เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39 มี... มีรถยนต์แล้ว!

บทที่ 39 มี... มีรถยนต์แล้ว!

บทที่ 39 มี... มีรถยนต์แล้ว!


บทที่ 39 มี... มีรถยนต์แล้ว!

กะโหลกศีรษะบนพื้นไม่ได้เหมือนในนิยายที่มีเสียง "ฟุบ" แล้วมีไฟวิญญาณพุ่งออกมาจากเบ้าตา และไม่ได้ตะโกนเสียงดังลั่น ลุกขึ้นยืนท้าทายศัตรู

มันเพียงแค่นอนเอียงอยู่ตรงนั้น จ้องมองมาด้วยเบ้าตาที่ว่างเปล่า

ถามใจตัวเองดู แม้หลังจากข้ามมิติมาแล้ว ทุกคนจะรู้ดีว่าโลกนี้ต่างจากโลกเดิมที่รู้จักอย่างสิ้นเชิง

แต่การได้เห็นโครงกระดูกมนุษย์นอนกระจัดกระจายอยู่บนพื้นกับตาตัวเอง มันก็ยังยากที่จะหลีกเลี่ยงความรู้สึกหวาดกลัวได้อยู่ดี

เพราะสำหรับภูตผีวิญญาณแล้ว มนุษย์มักจะมีความกลัวตามสัญชาตญาณอยู่เสมอ

ซูหมัวมองดูภาพตรงหน้า ความคิดในใจก็เริ่มเรียบเรียงอย่างรวดเร็ว

เขาก้าวเท้าไปช้าๆ พยายามหลีกเลี่ยงสายตาจากกะโหลกศีรษะ

แกร๊ก!

ซูหมัวก้าวเท้าไปทางซ้ายอย่างระมัดระวัง แต่ไม่นึกเลยว่าจะเหยียบโดนข้าวของบางอย่างบนพื้นเสียงดังแกร๊ก

เขาก้มหน้าลงมอง พลันรู้สึกเสียวสันหลังวาบ

“ขอขมา ขอขมา พี่ชาย ผมไม่ได้ตั้งใจล่วงเกิน ล่วงเกินคุณแล้ว ขอโทษด้วยนะครับ!”

กระดูกแขนท่อนหนึ่งถูกเหยียบอยู่ใต้เท้าของซูหมัว ในตอนนี้มันหักออกเป็นสองท่อน แตกแยกออกตรงกลาง

อาศัยแสงไฟ ซูหมัวมองไปรอบๆ ไม่ใช่แค่กระดูกแขนท่อนนี้ บนพื้นดินเต็มไปด้วยเศษกระดูกกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป

“พี่ชายคนนี้ไม่รู้ว่าเป็นใคร ช่างน่าเวทนาเหลือเกิน...”

เมื่อมองดูโครงกระดูกที่เหลือเพียงส่วนหัวเท่านั้นที่ยังสมบูรณ์ ซูหมัวก็ขำแห้งๆ พลางหลีกเลี่ยงกระดูกที่แตกหักทางด้านขวา

พื้นของโบราณสถานดูคล้ายกับทำจากคอนกรีต บนพื้นดิน พอจะมองเห็นเส้นขนสิ่งมีชีวิตตระกูลเสือตกอยู่ไม่น้อย

หลังจากคิดดู ซูหมัวก็หยิบคบไฟอันสุดท้ายที่ยังไม่ได้ใช้ออกมาจากช่องเก็บของ แล้วเลือกจุดไฟ

ท่ามกลางโบราณสถานที่มืดมิด หากอาศัยเพียงไฟฉาย ย่อมดูน่ากลัวเกินไป

เหมือนกับการขุดสุสาน หากใส่เพลงประกอบเข้าไปด้วย ย่อมทำเป็นหนังผีได้เรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

เมื่อแสงไฟสว่างไสวปรากฏขึ้นในโบราณสถาน ซูหมัวก็มีเวลาพิจารณาการจัดวางข้าวของรอบๆ ได้อย่างละเอียดในที่สุด

ห้องของโบราณสถานหลังนี้ไม่ใหญ่นัก เมื่อยืนอยู่ใกล้ประตูใหญ่ ซูหมัวพอมองเห็นของข้างในได้ลางๆ

เขารวบรวมสมาธิ ซูหมัวค้นพบด้วยความเสียดายว่า ไม่รู้เพราะสาเหตุใด ฟังก์ชันการตรวจสอบของแผงควบคุมเกมและระบบการเอาชีวิตรอดต่างก็ถูกปิดผนึกไว้

หากจะเรียกว่าโบราณสถาน ก็ไม่สู้เรียกว่าหลุมหลบภัยใต้ดินหลังหนึ่งจะเหมาะสมกว่า

“บันทึกหลุดหลบภัยของฉันเป็นหลุมหลบภัยหมายเลข 1 งั้นโบราณสถานใต้ดินตรงนี้ งั้นก็ขอใช้คำว่าหลุมหลบภัยหมายเลข 2 มาเรียกแทนแล้วกัน”

เขาเปิดช่องข้อความส่วนตัวของคนตาย ค้นหาเพื่อนคนตายที่เพิ่มไว้ก่อนหน้านี้ ซูหมัวเริ่มจดบันทึกสิ่งที่พบเห็น

ความทรงจำอาจหลอกลวงได้ แต่ตัวอักษรนั้นไม่มีวันโกหก

หลังจากบันทึกสิ่งที่พบเห็นเสร็จ บางทีพอกลับถึงที่หลบภัยแล้ววิเคราะห์อย่างละเอียด เขาก็อาจจะพบช่องโหว่บางอย่างได้

เมื่อเดินไปถึงประตูใหญ่ ข้อความบันทึกการสำรวจครั้งแรกก็เริ่มแสดงขึ้นในกล่องข้อความส่วนตัว

“ปฏิทินวันสิ้นโลก วันที่ 6 เดือนแรก เข้าสู่หลุมหลบภัยหมายเลข 2 เป็นครั้งแรก”

“ประตูใหญ่ของหลุมหลบภัยหมายเลข 2 อ้างอิงจากการสัมผัสและการเคาะทดสอบ ฟังเสียงแล้วตัดสินเบื้องต้นว่าประกอบด้วยวัสดุเหล็กหรือเหล็กกล้าที่ไม่รู้จัก สัมผัสภายนอกดูคล้ายกับประตูโลหะผสมในยุคอารยธรรม ความแข็งแกร่งรอการทดสอบ ไม่มีร่องรอยน้ำรั่วซึม”

“ผนังประกอบด้วยวัสดุที่ไม่รู้จัก อ้างอิงจากการสังเกต ปัจจุบันสงสัยเบื้องต้นว่าเป็นผลผลิตจากคอนกรีตเสริมเหล็กหรือหินก่อสร้างที่ไม่รู้จัก ความแข็งแกร่งสูงมาก การสังเกตจากช่องโพรงด้านบนพบว่าผนังหนาประมาณ 25 ซม.”

“พื้นมีลวดลายปริศนา จำนวนลวดลายไม่แน่นอน รูปร่างไม่แน่นอน ไม่ได้เกิดเป็นรูปทรงสมมาตรที่พอจะใช้อ้างอิงได้ และจับสัญญาณการส่งผ่านข้อมูลไม่ได้ ปัจจุบันยังไม่มีมูลค่าในการอ้างอิงที่เฉพาะเจาะจง (ประเด็นสำคัญ ต้องตรวจสอบ)”

“พบเส้นขนสิ่งมีชีวิตตระกูลเสือปริศนาหลายสิบเส้น (เก็บกู้) พบโครงกระดูกมนุษย์หนึ่งร่าง (ปัจจุบันยังระบุไม่ได้ว่าเป็นมนุษย์หรือไม่ รอการตรวจสอบ)”

“รอบๆ มีโต๊ะเก้าอี้กระจัดกระจาย บนพื้นมีภาชนะที่ถูกปัดตกร่วงหล่น ไม่มีกระดาษบันทึกข้อมูล ไม่สามารถใช้แผงควบคุมเกมตรวจสอบคุณสมบัติได้ ไม่ทราบสาเหตุ”

“เมื่อรวมกับร่องรอยก่อนหน้านี้ มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะถูกสิ่งมีชีวิตปริศนา (ประเด็นสำคัญ: แรงระเบิด, เส้นขน) เข้ามาสำรวจก่อนแล้ว ของมีค่าส่วนใหญ่จึงถูกขนย้ายหรือถูกทำลาย!”

“ตรงส่วนที่ลึกที่สุดของหลุมหลบภัย มีบ่อน้ำลึกที่ผุพังดูคล้ายกับบ่อน้ำพลังไซออนิกหนึ่งบ่อ ดมกลิ่นครั้งแรก สังเกตได้ว่าแผ่กลิ่นหอมแปลกประหลาดออกมา เอ่อ รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมานิดหน่อย หลังจากดมแล้วอารมณ์ก็ดีขึ้นตามไปด้วย”

“ดมอีกทีเพื่อตัดสิน... มีกลิ่นแยมบลูเบอร์รีปนอยู่เล็กน้อย”

“ดมอีกทีเพื่อตัดสิน... มีกลิ่นอายประหลาดราวกับยืนอยู่ใต้ต้นไม้โบราณในฤดูใบไม้ผลิลอยมา”

“ซูหมัวเอ๊ย ซูหมัว แกจะมามัวเสพสุขขนาดนี้ได้ยังไง? แกลืมไปแล้วหรือไงว่าแกมาที่นี่เพื่ออะไร?”

“ดมอีกทีเพื่อตัดสิน....”

“ลบข้อความส่วนนี้ทิ้งทั้งหมด”

“พยายามใช้มือเปิดปิดบ่อที่ผุพัง พบว่าวิธีการผิดพลาด และระบบกลไกค้างล็อกอยู่ ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุ (ประเด็นสำคัญ ต้องตรวจสอบ!!!!)”

“ตรงมุมหลุมหลบภัย พบช่องทางบันไดลิงทอดยาวลงไปข้างล่าง บนบันไดลิงมีเส้นขนสิ่งมีชีวิตตระกูลเสือร่วงหล่นติดอยู่ตรงขอบบันไดเล็กน้อย (เก็บกู้)”

“เดินตามบันไดลิงลงไปสิบสี่ขั้น พบหลุมหลบภัยชั้นที่สอง (ประเด็นสำคัญ) พบยานพาหนะที่ดูคล้ายกับรถยนต์ในยุคอารยธรรม??!!!!”

ขณะที่ถือคบไฟ ซูหมัวก็จดบันทึกรายการไปพลาง พลันนึกถึงกลิ่นหอมของบ่อน้ำที่ผุพังเมื่อครู่ ซูหมัวก็ตะลึงไป

ตามความคิดของซูหมัว แผงควบคุมเกมเริ่มเลือนหายไปจากสายตาอย่างช้าๆ

แต่ทั้งหมดนี้ไม่ได้ดึงดูดความสนใจของซูหมัวเลยแม้แต่น้อย

นั่นก็เพราะ... ในหลุมหลบภัยชั้นที่สอง ซูหมัวมองเห็นยานพาหนะที่ตั้งอยู่ตรงกลางได้อย่างชัดเจนในแวบแรก

“นี่... นี่มัน รถบักกี้ในเกมพับจีไม่ใช่เรอะ!?”

(Buggy car ยานยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็กที่ออกแบบมาสำหรับการขับขี่ลุยทางวิบาก Off-Road บนสภาพพื้นผิวที่หลากหลาย เช่น ชายหาด เนินทราย หรือทางลูกรัง)

โครงสร้างตัวรถเสริมความแข็งแกร่งด้วยโครงกันโรลบาร์สามเหลี่ยม ด้านหลังติดตั้งเครื่องยนต์ที่มีขนาดเล็กกว่าเครื่องปั่นไฟหนึ่งรอบ แต่ฝีมืองานประดิษฐ์กลับละเอียดกว่ามาก

เบาะนั่งแบบเดี่ยว แถมยังเป็นแบบเปิดประทุนรับลมรอบทิศทางอัน "หรูหรา" ไม่มีกระจกกั้นขวาง ทำให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสสายลมธรรมชาติอย่างเต็มที่ในยามขับขี่

รูปลักษณ์โดยรวมยกเว้นโครงรถที่มีรอยเบี้ยวจากการถูกกระแทกด้วยแรงภายนอกไม่กี่จุด และยางรถแบนไม่มีลมแล้ว รูปร่างก็คือรถบักกี้อย่างเห็นได้ชัด

อารยธรรมของมนุษย์งั้นเหรอ?

ซูหมัวไม่รู้เลย

หากที่นี่ไม่ถูกกวาดไปหมดก่อน บางทีอาศัยรายละเอียดข้างใน เขาอาจจะรู้ตัวตนของเจ้าของรถได้

แต่ทว่า...

ความยุ่งเหยิงในตอนนี้ ได้ทำลายข้อมูลใดๆ ที่จะทิ้งร่องรอยระบุตัวตนของเจ้าของรถไปหมดแล้ว ต่อให้เป็นบริเวณรอบข้างของชั้นสอง...

“เอ๊ะ ตัวอักษรนี่คือคำว่ารถเหรอ?”

เมื่อมองดูผนังด้านซ้าย มีตัวอักษรภาพที่มีรูปร่างคล้ายกับคำว่า "車" (รถ) ปรากฏอยู่ ซูหมัวก็หันไปมองรถบักกี้ที่ตั้งอยู่ตรงกลางชั้นสองตามสัญชาตญาณ

เมื่อมองไปทางด้านขวา มีสัญลักษณ์ลูกศรชี้ตรงไปยังตัวรถบักกี้ตรงกลางพอดี

ความหมายเด่นชัด!

“เจ้าของโบราณสถานต้องการส่งผ่านข้อมูลอะไรบางอย่างผ่านรถคันนี้งั้นเหรอ?”

ซูหมัวขมวดคิ้ว พยายามครุ่นคิดถึงรายละเอียดทั้งหมดตั้งแต่ลงมาเมื่อครู่ว่ามองข้ามอะไรไปหรือไม่

ตั้งแต่หมู่บ้านเหลียงฟางในโบราณสถานสายหมอก ไปจนถึงร่องรอยในโบราณสถานใต้ดินที่ดูเหมือนคนของเราทิ้งไว้ คนอื่นเล่นเกมใช้กำลังเข้าห้ำหั่นกัน มีเพียงเขาที่เล่นเกมใช้สมองไขปริศนารึไงฟะ!

ซูหมัวนิ่งครุ่นคิด เริ่มนำรายละเอียดต่างๆ ตั้งแต่ค้นพบโบราณสถานและก้าวเข้าสู่โบราณสถานมาเชื่อมโยงวิเคราะห์รวมกัน

เวลาผ่านไปทีละนาที

ข้อสมมติฐานครั้งแล้วครั้งเล่าถูกล้มล้าง เบาะแสทั้งหมดล้วนมุ่งเป้าไปที่จุดจุดเดียว

เขาส่ายหัวรัวๆ ซูหมัวก้าวเท้าอย่างรวดเร็วไปที่ข้างถังน้ำมันของรถบักกี้ เขาตัดสินใจใช้วิธีบางอย่างนำมาตรวจสอบข้อสมมติฐาน

น่าเสียดายที่หลังจากเปิดฝาถังน้ำมันดู เป็นไปตามคาด น้ำมันในถังระเหยไปจนหมดเกลี้ยงไม่เหลือเลยสักหยดเดียว

น้ำมันดีเซลในหลุมหลบภัยพอจะนำมาเติมใส่รถยนต์ดีเซลและเบนซินแบบสองระบบคันนี้ให้ถูไถไปได้อยู่บ้าง แต่เพราะพื้นที่เก็บของมีขนาดเล็กเกินไป ตอนออกมาเขาจึงไม่ได้พกมันติดตัวมาด้วย

“ไม่รู้ว่าข้างในนี้จะมีน้ำมันดีเซลหรือเบนซินอยู่บ้างไหมนะ...”

หากรถบักกี้อยู่ในสภาพสมบูรณ์และขับขี่ได้ โลกใบนี้จะกว้างใหญ่เพียงใด เขาก็ย่อมเดินทางไปได้ทุกที่!

มือกะชับคบไฟแน่น ซูหมัวกำลังเตรียมตัวก้มลงมองหาถังดีเซลบนพื้นดินอย่างละเอียด

จู่ๆ ด้านนอกพลันมีเสียงดังแว่วมา!

“โฮ่งๆๆ~ บรู๊ว”

“โฮ่ง!”

“โฮ่ง!”

เริ่มจากเสียงเห่าของโอรีโอ้ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นก่อน ตามมาด้วยเสียงเห่าแปลกๆ อีกสองเสียงที่ดูเหมือนมนุษย์พยายามเลียนแบบเสียงเห่าตามมาติดๆ

“ซวยแล้ว! เสียงแจ้งเตือนภัยของโอรีโอ้ ข้างนอกมี”คน" มา!”

ในชั่วพริบตา ซูหมัวดับคบไฟในมืออย่างรวดเร็ว สะบัดมือหยิบหน้าไม้ที่ขึ้นสายเรียบร้อยแล้วออกมา ยกร่างพุ่งทะยานขึ้นสู่ชั้นที่หนึ่งทันที

จบบทที่ บทที่ 39 มี... มีรถยนต์แล้ว!

คัดลอกลิงก์แล้ว