เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 22 พลเมืองผู้รักชาติ

ตอนที่ 22 พลเมืองผู้รักชาติ

ตอนที่ 22 พลเมืองผู้รักชาติ


.

.

สวัสดีค่ะ ศาสตราจารย์หาน

 

แฟลชไดรฟ์ตัวนี้บรรจุข้อมูลเทคโนโลยีเครื่องผลิตชิปความละเอียด 1 นาโนเมตร รหัสผ่านคือ 148257 หวังว่าจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาของประเทศได้บ้าง

 

ผู้ส่ง: พลเมืองผู้รักชาติที่ไม่ประสงค์ออกนาม

หลังจากเขียนเสร็จ ไป๋ซีก็นำแฟลชไดรฟ์กับกระดาษโน้ตวางไว้หน้าประตูบ้าน ก่อนจะเคาะประตูเบา ๆ

“ใครน่ะ?”

หวงเหมยจวินเปิดประตูออกมา มองซ้ายมองขวาอย่างสงสัย เพราะไม่เห็นใครอยู่หน้าห้อง จากนั้นจึงสังเกตเห็นแฟลชไดรฟ์สีเงินกับกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่บนพื้น

เธอชะโงกมองไปตามทางเดินอีกครั้ง เมื่อไม่พบใคร จึงก้มลงเก็บของทั้งสองชิ้นแล้วปิดประตู

“เหมยจวิน ใครมาน่ะ?”

ศาสตราจารย์หานเดินออกมาจากห้องครัว

หวงเหมยจวินส่ายหน้า พลางชูของในมือขึ้น

“ไม่รู้เหมือนกัน มีแค่แฟลชไดรฟ์กับกระดาษนี่”

“?”

ศาสตราจารย์หานรับของทั้งสองอย่างมา เมื่ออ่านเนื้อหาบนกระดาษจบ คิ้วก็ขมวดเข้าหากันทันที

“เหล่าหาน คุณคิดว่าในแฟลชไดรฟ์นี่จะเป็นข้อมูลเทคโนโลยีระดับนั้นจริง ๆ เหรอ?”

หวงเหมยจวินย่อมรู้ดีว่าเครื่องผลิตชิปความละเอียด 1 นาโนเมตรหมายถึงอะไร และเพราะรู้ดีนี่เอง เธอจึงแทบไม่อยากเชื่อ

“ลองเปิดดูก็รู้”

ศาสตราจารย์หานหันไปถามภรรยา

“คอมพิวเตอร์ที่ซื้อให้โต้วโต้วเล่นเกมอยู่ไหน?”

“อยู่ในห้องนอนเล็ก” หวงเหมยจวินชี้ไปทางห้องด้านใน

ศาสตราจารย์หานถือแฟลชไดรฟ์เดินเข้าไปในห้องนั้น ส่วนหวงเหมยจวินก็ตามเข้าไปด้วยความอยากรู้

หลังเปิดเครื่องเสร็จ ศาสตราจารย์หานก็ถอดสายอินเทอร์เน็ต ปิดสัญญาณไวไฟ แล้วจึงเสียบแฟลชไดรฟ์เข้าเครื่อง

ทันทีที่เปิดขึ้นมา ก็มีหน้าต่างให้กรอกรหัสผ่านปรากฏขึ้น

เขาใส่รหัส 148257 ตามที่เขียนไว้ในกระดาษ ไม่นาน ไฟล์ทั้งหมดก็ถูกเปิดออก

เช่นเดียวกับที่ไป๋ซีเคยเห็น ภายในมีโฟลเดอร์หมายเลข 1 ถึง 5 เรียงอยู่ ศาสตราจารย์หานคลิกเข้าไปในโฟลเดอร์หมายเลข 1

เพียงอ่านบทคัดย่อหน้าแรก ดวงตาของเขาก็เป็นประกายทันที จากนั้นก็ถอนตัวไม่ขึ้นอีกเลย

“ยอดเยี่ยม!”

“อัจฉริยะจริง ๆ!”

“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง!”

“อย่างนี้นี่เอง!”

ปฏิกิริยาของสามีทำให้หวงเหมยจวินรู้ทันทีว่า ข้อมูลเหล่านี้มีโอกาสสูงมากที่จะเป็นของจริง เธอเองก็อดดีใจไม่ได้ จึงค่อย ๆ เดินออกจากห้อง ปล่อยพื้นที่ให้เขาได้จดจ่อกับงานเต็มที่

หลังอ่านเอกสารต่อเนื่องหลายฉบับ ศาสตราจารย์หานก็ถูกแนวคิดใหม่และการออกแบบอันล้ำสมัยภายในไฟล์เหล่านั้นสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

เขารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหานักวิชาการหลายคนที่รู้จักทันที

“เหล่าหวง รีบมาบ้านฉันเดี๋ยวนี้! ฉันมีของดีจะให้ดู รับรองว่าไม่เสียเที่ยวแน่!”

“เหล่าอู๋…”

“เหล่าหลี่…”

หลังจากโทรจนหมดรายชื่อคนรู้จัก คนที่อยู่ไกลเกินกว่าจะเดินทางมาได้ เขาก็เชื่อมต่อวิดีโอคอลโดยตรง

เมื่อเหล่านักวิชาการอีกฝั่งได้ฟังเนื้อหาที่ศาสตราจารย์หานอ่านให้ฟัง ต่างก็ตกตะลึงกันถ้วนหน้า

“เหล่าหาน อยู่ ๆ นายก็ตรัสรู้ขึ้นมาเหรอ? แนวคิดนี้ยอดเยี่ยมเกินไปแล้ว! ความฝันเรื่องการผลิตชิปด้วยตัวเองของประเทศเรา อาจกลายเป็นจริงได้จริง ๆ!”

ศาสตราจารย์หานเองก็ดีใจไม่แพ้กัน

การได้รับการยอมรับจากคนเหล่านี้ แสดงว่าข้อมูลชุดนี้มีความเป็นไปได้สูงมากว่าเป็นของจริง

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

นักวิชาการที่อยู่ใกล้เคียงต่างทยอยมาถึงบ้านกันครบ

เมื่อเห็นว่าศาสตราจารย์หานเรียกคนมามากขนาดนี้ ทุกคนก็อดแปลกใจไม่ได้

“เหล่าหาน เกิดเรื่องใหญ่อะไรขึ้น? ถึงกับเรียกพวกเรามาหมดเลย”

ศาสตราจารย์หานรีบโบกมือเรียก

“มานี่เร็ว! ช่วยดูเอกสารชุดนี้ให้หน่อย มีหลายส่วนที่ไม่ใช่สาขาของฉัน ช่วยวิเคราะห์ให้ที”

“โอ้? งั้นฉันต้องดูแล้วล่ะ ว่ามีอะไรที่ทำให้เหล่าหานยังไม่มั่นใจ”

ศาสตราจารย์หานฉายเนื้อหาในคอมพิวเตอร์ขึ้นบนจอ

ทันทีที่ทุกคนได้เห็น ต่างก็มีปฏิกิริยาไม่ต่างจากเขา

“สูตรนี้…คิดออกมาได้ยังไง?”

“เดี๋ยวก่อน ๆ เลื่อนช้าหน่อย! ไม่ได้… ฉันต้องเอาปากกามาคำนวณก่อน!”

นักวิชาการหลายคนถึงกับนั่งลงบนพื้นตรงนั้น รับกระดาษกับปากกาที่หวงเหมยจวินนำมาให้ แล้วเริ่มคำนวณกันด้วยมือ

เวลาผ่านไปนานพอสมควร

นักวิชาการคนหนึ่งมองคำตอบบนกระดาษ พลางส่ายหน้าไปมา ก่อนจะพยักหน้าอย่างชื่นชม

“เหล่าหาน ฉันไม่คิดเลยว่านายจะเก่งรอบด้านขนาดนี้ ซ่อนฝีมือมาตั้งหลายปีเชียวนะ!”

“ถ้านายมีแนวคิดระดับนี้ตั้งนานแล้ว ทำไมไม่พูดออกมาเร็วกว่านี้? ไม่งั้นป่านนี้เราอาจสร้างเครื่องผลิตชิปได้สำเร็จไปแล้ว!”

“รางวัลคุณูปการแห่งชาติปีนี้ต้องเป็นของนายแน่นอน!”

ศาสตราจารย์หานหัวเราะขื่น ๆ แล้วส่ายหน้า

“ถ้าฉันเก่งขนาดนั้นจริง จะเก็บเงียบมาจนวันนี้ได้ยังไง”

ทุกคนชะงักไปทันที

หรือว่ามันมีเรื่องอื่นอยู่เบื้องหลัง?

“เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

“เหล่าหาน รีบพูดมาเถอะ อย่าทำให้พวกเราลุ้น”

ศาสตราจารย์หานส่งกระดาษที่ไป๋ซีเขียนให้ทุกคนดู ก่อนจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น

“ภรรยาฉันเก็บมันได้หน้าประตูบ้านเมื่อเย็นนี้ มีพลเมืองผู้รักชาติคนหนึ่งมอบมันให้ประเทศ”

“อะไรนะ?!”

ทุกคนอ้าปากค้าง

แม้แต่นักวิชาการที่อยู่ปลายสายวิดีโอคอลก็ยังตกตะลึงจนพูดไม่ออกอยู่พักใหญ่

“เหล่าหาน นายไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม?”

“ข้อมูลสำคัญขนาดนี้ จะมีคนยอมมอบให้ฟรี ๆ โดยไม่ต้องการชื่อเสียงหรือผลประโยชน์จริงเหรอ?”

ศาสตราจารย์หานถอนหายใจ

“ฉันเองก็ประหลาดใจเหมือนกัน แต่มันคือเรื่องจริง”

ภายในห้องเงียบลงอีกครั้ง

ท้ายที่สุด นักวิชาการอาวุโสคนหนึ่งที่มีตำแหน่งสูงกว่าจากปลายสายจึงเอ่ยขึ้น

“เหล่าหาน เอาข้อมูลชุดนี้เข้าเมืองหลวงเถอะ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กแล้ว”

ศาสตราจารย์หานพยักหน้าตอบรับ

จากนั้นทุกคนก็เริ่มถกเถียงและวิเคราะห์เนื้อหาภายในข้อมูลชุดนั้นกันรอบใหม่

ในขณะเดียวกัน ไป๋ซียังคงรออยู่ด้านนอกอาคาร

เมื่อเห็นนักวิชาการหลายคนที่เธอค้นข้อมูลมาก่อน รีบรุดเข้ามาถึงที่นี่กลางดึก เธอก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกในที่สุด

เธอยืดเส้นยืดสายเล็กน้อย เตรียมตัวกลับมหาวิทยาลัย

เมื่อจัดการเรื่องนี้เสร็จแล้ว สิ่งที่ไป๋ซีตั้งใจจะทำต่อก็คือสมัครเรียนการต่อสู้ และเธออยากเรียนการใช้อาวุธปืนเหมือนกัน

แต่น่าเสียดายที่กระเป๋าสตางค์ของเธอไม่เอื้ออำนวย

อย่างไรก็ตาม กริชทองดำบวกกับการเรียนซานต๋าหรือมวยสักอย่าง ก็น่าจะใช้งานได้ดีไม่น้อย

เมื่อออกจากชุมชนก็เป็นเวลาสามทุ่มกว่าแล้ว

ภายนอกยังคงสว่างไสว ร้านรถเข็นสองข้างทางเรียงรายตลอดแนวถนน

เธอเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน กว่าจะกลับถึงมหาวิทยาลัยก็ปาเข้าไปเกือบห้าทุ่ม และหอพักก็ปิดไปเรียบร้อยแล้ว

ไป๋ซีนั่งลงบนขั้นบันไดหน้าหอพัก เงยหน้ามองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว พลางฟังเสียงแมลงร้องและเสียงกบจากที่ไกล ๆ

เธอไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย กลับกัน ยังรู้สึกผ่อนคลายและสงบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ในโลกภารกิจนั้น ไป๋ซีไม่เคยนอนหลับได้อย่างสบายใจ เพราะไม่มีทางรู้เลยว่า วินาทีต่อไปจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นหรือไม่ หรือจะมีใครกระโดดออกมาฆ่าเธอเมื่อไรกันแน่

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ถ่ายภาพท้องฟ้ายามค่ำคืน แล้วโพสต์ลงโมเมนต์

[ชีวิตใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!]

[รูปภาพ: ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาว]

ไม่นาน ข้อความตอบกลับก็เด้งขึ้นมา

หนานเซี่ย: [ซีซี เธออยู่ไหน? ทำไมยังไม่กลับมาอีก?]

เฉินหรู: [โดนปิดหอไว้ข้างนอกหรือเปล่า?]

หูซานซาน: [ซีซี เธอมีผู้ชายอยู่ข้างนอกใช่ไหม? ดึกขนาดนี้ยังไม่กลับอีก!]

ไป๋ซีตอบข้อความของรูมเมตทีละคน ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าไปในมุมมืดด้านข้าง จู่ ๆ ความคิดบ้าบิ่นอย่างหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว

ท่ามกลางความมืด ไป๋ซีเริ่มใช้ก้าวข้ามมิติอย่างต่อเนื่อง เธออยากรู้ว่า ขีดจำกัดของการใช้งานต่อเนื่องอยู่ตรงไหน

ในโลกภารกิจ เธอไม่กล้าทดลองแบบนี้ แต่ในโลกปัจจุบันปลอดภัยพอให้ลองได้เต็มที่!

หลังจากก้าวข้ามมิติติดต่อกันสี่ครั้ง ไป๋ซีก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป ศีรษะหมุนอย่างรุนแรง เหงื่อเย็นผุดเต็มตัว

นี่คือขีดจำกัดของเธอแล้ว หากฝืนใช้อีกครั้ง เธอคงหมดสติแน่นอน

เธอเดินโซเซกลับมานั่งบนขั้นบันได

ขณะเดียวกัน เฉินหรูกับอีกสองคนก็พาป้าผู้ดูแลหอพักมาเปิดประตูพอดี…

.

.

จบ.

จบบทที่ ตอนที่ 22 พลเมืองผู้รักชาติ

คัดลอกลิงก์แล้ว