- หน้าแรก
- ตัวแม่แห่งโชคแห่งเกมเอาชีวิตรอด
- บทที่ 14 เมืองเหวินอัน 14
บทที่ 14 เมืองเหวินอัน 14
บทที่ 14 เมืองเหวินอัน 14
.
.
“เป็นยังไงบ้างพี่สาว? มาตั้งทีมกันเถอะ!”
เทียนเถียนหยิบการ์ดตั้งทีมออกมาจากพื้นที่เก็บของของระบบ แล้วยื่นให้ไป๋ซี
“พี่สาว ดูสิ! ฉันไม่ได้โกหกพี่จริง ๆ นะ ที่ไม่กล้าตั้งทีมกับคนอื่นก็เพราะกลัวว่าพวกเขาจะรังแกโม่โม่”
ไป๋ซีมองการ์ดตรงหน้าอย่างประหลาดใจ เธอไม่คิดเลยว่าเทียนเถียนจะยอมส่งการ์ดสำคัญแบบนี้มาให้ตรวจสอบตรง ๆ
เธอรับการ์ดมา พลิกดูคำอธิบายด้านหลังอย่างละเอียด
เนื้อหาบนการ์ดตรงกับที่เทียนเถียนพูดทุกอย่าง ไม่มีข้อมูลแอบแฝงหรือกับดักใด ๆ
ถ้าเป็นแบบนี้จริง การตั้งทีมก็นับว่าเป็นทางเลือกที่ไม่เลว
สองพี่น้องคู่นี้สามัคคีกันมาก ต่างคนต่างมีจุดเด่น อีกทั้งยังมีความคิดเป็นผู้ใหญ่เกินวัย
ส่วนเรื่องถูกเพื่อนร่วมทีมหลอกหรือหักหลังนั้น ไป๋ซีรู้สึกว่าตัวเองคงไม่โง่ถึงขั้นโดนเด็กสองคนเล่นงานได้
“ถ้าอย่างนั้น…ก็ตกลง”
ไป๋ซีคืนการ์ดให้เทียนเถียน
เทียนเถียนตาเป็นประกาย รีบพยักหน้ารัว ๆ แล้วใช้การ์ดทันที ราวกับกลัวว่าไป๋ซีจะเปลี่ยนใจในวินาทีถัดไป
หลังจากตั้งทีมสำเร็จ ไป๋ซีรู้สึกได้ทันทีว่าพละกำลังในร่างเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
เธอเปิดหน้าต่างสถานะส่วนตัวขึ้นมาตรวจสอบ
……
[ไป๋ซี]
[ระดับ: ผู้เล่นแรงก์ C]
[แต้มสะสม: 0]
[จำนวนครั้งสุ่มรางวัล: 0]
[ค่าสถานะรวม: 67.98 (66)]
[ระดับพลังพิเศษ: พลังมิติระดับ 1, พื้นที่เก็บของ 2 ลูกบาศก์เมตร, ก้าวข้ามมิติ 1 เมตร]
[ไอเทม]
[ระดับเขียว: การ์ดเพิ่มความเร็ว ×1, การ์ดล่องหน ×1, การ์ดนำไอเทมกลับโลกเดิม ×1
[ระดับเทา: กริชทองดำ ×1, โพชั่นฟื้นฟูพละกำลัง ×1
สถานะ: โบนัสค่าสถานะรวมจากทีม 3%]
……
ค่าสถานะรวมเพิ่มขึ้นมาเกือบสองแต้ม
ตอนนี้ไป๋ซีเข้าใจแล้วว่าทำไมเทียนเถียนถึงกระตือรือร้นอยากตั้งทีมขนาดนี้
“เธอเป็นพี่สาวที่ดีมาก” ไป๋ซีเอ่ยชม
เทียนเถียนยิ้มเขิน ๆ
ในฐานะผู้ถือการ์ดและหัวหน้าทีม เธอมีความสามารถพิเศษชื่อว่า [ความใกล้ชิด]
ซึ่งสามารถเพิ่มโอกาสที่ตนเองจะถูกสุ่มไปอยู่ในด่านเดียวกับสมาชิกทีมที่เลือก และเทียนเถียนก็เลือกเทียนโม่โดยไม่ลังเล
เหตุผลที่เธออยากตั้งทีมมาตลอด ก็เพื่อเด็กคนนี้
ต่อให้เทียนโม่จะรู้ความและฉลาดเพียงใด เขาก็ยังเป็นเด็กอายุแค่แปดขวบ เขาไม่มีทางเผชิญเกมเอาชีวิตรอดเพียงลำพังและรอดชีวิตได้
ส่วนการ์ดตั้งทีมใบนี้ ก็เป็นหนึ่งในสิทธิพิเศษที่เกมมอบให้ผู้เล่นมือใหม่
“พี่ไป๋ ถ้าวันหนึ่งพี่กับโม่โม่ถูกส่งไปอยู่ในเกมเดียวกัน ฉันขอฝากดูแลเขาหน่อยได้ไหมคะ”
“ไม่จำเป็นต้องช่วยอะไรมาก แค่ให้เขาอยู่ใกล้ ๆ พี่ก็พอ โม่โม่เป็นเด็กดี เขาจะไม่สร้างปัญหาให้พี่แน่นอน”
เทียนเถียนโค้งตัวให้ไป๋ซี
เธอรู้ว่าคำขอนี้ค่อนข้างเกินไป แต่เธอไม่มีทางเลือกจริง ๆ
ไป๋ซีรีบพยุงเธอขึ้นมา
“ลุกก่อนเถอะ”
“ถ้ามีโอกาส ฉันจะช่วยดูแลเขาเอง”
“งั้นมาแนะนำตัวกันใหม่ดีกว่า”
“ฉัน ไป๋ซี อายุยี่สิบปี พลังพิเศษสายมิติ เพิ่งเล่นเกมรอบนี้เป็นรอบแรก”
เทียนเถียนยิ้มแล้วแนะนำตัวบ้าง
“ฉัน เทียนเถียน อายุสิบห้าปี พลังพิเศษคือการรับกลิ่น นี่เป็นเกมรอบที่สองของฉันค่ะ”
เธอลูบศีรษะน้องชายที่นั่งอยู่ข้าง ๆ
“ส่วนนี่ เทียนโม่ อายุแปดขวบ พลังพิเศษคือการรับรู้อารมณ์ สามารถตรวจจับได้ว่าคนอื่นมีเจตนาร้ายหรือไม่”
“ตอนนี้ตรวจจับได้ในระยะประมาณสองเมตรเท่านั้น แล้วก็กำลังเล่นเกมรอบที่สองเหมือนกัน”
ทั้งสามเริ่มแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับเกมที่แต่ละคนรู้
จากข้อมูลของสองพี่น้อง เทียนเถียนและเทียนโม่ เกมเอาชีวิตรอดนี้ถูกแบ่งออกเป็นสามช่วงหลัก
ช่วงแรกถือว่าปลอดภัยที่สุด
ระบบจะปล่อยภารกิจหนึ่งถึงสองภารกิจ เพื่อให้ผู้เล่นมีเวลาสะสมทรัพยากรและเตรียมตัว
ช่วงที่สอง ความยากในการเอาชีวิตรอดจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และภารกิจที่ได้รับจะน้อยลง
ส่วนช่วงที่สามคือช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย
ผู้เล่นจำนวนมากจะเริ่มฆ่ากันเองเพื่อแย่งการ์ดและทรัพยากรสำหรับการอยู่รอด
อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นมือใหม่จะได้รับการคุ้มครองบางส่วน
บริเวณจุดเริ่มต้นจะไม่มีผู้เล่นเก่าที่แข็งแกร่งเกินไปปรากฏตัว ตราบใดที่ตั้งใจทำภารกิจในช่วงแรกให้ดี ก็ยังมีโอกาสผ่านเกมได้อย่างปลอดภัย
ขณะที่ทั้งสามกำลังพูดคุยกันอยู่ เสียงระเบิดรุนแรงก็ดังขึ้นจากทิศทางของตัวเมือง เปลวไฟลุกโชนสว่างไสวไปทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืน
“พวกนั้นไปทำอะไรกัน ถึงได้สร้างเรื่องใหญ่ขนาดนี้?”
ไป๋ซีเดินไปที่หน้าต่าง มองดูทะเลเพลิงที่ลุกไหม้อยู่ไกล ๆ
เธอจำได้ว่าช่วงบ่ายเพิ่งเดินผ่านบริเวณนั้นมา
ตรงกันข้าม เทียนเถียนกลับรู้สึกโล่งใจ โชคดีที่เธอกับโม่โม่เลือกออกมาจากเมืองพร้อมไป๋ซี ไม่อย่างนั้นคืนนี้คงไม่ง่ายแน่
สองพี่น้องแอบมองไป๋ซีพร้อมกัน
พี่สาวคนนี้เก่งจริง ๆ! พวกเขาต้องพยายามเกาะติดเอาไว้ให้ได้!
หลังยืนดูอยู่พักหนึ่ง ไป๋ซีก็หันกลับเข้ามาในห้อง เธอหยิบผ้าห่มออกมาจากพื้นที่เก็บของ ปูลงบนพื้น
“นอนกันเถอะ เรื่องในเมืองคงไม่กระทบมาถึงที่นี่หรอก”
“พี่ไป๋กับโม่โม่นอนก่อนเถอะค่ะ ฉันจะเฝ้ายามครึ่งแรกเอง” เทียนเถียนอาสา
“งั้นครึ่งหลังฉันเปลี่ยนให้”
พูดจบ ไป๋ซีก็ล้มตัวลงนอน ส่วนเทียนโม่ก็นอนซบพี่สาว หลับสนิทอย่างรวดเร็ว
แต่ความจริงแล้ว ไป๋ซีไม่ได้หลับลึก เธอยังไม่ได้ลดความระแวงที่มีต่อสองพี่น้องลงทั้งหมด
เวลาประมาณห้าทุ่ม จู่ ๆ ก็มีเสียงความเคลื่อนไหวดังขึ้นนอกตัวบ้าน ไป๋ซีลุกขึ้น เดินไปยังหน้าต่าง เธอเห็นกลุ่มคนจำนวนหนึ่งกำลังรีบเดินมาทางนี้
“เร็วเข้า ข้างหน้ามีบ้านอยู่ พวกเราพักได้สักหน่อยแล้ว”
“ในที่สุดก็ออกจากเมืองมาได้เสียที!”
“คุณปู่ เดินช้า ๆ หน่อยครับ”
กลุ่มคนเหล่านั้นเข้าไปพักที่ชั้นล่าง
ฟังจากเสียงแล้วเป็นทีมขนาดใหญ่ มีทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และคนชรา
“ศาสตราจารย์เฉิน พวกคุณพักก่อนนะครับ ผมจะไปตรวจสอบอันตรายรอบ ๆ เอง”
เสียงคุ้นหูดังขึ้น
ไป๋ซีชะงัก
เธอไม่คิดเลยว่าจะได้เจอถานหมิงซานที่นี่ ถ้าอย่างนั้น หานตงก็น่าจะอยู่ด้วย?
ไม่นานนัก เสียงของหานตงก็ดังขึ้น
“ลุงถาน ผมไปด้วย”
จากนั้นเสียงฝีเท้ากับแสงไฟฉายก็ปรากฏขึ้นตรงบันได
ถานหมิงซานกับหานตงเดินขึ้นมาตรวจสอบอย่างระมัดระวัง
เมื่อแสงไฟฉายกวาดผ่านเงาร่างหนึ่ง หานตงก็สะดุ้งจนร้องออกมา
“เฮ้ย!”
คนชั้นล่างต่างแตกตื่น
“เกิดอะไรขึ้น?”
“มีอะไรหรือเปล่า?”
“ไม่มีอะไร”
เสียงมั่นคงของถานหมิงซานดังขึ้น
“แค่เจอคนรู้จัก” เขามองไป๋ซีด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“ไม่คิดเลยว่าจะเจอเธอที่นี่”
ไป๋ซียิ้ม
“หลังจากแยกกันที่สถานีตำรวจ ฉันก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะได้เจอลุงอีก”
ขณะนั้น เทียนเถียนกับเทียนโม่ก็ตื่นขึ้นมาเช่นกัน เสียงขยับตัวดังออกมาจากในห้อง
ถานหมิงซานยิ้มเล็กน้อย
“มีเพื่อนอยู่ด้วยเหรอ?”
“ค่ะ เจอกันระหว่างทาง แต่ทีมของลุงก็ไม่น้อยเหมือนกันนะ” ไป๋ซีแซว
ถานหมิงซานหัวเราะ “หลัก ๆ ก็เพื่อคุ้มกันศาสตราจารย์เฉิน ส่วนคนอื่น ๆ เจอกันระหว่างทาง ก็เลยพามาด้วย”
แม้เขาจะพูดเรียบง่าย แต่ความจริงแล้วทีมใหญ่ขนาดนี้ดูแลยากมาก
“ไป๋ซี แล้วเธอจะไปไหนต่อ?” หานตงถาม
“ยังไม่ได้กำหนดจุดหมายเลยค่ะ คงหาที่ปลอดภัยสักแห่งอยู่ไปก่อน”
หานตงยิ้มกว้าง “งั้นไปด้วยกันไหม?”
“ศาสตราจารย์เฉินบอกว่าในเมืองสัตว์ประหลาดหนาแน่นเกินไป ข้างนอกเมืองปลอดภัยกว่า”
การได้พบคนรู้จักระหว่างทางอันตรายแบบนี้ ทำให้เขาดีใจมาก
ไป๋ซีพยักหน้า เธอเองก็คิดเช่นนั้น
“ได้สิ”
“งั้นพวกเธอพักผ่อนต่อเถอะ พวกเราจะลงไปจัดการเรื่องข้างล่างก่อน”
ถานหมิงซานพาหานตงลงไปชั้นล่าง พร้อมอธิบายเรื่องของไป๋ซีให้คนอื่นฟัง
หลายคนบ่นอุบอิบอยู่บ้าง เพราะหมายถึงมีอีกสามปากต้องแบ่งอาหาร
แต่เสบียงส่วนใหญ่ก็เป็นสิ่งที่ถานหมิงซานกับหานตงหามา พวกเขาจึงไม่กล้าคัดค้านออกมาตรง ๆ
วันที่เก้าของเกม
ไป๋ซีตื่นจากการหลับตื้น ๆ สิ่งแรกที่เห็นคือแถบอัตราการรอดชีวิต
(26%)
จากผู้คนกว่าสองแสนหนึ่งหมื่นคน ตอนนี้เหลือรอดเพียงห้าหมื่นกว่าคนเท่านั้น
ไม่นานก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากบันได หานตงเดินขึ้นมาพร้อมขนมปังสามก้อน
“ตื่นแล้วเหรอ? ผมเอาอาหารมาให้”
“ขอบคุณค่ะ แต่ไม่ต้องลำบากหรอก พวกเรายังมีอยู่”
ไป๋ซีตบกระเป๋าเป้เบา ๆ
เมื่อเห็นว่ากลุ่มของไป๋ซีมีเพียงเด็กผู้หญิงสองคนกับเด็กเล็กอีกหนึ่งคน หานตงก็คิดในใจว่าพวกเธอจะมีเสบียงได้มากสักแค่ไหนกัน
“ไม่เป็นไรหรอก พวกเรามีอาหารเยอะ รับไปเถอะ”
.
.
จบ.