- หน้าแรก
- โต้วหลัว ระบบเทพสวรรค์จุติกำเนิดใหม่พร้อมเพลิงสุริยัน
- ตอนที่ 5: ครึ่งปีผ่านไป นิทานของราชาค้อนผู้ชั่วร้ายกับราชาสัตว์วิญญาณจอมทึ่ม?
ตอนที่ 5: ครึ่งปีผ่านไป นิทานของราชาค้อนผู้ชั่วร้ายกับราชาสัตว์วิญญาณจอมทึ่ม?
ตอนที่ 5: ครึ่งปีผ่านไป นิทานของราชาค้อนผู้ชั่วร้ายกับราชาสัตว์วิญญาณจอมทึ่ม?
พริบตาเดียวเวลาหลุดลอยไปกว่าครึ่งเดือน ณ ริมทะเลสาบแห่งชีวิตในป่าใหญ่ซิงโต่ว
แสงอรุณยามเช้าสาดส่องลงมา เย่มู่เดินก้าวออกจากกระท่อมฟาง บิดขี้เกียจยืดเส้นยืดสายอย่างสบายเนื้อสบายตัว
ตลอดครึ่งเดือนที่ผ่านมา ภายใต้การดูแลอย่างเอาใจใส่ของน้าโหรว อาการบาดเจ็บของเขาหายเป็นปลิดทิ้ง และในช่วงที่พักฟื้นนี้ เขาก็ไม่ได้ละเลยการบ่มเพาะ แม้ระดับพลังวิญญาณจะยังไม่เลื่อนขั้น แต่มันก็พุ่งขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของระดับ 25 แล้ว และดูเหมือนว่ากำลังจะแตะขอบเขตของระดับ 26 ในอีกไม่ช้า
เด็กอายุเจ็ดขวบ กับพลังวิญญาณระดับ 25!
หากเรื่องนี้หลุดไปถึงหูคนในโลกวิญญาจารย์ เขาคงกลายเป็นสัตว์ประหลาดน้อยที่ผู้คนทั่วทั้งทวีปต้องจับตามองอย่างแน่นอน
"พี่มู่ ท่านยังไม่ได้แปรงฟันเลยนะ!"
เสียงใสแจ๋วดังแว่วมาจากด้านข้าง เมื่อหันไปมอง ก็พบกับเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักน่าชังคนหนึ่งปรากฏอยู่ในสายตา รูปลักษณ์ดูราวกับเด็กอายุหกขวบ ใบหน้าจิ้มลิ้มขาวอมชมพูดูนุ่มนิ่มราวกับลูกพีชที่สุกงอม ชวนให้คนมองอยากจะเข้าไปกัดเล่นสักคำ ผมยาวสีดำขลับถูกถักเป็นเปียหางแมงป่องทิ้งตัวยาวลงมาถึงสะโพก ดวงตากลมโตสีชมพูฉ่ำน้ำแฝงไปด้วยความซุกซนและเฉลียวฉลาด
"เสี่ยวอู่ เจ้าไปเก็บผลไม้มางั้นหรือ?"
เย่มู่เดินไปที่บ่อน้ำเล็กๆ ด้านข้างเพื่อจัดการล้างหน้าบ้วนปาก
เมื่อห้าวันก่อน เสี่ยวอู่ตัดสินใจที่จะจำแลงกายเป็นมนุษย์ เพราะด้วยขนาดตัวอันใหญ่โตของร่างเดิม ทำให้การพูดคุยกับเย่มู่เป็นไปอย่างยากลำบาก ดังนั้นหลังจากที่นางนอนคิดหนักอยู่คืนหนึ่ง ในที่สุดนางก็จำแลงร่างเป็นมนุษย์ได้สำเร็จ ซึ่งนี่ถือว่าเร็วกว่าเส้นเรื่องเดิมอยู่พอสมควร
หลังจากเย่มู่ล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ เสี่ยวอู่ก็รีบนำผลไม้ที่เพิ่งล้างสะอาดมาประเคนให้ทันที
"รีบๆ กินสิ แล้วก็มาเล่านิทานให้ข้าฟังต่อด้วยนะ"
เสี่ยวอู่กะพริบตาปริบๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวัง นิทานที่เย่มู่เล่าให้ฟังมันสนุกเกินไปแล้ว!
"เมื่อคืนเรื่องของราชาค้อนกับราชาสัตว์วิญญาณ ท่านยังเล่าไม่จบเลย ราชาค้อนมันใช้อุบายหลอกล่อราชาสัตว์วิญญาณยังไงเหรอ?"
"อะแฮ่ม~ เรื่องนี้... เดี๋ยวข้าจะค่อยๆ เล่าให้ฟังนะ"
เย่มู่กระแอมไอเบาๆ ช่วงที่ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ เขาก็เลยเล่านิทานให้เสี่ยวอู่ฟังฆ่าเวลา แต่เล่าไปเล่ามา ดันกลายเป็นเรื่องของราชาค้อนกับราชาสัตว์วิญญาณซะงั้น
ให้ตายเถอะ เสี่ยวอู่ดันฟังจนติดหนึบ!
ตอนหลังเขาเลยคิดว่า เอาเรื่องราวในโลกโต้วหลัวมาเล่าซะเลยดีกว่า แค่เปลี่ยนชื่อตัวละครก็พอ!
"เร็วเข้าๆ ข้าใจจะขาดอยู่แล้วเนี่ย"
หูกระต่ายของเสี่ยวอู่ตั้งชันด้วยความลุ้นระทึก มันชวนให้ติดตามซะขนาดนี้!
"ตกลงๆ ถ้างั้นข้าจะเล่าให้ฟังว่า ทำไมราชาค้อนถึงยังดึงดันพาราชาสัตว์วิญญาณไปเข้าร่วมการแข่งขัน ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันมีอันตรายรออยู่..."
เย่มู่ไม่มีทางเลือก จึงได้แต่เล่านิทานต่อไป
หลังจากเล่าเรื่องการแข่งขันจบลงอย่างคร่าวๆ เสี่ยวอู่ก็ถึงกับน้ำตาคลอเบ้าด้วยความโกรธแค้น น้าโหรวที่เดินมาอยู่ข้างๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ถอนหายใจออกมายาวเหยียด
"สรุปก็คือ ราชาค้อนกับพ่อของมัน วางแผนหลอกใช้ราชาสัตว์วิญญาณมาตลอด เพียงเพื่อหวังวงแหวนวิญญาณของนางงั้นหรือ?"
"พวกมันทำไปเพื่อวงแหวนวิญญาณจริงๆ น่ะเหรอ?"
เสี่ยวอู่หันขวับไปถาม เนื้อเรื่องช่วงแรกก็ฟังดูสวยงามดีอยู่หรอก แต่พอมาช่วงหลังๆ ทำไมมันเริ่มรู้สึกทะแม่งๆ ขึ้นทุกที
น้าโหรวพยักหน้าพลางเอ่ยวิเคราะห์
"ถ้าดูจากตอนที่ราชาค้อนกับราชาสัตว์วิญญาณใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในวัยเด็ก บางทีอาจจะมีความผูกพันกันอยู่บ้าง แต่พ่อของราชาค้อนคงไม่ได้คิดแบบนั้นแน่ เขาสามารถมองทะลุร่างจริงของราชาสัตว์วิญญาณได้"
"แล้วทำไมเขาถึงยังเก็บราชาสัตว์วิญญาณไว้ข้างกายลูกชายล่ะ? ก็เพื่ออนาคตของลูกชายตัวเองยังไงล่ะ"
"ก่อนการแข่งขัน ราชาค้อนรู้ดีอยู่แล้วว่ามันอันตราย แต่ก็ยังจงใจพาราชาสัตว์วิญญาณไปด้วย"
"พูดง่ายๆ ก็คือ วงแหวนวิญญาณของราชาสัตว์วิญญาณมันดึงดูดใจราชาค้อนมากเกินไป เพียงแต่เจ้านั่นมันฉลาดแกมโกงและรู้จักวางแผนกว่า"
"ดูจากการใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นในโรงเรียน ก็รู้แล้วว่าเจ้านั่นเป็นพวกชอบคิดคำนวณและเจ้าเล่ห์เพทุบายแค่ไหน"
"ความจริงใจของราชาสัตว์วิญญาณ ถูกเอาไปโยนให้หมากินชัดๆ"
"และในขณะเดียวกัน ราชาสัตว์วิญญาณก็ซื่อบื้อเกินไป"
น้าโหรวสรุปความเห็นของนางออกมา หากมองเรื่องราวทั้งหมดแบบผิวเผิน มันอาจจะดูเป็นความรักที่โศกเศร้าสวยงาม แต่หากลองขุดคุ้ยให้ลึกลงไป จะพบช่องโหว่ขนาดมหึมาอยู่เต็มไปหมด หากเป็นห่วงจริงๆ ว่าตัวตนของราชาสัตว์วิญญาณจะถูกคนอื่นจับได้ แล้วทำไมถึงยังพานางไปล่ะ? การซ่อนตัวนางไว้ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดหรอกหรือ?
เพราะฉะนั้น โศกนาฏกรรมของราชาสัตว์วิญญาณในท้ายที่สุด ก็เป็นผลงานที่ราชาค้อนชักใยอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น และราชาค้อนก็ได้รับวงแหวนวิญญาณจากการสังเวยของราชาสัตว์วิญญาณ ทำให้ความแข็งแกร่งพุ่งทะยาน สุดท้ายยังได้ครอบครองความรักอีกต่างหาก
เรียกได้ว่าแผนการของราชาค้อน ทำให้มันกอบโกยได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง! มีเพียงราชาสัตว์วิญญาณเท่านั้นที่น่าสงสาร จนวาระสุดท้ายก็ยังหลงคิดว่าราชาค้อนรักนางด้วยใจจริง ถึงขั้นยอมสละชีวิตให้มันครั้งแล้วครั้งเล่า ช่างน่าสมเพชและน่าเศร้าใจเสียนี่กระไร
"อื้ม! พวกที่ใช้ค้อนไม่ใช่คนดีเลยสักคน!"
"ไอ้เจ้าราชาสัตว์วิญญาณนั่นก็เป็นแค่ไอ้ทึ่ม!" เสี่ยวอู่ทำแก้มป่องพูดด้วยความโมโห
เย่มู่แทบจะลุกขึ้นปรบมือ น้าโหรวนี่แหละคือผู้ช่วยชั้นยอด!
การปลูกฝังความประทับใจแบบนี้ลงในใจเสี่ยวอู่ตั้งแต่ตอนนี้ ต่อให้ในอนาคตไปเจอถังซานเข้า นางก็คงไม่ยอมตกเป็นเหยื่อให้มันหลอกใช้ได้ง่ายๆ อีก เพราะเรื่องราวที่เขาเล่านั้นสมบูรณ์แบบมาก และยังตีแผ่สันดานดิบของถังซานออกมาจนหมดเปลือก ต่อไปพอเสี่ยวอู่เจอถังซาน นางก็จะจับภาพของราชาค้อนไปสวมทับเจ้านั่นโดยอัตโนมัติ
‘เสี่ยวซานเอ๋ย แกน่ะเหมาะจะเป็นไอ้หนุ่มโสดไปตลอดกาลซะเถอะ’
‘กลับไปเล่นค้อนของแกเงียบๆ คนเดียวซะ!’
เสี่ยวอู่ยกมือปาดน้ำตา สูดน้ำมูกฟืดฟาด แล้วเอ่ยถาม
"พี่มู่ นิทานของราชาค้อนกับราชาสัตว์วิญญาณจบแล้ว มีเรื่องอื่นอีกไหม?"
เย่มู่เกาหัวแกรกๆ ก่อนจะตอบว่า
"อืม งั้นคราวหน้าข้าจะเล่าเรื่องของพ่อราชาค้อนกับจักรพรรดินีหญ้าให้ฟังก็แล้วกัน เรียกพ่อของมันว่ามหาราชาค้อนไปก่อนละกันนะ"
"อื้อๆ"
เสี่ยวอู่พยักหน้ารัวๆ มีนิทานให้ฟังนี่มันดีจริงๆ!
……
การใช้ชีวิตในป่าใหญ่ซิงโต่ว สำหรับบางคนอาจจะยากลำบากแสนเข็ญ แต่ถ้ามีคนคุ้มกะลาหัวล่ะก็ ที่นี่มันก็คือแดนสุขาวดีดีๆ นี่เอง
เวลาล่วงเลยไปอีกครึ่งปี เย่มู่ตัวสูงขึ้นกว่าเดิมถึงครึ่งศีรษะ
พลังวิญญาณของเขาเพิ่งจะทะลวงขึ้นสู่ระดับ 27 เมื่อเดือนก่อน เฉลี่ยแล้วเลื่อนหนึ่งระดับในทุกๆ สามเดือน ถือว่าเป็นความก้าวหน้าที่รวดเร็วมาก
แต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจยิ่งกว่า ก็คือการหล่อหลอมร่างกายด้วยเพลิงสุริยันนั้นมันทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ! การหล่อหลอมจากภายในสู่ภายนอก ทำให้สมรรถภาพทางร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด แม้กระทั่งความบริสุทธิ์ของพลังวิญญาณ ก็ยังสูงส่งกว่าวิญญาจารย์ทั่วไปอย่างเทียบไม่ติด
ภายในกระท่อมฟาง น้าโหรวทำกับข้าวประเภทผักง่ายๆ สองอย่าง และมีเมนูเนื้อสัตว์อีกหนึ่งอย่าง เมนูเนื้อนี้เริ่มทำกินกันเมื่อสองเดือนก่อน สาเหตุหลักก็เพราะเห็นว่าเย่มู่กับเสี่ยวอู่กำลังอยู่ในวัยกำลังโต หลังจากคิดทบทวนอยู่นาน น้าโหรวก็ตัดสินใจทำเมนูเนื้อให้เด็กๆ กิน
ในทะเลสาบแห่งชีวิตมีปลาอยู่มากมาย และในป่าก็มีสัตว์วิญญาณที่ดุร้ายกระหายเลือดอยู่ไม่น้อย สัตว์วิญญาณเหล่านั้นก็เลยกลายมาเป็นสารอาหารบำรุงร่างกายให้กับเย่มู่และเสี่ยวอู่นั่นเอง สำหรับเย่มู่และเสี่ยวอู่แล้ว น้าโหรวตามใจพวกเขามาก ชนิดที่ว่าแทบจะโยนกฎเกณฑ์ทุกอย่างทิ้งไปเลย
"ท่านน้าโหรว ช่วงนี้อย่าเพิ่งออกไปข้างนอกเลยนะขอรับ"
กินข้าวไปได้ครึ่งทาง เย่มู่ก็ตัดสินใจที่จะพูดบางอย่างออกมา
"หืม? ทำไมล่ะ?"
น้าโหรวเงยหน้าขึ้นมองด้วยความไม่เข้าใจ ป่าใหญ่ซิงโต่วคือบ้านของนาง สิ่งที่นางชอบที่สุดก็คือการเดินเล่นไปทั่วป่า หรือจะเรียกว่าเป็นการเดินตรวจตราอาณาเขตของตัวเองก็ว่าได้
เย่มู่ทำทีเป็นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น
"ช่วงนี้ข้ามักจะฝันแปลกๆ ข้าฝันว่ามีคนกลุ่มหนึ่งเข้ามาในป่า พวกเขาแข็งแกร่งมาก ข้ากลัวว่าท่านน้าโหรวจะตกอยู่ในอันตราย"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น น้าโหรวก็หลุดขำออกมา
"ฝันร้ายสินะ? เดี๋ยวข้าไปหาต้มยาสมุนไพรมาบำรุงประสาทให้เจ้าดีกว่า"
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของนาง เย่มู่ก็รีบคว้ามือนางไว้ สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจัง
"ท่านน้าโหรว ท่านก็รู้ว่าข้าเป็นวิญญาจารย์ที่พิเศษกว่าคนอื่น ข้ามีวงแหวนวิญญาณประทานจากสวรรค์ ดังนั้นข้าจึงมีความสามารถพิเศษบางอย่างด้วย"
"เพราะฉะนั้น ช่วงนี้ท่านอย่าออกไปข้างนอกเด็ดขาด ให้อยู่แต่ที่ทะเลสาบแห่งชีวิตนี่แหละ มีต้าหมิงกับเอ้อร์หมิงอยู่ด้วย ข้าถึงจะวางใจ"
น้าโหรวชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ
"ตกลง ข้าจะฟังเจ้า เด็กตัวแค่นี้ทำไมถึงมีความกังวลเยอะแยะนัก น้าโหรวไม่ออกไปไหนก็แล้วกัน"
เย่มู่ถึงกับลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก น้าโหรวดีกับเขามาก เขาไม่อยากเห็นนางต้องถูกปี่ปี๋ตงสังหาร และไม่อยากให้เสี่ยวอู่ต้องสูญเสียแม่ไป การใช้ข้ออ้างเรื่องวงแหวนวิญญาณประทานจากสวรรค์มาขู่ ในที่สุดก็สามารถรั้งตัวนางไว้ได้สำเร็จ
หากเป็นเช่นนี้ ชะตากรรมของน้าโหรวก็น่าจะเริ่มเปลี่ยนทิศทางแล้ว ตราบใดที่ยังอยู่ที่ทะเลสาบแห่งชีวิต ก็ไม่น่าจะมีอันตรายอะไรมากล้ำกรายได้
แต่คิดไปคิดมา สร้างหลักประกันไว้อีกสักชั้นน่าจะดีกว่า
"ท่านน้าโหรว ข้ารู้ว่าในส่วนลึกที่สุดของป่าแห่งนี้ มีสถานที่ที่พิเศษมากๆ อยู่แห่งหนึ่ง หากเกิดอันตรายขึ้นมาจริงๆ ท่านต้องพาต้าหมิงกับเอ้อร์หมิงหนีไปที่นั่นให้ได้นะ ที่นั่นจะรักษาชีวิตพวกท่านไว้ได้!"
"เพราะว่า... ที่นั่นมีราชาแห่งเผ่าพันธุ์สัตว์วิญญาณอยู่... ราชามังกรเงิน!"
"อะไรนะ? จ-เจ้า... เจ้ารู้เรื่องนี้ได้ยังไง?"
---