- หน้าแรก
- ข้า สามีแต่งเข้าของจักรพรรดินี แท้จริงแล้วไร้เทียมทานในใต้หล้า
- บทที่ 7 ทุกคนล้วนตกตะลึง!
บทที่ 7 ทุกคนล้วนตกตะลึง!
บทที่ 7 ทุกคนล้วนตกตะลึง!
บทที่ 7 ทุกคนล้วนตกตะลึง!
ในขณะที่หลินเทียนกำลังเตรียมจะเดินจากไป ทุกคนพลันเห็นซ่างกวนเยว่ เจ้าหอเสวี่ยเยว่ผู้งดงามล่มเมืองก้าวลงมาด้านล่างอย่างหาได้ยากยิ่ง!
สิ่งนี้สะกดสายตาของบุรุษจำนวนมากให้หันไปมองทันที ยามเมื่อเห็นสตรีในชุดสีแดงสดผู้มีใบหน้างดงามสะคราญตาราวกับภาพวาด ในดวงตาของทุกคนต่างฉายแววตื่นตะลึงและเร่าร้อนขึ้นมา
ทว่าท่ามกลางสายตาอันเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงและร้อนแรงเหล่านั้น ยังแฝงไปด้วยความประหลาดใจและงุนงงสงสัย สตรีงามผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือทั่วนครหลวงผู้นี้ ไม่ค่อยปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนเลย แม้กระทั่งขุนนางชั้นผู้ใหญ่หรือยอดอัจฉริยะจากสำนักใหญ่ที่ปรารถนาจะยลโฉมของนางสักครา ต่างก็ไม่มีโอกาสเลยสักนิด
ตัวอย่างเช่น หลินเทียน ซื่อจื่อแห่งจวนอู่หวัง หนึ่งในสิบยอดอัจฉริยะแห่งเมืองหลวงผู้นี้ ตามตื้อจีบซ่างกวนเยว่มาเนิ่นนาน วันนี้ขนาดนำแกนอสูรมังกรคะนองน้ำระดับห้าออกมาก็ยังไม่สมประสงค์ที่จะได้พบหน้า
ยิ่งไปกว่านั้น ทุกคนต่างก็เห็นกับตา และผู้คนโดยรอบก็ได้ยินชัดเจนว่า หลินเทียนซื่อจื่อแห่งจวนอู่หวังเพิ่งจะถูกปฏิเสธไปหยกๆ
ทว่าเหตุใด ณ ตอนนี้ สาวงามผู้เก็บตัวมิดชิดไม่ค่อยปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนผู้นี้ จู่ๆ ถึงกลับเดินลงมาข้างล่างเล่า?
หรือว่านางจะกลับใจเสียแล้ว?
"เหตุใดท่านเจ้าหอซ่างกวนจึงลงมาข้างล่างกะทันหันเช่นนี้? หรือว่านางจะนึกเสียใจภายหลังขึ้นมา?"
"ดูท่าทางรีบร้อนของนางสิ คิดว่าน่าจะนึกเสียใจภายหลังจริงๆ นั่นแหละ ท้ายที่สุดแล้วนั่นคือแกนอสูรมังกรคะนองน้ำระดับห้าเชียวนะ มีประโยชน์ต่อการบำเพ็ญเพียรของนางอย่างยิ่งยวด"
"ซี้ด! ก่อนหน้านี้ได้ยินข่าวลือมานานแล้วว่าเจ้าหอเสวี่ยเยว่เป็นหญิงงามที่ไม่มีใครเทียบได้ วันนี้ได้เห็นกับตา สมคำร่ำลือจริงๆ! งดงาม! งดงามเหลือเกิน!"
"ได้ยินว่าฝ่าบาทจักรพรรดินีของเราก็มีสิริโฉมงดงามล่มเมืองเช่นกัน ไม่รู้ว่าเมื่อเปรียบเทียบกับท่านเจ้าหอซ่างกวนแล้วจะเป็นอย่างไรบ้าง"
"เฮ้ ข้าเคยมีวาสนาได้เข้าเฝ้าฝ่าบาทครั้งหนึ่ง ทรงงดงามราวกับเทพธิดาจุติลงมาจากสรวงสวรรค์เสียยิ่งกว่า หากเทียบกับท่านเจ้าหอซ่างกวนแล้ว มีแต่จะงดงามยิ่งกว่าไม่มีหย่อนกว่าเลย ทั้งสองท่านล้วนเป็นโฉมงามที่มีเสน่ห์งดงามกันไปคนละแบบ"
"น่าเสียดายเหลือเกินที่ฝ่าบาททรงอภิเษกสมรสกับคนสวะเช่นนั้น เหมือนว่าคนสวะนั่นจะชื่ออะไรนะ... ฉินเฟิง ใช่แล้ว นึกออกแล้ว!"
"อย่าพูดไปเลย ดูเหมือนท่านเจ้าหอซ่างกวนจะมุ่งหน้าตรงไปหาหลินเทียนแล้วนะ หรือว่าหลินเทียนจะสมหวังจริงๆ?"
...
ผู้คนโดยรอบเมื่อเห็นซ่างกวนเยว่ปรากฏกายและก้าวลงบันไดมาอย่างรีบร้อน ต่างก็ซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์กันไป แม้แต่หลินเทียนเองก็ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว เมื่อหันไปมองก็พบกับซ่างกวนเยว่ที่กำลังเดินตรงดิ่งมาทางเขา
เวลานี้ทำให้ในใจของหลินเทียนพองโตด้วยความยินดี รอยยิ้มที่เคยมอดดับลงไป พลันกลับมาปรากฏบนใบหน้าอีกครั้ง ในใจก็รู้สึกพึงพอใจและลำพองยิ่งนัก หึหึ สุดท้ายก็กลับใจแล้วสินะ?
อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด สตรีก็มักจะปากไม่ตรงกับใจเช่นนี้แหละ เมื่อครู่ยังบอกว่าไม่เอาๆ ตอนนี้กลับเสียใจภายหลังเสียแล้ว
รอให้มีโอกาสก่อนเถอะ ข้าจะต้องสั่งสอนสตรีผู้นี้ให้สาสม บังอาจปฏิเสธข้าตั้งหลายครั้งหลายครา พอได้ตัวมาแล้ว จะต้องให้นางปรนนิบัติข้าบนเตียงเป็นอย่างดี!
แม้ในใจจะคิดเช่นนั้น ทว่าภายนอกหลินเทียนยังคงรักษาท่าทางอันสุภาพเรียบร้อยและสง่างามเอาไว้ เมื่อเห็นใบหน้าอันหมดจดงดงามสะคราญตา ตลอดจนสรีระอันอรชรสมส่วนของซ่างกวนเยว่ที่ย่างกรายเข้ามาหา ใบหน้าของเขาก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมา
"ท่านเจ้าหอซ่างกวน..."
ทว่าในจังหวะที่เขาเพิ่งจะเอ่ยปากเตรียมทักทายซ่างกวนเยว่ เพื่อที่จะทำเป็นตามน้ำยอมก้าวตามนางขึ้นบันไดไปนั้น ซ่างกวนเยว่กลับเมินเฉยต่อตัวเขาไปโดยสิ้นเชิง นางเบี่ยงสายตาไปมองบุรุษที่ยืนอยู่ข้างกายหลินเทียน ผู้ซึ่งมีผมเผ้ายุ่งเหยิงและหนวดเคราเฟิ้มซึ่งก็คือฉินเฟิง แล้วเอ่ยขึ้นว่า
"คุณชายฉินมาแล้ว เชิญตามข้ามาด้านบนเถิดค่ะ"
บนใบหน้าอันงดงามของซ่างกวนเยว่ประดับด้วยรอยยิ้มอันแสนอ่อนโยน น้ำเสียงของนางทั้งอ่อนหวาน อ่อนนุ่ม ชวนลุ่มหลงสะกดใจ และอ่อนโยนเป็นที่สุด ถึงกับแฝงความนอบน้อมและระมัดระวังอยู่หลายส่วน คล้ายกับว่านางกำลังเผชิญหน้ากับบุคคลสำคัญยิ่งอย่างไรอย่างนั้น
ฉากนี้ทำให้หลินเทียน และกระทั่งผู้คนทั้งหมดในหอเสวี่ยเยว่ ต่างก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง!
นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?
เจ้าหอเสวี่ยเยว่ผู้ยิ่งใหญ่ มีชื่อเสียงระบือไกลทั่วนครหลวง สตรีผู้ที่ทำให้ขุนนางชั้นผู้ใหญ่และยอดอัจฉริยะรุ่นเยาว์นับไม่ถ้วนทุ่มทรัพย์สินและสมบัติล้ำค่ามากมายก็ยังไม่อาจได้ยลโฉม วันนี้นางถึงกับยอมปรากฏตัวด้วยตนเอง ซ้ำยังแสดงความเคารพนอบน้อมต่อบุรุษที่แต่งกายไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยเช่นนี้ด้วยงั้นหรือ?!
วินาทีนี้ทำให้ทุกคนรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง แม้แต่ตัวหลินเทียนเองก็ยืนทึ่มทื่อไป รอยยิ้มบนใบหน้าพลันแข็งทื่อกลายเป็นความอับอาย
หลินเทียนขมวดคิ้วแน่น สายตาของเขาและทุกคนต่างพุ่งตรงไปยังบุรุษชุดขาวที่ยืนอยู่ด้านข้างตน ผู้ซึ่งมีผมเผ้ายุ่งเหยิง มีหนวดเคราครึ้ม และแต่งกายไร้ระเบียบเรียบร้อย
หลินเทียนอยากจะเห็นนักว่า ชายผู้นี้เป็นใครกันแน่ ถึงกับทำให้ซ่างกวนเยว่สตรีผู้นี้ปฏิบัติด้วยความนอบน้อมถึงเพียงนี้!
แม้กระทั่งสายตาของผู้คนโดยรอบก็พากันจับจ้องไปที่ร่างของฉินเฟิง ในดวงตาแฝงความใคร่รู้และสงสัยอยู่หลายส่วน
"เอ๋? ชายผู้นี้เป็นใครกัน? หรือว่าจะเป็นบุตรหลานตระกูลใหญ่หรือศิษย์เอกของสำนักใด?"
"ไม่ค่อยแน่ใจนัก การที่ได้เห็นท่านเจ้าหอซ่างกวนออกมาต้อนรับด้วยตัวเองเช่นนี้ ถือเป็นเกียรติยศที่ไม่เคยมีใครได้รับมาก่อนเลยนะ!"
"จริงแท้แน่นอน ต่อให้เป็นพวกขุนนางผู้ดี หรือยอดอัจฉริยะที่เก่งกาจขนาดไหนก็ไม่เคยได้รับการปรนนิบัติเช่นนี้มาก่อน ขนาดจะพบท่านเจ้าหอซ่างกวนสักครั้งยังยากเลย ชายผู้นี้ถึงกับทำให้ท่านเจ้าหอซ่างกวนลงบันไดมาต้อนรับด้วยตนเอง ตกลงเขาเป็นใครกันแน่?"
"ซี้ด! ทำไมข้ารู้สึกคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นชายผู้นี้ที่ไหนมาก่อน แต่ก็นึกไม่ออกชั่วขณะแฮะ"
...
หลินเทียนในเวลานี้จ้องมองฉินเฟิงเขม็ง คิ้วของเขาขมวดแน่น ในดวงตาแฝงแววเย็นชาเข้มข้น
ซ่างกวนเยว่รีบลงบันไดมาอย่างร้อนรนขนาดนี้ ไม่ใช่เพราะนึกเสียใจภายหลังที่จะมาหาเขา แต่เป็นเพราะไอ้หมอนี่งั้นหรือ?
หลินเทียนเองก็รู้สึกว่าชายตรงหน้าดูคุ้นตานัก ทว่าก็นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน เขาจึงเหลียวมองฉินเฟิงแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปถามซ่างกวนเยว่ด้วยน้ำเสียงอันเย็นชา
"ท่านเจ้าหอซ่างกวน ชายผู้นี้คือใครกัน?"
ทว่าซ่างกวนเยว่คร้านจะสนใจหลินเทียน นางเพียงแต่ยิ้มและเอ่ยกับฉินเฟิง พร้อมกับผายมือเชิญ
"คุณชายฉินเชิญด้านบนเถิดค่ะ สุราดอกท้อเตรียมไว้พร้อมสรรพแล้ว รับรองว่ามีให้ท่านดื่มได้อย่างจุใจแน่นอนค่ะ"
ฉินเฟิงพยักหน้า และไม่ได้เอ่ยคำใดเพิ่มเติม เขาเดินตามซ่างกวนเยว่ขึ้นบันไดไป
ทางด้านหลินเทียนเมื่อเห็นว่าซ่างกวนเยว่เมินเฉยต่อตนถึงเพียงนี้ ซ้ำยังพาชายผู้นั้นขึ้นบันไดไปโดยตรง ที่สำคัญที่สุดคือเขามองเห็นนางนำชายผู้นั้นเข้าไปยังห้องส่วนตัวของนางเอง สิ่งนี้ยิ่งทำให้ดวงตาของหลินเทียนเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาและโทสะที่เพิ่มพูนขึ้น
"บัดซบ!"
หลินเทียนสบถในใจอย่างเกรี้ยวกราด จ้องมองห้องส่วนตัวด้านบนด้วยสายตาอันเย็นชาแวบหนึ่ง ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อเดินจากไปด้วยความขุ่นเคือง
ขณะที่ผู้คนในหอเสวี่ยเยว่เวลานี้ต่างก็รู้สึกตกตะลึงและงุนงงเป็นอย่างยิ่ง ทุกคนต่างพากันคาดเดาสถานะที่แท้จริงของฉินเฟิง
"ตองเขาเป็นใครกันแน่? ท่านเจ้าหอซ่างกวนถึงกับพาเขาเข้าไปในห้องส่วนตัวของนางเอง หากข้าจำไม่ผิด ไม่เคยมีใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นบุรุษ ได้ย่างกรายเข้าไปในห้องนั้นเลยสักคน"
"สุราดอกท้อนี้ปกติแล้วหอเสวี่ยเยว่จะจำกัดปริมาณการขายในแต่ละวัน ท่านเจ้าหอซ่างกวนกลับบอกชายผู้นั้นว่ามีให้ดื่มได้ไม่อั้น หมอนี่เป็นใครกันแน่?"
"เมื่อครู่ได้ยินท่านเจ้าหอซ่างกวนเรียกเขาว่าคุณชายฉิน แซ่ฉิน... ในบรรดาตระกูลใหญ่ในเมืองหลวง หรือว่าในแคว้นฉู่ของเรา มีตระกูลใหญ่หรือศิษย์เอกสำนักไหนที่แซ่ฉินบ้างไหม?"
"ดูเหมือนจะไม่มีนะ... ทว่าเมื่อครู่ดูท่าทางของหลินเทียนแล้ว คงจะโกรธจนอกแทบระเบิดเลยล่ะ ท่านเจ้าหอซ่างกวนปฏิเสธเขา แต่กลับพาชายคนอื่นขึ้นบันไดไปแทน จุ๊ๆ วันนี้ได้ดูงิ้วฉากใหญ่ที่น่าตื่นเต้นจริงๆ"
"ซี้ด! แซ่ฉิน! ข้าจำได้ว่ามีข่าวลือว่าสวามีสวะของฝ่าบาทจักรพรรดินีของเราก็แซ่ฉินไม่ใช่หรือ?"
"ไอ้หยา! พอเจ้าพูดเช่นนี้ ข้านึกออกแล้ว! ข้าก็ว่าทำไมชายผู้นั้นถึงได้ดูคุ้นตานัก วันนั้นข้าติดตามท่านพ่อเข้าวัง เคยพบเขาในวังหลวงมาครั้งหนึ่ง เขาคือสวามีสวะของฝ่าบาทจักรพรรดินีจริงๆ!"
"อ๋อ? คำพูดของเจ้าเป็นเรื่องจริงหรือ? ชายผู้นั้นคือสวามีสวะของฝ่าบาทจักรพรรดินีตามคำล่ำลือจริงๆ หรือ?"
"จริงแท้แน่นอน! ข้าเคยพบเขาในวังหลวงมากับตา!"
...
เมื่อมีคนในกลุ่มจดจำฉินเฟิงได้และตะโกนออกมาด้วยความประหลาดใจ ทุกคนต่างจ้องมองไปยังประตูห้องส่วนตัวที่ปิดสนิทบนชั้นบน พากันเบะปากพ่นลมหายใจอย่างไม่สบอารมณ์
"มิน่าเล่า สวามีของฝ่าบาทจักรพรรดินี ต่อให้สวะขนาดไหน ทว่าสถานะก็สูงส่งยิ่งยวดจริงๆ การที่ท่านเจ้าหอซ่างกวนจะปฏิบัติต่อนอบน้อมเช่นนี้ก็พอจะเข้าใจได้แล้ว"
"จริงด้วย ก่อนหน้านี้ได้ยินแต่ข่าวลือ คิดไม่ถึงว่าวันนี้ได้เห็นกับตา ช่างเหมือนคนสวะไม่มีผิด บนร่างไม่มีไอพลังปราณแผ่ออกมาเลยแม้แต่น้อย แต่งตัวซอมซ่อไร้ระเบียบ หากไม่บอกคงนึกว่าเป็นขอทานมาจากที่ไหนเสียอีก"
"ใช่แล้วๆ ฝ่าบาทจักรพรรดินีอภิเษกกับคนสวะเช่นนี้ ช่างน่าเสียดายและทำให้ฝ่าบาทต้องทนทุกข์จริงๆ"
"เขาก็มีดีแค่ฐานะสวามีของฝ่าบาทเท่านั้นแหละ ลองไม่มีฐานะนี้ดูสิ พวกเจ้าคิดว่าท่านเจ้าหอซ่างกวนจะลงมาต้อนรับเขาเช่นนี้ไหมล่ะ"
...
ทุกคนต่างพากันคิดว่า เหตุที่ฉินเฟิงได้รับการต้อนรับจากซ่างกวนเยว่เช่นนี้ ย่อมต้องเป็นเพราะฐานะสวามีของฝ่าบาทจักรพรรดินีอย่างแน่นอน จึงไม่แปลกที่ซ่างกวนเยว่จะเมินเฉยต่อหลินเทียนซื่อจื่อแห่งจวนอู่หวังผู้นี้ ต่อให้ซื่อจื่อจะมียศศักดิ์รุ่งโรจน์เพียงใด จะไปเปรียบเทียบกับราชวงศ์ และเปรียบเทียบกับฐานะสวามีของฝ่าบาทจักรพรรดินีได้อย่างไร?
ถึงแม้ทุกคนจะรู้ดีว่าฉินเฟิงผู้นี้เป็นเพียงคนสวะ ทว่าเขาก็มีฐานะนี้ค้ำคออยู่ ยิ่งไปกว่านั้น ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าองค์อดีตจักรพรรดิทรงโปรดปรานและเอ็นดูฉินเฟิงผู้นี้เป็นอย่างยิ่ง
หากซ่างกวนเยว่สามารถสร้างความสัมพันธ์อันดีและพึ่งพิงราชวงศ์ผ่านทางสวามีสวะของฝ่าบาทจักรพรรดินีผู้นี้ได้ สำหรับหอเสวี่ยเยว่แล้ว ย่อมมีแต่ผลดีไม่มีผลเสียเลยแม้แต่น้อย
[จบแล้ว]