เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 24 ที่พึ่งอันแข็งแกร่ง

ตอนที่ 24 ที่พึ่งอันแข็งแกร่ง

ตอนที่ 24 ที่พึ่งอันแข็งแกร่ง


.

.

“เย่… เย่เซียว?”

ไป๋ซีเบิกตากว้าง มองคนตรงหน้าด้วยความตกตะลึง

เดิมทีเธอยังแอบเสียดายอยู่เลยว่า คนที่ตรงสเปกตัวเองทุกอย่างแบบนั้น กลับได้เจอกันเพียงครั้งเดียวในโลกภารกิจ แต่ใครจะคิดว่าพวกเขาจะเป็นผู้เล่นจากโลกเดียวกัน

นี่มัน… พรหมลิขิตชัด ๆ ไม่ใช่หรือไง?

เย่เซียวเองก็ตกใจไม่แพ้กัน แววดีใจวาบผ่านดวงตาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะถูกเก็บซ่อนไว้จนแทบมองไม่เห็น

“พวกเธอรู้จักกันด้วยเหรอ?”

ชายวัยกลางคนเดินออกมาจากหลังโต๊ะทำงาน

“เคยเจอกันในโลกภารกิจครับ”

เสียงทุ้มต่ำของเย่เซียวนุ่มน่าฟังจนไป๋ซีเผลอมองเขาด้วยสายตาเป็นประกาย

“ผู้เล่นงั้นหรือ?”

ดวงตาของชายวัยกลางคนสว่างขึ้นทันที รอยยิ้มบนใบหน้ากว้างกว่าเดิม

“ดีเลย! ผู้เล่นยิ่งดี! ประเทศของเราได้เมล็ดพันธุ์ชั้นยอดมาอีกคนแล้ว!”

ไป๋ซีพยักหน้าอย่างโล่งอก

ดูเหมือนทางประเทศจะรู้เรื่องเกมนี้มานานแล้ว อย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกจับไปผ่าศึกษา

“หนูน้อย ฉันยังไม่ได้แนะนำตัวเลย”

ชายวัยกลางคนมองไป๋ซีด้วยสีหน้าเป็นมิตร

“ฉันชื่อ ต่งผิงอวี่ เรียกฉันว่าลุงต่งก็ได้”

“สวัสดีค่ะ ลุงต่ง”

ไป๋ซีรีบกล่าวทักทายอย่างสุภาพ

อินทรธนูที่ไม่มีดาวแม้แต่ดวงเดียวบนบ่าอีกฝ่ายกลับสะดุดตาเป็นพิเศษ

ต่งผิงอวี่พยักหน้ารับ ก่อนกล่าวต่อ

“เดิมทีวันนี้ฉันแค่อยากเจอเธอเท่านั้น เย่เซียวเดาว่าเธอน่าจะเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งปรากฏตัว แต่คิดไม่ถึงว่าพวกเธอจะรู้จักกันอยู่ก่อนแล้ว”

ต่งผิงอวี่เดินกลับไปนั่งหลังโต๊ะทำงาน

“นั่งก่อนทั้งคู่ เรามาคุยกันดี ๆ”

เย่เซียวนั่งลงอีกครั้ง ส่วนไป๋ซีก็นั่งลงข้าง ๆ เขา

ต่งผิงอวี่มองทั้งสองคน พลางพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ก่อนเอ่ยต่อ

“เมื่อยี่สิบปีก่อน ประเทศได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของเกมนี้ และได้จัดตั้งหน่วยงานลับขึ้นมาเป็นพิเศษ”

“หน่วยงานที่ไม่มีชื่อ ไม่มีรหัส และไม่มีใครภายนอกรับรู้ถึงการมีอยู่ของมัน”

“เย่เซียวคือหัวหน้าคนปัจจุบันของหน่วยงานแห่งนี้ และยังเป็นหัวหน้าทีมผู้เล่นของประเทศด้วย”

ไป๋ซีมองเย่เซียวด้วยความชื่นชมทันที

สุดยอดจริง ๆ

อายุยังน้อยแท้ ๆ แต่กลับสามารถยืนอยู่ต่อหน้าผู้นำระดับประเทศได้แล้ว!

ต่งผิงอวี่กระแอมเบา ๆ ก่อนเริ่มโยนเหยื่อล่อ

“ในฐานะผู้เล่น เธอก็มีสิทธิ์เข้าร่วมหน่วยงานนี้เช่นกัน และเนื่องจากเธอนำเทคโนโลยีสำคัญกลับมามอบให้ประเทศ เราสามารถเปิดทางสะดวกให้เธอได้ทุกอย่าง”

ไป๋ซีเงียบไปครู่หนึ่ง ในใจเกิดความลังเลขึ้นมา

ระหว่างอิสรภาพกับเกียรติยศ… ควรเลือกอะไรดี?

เมื่อต่งผิงอวี่เห็นว่าไป๋ซีกำลังชั่งใจ จึงเริ่มเสนอเงื่อนไขเพิ่มเติม

“ตราบใดที่เธอเข้าร่วมทีม ค่าใช้จ่ายทุกอย่างจะได้รับการดูแลจากประเทศ และเราจะมอบบัตรธนาคารใบหนึ่งให้เธอ”

“วงเงินรายเดือนสิบล้านหยวน”

“เธอสามารถใช้เงินนี้ซื้ออะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นรถสปอร์ต เรือยอชต์ หรืออะไรก็ตามที่อยากได้”

“เดือนนี้ใช้หมด เดือนหน้าก็จะมีให้อีกสิบล้าน ถ้ายังไม่พอ ก็สามารถยื่นขอเพิ่มได้”

“สรุปง่าย ๆ ตราบใดที่เธอไม่ทรยศประเทศ และไม่ทำผิดกฎหมาย ประเทศจะสนับสนุนเธอเต็มที่”

ไป๋ซีฟังจนตาค้าง

เงื่อนไขพวกนี้ดีเกินไปแล้ว!

“แล้ว… ฉันต้องทำอะไรบ้างคะ?”

เธอรู้ดีว่า ไม่มีอาหารมื้อไหนฟรีบนโลก ยิ่งเงื่อนไขดีเท่าไร ราคาที่ต้องจ่ายก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

“มีแค่สองอย่าง”

ต่งผิงอวี่ตอบอย่างตรงไปตรงมา

“อย่างแรก พยายามมีชีวิตรอด”

“อย่างที่สอง หากเธอได้รับการ์ดนำไอเทมกลับโลกเดิม เราหวังว่าเธอจะช่วยนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ หรือสิ่งที่มีคุณค่ากลับมาให้ประเทศ”

“เหมือนเทคโนโลยีเครื่องผลิตชิปครั้งนี้งั้นเหรอ?”

ไป๋ซีเข้าใจทันที

นี่ต่างหากคือเป้าหมายที่แท้จริงของประเทศ

“ถูกต้อง”

ต่งผิงอวี่พยักหน้า สีหน้าเคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย

“การมีอยู่ของเกมนี้ทำให้พวกเราตระหนักว่า ในจักรวาลมีอารยธรรมทรงภูมิปัญญาอื่นอยู่จริง และเกมนี้ก็เหมือนดาบเล่มหนึ่งที่แขวนอยู่เหนือศีรษะของพวกเรา พร้อมจะฟันลงมาได้ทุกเมื่อ”

“มนุษยชาติต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยี หากวันหนึ่งโลกของพวกเรากลายเป็นโลกภารกิจขึ้นมาจริง ๆ อย่างน้อยเราก็ยังมีศักยภาพเพียงพอที่จะรับมือ”

คำพูดของต่งผิงอวี่ทำให้ไป๋ซีนิ่งไป

ก่อนหน้านี้ เธอคิดเพียงว่าจะเอาชีวิตรอดอย่างไร จะทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นอย่างไร แต่ต่งผิงอวี่กลับยกระดับเรื่องนี้ไปถึงอนาคตของอารยธรรมและเผ่าพันธุ์มนุษย์

เมื่อคิดดูแล้วก็สมเหตุสมผล

ในเมื่อโลกอื่นสามารถกลายเป็นโลกภารกิจได้ แล้วเหตุใดโลกของพวกเธอจะเป็นไม่ได้?

วันนี้ไม่เกิด พรุ่งนี้ก็อาจเกิด

ไม่รุ่นนี้ ก็อาจเป็นรุ่นลูกหลานในอนาคต

ผู้นำประเทศกำลังเตรียมพร้อมรับมือกับวันนั้น ใช้ประโยชน์จากเกมเพื่อสะสมรากฐานให้คนรุ่นหลัง

ต่งผิงอวี่ปรับอารมณ์กลับมาเป็นปกติ ก่อนเอ่ยอย่างจริงจัง

“ไป๋ซี เธอสามารถคิดเรื่องนี้ให้ดีก่อนได้ ไม่ว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ ประเทศจะไม่บังคับ พวกเราเคารพการตัดสินใจของเธอ”

“ฉันยินดีเข้าร่วมค่ะ”

ไป๋ซีแทบไม่ลังเลเลย

ในเมื่อเรื่องทั้งหมดไม่สามารถย้อนกลับได้แล้ว งั้นอย่างน้อยช่วงเวลาที่เหลืออยู่ของชีวิตก็ควรมีคุณค่าบ้าง

เย่เซียวมองเธอด้วยสายตาชื่นชม มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ อย่างไม่รู้ตัว

“ดีมาก!” ต่งผิงอวี่เองก็พอใจอย่างยิ่ง

ไม่ว่าเมื่อไร ชาวหัวเซี่ยยังคงให้ความสำคัญกับประเทศและชนชาติก่อนเสมอ

“แต่ฉันยังมีคำถามอีกค่ะ” ไป๋ซีคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ย

“ถามมาได้เลย” ต่งผิงอวี่อารมณ์ดีเป็นพิเศษ

“หลังจากเข้าร่วมทีมแล้ว ฉันยังออกไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระไหมคะ?”

“ฉันยังเป็นนักศึกษาปีสองอยู่ เรื่องเรียนจะทำยังไง? แล้วฉันจะกลับบ้านไปหาพ่อแม่บ่อย ๆ ได้หรือเปล่า?”

สำหรับไป๋ซี การออกไปกินของอร่อยคือหนึ่งในความสุขสำคัญของชีวิต

ถ้าต้องถูกจำกัดอิสรภาพ ชีวิตคงไม่สมบูรณ์แน่!

ดังนั้นเรื่องพวกนี้ต้องถามให้ชัดก่อน

ไม่อย่างนั้นพอเข้าร่วมไปแล้ว จะมาขอต่อรองทีหลังก็คงยาก

ต่งผิงอวี่หัวเราะลั่น

แม้แต่เย่เซียวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ยังหลุดหัวเราะเสียงต่ำออกมา

“เรื่องที่เธอกังวลนั่นไม่ใช่ปัญหาเลย”

ต่งผิงอวี่ส่ายหน้า พลางคิดในใจว่าเด็กอายุยี่สิบก็ยังเป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ

“กลับบ้านได้ตามสบาย อยากกลับเมื่อไรก็กลับ ส่วนเรื่องเรียน เราสามารถจัดการลาพักการศึกษาให้เธอได้”

“หากภายหลังรู้สึกว่าสามารถเรียนต่อได้ ก็กลับไปเรียนเมื่อไรก็ได้ แต่พูดตามตรง สำหรับคนในสถานะของเธอ ไม่จำเป็นต้องกลับมหาวิทยาลัยก็ได้”

“เพราะภารกิจต่าง ๆ ทำให้เธอต้องมีความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีล้ำสมัยของโลก”

“ทางฐานจะจัดให้นักวิชาการและศาสตราจารย์ระดับแนวหน้าของประเทศมาสอนตัวต่อตัว เมื่อมีคนระดับนั้นสอนเอง จะอยากได้วุฒิอะไรไม่ได้ล่ะ?”

“ทำแบบนั้นได้ด้วยเหรอคะ?”

ไป๋ซีอึ้งไปแล้วจริง ๆ

“ได้สิ นั่นคือสิทธิ์ของเธอ” ต่งผิงอวี่ยิ้ม ก่อนอธิบายต่อ

“พูดให้ถูก เธอไม่ใช่ทหารประจำการ จึงไม่ต้องอยู่ภายใต้ระเบียบแบบเดียวกับกองทัพ นอกจากการฝึกประจำวันแล้ว เวลาปกติเธออยากทำอะไรก็ทำได้”

“แน่นอนว่าห้ามทำผิดกฎหมาย”

“ความสามารถของพวกเธอเหนือกว่าคนทั่วไป จึงต้องรู้จักควบคุมตัวเอง นอกเหนือจากนั้น ไม่ว่าจะออกไปกินของอร่อย ซื้อเครื่องสำอาง เสื้อผ้า หรือกระเป๋า ก็ทำได้ทั้งหมด”

“มีเพียงข้อเดียวที่ต้องปฏิบัติตาม ห้ามเดินทางออกนอกประเทศโดยพลการ หากจำเป็นต้องไปจริง ๆ ต้องยื่นเรื่องขออนุญาตก่อน”

“สำหรับประเทศแล้ว พวกเธอทุกคนคือทรัพย์สินล้ำค่า และเราไม่สามารถสูญเสียใครไปได้”

ไป๋ซีพยักหน้ารัว ๆ

ข้อเสนอของประเทศดีเกินกว่าจะปฏิเสธจริง ๆ

เธอไม่คิดเลยว่าเป้าหมายเรื่องอิสรภาพทางการเงินของตัวเอง จะสำเร็จด้วยวิธีแบบนี้

สิบล้านหยวนต่อเดือนเชียวนะ!

ดูเหมือนเธอคงต้องคิดดี ๆ แล้วว่าจะใช้เงินยังไงให้หมด

“จริงสิ”

ต่งผิงอวี่ดึงบทสนทนากลับเข้าสู่ประเด็นหลัก

“เล่าสถานการณ์พื้นฐานของเธอให้พวกเราฟังหน่อยได้ไหม?”

ไป๋ซีพยักหน้า ก่อนเล่าเรื่องราวของตัวเองแบบคร่าว ๆ

และเมื่อฟังจบ…

คราวนี้กลับเป็นต่งผิงอวี่กับเย่เซียวที่อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงเสียเอง

.

.

จบ.

จบบทที่ ตอนที่ 24 ที่พึ่งอันแข็งแกร่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว