- หน้าแรก
- ตัวแม่แห่งโชคแห่งเกมเอาชีวิตรอด
- ตอนที่ 25 สมบัติล้ำค่า
ตอนที่ 25 สมบัติล้ำค่า
ตอนที่ 25 สมบัติล้ำค่า
.
.
“เธอเพิ่งผ่านเกมรอบแรก แต่กลับปลุกพลังพิเศษได้แล้ว แถมยังได้รับรางวัลระดับแดงถึงสองครั้งงั้นเหรอ?!”
ต่งผิงอวี่ตกตะลึงจนแทบไม่อยากเชื่อ ดวงตาเป็นประกายร้อนแรงขณะมองไป๋ซีราวกับกำลังมองสมบัติล้ำค่าชิ้นหนึ่ง
ส่วนเย่เซียวเองก็ตกใจไม่แพ้กัน โชคของเธอดีจนน่าทึ่งเกินไปจริง ๆ!
“พลังพิเศษของเธอคืออะไร?” เสียงทุ้มนุ่มชวนฟังของเย่เซียวดังขึ้น ขณะที่ต่งผิงอวี่เองก็มองเธอด้วยความอยากรู้ไม่ต่างกัน
“พลังมิติค่ะ”
“พลังมิติดีมาก” ต่งผิงอวี่พยักหน้าอย่างพึงพอใจ “มันช่วยเก็บสะสมเสบียงได้ และจะมีประโยชน์อย่างยิ่งในช่วงหลังของเกม”
“นอกจากนี้ ฉันยังสามารถก้าวข้ามมิติระยะสั้นได้ด้วยค่ะ”
ทันทีที่พูดจบ ร่างของไป๋ซีก็หายวับไปจากเก้าอี้ ก่อนจะไปปรากฏตัวข้างชั้นหนังสือ หยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมา แล้วหายตัวกลับมานั่งที่เดิมอีกครั้ง
“ฉันใช้สกิลนี้ฆ่าผู้เล่นระดับกลางคนหนึ่ง แล้วก็ผู้เล่นที่ผ่านเกมมาสามรอบอีกคนค่ะ”
คำพูดของเธอทำให้ทั้งต่งผิงอวี่และเย่เซียวนิ่งอึ้งไปพร้อมกัน
“ผู้เล่นมือใหม่ที่เพิ่งผ่านเกมรอบแรก สามารถฆ่าผู้เล่นระดับกลางได้งั้นเหรอ?”
ความตกใจของต่งผิงอวี่แปรเปลี่ยนเป็นความยินดีอย่างรุนแรงทันที เพราะยิ่งไป๋ซีแข็งแกร่งมากเท่าไร โอกาสที่เธอจะมีชีวิตรอดในเกมก็ยิ่งสูงขึ้นมากเท่านั้น!
“เอ่อ… ที่ฉันฆ่าผู้เล่นระดับกลางได้ ส่วนใหญ่เป็นเพราะเขาประมาทค่ะ เขาไม่รู้ว่าฉันสามารถก้าวข้ามมิติได้ เลยถูกฉันอ้อมไปลอบสังหารจากด้านหลัง…”
เมื่อย้อนนึกถึงเหตุการณ์ในตอนนั้น ไป๋ซีก็รู้สึกว่าตัวเองมีโชคช่วยอยู่ไม่น้อย หากฉีอวี้ปินไม่หยิ่งผยองเกินไป หรือไม่ได้ดูถูกผู้เล่นหน้าใหม่ขนาดนั้น คนที่ตายคงเป็นเธออย่างแน่นอน
ต่งผิงอวี่กลับส่ายหน้า
“โชคก็เป็นส่วนหนึ่งของความแข็งแกร่งเหมือนกัน”
เย่เซียวพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนถามต่อ
“แล้วหลังจากฆ่าพวกเขา เธอได้อะไรบ้าง?”
“ผู้เล่นระดับกลางดรอปการ์ดเพิ่มความเร็ว การ์ดล่องหน การ์ดนำไอเทมกลับโลกเดิม แล้วก็กริชทองดำระดับเทาค่ะ ส่วนอีกคนดรอปแค่โพชั่นฟื้นฟูพละกำลัง”
ไป๋ซีรู้สึกเสียดายเล็กน้อย ผู้เล่นระดับกลางคนนั้นไม่มีไอเทมระดับแดงติดตัวเลยแม้แต่ชิ้นเดียว
“…”
“…”
ทั้งเย่เซียวและต่งผิงอวี่ต่างเงียบไปพร้อมกัน
“การ์ดในเกมนี้สุ่มได้ยากมาก อัตราดรอปก็ต่ำเช่นกัน การที่เธอได้อาวุธออกมาด้วย ถือว่าโชคดีมากแล้ว”
ต่งผิงอวี่พยายามระงับความตื่นเต้นในใจ เด็กสาวคนนี้คือสมบัติล้ำค่าชัด ๆ!!
“ไม่เลว”
เย่เซียวกล่าวเรียบ ๆ แต่ภายในใจกลับปั่นป่วนอย่างรุนแรง เต็มไปด้วยความอิจฉาแบบสุดขีด
หลังจากนั้น ไป๋ซีก็เดินทางกลับฐานพร้อมเย่เซียว หน่วยงานของพวกเขาไม่มีชื่อ ไม่มีรหัส แต่สมาชิกในทีมเรียกกันเองว่า ‘ทีมผู้เล่น’
ฐานตั้งอยู่ในเมืองเทียนไห่ บนหน้าผาริมทะเล ยอดเขาทั้งลูกถูกปรับพื้นที่จนราบเรียบเพื่อสร้างคฤหาสน์ขนาดใหญ่แห่งนี้ขึ้นมา
ตลอดทาง ไป๋ซีมองซ้ายมองขวาด้วยความอยากรู้อยากเห็น เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ความกระหายใคร่รู้ของเธอก็กลับมาอีกครั้ง
ท้องฟ้าสีคราม เมฆสีขาว ต้นไม้เขียวขจี และทะเลกว้างสุดสายตา นี่คือภาพในฝันที่เธอชอบมาตลอด
ไป๋ซีเหลือบมองใบหน้าด้านข้างอันหล่อเหลาของเย่เซียว ก่อนกะพริบตาแล้วถามขึ้น
“หัวหน้าคะ ในทีมของพวกเรามีทั้งหมดกี่คน?”
“รวมเธอด้วยก็เจ็ดคน”
“…เจ็ดคน?”
ไป๋ซีอึ้งไปทันที
“ทั้งประเทศมีผู้เล่นที่ถูกคัดเลือกแค่เจ็ดคนเองเหรอ?”
เธอไม่รู้จะพูดอะไรดี หากเป็นเช่นนั้นจริง การถูกเกมเลือกก็คงเป็นโชคชะตาที่เหลือเชื่อมาก
“ใช่” เย่เซียวตอบเรียบ ๆ “ถ้าไม่นับคนที่ตายในเกม ปัจจุบันมีเจ็ดคน”
ไป๋ซีเงียบลง อัตราการตายของเกมนี้สูงจนน่ากลัวจริง ๆ
ถนนขึ้นเขาเป็นทางลาดยางคดเคี้ยวไปมา แรงเหวี่ยงของรถขณะไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เธอรู้สึกราวกับกำลังลอยอยู่กลางอากาศ ไม่ต่างจากความรู้สึกในใจของเธอในตอนนี้
เมื่อเห็นไป๋ซีเงียบ เย่เซียวจึงเอ่ยขึ้น
“เธอไม่ต้องกังวลมากเกินไป พวกเรามีประเทศคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ทุกหลักสูตรการฝึกและวิธีเอาตัวรอดที่มีอยู่ตอนนี้ ล้วนเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ขอแค่ตั้งใจเรียนรู้และฝึกฝน ก็ไม่น่าจะเกิดปัญหาใหญ่”
“ค่ะ”
ไป๋ซีรู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อย การมีประเทศคอยหนุนหลังทำให้หลายเรื่องที่เธอไม่สามารถจัดการเองได้ มีคนช่วยคิดและช่วยวางแผนเอาไว้แล้ว
ในเวลานั้นเอง รถสปอร์ตสีแดงสดคันหนึ่งก็ขับสวนมาจากอีกฝั่ง
เมื่อเจ้าของรถเห็นเย่เซียวกำลังขับรถ และเห็นไป๋ซีนั่งอยู่ข้าง ๆ เขาก็แสดงสีหน้าประหลาดใจ ก่อนหักรถกลับอย่างรวดเร็ว ไล่ตามมาแล้วเบียดเข้าช่องทางด้านขวา
“สวัสดีคนสวย!”
เจ้าของรถโบกมือทักทายอย่างร่าเริง
“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อไป๋ซี”
ไป๋ซีโผล่หน้าออกไปทางหน้าต่าง พร้อมส่งยิ้มตอบกลับอย่างเป็นมิตร
เย่เซียวเหลือบมองจากหางตา ก่อนเอ่ยเตือน
“ระวังหน่อย”
ไป๋ซีจึงรีบหดตัวกลับเข้ามาในรถ แต่ก่อนที่เธอจะได้พูดอะไร อีกฝ่ายก็ถามขึ้นก่อน
“คนสวย มาเยี่ยมฐานพวกเราเหรอ?”
ไป๋ซีส่ายหน้า “ฉันเป็นสมาชิกใหม่ค่ะ”
“สมาชิกใหม่ที่เป็นสาวสวยงั้นเหรอ?!”
อีกฝ่ายดูตกใจและดีใจมากขึ้นทันที
“ผมเหลียงเฉิง ยินดีต้อนรับนะ น้องสาว”
“ขอบคุณค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”
ไป๋ซีตอบอย่างสุภาพ การพบกันครั้งแรกควรรักษามารยาทเอาไว้ก่อน
บนดาดฟ้าของอาคารสูงภายในคฤหาสน์ ชายสามคนกำลังพิงระเบียง มองลงมาตามทางขึ้นเขา
“เหลียงเฉิงไม่ได้บอกว่าจะไปเจอสาวเหรอ? ทำไมกลับมาแล้วล่ะ?”
เกาเกอ ชายร่างสูงสวมเสื้อยืดสีขาวและไว้ผมเกรียน ถามด้วยความสงสัย
ชายหน้ากลมที่ยืนข้าง ๆ เดาออกมา
“อาจเป็นหัวหน้ากลับมาก็ได้”
“หัวหน้ากลับมาแล้วมันเกี่ยวอะไรกับการที่เขาจะไปเจอสาว?”
ชายหน้าหล่อผิวขาวที่มีใบหน้าสวยเกินผู้ชายทั่วไปเอ่ยขึ้น
เกาเกอมองลงไปตามทางขึ้นเขา ก่อนพูดอย่างมั่นใจ
“ในรถหัวหน้าต้องมีสาวสวยแน่”
ชายหน้ากลมกับชายหน้าหล่อหันมามองเขาเหมือนกำลังมองคนเพ้อเจ้อ
“หัวหน้าพาสาวสวยกลับฐาน?”
“นายบอกว่าผู้นำประเทศจะมาเยี่ยมยังน่าเชื่อกว่าอีก”
ทันใดนั้น เกาเกอก็ร้องขึ้นด้วยความตื่นเต้น
“สาวสวย! มีสาวสวยจริง ๆ ด้วย!”
ชายหน้ากลมหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นมาดูทันที
“เฮ้ย! มีจริงด้วย”
“โคตรสวยเลย!”
ส่วนชายหน้าหล่อกลับไม่ตื่นเต้นนัก
“ถึงกับต้องตื่นเต้นขนาดนั้นเลยเหรอ?”
เกาเกอกับชายหน้ากลมหันไปมองเขาพร้อมกัน ก่อนกลอกตาใส่ แล้วหันกลับไปส่องต่อ
“สาวน้อยคนสวยคุยกับเหลียงเฉิงสนุกเชียว”
“เอ๊ะ… ทำไมฉันรู้สึกว่าหัวหน้าดูอารมณ์ไม่ค่อยดี?”
เพิ่งพูดจบ รถทหารสีเขียวที่อยู่ในสายตาก็เร่งความเร็วขึ้นทันที แซงรถสปอร์ตสีแดงไปอย่างรวดเร็ว เหลือไว้ให้เหลียงเฉิงมองเพียงไฟท้ายรถ
“มีเรื่องสนุกให้ดูแล้ว”
ชายหน้าหล่อยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่ทั้งสามคนจะรีบวิ่งลงบันไดไปทันที
ด้านล่างเขา ไป๋ซีกำลังคุยกับเหลียงเฉิงอย่างสนุกสนาน จู่ ๆ เย่เซียวก็เร่งความเร็วขึ้น ทำให้เธอหันไปมองด้วยความสงสัย
“กลับไปก่อนดีกว่า ฉันยังต้องจัดห้องพักและเตรียมของใช้ให้เธออีก”
เย่เซียวพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“อ้อ ค่ะ”
ไป๋ซีเชื่อทันที
หัวหน้าช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ ทั้งหล่อ ทั้งเอาใจใส่
เมื่อรถใกล้ถึงคฤหาสน์ เย่เซียวจึงชะลอความเร็วลง ภายนอกไม่มีทหารยามแม้แต่คนเดียว แต่รอบพื้นที่เต็มไปด้วยกล้องวงจรปิดที่กำลังหมุนตรวจการณ์อยู่ตลอดเวลา
ประตูทางเข้าดูไฮเทคและล้ำสมัยอย่างมาก
เมื่อประตูเปิดออก รถค่อย ๆ แล่นเข้าไปด้านใน
สิ่งแรกที่ปรากฏต่อสายตาคือสนามหญ้ากว้างขนาดมหึมา คาดว่ามีพื้นที่พอ ๆ กับสนามฟุตบอลหนึ่งสนาม
ฝั่งตรงข้ามสนามหญ้า เป็นอาคารสี่ชั้นรูปพระจันทร์เสี้ยว ตัวอาคารภายนอกเป็นสีเงินขาว เต็มไปด้วยดีไซน์ล้ำสมัย ดูโดดเด่นสะดุดตาอย่างยิ่ง
ส่วนพื้นที่ด้านติดหน้าผาของฐาน ยังมีสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยดอกไอริสสีม่วงกำลังเบ่งบานสะพรั่ง
รถทหารสีเขียวดริฟต์อย่างสวยงาม ก่อนหยุดนิ่งตรงหน้าอาคารรูปพระจันทร์เสี้ยว ขณะที่รถสปอร์ตสีแดงของเหลียงเฉิงก็ตามมาติด ๆ และจอดลงเช่นกัน
.
.
จบ.