- หน้าแรก
- ตัวแม่แห่งโชคแห่งเกมเอาชีวิตรอด
- บทที่ 15 เมืองเหวินอัน 15
บทที่ 15 เมืองเหวินอัน 15
บทที่ 15 เมืองเหวินอัน 15
.
.
“พี่คนนี้ไม่ใช่คนไม่ดีนะ”
โม่โม่กระซิบข้างหูไป๋ซีเบา ๆ
ไป๋ซีบีบแก้มกลม ๆ ของโม่โม่ แล้วรูดซิปกระเป๋าเป้ของตัวเองลง ข้างในอัดแน่นไปด้วยอาหาร ส่วนกระเป๋าของเทียนเถียนที่วางอยู่ข้าง ๆ ก็เต็มไม่ต่างกัน
“พวกเรามีอาหารจริง ๆ”
“…ฉันนึกว่าเธอพูดเกรงใจซะอีก ในเมื่อมีอาหาร งั้นฉันก็ไม่ต้องเป็นห่วงแล้ว”
สีหน้าของหานตงเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนเล็กน้อย เขาประเมินพวกเธอต่ำเกินไป
ผู้หญิงก็สามารถเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลกได้เหมือนกัน
หลังอาหารเช้า ไป๋ซีพาเด็กทั้งสองลงไปชั้นล่าง
ทีมของถานหมิงซานมีทั้งหมดแปดคน
ชายชราหน้าตาใจดีคนหนึ่งคือศาสตราจารย์เฉินที่พวกเขาพูดถึง ส่วนหญิงสาวหน้าตาสะสวยวัยยี่สิบต้น ๆ ที่อยู่ข้างกายคือเฉินเฟยเฟย หลานสาวของเขา
นอกจากนี้ยังมีคู่รักนักศึกษา หลี่เมิ่งกับฟางเซียง ชายวัยกลางคนอายุราวสี่สิบปีชื่อเฉียนฉีซาน หญิงวัยทำงานอายุยี่สิบปลาย ๆ ชื่อเหอเหมย รวมถึงถานหมิงซานกับหานตง
“ต้องขอโทษด้วยนะ เมื่อคืนรบกวนพวกเธอแล้ว”
ศาสตราจารย์เฉินกล่าวขอโทษทันทีเมื่อเห็นไป๋ซีและเด็กทั้งสองลงมา ใบหน้าเปี่ยมด้วยเมตตาและเป็นกันเอง
“ไม่เป็นไรค่ะ”
ไป๋ซียิ้มตอบ
เธอเป็นคนประเภทที่ถ้าอีกฝ่ายสุภาพกับเธอ เธอก็จะสุภาพตอบกลับเช่นกัน
สมาชิกอีกห้าคนในทีมเหลือบมองไป๋ซีกับเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าเฉยชา ก่อนจะหันกลับไปทำธุระของตัวเองหรือพูดคุยกับคนในกลุ่มต่อ
ไป๋ซีไม่สนใจการถูกกันออกจากวงอย่างโจ่งแจ้งแม้แต่น้อย
ภารกิจต้องการอัตราการรอดชีวิตเพียงสิบเปอร์เซ็นต์ หมายความว่ายังมีคนอีกมากกว่าครึ่งที่ต้องตาย
ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบ เพื่อเตรียมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันหรือการกลายพันธุ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
เทียนเถียนเองก็จูงมือน้องชายเตรียมออกไปสำรวจเช่นกัน
“พี่ไป๋ พวกฉันจะไปดูทางนั้น”
เธอชี้ไปยังอีกด้านของหมู่บ้าน
“ระวังตัวด้วย”
ไป๋ซีไม่ได้พูดว่า “พวกเธออยู่ที่นี่ ฉันไปเอง”
เพราะเธอเข้าใจดีว่าในเกมนี้ คนที่พึ่งพาได้มีเพียงตัวเอง หากไม่แข็งแกร่งพอ ความตายก็เป็นเพียงเรื่องของเวลา
เทียนเถียนมีน้องชายที่แทบไม่มีความสามารถในการป้องกันตัว เธอจึงต้องแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุด ส่วนโม่โม่เองก็ต้องเรียนรู้ที่จะเข้มแข็ง อย่างน้อยก็ต้องไม่กลายเป็นภาระของพี่สาว
จนถึงตอนนี้ เด็กคนนี้ทำได้ดีมากแล้ว
ไป๋ซีและสองพี่น้องแยกกันสำรวจหมู่บ้านคนละทิศทาง ยิ่งเดินลึกเข้าไป คิ้วของไป๋ซีก็ยิ่งขมวดแน่น
หมู่บ้านแห่งนี้เงียบผิดปกติเหมือนเมื่อวาน ไม่มีเสียงจิ้งหรีด ไม่มีเสียงนกร้อง แม้แต่มดสักตัวก็ยังมองไม่เห็น
เธอค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้บ้านหลังหนึ่งที่ดูสะอาดเรียบร้อย มองผ่านหน้าต่างเข้าไปด้านใน
ไม่มีคน
เดินวนรอบบ้านอีกครั้ง ก็ยังไม่พบใคร
ไป๋ซีสำรวจบ้านอีกหลายหลัง ผลลัพธ์เหมือนกันทั้งหมด
“หมู่บ้านนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ความสงสัยก่อตัวขึ้นในใจ
สถานที่แห่งนี้ไม่น่าจะอันตรายเท่าในเมือง แล้วชาวบ้านหายไปไหนหมด?
เธอเดินสำรวจต่ออีกหลายหลัง ความรู้สึกไม่สบายใจยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ทันใดนั้น เทียนเถียนกับโม่โม่ก็โผล่ออกมาจากอีกด้าน
“พี่ไป๋ อย่าเข้าไปลึกกว่านี้เลย”
“ทำไม?”
“กลิ่นข้างหน้าประหลาดมาก” เทียนเถียนพูดพลางสูดจมูกเบา ๆ
“มีกลิ่นเลือด กลิ่นเน่า แล้วก็มีกลิ่นเปรี้ยวเหม็นแปลก ๆ ปนอยู่ด้วย”
เธอพูดยืนยันอย่างมั่นใจ
“ทางพวกเธอก็ไม่เจอคนเหมือนกันเหรอ?”
เทียนเถียนพยักหน้า “ไม่มีเลยสักคน บ้านหลายหลังมีฝุ่นหนามาก เหมือนไม่มีคนอยู่มานานแล้ว”
ไป๋ซีครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจ
“งั้นเลิกค้นต่อเถอะ หมู่บ้านนี้แปลกเกินไป ตั้งแต่เมื่อวานที่มาถึง ฉันยังไม่ได้ยินเสียงแมลงหรือเสียงนกเลยสักครั้ง”
ไป๋ซีไม่ใช่คนที่จะเดินเข้าหาอันตรายทั้งที่รู้ตัว เธอเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเองเสมอ
เธอเคยอ่านบทความหนึ่งที่บอกว่า สัญชาตญาณคือผลลัพธ์ของการประมวลผลอย่างแม่นยำของจิตใต้สำนึก
ทั้งสามรีบกลับด้วยความเร็วสูงสุด
ระหว่างทางก็พบถานหมิงซานกับหานตงที่กำลังกลับมาพอดี ทั้งคู่เพิ่งไปตรวจสอบพื้นที่เพาะปลูกใกล้ ๆ มา
หลังจากแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ทุกคนก็พบปัญหาเดียวกัน
“ในทุ่งก็เหมือนกัน ไม่มีแมลงเลยสักตัว ไม่ว่าจะตัวเล็กหรือตัวใหญ่”
สีหน้าของถานหมิงซานเคร่งเครียด
“ลุงถาน พวกเรารีบออกจากที่นี่เถอะ”
“ไม่รู้ว่าหมู่บ้านนี้ซ่อนอะไรไว้ พวกเรามีกันตั้งสิบกว่าคน แต่กว่าครึ่งไม่มีความสามารถต่อสู้เลย ถ้าเกิดอะไรขึ้น ความสูญเสียคงหนักมาก”
ไป๋ซีเสนอ
ถ้าถานหมิงซานไม่ไป เธอก็จะพาเทียนเถียนกับโม่โม่ออกไปเอง
“ได้ งั้นออกเดินทางทันที”
ถานหมิงซานตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
เมื่อรู้ว่ามีปัญหา ก็ไม่มีเหตุผลให้ต้องอยู่ต่อ
“แล้วจะไปทางไหน?” หานตงถาม
“ไปทางตะวันตก ก่อนหน้านี้ทางหน่วยงานแจ้งว่ามีกองกำลังหลักอยู่แถวนั้น พวกเราจะไปหาพวกเขา”
“ถ้ามีกองทัพคุ้มกัน ศาสตราจารย์เฉินก็จะปลอดภัยมากขึ้น”
ถานหมิงซานหันมองไป๋ซี
“ไป๋ซี พวกเธอจะไปด้วยกันไหม? อย่างน้อยก็ช่วยดูแลกันได้”
ไป๋ซีกำลังจะหันไปถามความเห็นของเทียนเถียน แต่เด็กสาวพูดขึ้นก่อน
“พี่ไป๋ไปไหน พวกฉันก็ไปด้วย”
ไป๋ซีหัวเราะเบา ๆ แล้วลูบศีรษะเธอ ก่อนหันไปตอบถานหมิงซาน
“งั้นไปด้วยกันค่ะ”
พาเด็กสองคนเดินทางลำพังถือว่าเสี่ยงเกินไป ถานหมิงซานกับหานตงมีความสามารถมาก การอยู่ด้วยกันจะปลอดภัยกว่า
ในใจเธอลอบตัดสินใจ
ถ้ารอดกลับไปได้ เธอต้องหาเวลาเรียนทักษะการต่อสู้บ้าง ไม่อย่างนั้นจะตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบแบบนี้ตลอด
หลังกลับไปที่พักชั่วคราว ถานหมิงซานอธิบายสถานการณ์อย่างย่อ แต่หลายคนกลับไม่เต็มใจนัก
“ที่นี่ก็ดีอยู่แล้ว จะรีบไปทำไม?”
“ใช่แล้ว ไม่มีเสียงแมลงหรือเสียงนกก็ปกติไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้ทุกอย่างกลายพันธุ์หมดแล้ว ถ้ายังมีเสียงต่างหากที่น่ากลัว”
หลี่เมิ่งกับฟางเซียง คู่รักนักศึกษาดูเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด ไม่อยากเดินทางต่อแล้ว
ศาสตราจารย์เฉินส่ายหน้า
“ต่อให้เกิดการกลายพันธุ์ ก็ไม่มีทางเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งหมดแบบนี้ ทุกอย่างต้องค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงเป็นขั้นเป็นตอน”
“อีกอย่าง ระหว่างทางมาที่นี่ พวกเรายังไม่พบสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์เลยสักตัว”
เฉินเฟยเฟยรีบปลอบ
“ลุงถานกับพี่หานมีประสบการณ์ ถ้าพวกเขาบอกว่ามีปัญหา หมู่บ้านนี้ก็น่าจะมีปัญหาจริง ๆ ค่ะ”
น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลน่าฟัง
หลี่เมิ่งแอบกลอกตา แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
เฉียนฉีซานกับเหอเหมยที่เงียบมาตลอดก็เห็นด้วยกับการไปหากองกำลังหลัก
ไม่นาน กลุ่มคนก็ออกเดินทางอีกครั้ง
หากจะไปทางตะวันตก จำเป็นต้องผ่านหมู่บ้าน ถานหมิงซานจึงเลือกพาทุกคนอ้อมตามขอบหมู่บ้าน แม้จะใช้เวลานานขึ้นก็ตาม
สิบโมงเช้า
ดวงอาทิตย์ลอยสูงขึ้นเรื่อย ๆ ความร้อนแผดเผาจนผู้คนรู้สึกหงุดหงิด สีหน้าของทุกคนยิ่งดูย่ำแย่ ทำให้บรรยากาศในทีมเงียบลงกว่าเดิม
“ลุงถาน พักสักหน่อยได้ไหมคะ? คุณปู่ดูเหนื่อยมากแล้ว”
เฉินเฟยเฟยมองศาสตราจารย์เฉินอย่างเป็นห่วง ถานหมิงซานหันไปมอง
ชายชราดูอ่อนล้าจริง ๆ
“งั้นพักก่อน”
ทุกคนจึงเข้าไปพักในบ้านหลังหนึ่งที่ค่อนข้างสะอาดริมหมู่บ้าน
ไป๋ซีเองก็รู้สึกเหนื่อยไม่น้อย แดดแรงจัดจนเธอรู้สึกหงุดหงิดไปทั้งตัว เธอหยิบน้ำแร่ขวดหนึ่งออกจากกระเป๋า แล้วดื่มรวดเดียวหลายอึก
เทียนเถียนเองก็หยิบน้ำออกมาหนึ่งขวด ส่งให้โม่โม่ดื่มก่อน จากนั้นค่อยดื่มส่วนที่เหลือ
ก่อนลงมาจากชั้นบนในตอนเช้า ไป๋ซีได้แบ่งอาหารและน้ำให้พวกเขาไปไม่น้อย
ส่วนคนอื่น ๆ เหลือน้ำกันไม่มากแล้ว จึงทำได้เพียงจิบทีละน้อย
เมื่อเห็นไป๋ซีกับเด็กทั้งสองดื่มน้ำหมดไปครึ่งขวดในคราวเดียว หลายคนก็อดอิจฉาไม่ได้
ตรงมุมห้อง หลี่เมิ่งกระซิบบางอย่างกับฟางเซียง
จากนั้นทั้งสองก็ลุกขึ้นและเดินออกไปอย่างเงียบ ๆ…
.
.
จบ.