดิมยังเป็นระเบียบพลันกลายเป็นความโกลาหล รถยนต์หลายคันชนกันยุ่งเหยิงจนการจราจรเป็นอัมพาต
มีคนวิ่งหนีออกมาจากรถด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“ช่วยด้วย!”
“พวกมันกินคน!”
“ซอมบี้! เป็นซอมบี้!”
“ลูกฉันโดนกัดแล้ว ช่วยลูกฉันที—!”
“ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยฉันที!!!”
เมื่อเห็นภาพโกลาหลรอบด้าน เย่เจาก็หลุดจากภาวะช็อกในที่สุด
ไวรัสระบาดเร็วเกินไปแล้ว!
เธอไม่กล้าชักช้า รีบสะพายกระเป๋าวิ่งหนีสุดชีวิต
ตอนนี้ทุกอย่างวุ่นวายไปหมด คนเดินถนนบางคนจู่ ๆ ก็คลุ้มคลั่งและเริ่มกัดกินผู้คน บางคนกรีดร้องวิ่งหนีตาย บางคนทรุดลงร้องไห้อยู่กับพื้น สิ่งที่เย่เจามองเห็นมีเพียงความโกลาหลและเลือด ส่วนในหูก็เต็มไปด้วยเสียงร้องขอความช่วยเหลือ
เธอฝืนกดความหวาดกลัวไว้แล้ววิ่งต่อไป แม้แต่ตอนเห็นคนเดินถนนคนหนึ่งถูกซอมบี้พุ่งเข้าใส่จนล้มลงกับพื้นและร้องไห้อย่างสิ้นหวัง เย่เจาก็ทำได้เพียงถีบซอมบี้ให้กระเด็นออกไปเท่านั้น ไม่มีเวลาแม้แต่จะดูว่าคนคนนั้นลุกขึ้นได้หรือไม่
เย่เจาสแกนจักรยานสาธารณะที่จอดอยู่ริมถนน ก่อนปั่นอย่างบ้าคลั่งมุ่งหน้าออกนอกเมือง
เธอไม่กล้ามองมาก ไม่กล้าสงสารมากกว่านี้
ตอนนี้เธอมีความคิดเดียวเท่านั้น
ต้องออกจากเมือง X ให้เร็วที่สุด!
แต่ว่าสถานการณ์ในตอนนี้โกลาหลเกินไป แม้แต่จักรยานก็ยังไม่สามารถผ่านไปได้อย่างราบรื่น เธอมักจะเจอซอมบี้หลายตัวพุ่งเข้ามาหาเป็นระยะ สุดท้ายจึงทำได้เพียงทิ้งจักรยานแล้ววิ่งต่อด้วยเท้าตัวเอง
ซอมบี้ไล่ตามเธอมา แต่ไม่นานก็ถูกเธอสลัดหลุด พวกมันค่อย ๆ สูญเสียทิศทางแล้วกระจายตัวออกไปตามเสียงต่าง ๆ รอบด้าน
อย่างไรเสีย พลังกายของมนุษย์ก็มีขีดจำกัด
เย่เจาหอบหนัก เสื้อผ้าชุ่มไปด้วยเหงื่อ สถานการณ์รอบข้างยิ่งมายิ่งเลวร้าย หลายครั้งเธอเห็นตำรวจที่พยายามรักษาความสงบกลับถูกซอมบี้กระโจนเข้าใส่ ภาพตรงหน้านั้นน่าสยดสยองจนแทบไม่กล้ามอง
เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวและเจ็บปวดรอบตัวเองก็ค่อย ๆ กดดันสภาพจิตใจของเธอจนตึงเครียดถึงขีดสุด
เย่เจาหันมองไปรอบด้าน
ทุกที่ล้วนเต็มไปด้วยความวุ่นวาย แทบไม่มีที่ปลอดภัยเหลืออยู่เลย…
.
.
จบ.