- หน้าแรก
- ตัวแม่แห่งโชคแห่งเกมเอาชีวิตรอด
- บทที่ 13 เมืองเหวินอัน 13
บทที่ 13 เมืองเหวินอัน 13
บทที่ 13 เมืองเหวินอัน 13
.
.
เทียนเถียนส่ายหน้า
“ในเกมนี้ ต่อให้พี่ไม่ฆ่าคน คนอื่นก็จะมาฆ่าพี่อยู่ดี แต่คนที่ฆ่าคนก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นคนเลวเสมอไป”
ไป๋ซีไม่ใช่คนที่จะใจอ่อนเพราะคำพูดไม่กี่ประโยค เธออยากออกจากที่นี่เต็มทีแล้ว แต่สองพี่น้องคู่นี้กลับทำให้เธอรู้สึกระแวงอยู่ไม่น้อย
“พลังพิเศษของฉันคือการดมกลิ่น ส่วนน้องชายสามารถรับรู้อารมณ์ของคนอื่นได้ แบบนี้ก็นับเป็นพลังพิเศษเหมือนกันใช่ไหมคะ?”
“ที่พวกเราอยากตั้งทีมกับพี่ เพราะมั่นใจว่าพี่ไม่ใช่คนเลว พี่สาวเองก็เป็นผู้มีพลังพิเศษเหมือนกันใช่ไหม?”
“พวกเราอยากหาคนที่สามารถฝากชีวิตไว้ได้จริง ๆ แล้วหลังจากตั้งทีมกัน ยังมีโบนัสสถานะอีกด้วย!”
เทียนเถียนพูดออกมาตรง ๆ เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับตัวเองและน้องชายแทบทั้งหมด
แต่ไป๋ซีไม่ได้อยากตั้งทีมกับใครจริงๆ
ใจคนเปลี่ยนกันได้เสมอ วันนี้ดี พรุ่งนี้อาจแทงข้างหลังกันก็ได้
“ฉันไม่อยากตั้งทีมกับใครทั้งนั้น”
“แล้วก็ พวกเธอสองคนอย่าเปิดเผยข้อมูลของตัวเองให้คนอื่นฟังง่าย ๆ ด้วย ใจคนมันเชื่อถือไม่ได้”
ไป๋ซีเตือนสองพี่น้อง ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
เธอวางแผนจะออกจากตัวเมืองแล้วมุ่งหน้าไปยังชนบท
เพื่อการพัฒนา สภาพแวดล้อมรอบๆเมืองแห่งนี้ถูกทำลายไปมาก สัตว์ป่าในพื้นที่รอบนอกจึงมีจำนวนน้อยกว่าภายในเมืองมาก
ตลอดทางที่ผ่านมา ร้านค้าชั้นล่างแทบทุกร้านถูกแมลงยักษ์และหนูยักษ์ยึดครอง จำนวนของพวกมันมากซะจนทำให้หนังศีรษะชา
ตอนนี้มนุษย์กลายเป็นแหล่งอาหารที่หาได้ง่ายที่สุดของพวกมัน ภายในเมืองมีคนอยู่จำนวนมาก สัตว์กลายพันธุ์ย่อมรวมตัวกันอยู่ที่นั่นเช่นกัน
แม้นอกเมืองจะอันตราย แต่ก็คงไม่รุนแรงเท่าภายในเมือง เธอเพียงต้องหาบ้านชาวบ้านสักหลังไว้ซ่อนตัว
ถ้าคาดการณ์ผิดจริง ๆ ก็ถือว่าเป็นชะตากรรมของเธอเอง
หลังจากไป๋ซีเดินจากไป เทียนโม่ก็ดึงชายเสื้อของเทียนเถียนเบา ๆ แล้วมองเธอด้วยสายตาสงสัย
“พี่สาว?”
เทียนเถียนก้มมองน้องชาย
“โม่โม่ อยากตั้งทีมกับพี่สาวคนนั้นมากเลยเหรอ?”
เทียนโม่พยักหน้าแรง ๆ
เขารับรู้ได้ว่าไป๋ซีระวังตัวพวกเขาอยู่ แต่ไม่เคยคิดทำร้ายพวกเขาเลย
เทียนเถียนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนกัดฟันตัดสินใจ
“งั้นพวกเราตามเธอไปเงียบ ๆ”
เธอรู้ดีว่าการทำแบบนี้ทั้งหน้าด้านและไร้ยางอาย แต่เธอไม่มีทางเลือกจริง ๆ
แม้เพื่อนร่วมทีมจะไม่สามารถฆ่ากันโดยตรงได้ แต่คนที่มีเจตนาร้ายก็ยังมีวิธีอื่นในการทำร้ายกันอยู่ดี
ถ้าเธอเผลอเลือกคนผิด แล้วในเกมรอบต่อไปเธอกับโม่โม่ถูกแยกกัน เด็กอายุเก้าขวบอย่างโม่โม่คงถูกกินจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก
ตั้งแต่เกมแรกจนถึงตอนนี้ พวกเขาพบผู้คนมามากมาย แต่มีเพียงพี่สาวคนนี้เท่านั้นที่ทำให้เทียนโม่ยอมรับ
เธอไม่กล้าเสี่ยงอีกแล้ว
ถ้ารอบหน้าพวกเธอไม่ได้อยู่ด้วยกันล่ะ?
ถ้าไม่มีเธออยู่ข้าง ๆ โม่โม่จะรอดชีวิตได้อย่างไร?
เพื่อโม่โม่ ต่อให้ต้องหน้าด้านกว่านี้เธอก็ยอม!
เธอไม่ได้หวังอะไรมาก ขอแค่ได้ตั้งทีม และสามารถอยู่ในเกมเดียวกันกับโม่โม่ก็พอ
ช่วงเที่ยงวัน ไป๋ซีหยุดพักระหว่างทาง นั่งลงบนม้านั่งริมถนนแล้วหยิบอาหารออกมากิน
เธอไม่กล้าเข้าไปในร้านค้าริมทาง เพราะไม่รู้ว่าข้างในซ่อนอะไรอยู่
ตลอดทางที่ผ่านมา หลายคนที่เข้าไปค้นหาเสบียงในร้าน ไม่เคยเดินออกมาอีกเลย
สัตว์กลายพันธุ์พวกนั้นดูเหมือนจะรู้ว่ามนุษย์ต้องเข้ามาหาอาหาร จึงแอบซ่อนตัวอยู่ในร้าน รอคอยเหยื่อเหมือนแมงมุมที่นั่งเฝ้าใย
ตรงหัวมุมถนนไกลออกไป มีกลุ่มคนสามคนกำลังออกมาหาอาหาร
“หัวหน้า ดูนั่นสิ มีคนกำลังกินข้าวอยู่ด้วย แถมยังมีนมอีก”
ชายหนุ่มคนหนึ่งชี้ไปทางไป๋ซี อีกสองคนมองตาม ก่อนจะลังเลขึ้นมา
“ผ่านมาตั้งเจ็ดแปดวันแล้ว พวกเรายังโทรมขนาดนี้ ทำไมผู้หญิงคนนั้นยังดูสบาย ๆ อยู่เลย?”
“ช่างเถอะ อย่าหาเรื่องเลย ถ้าเจอผู้เล่นเก่าเข้าจริง ๆ มีหวังซวยแน่”
“ทำภารกิจให้เสร็จก่อนดีกว่า”
ชายหนุ่มดูไม่ค่อยเต็มใจนัก จึงเสนอความคิดเห็นออกมา อีกสองคนพอได้ยินก็เห็นด้วย
ทั้งสามปรึกษากันอยู่พักหนึ่ง ก่อนเดินตรงมาทางไป๋ซี
ไป๋ซีสังเกตเห็นพวกเขาตั้งนานแล้ว แต่ยังคงนั่งกินอาหารต่อไปอย่างสงบ ราวกับไม่สนใจอะไร
เธอรู้ดีว่าเวลานี้ ยิ่งแสดงความหวาดกลัว ก็ยิ่งทำให้คนอื่นรู้ว่าเธออ่อนแอ แต่ถ้าแสดงท่าทีสงบนิ่ง กลับทำให้คนอื่นหวาดระแวงแทน
เมื่อทั้งสามเดินผ่าน พวกเขาก็แอบสังเกตไป๋ซีอย่างระมัดระวัง
ส่วนไป๋ซีกลับเงยหน้าขึ้นสบตากับพวกเขาโดยตรง ผลคืออีกฝ่ายกลับเป็นฝ่ายสะดุ้งเสียเอง
ทั้งสามรีบเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว แล้วเลี้ยวเข้าซอยเล็กข้างหน้า
เทียนเถียนกับเทียนโม่ซ่อนตัวอยู่ไกล ๆ โผล่หัวออกมาสังเกตสถานการณ์อย่างเงียบ ๆ
“พี่สาว พี่คนนั้นสุดยอดเลย ไม่กลัวเลยสักนิด!”
เทียนโม่พูดด้วยสีหน้าชื่นชม เทียนเถียนก็พยักหน้าเห็นด้วย
หลังจากหลบเข้าซอย ทั้งสามคนต่างถอนหายใจพร้อมกัน
“โอ๊ย แม่เจ้า! เอาซะฉันกลัวเลย”
“ผู้หญิงคนนั้นไม่กลัวอะไรเลย แถมยังกล้าจ้องพวกเราอีก”
“ฉันรู้สึกเหมือนเธอกำลังเล็งพวกเราอยู่ยังไงไม่รู้”
“รีบไปเถอะ! รีบไปเลย คนแบบนี้พวกเราไปหาเรื่องไม่ไหวหรอก!”
ทั้งสามรีบจากไปอย่างรวดเร็ว
ไป๋ซีเองก็แอบถอนหายใจโล่งอกอยู่ในใจเช่นกัน เธอรีบกินอาหารให้หมดแล้วออกเดินทางต่อ
จนกระทั่งหกโมงเย็น ไป๋ซีก็เดินออกจากตัวเมืองได้สำเร็จ
เบื้องหน้าคือหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ทั้งหมู่บ้านเงียบสงัด
มีบ้านสร้างใหม่อยู่หลายหลัง กระทั่งประตูหน้าต่างยังติดตั้งไม่เสร็จ ภายในว่างเปล่าไม่มีคนอยู่ ไป๋ซีตัดสินใจพักอยู่ที่นี่ชั่วคราว
เธอเหลือบมองสองพี่น้องที่ตามเธอมาตลอดทาง แล้วถอนหายใจออกมา
สองคนนี้ดื้อด้านจริง ๆ
เธอสำรวจชั้นล่างทั้งหมดก่อน ยืนยันว่าไม่มีรังมดหรือสัตว์กลายพันธุ์ซ่อนอยู่ จากนั้นจึงขึ้นไปยังชั้นสาม เพื่อมองสภาพแวดล้อมโดยรอบจากที่สูง
บริเวณใกล้เคียงเป็นพื้นที่เกษตรที่ถูกใช้ประโยชน์อย่างหนัก ส่วนเนินเขาเตี้ย ๆ ด้านไกลแทบไม่มีต้นไม้เหลืออยู่ ที่นี่เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่แม้แต่นกยังไม่มาวางไข่
คนก็น้อย สัตว์ป่าก็น้อย
สำหรับไป๋ซีในตอนนี้ นี่คือที่หลบภัยชั้นยอด
หลังกลับมาที่ชั้นสอง เธอหามุมหนึ่งนั่งลง หยิบบิสกิตกับนมออกมากินเงียบ ๆ
เทียนเถียนกับเทียนโม่ก็ตามเข้ามาด้วย ทั้งสองเหมือนอยากพูดอะไร แต่ก็กลัวไป๋ซีจะรำคาญ จึงไม่กล้าเอ่ยปาก
พวกเขานั่งอยู่ตรงมุมฝั่งตรงข้าม พักผ่อนพร้อมกินอาหารของตัวเอง
เสบียงที่เคยกักตุนไว้จำนวนมาก ถูกกินจนแทบหมดในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ตอนนี้เหลือเพียงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสามห่อ กับขนมปังก้อนเล็ก ๆ อีกห้าหกก้อนเท่านั้น
เทียนเถียนหยิบขนมปังออกมาสองก้อน แล้วยื่นให้น้องชายหนึ่งก้อน
“รีบกินเถอะ”
ทั้งสองรีบกินขนมปังจนหมด แต่ไม่นานท้องของเทียนโม่ก็ส่งเสียงร้องดังอีกครั้ง
ช่วงบ่ายเขาใช้พลังงานไปมากเกินไป เทียนเถียนจึงหยิบขนมปังอีกก้อนออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้น้องชาย เทียนโม่ลูบท้องตัวเอง ก่อนพูดอย่างรู้ความ
“พี่สาว ถ้าผมลูบท้องเดี๋ยวก็ไม่หิวแล้ว เก็บไว้กินพรุ่งนี้เถอะ”
เขามองแถบอัตรารอดชีวิตที่แสดง 38%
“อีกตั้งสามสี่วันกว่าจะจบเกมเลยนะ”
เทียนเถียนพยักหน้า ก่อนเก็บขนมปังกลับเข้าไปในกระเป๋า
ภาพของสองพี่น้องที่น่าสงสารเช่นนี้ ทำให้ความสงสารในใจของไป๋ซีเริ่มถูกกระตุ้น
ในพื้นที่มิติของเธอยังมีอาหารอีกมาก ต่อให้อยู่ต่ออีกเจ็ดแปดวันก็ไม่มีปัญหา
เด็กสองคน คนหนึ่งอายุแปดเก้าขวบ อีกคนอายุสิบสี่สิบห้าปี ในวันสิ้นโลกแบบนี้ยังคอยดูแลกัน ไม่ทอดทิ้งกัน นั่นเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมจริง ๆ
ยิ่งไปกว่านั้น ตลอดทางที่ผ่านมา ทั้งคู่ก็วางตัวดีมาก แม้หลายครั้งไป๋ซีจะจงใจเปิดช่องโหว่ให้เห็น ทั้งสองก็ไม่เคยคิดลงมือเลย
เธอเป็นคนที่ขนาดดูคลิปซึ้ง ๆ แล้วยังร้องไห้ ภาพตรงหน้าจึงทำให้ใจอ่อนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่บทเรียนที่ผ่านมา ก็ยังคอยเตือนเธออยู่ตลอดว่า อย่าเชื่อใจใครง่าย ๆ
ไป๋ซีกัดบิสกิตคำหนึ่ง ก่อนดื่มนมตาม
ฝั่งตรงข้าม เทียนโม่พิงไหล่พี่สาว ทำทีเหมือนหลับ แต่ความจริงแอบมองเธออยู่ตลอด แถมยังกลืนน้ำลายเป็นระยะ
เสียงท้องร้องดังจนไป๋ซีได้ยินชัดเจน
ผ่านไปนานพอสมควร ไป๋ซีก็ถอนหายใจเบา ๆ
เธอหยิบขนมปังสองก้อนกับนมสองกล่องออกมา แล้วโยนไปให้ทั้งคู่
“กินซะ เด็กไม่ควรปล่อยให้หิว”
เทียนโม่อยากกินมาก แต่ก็ไม่กล้ายื่นมือรับ เขาหันไปมองพี่สาวอย่างคาดหวัง
เทียนเถียนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนรับขนมปังขึ้นมา
“ขอบคุณค่ะ พี่สาว”
เธอเก็บขนมปังก้อนใหญ่หนึ่งก้อนกับนมหนึ่งกล่องใส่กระเป๋า ยื่นนมอีกกล่องให้เทียนโม่ พร้อมแบ่งขนมปังส่วนใหญ่ให้น้องชาย
แต่เทียนโม่หักกินเพียงครึ่งเดียวพอดี เทียนเถียนลูบศีรษะน้องชายอย่างอ่อนโยน จากนั้นทั้งสองก็กินอาหารอย่างมีความสุข
อาศัยจังหวะนี้ เทียนเถียนจึงเริ่มอธิบายเรื่องการตั้งทีมให้ไป๋ซีฟังอีกครั้ง
ตามที่เธออธิบาย ทีมของผู้เล่นแบ่งออกเป็นสองประเภท
ประเภทแรกคือทีมชั่วคราวระหว่างผู้เล่น ซึ่งเธอไม่ได้อธิบายรายละเอียดมากนัก
ส่วนอีกประเภทคือทีมถาวรที่ต้องใช้การ์ดพิเศษในการก่อตั้ง
หลังจากตั้งทีมสำเร็จ สมาชิกทุกคนจะได้รับโบนัสเพิ่มประสิทธิภาพ 3% ถึง 5%
เมื่อความเข้าขากันของสมาชิกเพิ่มขึ้น รวมถึงความแข็งแกร่งของทีมสูงขึ้น โบนัสนี้ก็จะเพิ่มตามไปด้วย
นอกจากนี้ สมาชิกในทีมยังไม่สามารถสังหารกันโดยตรงได้ ถือเป็นหลักประกันความมั่นคงของทีม แน่นอนว่า หากคิดจะฆ่ากันจริง ๆ ก็ยังมีวิธีลับๆแบบอื่นอยู่
และเทียนเถียนก็ไม่ได้ปิดบังเรื่องนั้นเช่นกัน
.
.
จบ.