เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 - สัญญาศึกเป็นตายในสามเดือน

บทที่ 23 - สัญญาศึกเป็นตายในสามเดือน

บทที่ 23 - สัญญาศึกเป็นตายในสามเดือน


บทที่ 23 - สัญญาศึกเป็นตายในสามเดือน

สิ้นคำ อักษรคำว่ากระบี่พลันปรากฏขึ้นเบื้องหลังของเขา! มันคืออักขระมรรคา!

พร้อมกันนั้น เนตรมารวิญญาณสวรรค์ของฟางเฉินก็จ้องเขม็งไปที่หลัวอ้าว! หลัวอ้าวรู้สึกปวดแปลบที่ศีรษะอย่างกะทันหัน!

เมื่อเขาตั้งสติได้! ฟางเฉินก็มาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว! พร้อมกับเห็นอักขระมรรคาเบื้องหลังของอีกฝ่าย!

"เป็นไปได้ยังไง! นี่มันอักขระมร..."

คำวาจายังไม่ทันหลุดพ้นริมฝีปาก ศีรษะก็หลุดจากบ่าไปเสียแล้ว!

ศีรษะของหลัวอ้าวลอยละลิ่ว! สีหน้าของเขายังคงเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ!

ในสายตาของเขา ฟางเฉินไม่มีทางรู้ตำแหน่งของเขาได้! ไม่มีทางที่จะตื่นรู้ในอักขระมรรคาทั้งที่อยู่ในระดับรวบรวมปราณได้! และยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะสังหารเขาได้ด้วยกระบี่เดียว!

ยามที่ศีรษะร่วงหล่นลงมาจากเบื้องบน แววตาของเขาก็เต็มไปด้วยความสำนึกเสียใจ

เหตุใดเขาถึงต้องไปยั่วยุฟางเฉินด้วย เหตุใดต้องไปท้าประลองเป็นตายกับอีกฝ่ายด้วย

ทั้งที่ตัวเขามีอนาคตอันงดงามรออยู่ แต่กลับต้องมาตายอยู่ที่นี่แบบนี้...

เดิมทีเขากับฟางเฉินไม่ได้มีความแค้นเคืองต่อกันเลย! ทั้งหมดเป็นเพราะหลัวอวิ๋น! ทำไมเขาถึงต้องไปช่วยมันจนกลายมาเป็นศัตรูกับฟางเฉินด้วย!

วินาทีนี้เขาเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว! แต่เขาก็ได้ตายไปแล้วเช่นกัน

ฟางเฉินเก็บกระบี่ เก็บอักขระมรรคา เก็บเนตรมาร สีหน้ายังคงนิ่งสงบเหมือนตอนเริ่มต้น

เมื่อหมอกสีดำค่อยๆ จางหายไป ทุกคนก็รับรู้ได้ว่าการต่อสู้สิ้นสุดลงแล้ว

"ทำไมถึงเร็วนักล่ะ? ฟางเฉินนั่นก็อ่อนหัดเกินไปแล้วมั้ง"

"แค่นี้ก็ยังกล้าท้าศิษย์พี่หลัวอ้าว รนหาที่ตายชัดๆ"

"นั่นน่ะสิ แต่ตายๆ ไปก็ดี ของพรรค์นี้ไม่คู่ควรหรอก..."

ในขณะที่พวกเขากำลังวิพากษ์วิจารณ์และคิดว่าฟางเฉินต้องตายอย่างแน่นอนนั้น หมอกสีดำก็สลายไป

ทว่าภาพที่พวกเขาคิดไว้กลับไม่ปรากฏ กลับกลายเป็นฟางเฉินที่ยืนหยัดอยู่อย่างปลอดภัย บริเวณแทบเท้าของเขามีศพไร้หัวเพิ่มขึ้นมาหนึ่งร่าง และที่ไกลออกไปก็มีศีรษะที่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงและสำนึกเสียใจ ซึ่งก็คือหลัวอ้าวนั่นเอง

ตึง!

ทุกคนราวกับถูกสายฟ้าฟาดห้าสายฟาดใส่ จ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความแทบไม่เชื่อสายตา!

ฟางเฉินไม่เพียงไม่ตาย! หนำซ้ำยังสังหารหลัวอ้าวไปได้อีก! นี่มันเรื่องอะไรกัน?

ปัง!

หลัวอวิ๋นลุกพรวดขึ้นยืนทันที! เบิกตากว้างจ้องมองภาพตรงหน้าเขม็ง!

"ไม่! เป็นไปไม่ได้! ลูกพี่ลูกน้องข้าอยู่ในระดับรวบรวมปราณขั้นสูงสุดเชียวนะ! จะไปตายด้วยเงื้อมมือของไอ้สวะนี่ได้ยังไง! ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด!"

"แกต้องใช้วิธีสกปรกอะไรแน่ๆ! ต้องใช่แน่ๆ!"

ตีให้ตายเขาก็ไม่เชื่อความจริงข้อนี้

คนอื่นๆ เองก็ไม่เชื่อ แต่ผลลัพธ์มันประจักษ์อยู่ตรงหน้า พวกเขาจะไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ

"จะเป็นไปได้ไหมว่าหลัวอ้าวได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับศิษย์พี่หลินลั่วเอ๋อร์มาก่อนแล้ว"

จู่ๆ ก็มีคนพูดขึ้นมา

พอคำพูดนี้หลุดออกมาก็ได้รับการสนับสนุนจากคนไม่น้อยทันที

"ใช่ๆๆ ต้องเป็นอย่างนั้นแน่ๆ"

"ให้ตายสิ โชคของฟางเฉินนั่นจะดีเกินไปแล้วมั้ง"

"ใช่ๆ ได้เข้ารอบชิงแถมยังมาเจอหลัวอ้าวตอนบาดเจ็บอีก โชคดีมหาศาลจริงๆ"

ทุกคนต่างพากันพูดคุย รู้สึกว่าโชคของหลิงฝานนั้นดีเกินไปจริงๆ

ทว่ามีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ได้คิดเช่นนั้น และคนผู้นั้นก็คือเมิ่งเหยา

ยามนี้นัยน์ตากลมโตแสนยั่วยวนของนางเบิกกว้าง ริมฝีปากจิ้มลิ้มอ้าค้างเอาไว้ไม่อยู่!

ส่วนภายในดวงตางดงามคู่นั้นก็มีประกายแสงสีทองวูบไหวเบาๆ

คนอื่นไม่เห็น แต่นางกลับใช้เนตรวิญญาณของตนมองเห็นทุกอย่างได้กระจ่างชัด!

ซึ่งนั่นรวมไปถึงอักขระมรรคาอักษรกระบี่ของฟางเฉินด้วย!

"สวรรค์ช่วย! เขากลับตื่นรู้ในอักขระมรรคาได้! แถมยังเป็นอักขระมรรคาสายระดับสองอีก! นี่เขาเพิ่งอยู่แค่ระดับรวบรวมปราณเองนะ"

ภายในใจนางตื่นตะลึงสุดขีด ต้องรู้ไว้ว่าต่อให้เป็นตัวนางเอง ก็ยังต้องก้าวเข้าสู่ระดับก่อเกิดเสียก่อนจึงจะสัมผัสได้ถึงอักขระมรรคา

ผู้ที่สามารถสัมผัสอักขระมรรคาได้ตั้งแต่ระดับรวบรวมปราณ ล้วนเป็นสัตว์ประหลาดในหมู่สัตว์ประหลาดทั้งสิ้น!

เพราะความตื่นเต้นอย่างรุนแรง ใบหน้าของนางจึงแดงระเรื่อเล็กน้อย ดูยั่วยวนงดงามจับตายิ่งขึ้น

สิ่งที่ทำให้นางดีใจที่สุดก็คือ พรสวรรค์ระดับสัตว์ประหลาดที่ฟางเฉินแสดงออกมา ต่อให้เป็นทางฝั่งตระกูลก็คงไม่มีเหตุผลมาคัดค้านสัญญาหมั้นหมายระหว่างพวกเขาได้อีก!

"ไอ้ลูกผสม แกกล้าฆ่าลูกพี่ลูกน้องข้า! ข้าจะสับแกให้แหลกเป็นผุยผง!"

จู่ๆ! หลัวอวิ๋นก็ตั้งสติกลับมาจากความตกตะลึง!

ในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยจิตสังหาร! เขาคำรามลั่นพร้อมกับกระโจนลงมาจากแท่นสูง! พลังกดดันระดับก่อเกิดขั้นเจ็ดปะทุออก! พุ่งทะยานราวกับลูกปืนใหญ่! ล็อกเป้าไปที่ฟางเฉิน!

ผู้อาวุโสผู้ตัดสินเห็นดังนั้นก็ลังเลอยู่ชั่วครู่ ทว่ากลับไม่ได้คิดจะลงมือ

เขาไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องวุ่นวายพรรณนี้ ถือเสียว่าตัวเองตั้งตัวไม่ทันก็แล้วกัน

"หลัวอวิ๋น! เจ้าคิดจะทำอะไร!"

เมิ่งเหยาตวาดลั่น! ร่างของนางวูบไหวมาปรากฏอยู่ตรงหน้าฟางเฉิน! ซัดฝ่ามือออกไปปะทะกับหลัวอวิ๋น!

ปัง!

หลัวอวิ๋นถอยร่นไปสามจั้ง ทว่าเมิ่งเหยากลับถอยไปเพียงสามก้าว ก่อนจะถูกฟางเฉินประคองเอาไว้

"เจ้านี่มันฆ่าลูกพี่ลูกน้องข้า! มันต้องชดใช้!" หลัวอวิ๋นแผดเสียงคำรามโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม

"สิ่งที่ทั้งสองประลองกันคือลานประลองเป็นตาย! หรือเจ้าคิดจะฝ่าฝืนกฎสำนัก?" เมิ่งเหยาถามเสียงเย็นชา

สีหน้าของหลัวอวิ๋นยังคงบิดเบี้ยว "ไอ้เด็กนี่มันโหดเหี้ยมอำมหิตนัก หลัวอ้าวบาดเจ็บอยู่แท้ๆ มันยังกล้าลงมือโหดเหี้ยมปานนี้! คนพรรณนี้วันหน้าต้องเป็นพวกเจ้าเล่ห์เพทุบาย ลอบกัดคนอื่นจากด้านหลังเป็นแน่! คนแบบนี้สมควรตาย!"

"เจ้าเล่ห์งั้นหรือ?"

ฟางเฉินแค่นเสียงเย็น "เทียบกับเจ้าแล้ว ข้านับว่าเจ้าเล่ห์ตรงไหน? เจ้าร่วมมือกับซูหว่านเอ๋อร์ หมายตากระดูกมรรคาสวรรค์ในตัวข้า! รอจนกระดูกมรรคาสวรรค์ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง ก็ลงมือทำร้ายข้า เชือดเนื้อข้า! ควักกระดูกข้า!"

"ใครกันแน่ที่เจ้าเล่ห์เพทุบายตัวจริง! ใครกันแน่ที่สมควรตาย!"

คำพูดประโยคเดียวราวกับทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงกลางคลื่นน้ำ ทุกคนต่างตกตะลึงไปตามๆ กัน บรรยากาศรอบด้านเกิดความโกลาหลขึ้นทันที

"อะไรนะ? ข้าหูฝาดไปหรือเปล่าเนี่ย?"

"ควักกระดูกมรรคาสวรรค์ของคนอื่น? นี่มันทำลายชีวิตคนทั้งชีวิตเลยนะ!"

"ควักกระดูก? ศิษย์พี่หลัวอวิ๋นไม่ใช่คนแบบนั้นหรอกมั้ง?"

ทุกคนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์

สีหน้าของเมิ่งเหยาก็เย็นเยียบลงในพริบตา การควักกระดูกคนอื่นถือเป็นเรื่องที่ขัดต่อหลักมนุษยธรรมอย่างไม่อาจยอมรับได้!

"เจ้าพูดพล่อยๆ! คนอย่างหลัวอวิ๋นเป็นใครกัน! แล้วสวะอย่างเจ้าฟางเฉินเป็นใครกัน! ข้าจำเป็นต้องไปหมายตากระดูกมรรคาสวรรค์ในตัวเจ้าด้วยหรือ?"

"ฟางเฉิน! ชัดเจนว่าเจ้ามันเป็นสวะเอง! แล้วยังมาโยนความผิดทั้งหมดมาให้ข้าอีก! หน้าด้านไร้ยางอาย!"

หลัวอวิ๋นแผดเสียงตะโกน! ภายในดวงตาทอประกายจิตสังหารอันเย็นเยียบ

"ใช่แล้ว! ฟางเฉิน เจ้านั่นแหละที่คิดจะล่วงเกินข้า! ถึงได้ถูกศิษย์พี่อวิ๋นทำร้ายบาดเจ็บ! เจ้าอย่ามาปั้นน้ำเป็นตัวใส่ร้ายคนอื่นนะ!"

ซูหว่านเอ๋อร์พูดสมทบ

ฟางเฉินจ้องมองคนทั้งสองด้วยสายตาเย็นชา พลางกล่าวเสียงหยัน "กระดูกมรรคาสวรรค์เพิ่งเข้าไปในตัวได้เพียงหนึ่งเดือน ยังหลอมรวมกับเจ้าไม่สมบูรณ์ใช่หรือไม่? สำนักเรามีวิชาลับอยู่ เพียงแค่ใช้เลือดของเจ้าและข้าคนละหยด ก็สามารถตรวจดูได้ว่ากระดูกมรรคาสวรรค์นั้นเป็นของใคร หลัวอวิ๋น เจ้ากล้าพิสูจน์หรือไม่เล่า!"

สายตาทุกคู่หันขวับไปมองหลัวอวิ๋นทันที ฟางเฉินพูดถูก ภายในสำนักมีวิชาลับที่สามารถตรวจสอบได้ว่ากระดูกมรรคาสวรรค์ในร่างนั้นเข้ากันได้กับใครมากกว่า

หากมีความเข้ากันได้กับฟางเฉินสูงถึงห้าส่วน นั่นก็หมายความว่าเป็นของฟางเฉินอย่างแน่นอน

เพราะหากกระดูกมรรคาสวรรค์ไม่เคยอยู่ในร่างกายของฟางเฉินมาก่อน ก็ไม่มีทางที่จะมีความเข้ากันได้ถึงห้าส่วน

"ไอ้สวะ! แกเป็นตัวอะไรกัน! นึกอยากจะตรวจก็ให้ตรวจงั้นเหรอ?"

หลัวอวิ๋นแก้ตัวด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม เขาจะยอมให้ฟางเฉินมีโอกาสนั้นได้อย่างไร

พอได้ยินคำพูดนี้ ทุกคนก็แทบจะมั่นใจได้เลย! ว่าหลัวอวิ๋นแย่งชิงกระดูกมรรคาสวรรค์ของฟางเฉินไปจริงๆ ไม่เช่นนั้นทำไมถึงไม่กล้าพิสูจน์เล่า?

วินาทีนี้ สายตาของทุกคนที่มองไปยังหลัวอวิ๋นก็เปลี่ยนไป

การแย่งชิงกระดูกมรรคาของผู้อื่นก็เหมือนกับการชิงชีวิตผู้อื่น นี่ถือเป็นข้อห้ามร้ายแรงของดินแดนนี้และของสำนักด้วย ช่างหน้าด้านไร้ยางอายเสียจริงๆ

ศิษย์หลายคนที่ก่อนหน้านี้เคยมองหลัวอวิ๋นเป็นไอดอลยิ่งพังทลายลงไปใหญ่ พวกเขานึกไม่ถึงเลยว่าหลัวอวิ๋นจะเป็นคนแบบนี้

สีหน้าของเมิ่งเหยาเย็นเยียบลง นางนึกไม่ถึงเลยว่าฟางเฉินจะเคยเผชิญกับเรื่องราวเช่นนี้มาก่อน

ควักกระดูกมรรคาสวรรค์! ช่างเป็นวิธีการที่โหดเหี้ยมอำมหิตนัก!

"หลัวอวิ๋น! เจ้าชิงกระดูกของผู้อื่น! ฝ่าฝืนกฎสำนัก! เรื่องนี้ข้าจะต้องรายงานให้เบื้องบนรับทราบอย่างแน่นอน! จะไม่ยอมปล่อยผ่านไปง่ายๆ แน่! ความเจ็บปวดที่เจ้าทำไว้กับฟางเฉิน! ข้าจะทำให้เจ้าต้องชดใช้คืนเป็นสิบเท่า!"

สีหน้าของหลัวอวิ๋นเขียวคล้ำ เขาเอ่ยเสียงเย็น "ศิษย์พี่เมิ่ง ท่านแน่ใจหรือว่าจะแส่ไม่เข้าเรื่อง? ไอ้ลูกผสมนี่มันมีดีอะไรนักหนา ทำไมท่านต้องมาเป็นศัตรูกับตระกูลหลัวของข้าเพื่อมันด้วย"

เมิ่งเหยาตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ข้าจะบอกอะไรเจ้าให้นะ ฟางเฉินคือคู่หมั้นของข้า ใครกล้าแตะต้องเขา ข้าจะไม่มีวันอยู่ร่วมโลกกับมันเด็ดขาด!"

สีหน้าของหลัวอวิ๋นเปลี่ยนไปเล็กน้อย การเป็นศัตรูกับเมิ่งเหยา พูดกันตามตรง ตระกูลหลัวของเขายังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนางจริงๆ

เขาทำได้เพียงหันกลับไปมองฟางเฉินอีกครั้ง พร้อมกับคำรามด้วยความโกรธแค้น "ไอ้ลูกผสม! แกเก่งแต่หลบอยู่หลังผู้หญิงหรือไง?"

"เจ้าก็แค่อยากได้โอกาสที่จะฆ่าข้าไม่ใช่หรือ?" ฟางเฉินมองหลัวอวิ๋นด้วยสายตาเย็นชา พลางกล่าวว่า "ข้าจะให้โอกาสนั้นกับเจ้า อีกสามเดือนให้หลัง! เจ้ากับข้าจะมาประลองเป็นตายกันอีกครั้ง ไม่ตายไม่เลิกรา!"

เมิ่งเหยาสีหน้าเปลี่ยนไป "แต่เขาอยู่ระดับก่อเกิดขั้นเจ็ดเชียวนะ"

ฟางเฉินยิ้มบางๆ "วางใจเถอะ สามเดือน เพียงพอแล้ว"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 23 - สัญญาศึกเป็นตายในสามเดือน

คัดลอกลิงก์แล้ว