- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 407 บ่าวรับใช้ชุดเขียวและเสื้อคลุมสีดำ
ตอนที่ 407 บ่าวรับใช้ชุดเขียวและเสื้อคลุมสีดำ
ตอนที่ 407 บ่าวรับใช้ชุดเขียวและเสื้อคลุมสีดำ
ตอนที่ 407 บ่าวรับใช้ชุดเขียวและเสื้อคลุมสีดำ
หลี่มูมองจดหมายที่แฝงไปด้วยความหมายข่มขู่อย่างรุนแรงฉบับนี้ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ จู่ ๆ เขาก็หัวเราะออกมา แล้วฉีกมันทิ้งจนแหลกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างไม่ไยดี
เมื่อมองดูเศษกระดาษที่ร่วงหล่นกระจายเต็มพื้น บ่าวรับใช้ที่มาส่งจดหมายก็เบิกตากว้าง "เจ้า... เจ้าช่างบังอาจไร้มารยาทนัก ? นี่คือจดหมายลายมือของฮูหยินรองแห่งจวนอ๋องเชียวนะ คืนนี้เจ้านำทัพมาอาละวาดที่เมืองฉีโจว หากข่าวแพร่ไปถึงหูท่านอ๋อง วันหน้าเจ้าจะต้องถูกคิดบัญชีแน่"
"ฮูหยินรองอุตส่าห์เขียนจดหมายมา หากเจ้ายอมทำตามคำสั่งแต่โดยดี ไม่แน่นางอาจจะพอใจแล้วช่วยพูดจาสนับสนุนเจ้าต่อหน้าท่านอ๋องสักสองสามประโยค ช่วยให้เจ้าหลุดพ้นจากหายนะบ้านแตกสาแหรกขาดได้นะ ! " บ่าวรับใช้ชุดเขียวดูเหมือนจะทั้งประหลาดใจและโกรธเคือง จึงเอาแต่พล่ามไม่หยุดปาก
หลี่มูคร้านที่จะอธิบายอะไรกับมัน ทำเพียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ข้าไม่รู้จักหรอกว่าฮูหยินใหญ่ฮูหยินรองอะไรนั่น หากนางแน่จริง ก็ให้นางมาช่วยคนเอาเองที่เมืองอันผิงสิ"
"ความผิดที่เจ้าก่อขึ้นในวันนี้ ทั่วทั้งใต้หล้ามีเพียงฮูหยินรองเท่านั้นที่จะช่วยเจ้าได้ แต่เจ้า... กลับไม่รู้จักรักษาน้ำใจคนแบบนี้" บ่าวรับใช้ชุดเขียวโกรธจัด มือขวาสั่นเทาชี้หน้าหลี่มู น้ำเสียงก็เริ่มดุดันคุกคาม "ดี ในเมื่อเป็นเช่นนี้ วันหน้าที่เมืองอันผิงมีซากศพเกลื่อนกลาด ญาติมิตรของเจ้าต้องตายจนไร้ที่กลบฝัง ถึงตอนนั้นก็อย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน ! "
เมื่อได้ยินดังนั้น รอยยิ้มมุมปากของหลี่มูก็ยิ่งกว้างขึ้น เขาสองขาหนีบกระตุ้นม้า บังคับว่านหลี่อวิ๋นให้ก้าวเข้าไปหาบ่าวรับใช้ชุดเขียวอย่างช้า ๆ ก้มมองอีกฝ่ายจากมุมที่สูงกว่า จู่ ๆ เขาก็ชักดาบยาวที่เอวออกมาแล้วแทงฉึกกระซวกเข้าไป !
ฉึก ! ฉึก ! ฉึก ! แทงรวดเดียวสามดาบ ทุกดาบล้วนทิ่มทะลุหัวไหล่ของบ่าวรับใช้ เลือดสด ๆ พุ่งกระฉูดออกมาดั่งน้ำพุ
"อ๊าก ! " บ่าวรับใช้เจ็บปวดเจียนตาย ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดผวา ร้องโหยหวนพร้อมกับล้มก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น
"บางครั้ง ข้าก็รู้สึกนับถือคนอย่างพวกเจ้าจริง ๆ นะ" น้ำเสียงของหลี่มูยิ่งมายิ่งเย็นเยียบ หยาดเลือดบนดาบศึกไหลรินหยดลงมาตามคมดาบไม่ขาดสาย
"นับถือในความโง่เง่าของพวกเจ้า ! "
"ฮูหยินรองนั่นเป็นกบในกะลามานานเกินไปแล้วรึไง ถึงได้คิดว่าคนทั้งใต้หล้าเวลาอยู่ต่อหน้านาง จะต้องหมอบราบคาบแก้วยอมศิโรราบเหมือนกับพวกขี้ข้าในจวนพวกเจ้าน่ะ ? "
ร่างกายซีกหนึ่งของบ่าวรับใช้ชุดเขียวถูกเลือดสด ๆ ที่ไหลจากหัวไหล่ชโลมจนเปียกชุ่มอย่างรวดเร็ว เขามองหลี่มูด้วยสายตาหวาดผวาสุดขีด น้ำเสียงก็เริ่มสั่นเครือ "เจ้า... เจ้ากล้าฆ่าข้าหรือ ? "
"คืนนี้คนที่ข้าฆ่าในเมืองฉีโจวยังไม่พออีกหรือไง ? " หลี่มูเอียงคอ นัยน์ตาเผยแววเย้ยหยัน "หรือว่า เจ้าคิดว่าตัวเองสูงส่งกว่าพวกนายกองเหล่านั้น ข้าถึงไม่กล้าแตะต้องเจ้า ? "
"หึ... ข้ามันก็แค่บ่าวไพร่คนหนึ่งในจวนอ๋อง เจ้าย่อมไม่เห็นข้าอยู่ในสายตาอยู่แล้ว" บ่าวรับใช้ชุดเขียวฝืนทนความเจ็บปวด กัดฟันเอ่ย "แต่ถึงคืนนี้เจ้าจะจับตัวน้องชายนายหญิงของข้าไปก็เปล่าประโยชน์ วันหน้าที่ท่านอ๋องนำทัพใหญ่กลับมา เจ้าก็ต้องส่งตัวเขากลับมาอย่างไร้รอยขีดข่วนอยู่ดี"
"ในสายตาของท่านอ๋อง แม่ทัพซุนมีความสำคัญยิ่งกว่าผู้บัญชาการฮว๋าซานเยว่เสียอีก"
หลี่มูได้ยินดังนั้นก็หรี่ตาลง แค่นเสียงหัวเราะเย็นชาแล้วกวักมือเรียกทหารนายหนึ่งที่อยู่ข้างกายพลางสั่ง "ไปที่นอกประตูเมือง บอกเจียงหู่ ให้มันสับมือทั้งสองข้างของซุนเย่าจู่แล้วส่งเข้ามา ! "
หว่างคิ้วของบ่าวรับใช้ชุดเขียวกระตุกอย่างบ้าคลั่ง เขาคล้ายกับตระหนักได้ว่า เพราะคำพูดของเขา ซุนเย่าจู่อาจจะต้องกลายเป็นคนพิการไปแล้ว !
ทหารนายนั้นสบตากับหลี่มูแวบหนึ่ง ก็รับคำสั่งแล้วพุ่งตัวออกไปทันที เวลาผ่านไปเพียงชั่วครู่ ภายนอกประตูเมืองก็มีเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าสมเพชดังแว่วมา
เสียงนี้กรีดร้องจนแทบขาดใจ ฟังแล้วชวนให้ขนลุกขนพองยิ่งนัก บ่าวรับใช้ชุดเขียวสีหน้าแปรเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง นี่ตัวเอง... แกว่งเท้าหาเสี้ยนแล้วรึ ?
สิบกว่าอึดใจต่อมา ทหารนายนั้นก็วิ่งกลับมา พร้อมกับโยนมือที่ชุ่มไปด้วยเลือดสด ๆ คู่หนึ่งลงตรงหน้าบ่าวรับใช้
"คืนนี้ข้าจะไว้ชีวิตสุนัขของเจ้าสักครั้งเพื่อให้กลับไปส่งข่าว เอามือคู่นี้กลับไปด้วย ไปบอกฮูหยินรองอะไรนั่นของพวกเจ้าว่า หากอยากให้น้องชายรอดตาย ก็จงแสดงความจริงใจออกมาให้เห็น" หลี่มูเอ่ยด้วยสีหน้าไร้อารมณ์พลางเช็ดคราบเลือดที่กระเซ็นเปื้อนใบหน้าของตนเอง
"หากขืนกล้าส่งจดหมายน่ารำคาญแบบนี้มาอีก คราวหน้าสิ่งที่ข้าสับ จะไม่ใช่มือของซุนเย่าจู่แล้วนะ ! "
บ่าวรับใช้ชุดเขียวจ้องมองมือที่โชกเลือดเบื้องหน้า ใบหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นเทา ท่าทางราวกับตกใจกลัวจนแทบจะสลบไปอยู่รอมร่อ
"ท่านแม่ทัพ ไปกันเถอะขอรับ" ทหารที่อยู่ข้าง ๆ เอ่ยเร่ง และในยามนี้ ทหารกองทัพฉางหนิงเกือบทั้งหมดได้เดินออกไปนอกประตูเมืองแล้ว
หลี่มูเห็นดังนั้น ก็ทำเพียงทิ้งท้ายใส่บ่าวรับใช้ชุดเขียวด้วยน้ำเสียงเย็นชา "หยิบของแล้วไสหัวไปซะ ! "
บ่าวรับใช้ชุดเขียวถูกด่าจนสะดุ้งโหยง รีบคว้ามือคู่นั้นขึ้นมา กระทั่งม้าก็ยังไม่กล้าขี่ ทำได้เพียงวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนตะเกียกตะกายจากไป .
หลี่มูปรายตามองแผ่นหลังของมันแวบหนึ่ง ก็ดึงสายบังเหียนหันหัวม้า ควบออกไปนอกประตูเมืองอย่างสง่าผ่าเผย
……
บ่าวรับใช้ชุดเขียววิ่งหนีไปข้างหน้าอย่างสุดชีวิตด้วยร่างกายที่สั่นเทา พลางแอบหันขวับไปมองด้านหลังเป็นระยะ จนกระทั่งเห็นแผ่นหลังของหลี่มูหายลับไปจากประตูเมือง ฝีเท้าของเขาก็หยุดชะงักลงกะทันหัน ร่างกายที่สั่นเทาเพราะความหวาดผวามาตลอดกลับกลายเป็นสงบนิ่ง ความหวาดกลัวและวิตกกังวลบนใบหน้าก็อันตรธานหายไปจนหมดสิ้น
"มารดามันเถอะ... ไอ้ลูกเต่าหลี่มูนี่ ลงมือเหี้ยมโหดชะมัด แต่ก็ดีที่ถือว่าภารกิจสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี" บ่าวรับใช้ชุดเขียวฉีกเสื้อผ้าตัวเอง ขยำเศษผ้าอุดบาดแผลที่หัวไหล่เอาไว้ จากนั้นก็เดินมุ่งหน้าต่อไปตามถนนอันมืดมิด
หลังจากเลี้ยวผ่านหัวมุมถนนไปสองสามแห่ง จู่ ๆ ใต้ชายคาบ้านของชาวบ้านหลังหนึ่งด้านข้าง ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
"เรื่องจัดการเรียบร้อยดีไหม ? "
บ่าวรับใช้ชุดเขียวได้ยินก็สะดุ้งตกใจ ก่อนจะหันขวับไปมองทางทิศนั้นทันที เห็นเพียงภายใต้เงามืดของชายคามีบุรุษผู้หนึ่งที่ทั่วทั้งร่างถูกปกคลุมด้วยเสื้อคลุมสีดำเดินออกมา ท่าทางการเดินของบุรุษผู้นั้นแปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่ง เดินกะเผลกไปมา ซ้ำน้ำเสียงก็ยังแหบพร่าและทุ้มต่ำเป็นพิเศษ อาศัยแสงจันทร์อันริบหรี่บนท้องฟ้ายามราตรี บ่าวรับใช้ชุดเขียวจึงมองเห็นใบหน้าของบุรุษผู้นั้น นั่นคือใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นอันน่าเกลียดน่ากลัว ต่อให้เป็นภูตผีที่อัปลักษณ์ที่สุดในขุมนรก ก็ดูเหมือนจะยังไม่น่าสะพรึงกลัวเท่ากับใบหน้านี้เลย !
หางคิ้วของบ่าวรับใช้ชุดเขียวกระตุกขึ้นอย่างแรง พยายามข่มสัญชาตญาณความหวาดกลัวของร่างกายเอาไว้อย่างสุดความสามารถ จากนั้นก็ค่อย ๆ ค้อมเอวลง เอ่ยด้วยน้ำเสียงประจบประแจงว่า "เรียนใต้เท้า เรื่องจัดการได้ราบรื่นมากขอรับ หลี่มูติดเบ็ดแล้ว มันสั่งให้คนสับมือของซุนเย่าจู่จริง ๆ ด้วยขอรับ"
"ท่านดูสิขอรับ" พูดจบ เขาก็ยื่นมือคู่ที่ถูกสับจนขาดกระจุยนั้นไปให้
บุรุษภายใต้เสื้อคลุมสีดำพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง พลางเอ่ย "ดี เป็นเช่นนี้ ความแค้นระหว่างมันกับจวนเจิ้นหนานอ๋องก็ถือว่าไม่อาจแก้ไขคลี่คลายได้อีกต่อไปแล้ว"
"ใต้เท้า ข้าน้อยไม่ค่อยเข้าใจเลย ในเมื่อหลี่มูมันก็ฆ่าทหารค่ายพิทักษ์จวนไปตั้งมากมายขนาดนั้นแล้ว ทำไมท่านยังต้องให้ข้าปลอมตัวเป็นคนของจวนอ๋องไปส่งจดหมาย เพื่อยั่วโมโหให้มันทำร้ายซุนเย่าจู่อีกทำไมหรือขอรับ ? " น้ำเสียงของบ่าวรับใช้ชุดเขียวเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ
"รอจนท่านอ๋องกลับมา ก็ต้องยกทัพไปปราบปรามมันอยู่แล้วนี่ขอรับ"
สายลมยามราตรีพัดโชยมา บุรุษเสื้อคลุมดำนิ่งเงียบไปเนิ่นนาน จู่ๆ เขาก็เค้นคำพูดลอดไรฟันออกมาประโยคหนึ่ง "เพราะข้ารอไม่ไหวแล้วน่ะสิ ! " น้ำเสียงนี้เต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง ชวนให้ขนลุกขนพองอย่างที่สุด
"จวนเจิ้นหนานอ๋องกำลังทำศึกกับคนเถื่อนที่ชายแดน อย่างน้อย ๆ ภายในสามเดือนนี้ย่อมไม่สามารถแบ่งความสนใจมาฆ่าหลี่มูได้แน่ ทว่าในเมืองฉีโจวยามนี้ มีเพียงฮูหยินรองผู้นี้ที่มีสถานะและอำนาจสูงสุด และมีเพียงนางเท่านั้นที่มีโอกาสขอยืมกำลังทหารจากเจิ้นหนานอ๋องที่ชายแดนกลับมาแก้แค้นแทนน้องชายได้ ! "
"ความแค้นระหว่างท่านกับหลี่มูก่อนหน้านี้ มันใหญ่หลวงถึงเพียงนี้เลยหรือขอรับ ? " บ่าวรับใช้ชุดเขียวฟังคำพูดของอีกฝ่ายแล้ว ภายในใจก็รู้สึกลอบตื่นตระหนก นี่มันคือความแค้นฝังลึกระดับไหนกันแน่ ถึงขั้นทำให้เจ้านายตรงหน้านี้กระทั่งเวลาสามเดือนก็ยังทนรอไม่ไหว ถึงกับยอมเสี่ยงอันตรายใหญ่หลวงเข้าไปแทรกแซงระหว่างขุมกำลังยักษ์ใหญ่ทั้งสองอย่างจวนเจิ้นหนานอ๋องและหลี่มู ใช้เล่ห์เหลี่ยมยุแยงตะแคงรั่วเพื่อขยายความขัดแย้งระหว่างฮูหยินรองกับหลี่มูให้รุนแรงขึ้น !
ต้องรู้ไว้ก่อนนะว่า เบื้องหน้ากองกำลังขนาดยักษ์ทั้งสองนี้ คนธรรมดาทั่วไปหากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียวก็อาจจะถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดเป็นผุยผงได้เลย
"สภาพของข้าในยามนี้ ล้วนเป็นเพราะมันประทานให้ทั้งสิ้น... แค้นงั้นรึ ? " นัยน์ตาทั้งสองข้างของบุรุษเสื้อคลุมดำสาดประกายความดุร้ายอำมหิตราวกับสัตว์ป่า น้ำเสียงสั่นเครือ
"ข้าเฝ้าคิดอยู่ทุกวันทุกคืน ทุกเวลาทุกนาที ว่าจะสับเนื้อมันกิน ถลกหนังมันมาปูนอน ! "
"ข้าต้องการให้มันตาย อย่าว่าแต่สามเดือนเลย กระทั่งสามวัน ข้าก็รอไม่ไหวแล้ว ! "