- หน้าแรก
- ตัวแม่แห่งโชคแห่งเกมเอาชีวิตรอด
- ตอนที่ 26 บ้านหลังใหม่
ตอนที่ 26 บ้านหลังใหม่
ตอนที่ 26 บ้านหลังใหม่
.
.
ไป๋ซีลงจากรถก็เห็นชายหนุ่มหน้าตาดีสี่คนเดินเข้ามา สามคนในนั้นคือคนที่เธอเห็นอยู่บนดาดฟ้าก่อนหน้านี้ ส่วนอีกคนสวมแว่นกรอบเงิน รอยยิ้มอ่อนโยน ดูสุภาพและมีภูมิฐานเป็นอย่างมาก
เย่เซียวแนะนำทั้งสี่คนให้ไป๋ซีรู้จัก
ชายร่างสูงผมเกรียนชื่อ ซานซิน
คนที่เตี้ยกว่าเล็กน้อยและมีใบหน้ากลมชื่อ หยวนชิว
อีกคนหนึ่งที่หน้าตางดงามเกินกว่าจะบอกได้ว่าเป็นชายหรือหญิงชื่อ มู่หย่าเกอ
ส่วนชายสวมแว่นกรอบเงินที่ดูเป็นมิตรอย่างมากคือรองกัปตัน เหยียนโม่
“สวัสดีทุกคนค่ะ ฉันชื่อไป๋ซี เพิ่งผ่านด่านเกมรอบแรกมา ฝากพี่ ๆ ดูแลด้วยนะคะ”
ไป๋ซีเป็นน้องเล็กสุดในทีม แถมยังเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียว ทุกคนจึงให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
“ไม่มีปัญหา ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจก็มาหาพี่หยวนได้เลย”
หยวนชิวตบอกตัวเองอย่างมั่นใจ
“ในที่สุดทีมเราก็มีผู้หญิงสักที ฉันเบื่อมองแต่ผู้ชายเต็มทีแล้ว!”
ซานซินหัวเราะ ก่อนถามอย่างสนใจ
“น้องสาว มีแฟนหรือยัง?”
“เพิ่งมาถึงก็อย่าเพิ่งรุมกันสิ” เหยียนโม่พูดเสียงเข้ม ก่อนหันมายิ้มให้ไป๋ซี
“ไปเถอะ ฉันจะพาไปเลือกห้องพัก”
“ใช่ ๆ เลือกห้องก่อน ทุกห้องของที่นี่เป็นห้องวิวทะเลทั้งหมด เลือกได้ตามใจเลย”
เหลียงเฉิงรีบแทรกขึ้นมาบ้าง เขาเป็นคนแรกที่ได้รู้จักไป๋ซี แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะกลายเป็นตัวประกอบ
ซานซินและอีกสามคนกำลังจะเดินตามไปดูว่าไป๋ซีจะเลือกห้องไหน แต่เย่เซียวดันกระแอมเบา ๆ ขึ้นมา ทำให้ทั้งสี่คนชะงักเท้ากลับแทบจะพร้อมกัน
เหยียนโม่พาไป๋ซีไปเลือกห้อง ส่วนชายสี่คนที่เหลือยืนอยู่บนสนามหญ้าสีเขียวของลานฝึกด้วยความอัดอั้นอยู่ในใจ
กัปตันไปกินยาผิดมาหรือไง?
“หอพักอยู่ชั้นสี่ ชั้นสามเป็นห้องประชุมกับห้องเรียน ชั้นสองเป็นโซนพักผ่อน ส่วนชั้นหนึ่งเป็นห้องฝึก”
เหยียนโม่อธิบายระหว่างเดิน
“อื้อ”
ไป๋ซีพยักหน้าเดินตามเข้าไปด้านใน แม้ชั้นล่างจะเป็นห้องฝึก แต่การตกแต่งกลับดูสบายตาอย่างมาก
ทั้งสองขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นสี่ ด้านนอกเป็นห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ การตกแต่งภายในเป็นสไตล์เรียบง่ายทันสมัย ซึ่งเป็นแนวที่ไป๋ซีชอบมาก
“นอกจากพวกผู้เล่นทั้งเจ็ดคนแล้ว ที่ฐานยังมีอาจารย์หลี่กับอาจารย์หวังที่ดูแลเรื่องอาหาร ป้าหลินกับป้าหลิวที่ดูแลงานทำความสะอาด และลุงเฉียนที่ดูแลสวน
ทุกคนเป็นอดีตทหารหรืออดีตสายลับพิเศษ เนื่องจากเหตุผลบางอย่างจึงไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ เลยมาอยู่ที่นี่ ถือว่าเป็นการเกษียณก็ได้
แต่ตอนนี้พวกเขายังไม่อยู่ เดี๋ยวไว้กลับมาแล้วฉันจะแนะนำให้รู้จัก”
เหยียนโม่อธิบายภาพรวมของฐานให้ฟัง
ไป๋ซีพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ก่อนถามขึ้น
“ฉันขอคำแนะนำจากคุณลุงคุณป้าเหล่านั้นได้ไหมคะ? อีกสิบสามวันฉันก็ต้องเข้าเกมรอบใหม่แล้ว อยากเรียนเรื่องปืนกับการต่อสู้เพิ่มเติม”
ตอนนี้เธอไม่ได้ต้องการอะไรอย่างอื่น นอกจากรีบแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุด
ถ้าตาย เงินเดือนเดือนละสิบล้านก็ไม่มีประโยชน์อะไร
เหยียนโม่มองไป๋ซีอย่างประหลาดใจ เขาไม่คิดว่าเธอจะมองเรื่องต่าง ๆ ได้ชัดเจนขนาดนี้ จึงยิ้มออกมา
“ถ้าเธอไปขอ พวกเขาคงดีใจมาก”
“แล้วคุณลุงคุณป้ารู้เรื่องเกมด้วยเหรอคะ?”
“รู้”
เหยียนโม่หยุดเดิน ก่อนชี้ไปยังประตูห้องต่าง ๆ
“ห้องที่ไม่มีป้ายชื่อหน้าประตูยังว่างอยู่ เลือกได้ตามใจเลย”
ไป๋ซีพยักหน้าแล้วเดินไปดูทีละห้อง
สไตล์การตกแต่งของแต่ละห้องแตกต่างกันเล็กน้อย แต่ทุกห้องเป็นห้องวิวทะเลและมีระเบียงขนาดใหญ่
สุดท้ายเธอเลือกห้องที่ดูทั้งทันสมัยและอบอุ่น โดยเฉพาะเก้าอี้แขวนสีขาวตรงระเบียงที่เธอชอบมาก
“เลือกได้ดี”
เหยียนโม่พยักหน้าชื่นชม
ไป๋ซีคิดว่าอีกฝ่ายกำลังชมรสนิยมของตัวเอง จึงยิ้มอย่างถ่อมตัว
หลังจากนั้นเหยียนโม่ก็พาเธอไปที่ห้องเก็บของเพื่อรับของใช้ประจำวัน
เพราะไป๋ซีเพิ่งเข้ามาใหม่ ทางฐานยังไม่ได้เตรียมของสำหรับผู้หญิงไว้ เหยียนโม่จึงยื่นบัตรใบหนึ่งให้ พร้อมโทรตามป้าทั้งสองคนให้พาไป๋ซีเข้าเมืองไปซื้อเสื้อผ้า
เมื่อได้ยินว่าฐานมีเด็กผู้หญิงเรียบร้อยน่ารักเข้ามาใหม่ ป้าทั้งสองก็รีบกลับมาทันที
พอเห็นไป๋ซีที่สุภาพและเชื่อฟัง ต่างก็เอ็นดูเธอมาก
“ในที่สุดฐานเราก็มีผู้หญิงสักที ซีซี เธอไม่รู้หรอก พวกผู้ชายที่นี่ไม่ว่าจะเด็กหรือแก่ ล้วนหยาบกระด้างกันทั้งนั้น!”
ป้าหลิวที่รูปร่างอวบอิ่มพูดด้วยสีหน้ารังเกียจพวกผู้ชายอย่างเห็นได้ชัด
“ในที่สุดก็มีเด็กผู้หญิงตัวหอม ๆ ให้ฉันได้สัมผัสความรู้สึกของความเป็นแม่สักที”
ป้าหวังมองไป๋ซีด้วยดวงตาเป็นประกาย
หลังพูดคุยกันไม่กี่ประโยค ทั้งสองก็ขับรถพาไป๋ซีไปยังศูนย์การค้าใกล้ที่สุด และเข้าสู่โหมดนักชอปเต็มตัวทันที
เมื่อไป๋ซีเดินออกมาจากห้องลองเสื้อในชุดเดรสสั้นสีขาวยาวถึงเข่า เธอดูราวกับนางฟ้าที่เดินออกมาจากภาพวาด
แม้แต่พนักงานขายที่พบเห็นคนสวยมาแล้วมากมายยังอดตะลึงไม่ได้
“สวยมาก!”
ป้าหวังเอ่ยชม
“ใช่ ดูดีจริง ๆ!”
ป้าหลิวมองพนักงานขายที่ยืนยิ้มอยู่ข้าง ๆ
“เอาชุดนี้ด้วย แล้วก็อีกหลายชุดที่เมื่อกี้ดูไว้ด้วย”
“ได้ค่ะ”
พนักงานขายรีบพับเสื้อผ้าใส่กล่องของขวัญ
“รวมทั้งหมดหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นสามพันสี่ร้อยหยวนค่ะ”
มือของไป๋ซีที่กำลังถือบัตรชะงัก ก่อนจะดึงกลับทันที
เธอมองป้าทั้งสองอย่างลำบากใจ
“คุณป้าคะ มันแพงเกินไป บัตรใบนี้ไม่ใช่ของฉันนะ”
ป้าหวังดึงบัตรทองม่วงจากมือเธอ ส่งให้พนักงานขายอย่างสบาย ๆ
“ป้ารู้อยู่แล้วว่าไม่ใช่ของเธอ นี่เป็นบัตรของเย่เซียว ยังไงเขาก็ใช้ไม่หมดอยู่แล้ว”
ที่แท้ตอนที่ไป๋ซีกำลังเลือกห้อง เย่เซียวได้ขึ้นมามอบบัตรใบนี้ให้เหยียนโม่ แล้วฝากให้ป้าทั้งสองพาไป๋ซีมาซื้อเสื้อผ้า
เพราะเธอเพิ่งเข้าฐานและไม่ได้เอาของติดตัวมาด้วยเลย ของใช้ส่วนตัวในฐานมีพร้อม แต่เสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนไม่มี
ไป๋ซีอึ้งไปเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้เธอคิดมาตลอดว่าบัตรใบนี้เป็นของเหยียนโม่ และยังคิดว่าจะหาโอกาสคืนเงินให้อีกฝ่ายอยู่เลย
ไม่คิดว่าจะเป็นของเย่เซียว
แม้เขาจะพูดไม่มาก แต่กลับใส่ใจรายละเอียดมากทีเดียว
“แต่เกินแสนเลยนะคะ”
ไป๋ซียังรู้สึกไม่สบายใจนัก จึงพยายามจะดึงบัตรกลับ แต่ป้าหลิวกลับห้ามไว้
“ไม่เป็นไรหรอก เขาใช้เงินไม่หมดอยู่แล้ว เธอช่วยเขาใช้ก็พอ”
“ใช่แล้ว ซีซี วงเงินบัตรของกัปตันเธอเดือนละสิบล้าน แต่ไม่เคยใช้หมดเลยสักครั้ง ถือว่าเธอช่วยเขาใช้ก็แล้วกัน”
ป้าหวังดึงไป๋ซีให้นั่งลง ขณะที่ป้าหลิวพาเธอเดินเข้าร้านแบรนด์เนมอีกร้าน โดยไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธเลยแม้แต่น้อย
ป้าหวังที่ถือบัตรอยู่ก็เดินตามเข้าไปทันที
ทั้งสองพาไป๋ซีเดินแทบจะครบทุกร้านในศูนย์การค้า
ตอนออกมา ขาของไป๋ซีแทบไม่มีแรงแล้ว กว่าทั้งสามจะกลับถึงฐานก็ค่ำมืดพอดี
ไป๋ซีเดินตามหลังป้าทั้งสองอย่างหมดเรี่ยวแรง
ทันใดนั้นเอง สัญชาตญาณที่ฝึกมาจากในเกมก็ร้องเตือนขึ้น
เธอสัมผัสได้ว่ามีคนอยู่ด้านหลัง และกำลังใช้กริชแทงเข้ามาด้วยความเร็วสูง
ระยะใกล้เกินไปจนไม่มีเวลาหลบ
วินาทีถัดมา ร่างของไป๋ซีหายไปจากจุดเดิมทันที
จากนั้นก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังผู้โจมตีในพริบตา ก่อนจะยกเท้าถีบอีกฝ่ายอย่างแรง!
.
.
จบ.