เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 26 รอยร้าวระหว่างศิษย์อาจารย์? สหายรักแตกหัก!

ตอนที่ 26 รอยร้าวระหว่างศิษย์อาจารย์? สหายรักแตกหัก!

ตอนที่ 26 รอยร้าวระหว่างศิษย์อาจารย์? สหายรักแตกหัก!


เมื่อตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด ถังซานก็ไม่สนใจสิ่งใดอีกต่อไป

พูดตามตรง การมอบวงแหวนวิญญาณให้กับวิญญาณยุทธ์ที่สองต้องรอจนกว่าวงแหวนวิญญาณของวิญญาณยุทธ์แรกจะเต็มงั้นหรือ? ฟังดูมีเหตุผล เพราะถึงตอนนั้นตนเองก็กลายเป็นราชทินนามพรหมยุทธ์ไปแล้ว สภาพร่างกายย่อมแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมเป็นแน่ เมื่อถึงเวลานั้น วงแหวนวิญญาณวงแรกของวิญญาณยุทธ์ที่สองก็จะสามารถทนรับระดับหมื่นปีได้โดยตรง แม้กระทั่งแสนปีก็ไม่ใช่แค่ความฝัน

แต่แล้วสถานการณ์ในตอนนี้ล่ะคืออะไร?

วงแหวนวิญญาณวงแรกของหญ้าเงินครามมันพังพินาศไปแล้ว ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เขาจำเป็นต้องทำการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

หากอยากเอาชนะเย่มู่ในระยะเวลาอันสั้น และแย่งชิงความสนใจจากเสี่ยวอู่ การเปลี่ยนไปฝึกฝนค้อนเฮ่าเทียนถือเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้! ตราบใดที่เลือกวงแหวนวิญญาณวงแรกของค้อนเฮ่าเทียนได้ดี อานุภาพของมันจะต้องยกระดับขึ้นได้อย่างมหาศาลแน่ รอจนวงแหวนวิญญาณของค้อนเฮ่าเทียนเต็มเปี่ยม แล้วค่อยหันกลับมาขัดเกลาวงแหวนวิญญาณของหญ้าเงินคราม แบบนั้นก็ยังไม่นับว่าเป็นปัญหา!

"ท่านอาจารย์ ข้าขอโทษด้วย แต่ข้าต้องคิดถึงอนาคตของตัวเอง"

เมื่อกลับถึงหอพัก ถังซานก็นอนไม่หลับไปพักใหญ่ ภายในใจเกิดการต่อสู้ฟาดฟันกันอย่างดุเดือด ด้านหนึ่งคือความเคารพต่อครูบาอาจารย์ อีกด้านหนึ่งคืออนาคตของตนเอง การจะหาจุดสมดุลระหว่างสองสิ่งนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ยากยิ่งนัก

แต่ท้ายที่สุดเขาก็นึกถึงคำกล่าวประโยคหนึ่ง

คนไม่ทำเพื่อตนเอง ฟ้าดินลงทัณฑ์!

อนาคตของเขาจะปล่อยให้พังพินาศอยู่ในมือของอาจารย์ไม่ได้ เขาต้องไขว่คว้ามันมาด้วยมือของตนเอง

"นอกจากค้อนเฮ่าเทียนแล้ว ข้ายังมีอาวุธลับ!"

ถังซานกำหมัดแน่น อาวุธลับคือหนึ่งในไพ่ตายของเขา ตราบใดที่สามารถสร้างอาวุธลับอันร้ายกาจขึ้นมาได้ ยามที่ต้องรับมือกับเย่มู่ย่อมต้องมีโอกาสชนะมากขึ้นอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเกาทัณฑ์ไร้เงา หน้าไม้เทพจูเก๋อ เทียบพญายม และอื่นๆ ขอเพียงหลอมสร้างพวกมันขึ้นมาได้ การเอาชนะเย่มู่ก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป

ด้วยระดับพลังวิญญาณของเย่มู่ในตอนนี้ คาดว่าแค่เกาทัณฑ์ไร้เงาก็น่าจะสร้างผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องงัดเอาอาวุธลับระดับสูงอื่นๆ ออกมาใช้เลยด้วยซ้ำ

แต่การจะสร้างอาวุธลับก็ไม่ได้ง่ายดายปานนั้น ทั้งวัตถุดิบ เตาหลอม ยาพิษ ล้วนแต่ต้องการเงินทุนสนับสนุนจำนวนมหาศาล

แล้วตัวเขาล่ะ? จนกรอบน่ะสิ!

"ทำงานหาเงินเรียนไปพลาง จะต้องเก็บเงินได้แน่!" ถังซานให้กำลังใจตัวเองอยู่ในใจ ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใดถึงจะผล็อยหลับไป

และในช่วงหลายวันหลังจากนั้น ทั่วทั้งโรงเรียนก็ไม่มีใครพบเห็นร่องรอยของเขาอีกเลย

เย่มู่แอบสงสัยอยู่บ้าง หรือว่ามันจะตามอวี้เสี่ยวกังไปทำธุระที่ไหน? ทว่าไม่นานเขาก็ได้เห็นอวี้เสี่ยวกัง และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็กำลังตามหาถังซานอยู่เช่นกัน

"ไอ้หมอนั่นมันหายหัวไปไหนของมันวะ?" เย่มู่ขมวดคิ้วมุ่น สัญชาตญาณบอกว่าอาจจะมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น

"เย่มู่ ถังซานมาหาเจ้าหรือเปล่า?!"

ตอนนี้อวี้เสี่ยวกังดูร้อนรนเป็นอย่างมาก ถังซานหายตัวไปจากโรงเรียนอย่างไร้ร่องรอย หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น แล้วถังเฮ่ามาเอาเรื่อง เขาจะมีชีวิตรอดไปได้อย่างไร? ไม่ว่าจะเพื่อความฝันหรือชีวิตน้อยๆ ของตนเอง เขาจำเป็นต้องหาถังซานให้พบ

"ไม่นิ"

เย่มู่ขี้เกียจเสวนาพาทีกับไอ้สวะนี่ ไร้ซึ่งความสามารถ มีดีแค่หลอกลวงเด็กผู้ไร้เดียงสาไปวันๆ

"ไม่มี? เจ้าแน่ใจหรือ?"

อวี้เสี่ยวกังขมวดคิ้ว สีหน้าฉายแววไม่พอใจ เด็กเจ็ดขวบพูดจาเช่นนี้กับผู้ใหญ่ได้อย่างไร?

เย่มู่ไม่สนใจเขาอีก จูงมือเสี่ยวอู่เดินมุ่งหน้าออกไปนอกโรงเรียน

"หยุดเดี๋ยวนี้!"

"เจ้านี่มันน่ารำคาญจริงๆ!"

เสี่ยวอู่ของขึ้น นางเพิ่งจะเตรียมตัวไปกินมื้อใหญ่แท้ๆ แต่ไอ้เฒ่าสารเลวนี่กลับมาตามตื๊อครั้งแล้วครั้งเล่า มันหมายความว่าอย่างไรกัน? สมแล้วที่เป็นศิษย์อาจารย์กัน สันดานเหมือนกันไม่มีผิด

"นี่เจ้า เป็นเด็กเป็นเล็ก ทำไมปากคอถึงได้สกปรกนัก? ข้าจะสั่งสอนแทน..."

อวี้เสี่ยวกังรู้สึกโกรธจนลืมอาย ขณะที่กำลังจะสั่งสอนเสี่ยวอู่ เย่มู่ก็ก้าวเข้ามาขวางหน้านางไว้ทันที

"สั่งสอนแทนใคร? ขืนเจ้าพล่ามไร้สาระอีกคำเดียว ข้าจะเชือดเจ้าทิ้งซะ"

"เจ้า!"

อวี้เสี่ยวกังชะงักงันไปในทันที พลันตระหนักได้ว่าสายตาของเย่มู่ดูผิดปกติ... ดูเหมือนจะแฝงไปด้วยจิตสังหาร?

จิตสังหารนั้นถึงกับทำให้เขารู้สึกขนหัวลุกชัน หนาวสะท้านไปถึงกระดูก เด็กอายุแค่เจ็ดขวบ กลับมีรังสีอำมหิตที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้เชียวหรือ?

"ทำลูกศิษย์ตัวเองหาย แล้วก็แล่นมาหาพวกข้า? เจ้านี่มันน่าสมเพชจริงๆ เลิกตามตื๊อได้แล้ว ไม่งั้นข้ากลัวว่าจะอดใจไม่ไหวจริงๆ"

เย่มู่แค่นเสียงเย็นชา เขากำลังกลุ้มใจอยู่พอดีว่าไม่มีโอกาสสั่งสอนอวี้เสี่ยวกัง หากมันยังขืนตามตื๊อไม่เลิก นั่นก็เท่ากับประเคนเหตุผลชั้นดีให้เขาลงมือไม่ใช่หรือ? แม้ว่าอาจจะทำให้ระดับพลังวิญญาณบางส่วนของเขาถูกเปิดเผย แต่ก็ช่างปะไร อีกฝ่ายยื่นหน้ามาให้ตบถึงที่ หากไม่ตบลงไปให้คว่ำก็คงเสียของแย่!

ทว่าอวี้เสี่ยวกังแม้นจะเป็นมหาวิญญาจารย์ระดับยี่สิบเก้า และเคยท่องไปในยุทธภพวิญญาจารย์มาบ้าง หรือกระทั่งสามารถยืนหยัดอย่างองอาจต่อหน้าองค์สังฆราช แต่นั่นก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงความขี้ขลาดตาขาวที่หยั่งรากลึกอยู่ในใจของเขาได้

ไม่อาจปกปิดความจริงที่ว่าเขาเป็นไอ้ขี้แพ้ได้

ไม่ว่าจะเผชิญหน้ากับปี่ปี่ตงหรือเรื่องราวของหลิ่วเอ้อร์หลงในอดีต เขาก็เลือกที่จะหลบหนี พอพูดไม่เข้าหูก็หนีไปซ่อนตัว ซ้ำยังทำหน้าอมทุกข์ไปวันๆ ทำราวกับว่าคนทั้งโลกติดหนี้เขาอย่างนั้นแหละ คนพรรค์นี้ จิตใจช่างเปราะบางเสียเหลือเกิน

เมื่อสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของเย่มู่ในเวลานี้ เขาก็ไม่ได้ตามตื๊ออีกต่อไป หันหลังเดินจากไปทันที เพื่อออกตามหาศิษย์รักของตนต่อ

"ไอ้ขี้ป๊อดเอ๊ย"

เย่มู่สบถด่าประโยคหนึ่ง ก่อนจะพาเสี่ยวอู่เดินออกจากโรงเรียน

...............

ณ ห้องพักครูใหญ่ อวี้เสี่ยวกังยืนจิบชาอยู่ริมหน้าต่าง

"ท่านบอกว่าเสี่ยวซานออกไปกับอาจารย์ในโรงเรียนงั้นหรือ? ไปทำอะไร?"

ในท้ายที่สุด อวี้เสี่ยวกังก็หาคนไม่พบ คิดหาสารพัดวิธี สุดท้ายก็จำต้องมาหาครูใหญ่ คนหายไปในโรงเรียน มาหาครูใหญ่ย่อมไม่ผิดแน่ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับทำให้เขาต้องตกตะลึง ถังซานถึงกับตามอาจารย์ชั้นปีสูงๆ ออกไปข้างนอก แถมยังไม่ได้บอกกล่าวเขาสักคำ

ครูใหญ่หัวเราะหึๆ เอ่ยว่า

"ท่านอาจารย์ใหญ่ ท่านนี่ไม่จริงใจเอาเสียเลย"

"มีเรื่องอันใดหรือ?"

"ถังซานมีวิญญาณยุทธ์คู่ ท่านกลับไม่ยอมบอกข้า? ปิดบังกันทำไม?"

น้ำเสียงของครูใหญ่เจือไปด้วยความไม่พอใจอยู่บ้าง เขาอุตส่าห์เห็นอวี้เสี่ยวกังเป็นสหายสนิท ให้อีกฝ่ายกินอยู่หลับนอนในโรงเรียนของตนฟรีๆ แต่ผลที่ได้คือ อวี้เสี่ยวกังกลับแอบรับศิษย์ที่มีวิญญาณยุทธ์คู่เอาไว้เงียบๆ ทว่ากลับไม่ยอมบอกเขาสักคำ? หากบอกกันเร็วกว่านี้ เขาจะต้องทุ่มเทฟูมฟักถังซานเป็นอย่างดีแน่!

"ท่าน... ท่านรู้ได้อย่างไร?"

อวี้เสี่ยวกังชะงักค้างไป หน้าเหวอไปเลยทีเดียว เรื่องวิญญาณยุทธ์คู่เขาไม่เคยปริปากบอกใครเลยนะ

"แน่นอนว่าย่อมต้องเป็นถังซานบอกน่ะสิ ตอนนี้วงแหวนวิญญาณของวิญญาณยุทธ์แรกของเขามีปัญหา เขาจึงอยากจะฝึกฝนวิญญาณยุทธ์ที่สองแทน เขามาหาข้า ขอให้ข้าช่วยจัดการเรื่องวงแหวนวิญญาณของวิญญาณยุทธ์ที่สองให้"

"ดังนั้นพวกเขาจึงพากันออกไปล่าวงแหวนวิญญาณงั้นหรือ? วงแหวนวิญญาณของวิญญาณยุทธ์ที่สอง?"

ใบหน้าของอวี้เสี่ยวกังซีดเผือด ร่างกายโอนเอนราวกับจะล้มพับ

"แน่นอนสิ เรื่องดีๆ เช่นนี้ย่อมต้อง..."

"เจ้ามันไอ้สารเลว! ไอ้โง่เง่า! เขาเป็นศิษย์ของข้า เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาถือวิสาสะจัดการเอง? เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นตัวอะไรวะ?!" อวี้เสี่ยวกังตาเหลือกถลน ลูกตาแทบจะถลนออกมานอกเบ้า

ครูใหญ่ไม่คิดว่าอวี้เสี่ยวกังจะมีปฏิกิริยารุนแรงถึงเพียงนี้ จึงปรับตัวแทบไม่ทัน

"ถังซานควรได้รับการสั่งสอนเช่นไร ข้าย่อมมีแผนการของข้า เจ้า... เจ้าทำลายเขาแล้ว!"

อวี้เสี่ยวกังกัดฟันกรอด พูดจบก็กระแทกประตูเดินออกไปทันที

ครูใหญ่ยืนอึ้งอยู่ในห้องพักครูอยู่นานสองนาน กว่าเขาจะเรียกสติกลับคืนมาได้ ใบหน้าก็เขียวปัดไปหมดแล้ว คำพูดของอวี้เสี่ยวกังหมายความว่าอย่างไร? เขาเป็นไอ้โง่เง่า? แถมยังทำลายถังซานงั้นหรือ?

"อวี้เสี่ยวกัง! บิดาอุตส่าห์ให้เจ้ามาอาศัยอู้งานกินเปล่าอยู่ในโรงเรียนตั้งหลายปี แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือคำด่าทอถากถางเช่นนี้งั้นหรือ? เจ้านั่นแหละที่ทำลายถังซาน! วิญญาณยุทธ์แรกของเขาถูกเจ้าทำลายไปจนป่นปี้แล้ว!"

เขาเดินไปที่หน้าต่าง พอดีกับที่เห็นอวี้เสี่ยวกังกำลังเดินจากไปด้วยท่าทีฮึดฮัดดุดัน แรงอาฆาตแค้นที่แผ่ออกมาจากแผ่นหลังนั้น ต่อให้เป็นแม่ม่ายแก่ที่ครองตัวมาหมื่นปีก็ยังต้องตัวสั่นงันงก อดรนทนไม่ไหวจริงๆ จึงเปิดหน้าต่างออกไปแล้วแผดเสียงตะโกนด่าทอชุดใหญ่

ฝีเท้าของอวี้เสี่ยวกังชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าบึ้งตึงเย็นชา ก่อนจะก้าวเดินมุ่งหน้าไปยังตึกหอพักต่อไป

ครูและนักเรียนที่เดินผ่านไปมาต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

สหายรักแตกหักกันแล้วหรือ? เพราะถังซานงั้นรึ?

จบบทที่ ตอนที่ 26 รอยร้าวระหว่างศิษย์อาจารย์? สหายรักแตกหัก!

คัดลอกลิงก์แล้ว